Saturday, April 08, 2023

FB Trip ไปถ้ำเอราวัณ - ความผิดพลาดของผม

ลัง FB Trip แต่ละครั้ง ผมมักสรุปให้เพื่อน ๆ ฟังเสมอว่ามีข้อผิดพลาดอันใดอันนำมาซึ่งความยากลำบากกว่าที่คาดไว้?


"FB Trip ไปถ้ำเอราวัณ" ผมวางแผนไว้ก่อนหน้านั้นแล้ว แต่เกิดปลี่ยนใจไม่ไปซะงั้น อยู่ ๆ ก็มาตัดสินใจออกเดินทางโดยมีเวลาเตรียมตัวและจัดของลงเป้อย่างกระทันหัน ในเช้าของวันที่จะต้องขี่เจ้าแชมป์ไปรอขึ้นรถไฟขบวน 408 ที่สถานีห้างฉัตรเวลา ๑๑ โมง เร่งรีบบรรจุเป้จนลืมของหลายอย่าง...ผมลืมกล้องถ่ายรูปที่เตรียมชาร์จไฟไว้อย่างดี แบตเตอรี่เต็มทั้ง ๒ ก้อน ลืมสบู่ กระติกน้ำ ยากันยุง สมุดบันทึก และช้อนส้อม ทุกอย่างนำมาซึ่งความเดือดร้อนมากบ้างน้อยบ้างตามประสาตาแก่หลงลืม!  

ไม่ได้นำกล้องคู่ใจไปด้วย แต่ก็ยังดีที่คว้าเจ้า D50 พร้อมกับเลนส์ไวด์ราคาถูกของจีนไปด้วย กล้องถ่ายรูปที่คุณเมธีกรุณาให้ไว้ยังคงทำหน้าที่ได้ดี (ไม่น่าเชื่อว่าแบตเตอรี่ชาร์จครั้งนึงเก็บภาพได้กว่า ๓๐๐ บาน) ตลอดทริปผมชาร์จแบตฯ อีกครั้งขณะนอนค้างแรมที่อุทยานแห่งชาติฯ ถ่ายภาพได้เกือบ ๗๐๐ บาน กลับถึงบ้านแล้วแบตฯ ก็ยังไม่หมด!

แต่ข้อผิดพลาดที่ฉกาจฉกรรจ์ในทริปครั้งนี้ก็คือ ลืมกระเป๋าตูดมด อุปกรณ์สำคัญของการเดินทางแบบ FB Trip มันเป็นกระเป๋าที่บรรจุเต็นท์และเครื่องนอนทั้งหมด ที่จะช่วยให้ผมหมดกังวลเรื่องการพักค้างคืนที่ไหนก็ได้ที่โอกาสอำนวย!

จริง ๆ แล้วก็ใช่ว่าจะลืมเสียร้อยเปอร์เซนต์ เพราะนึกขึ้นได้ก็เมื่อปิดประตูล็อคบ้านแล้ว กำลังจะถีบจักรยานออกไปสถานีรถไฟ เจ้าตัวขี้เกียจนั่นแหละที่มันเหนี่ยวรั้งไม่ให้ผมลงรถไปไขประตูหยิบเอากระเป๋าตูดมด! (ผมมีแต่ backpack ที่บรรจุของมาไม่ครบเพียงใบเดียว)

 
ครั้นมาถึงซึ่งอุทยานแห่งชาติดอยผากลอง ถ้ำเอราวัณ ความเดือดร้อนก็เกาะหลังมาด้วย...


ผมเสียค่าจักรยานและค่าตั้งเต็นท์รวมแค่ ๕๐ บาท (ค่าเข้าชมไม่คิดเพราะเป็น ส.ว.) 


พอต้องกางเต็นท์นอนบนลานกางเต็นท์ (campground) เจ้าหน้าที่นำเครื่องเป่าเศษใบไม้มาเตรียมพื้นที่ไว้ให้ ผมก็ไม่มีเต็นท์ให้ตั้งนอน!!

 
มองลานตั้งเต็นท์อย่างแสนเสียดาย คืนนี้ต้องนอนหงายตากยุงอยู่ในศาลาสันทนาการ...

หุหุ ต้องรับกรรมไปตามนั้น นอนบนพื้นคอนกรีตแข็งกร้าน ตาแก่เมืองรถม้าแก้ปัญหาด้วยการเอาโสร่งผ้าไหมมาปูรองนอน ต่อด้วยผ้าขนหนูผืนใหญ่ ใช้หมอนลมยัดไว้ตรงหัวซึ่งหันไปทางทิศตะวันออก เจ้าหน้าที่เห็นใจยกพัดลมเก่า ๆ ใบพัดบิ่น หยักไย่จับมาให้ แต่มันก็ยังทำหน้าที่ไล่ยุงได้เป็นอย่างดีทั้งคืน...

ก็เหมือนที่ผมไปอาศัยนอนที่หน่วยพิทักษ์ป่าตอยขุนตาลนั่นแหละ... 

พักแรมที่หน่วยพิทักษ์ป่า ดอยขุนตาล

พักแรมที่หน่วยพิทักษ์ป่า ดอยขุนตาล

พักแรมที่หน่วยพิทักษ์ป่า ดอยขุนตาล

คราวนี้ไม่มีช้อนชงกาแฟ ผมใช้ขาแว่นตาแทน ไม่มีถุงนอน แต่ก็โชคดีที่อากาศไม่หนาวเย็น...

ปลดระวางเจ้าแชมป์

มสั่งซื้อ "เจ้าแชมป์" จากเว็บจักรยานญี่ปุ่นมือสองเมื่อเดือนกรกฏาคม ๒๕๖๔

 
ตอนที่ซื้อก็คิดว่าราคาแพงอยู่เหมือนกันนะ ตั้ง ๓,๒๒๐ บาท ของก็ไม่ได้ดูไม่ได้สัมผัส...แต่ก็ตัดสินใจสั่งซื้อ เพราะว่ามันเป็นรถพับ (folding bike) ล้อ 700C ที่มีในประเทศไทยน้อยคัน หาได้ไม่ง่ายนัก...
 
ผมนำมาอัพเกรดใหม่ หมดอีกหลายตังค์ ทั้งเปลี่ยนล้อเปลี่ยนยาง เปลี่ยนตีนผีมือเกียร์ เฟืองหน้าเฟืองหลัง ยังไม่รวมกะโหลก และชุดเบรค เหนื่อยครับ กระเป๋าฉีก เพื่อให้ได้มาซึ่งรถจักรยานทัวร์ริ่งแบบพับได้สักคัน พร้อมกับความภูมิใจที่สามารถชุบชีวิตให้มันใหม่ได้ด้วยตนเอง 


FB Trip ที่เพิ่งผ่านไป เจ้าแชมป์ทำหน้าที่ได้ดีสุด ๆ ไม่มีตุกติก โซ่ไม่หลุด ยางไม่รั่ว ตีนผีไม่มีให้ต้องหยุดซ่อม ผมยกให้เป็นจักรยานที่ใช้ได้สมบูรณ์แบบทั้งทางใกล้ทางไกล


รับเจ้าแชมป์เข้ามาเป็นสมาชิกถาวรของ FB Trip เดินทางไปเชียงใหม่เมื่อไม่นานมานี้เอง ด้วยความคิดว่าเจ้าหน้าที่การรถไฟจะไม่สนใจ ปล่อยให้ตาแก่คนนึงนำจักรยานพับซึ่งมีล้อเกินข้อกำหนด (ประกาศไว้ให้นำรถพับขึ้นรถไฟฟรีได้แค่เพียงรถที่มีขนาดล้อไม่เกิน ๒๐ นิ้ว) ขึ้นรถไฟเฉพาะขบวนท้องถิ่นวิ่งระยะสั้น ๆ จากสถานีห้างฉัตรไปนั่นไปนี่! ผมพาเจ้าแชมป์เดินทางขึ้นรถไฟในสองทริปแรก รู้แก่ใจดีว่าผืนกฎข้อบังคับของการรถไฟฯ แต่ลึก ๆ ในใจก็ยังหวังว่าเค้าคงเห็นใจปล่อยให้ตาแก่เมืองรถม้ายกจักรยานขึ้นรถไฟนั่งใกล้ ๆ ประตูซึ่งกินเนื้อที่พอ ๆ กันกับรถพับล้อ ๒๐ นิ้ว ไปอีกไม่ไกลก็ลงแล้ว! มันผ่านไปได้ด้วยดีครับ ไม่มีคนรถไฟให้ความสนใจ!  แต่แล้วเจ้าแชมป์ก็ถึงกาลที่จะต้องปลดระวาง หมดโอกาสได้เป็นสมาชิก FB Trip อีกต่อไป ภาระกิจสุดท้ายคือจากแก่งหลวง...พาผมเดินทางกลับบ้านห้างฉัตร

ที่สถานีรถไฟแก่งหลวง คนรถไฟก็มิได้สนใจว่ากล่าว...บอกผมว่ารถพับล้อใหญ่ขนาดนี้ต้องจ่ายค่าระวาง ผมเสียค่าตั๋ว แก่งหลวง-นครลำปาง แค่เพียง ๒๐ บาทเอง!


ขี้นบนรถออกเดินทางมาได้ไกลโข นายตรวจแต่งชุดเจ้าหน้าที่รถไฟเต็มยศเดินถือเครื่องตัดตั๋วบีบดังแก๊ก ๆ บอกให้ตาแก่เมืองรถม้าส่งตั๋วให้ตรวจ 
 
 
ท่านรับตั๋วไปดูแล้วเจาะ ยื่นใบหน้าฉาบรอยยิ้มเข้ามาใกล้ลุงอีกนิดแล้วพูดก่อนที่จะส่งตั๋วคืนให้อย่างนุ่มนวลเสนาะหูว่า "จักรยานพับที่นำขึ้นมาด้วยนั้นน่ะ มีขนาดล้อที่ใหญ่เกินกำหนด ปกติแล้วจะต้องเสียค่าระวาง จ่าย ๙๐ บาทตอนซื้อตั๋วที่สถานีต้นทาง หากต้องจ่ายบนรถจะเสีย ๑๐๐ บาท แต่ไม่เป็นไร (ยิ้มอีก) คราวนี้ผมจะยกให้ ยังไม่คิด แต่คราวหน้าต้องคิดตังค์แล้วน้าาาาา"  ผมยกมือไหว้ พยักหน้า รับตั๋วคืนมา คิดไว้เหมือนกันว่าวันนึงจะต้องเจอเจ้าหน้าที่หนุ่มผู้ทำตามกฏข้อบังคับอย่างเคร่งครัด ผมยอมรับโดยดุษฎี ไม่มีข้อเคืองขุ่น บอกกับเจ้าแชมป์ว่าคราวหน้าเอ็งไม่ได้มากับข้าแล้วนะ จบทริปนี้ก็ต้องปลดระวางเจ้าแล้ว ตาผมฟาดไปหรือเปล่า? เมื่อเห็นเพื่อนแชมป์ของผมพยักหน้ารับคำ....


เจ้าแชมป์สิ้นสุดการทำหน้าที่ครั้งสุดท้ายของมันแล้ว...
 
 
สมรรถภาพได้รับการพิสูจน์ด้วยการปั่นขึ้นสะพานข้ามทางรถไฟห้างฉัตรโดยไม่ต้องลงจูง ใช้เฟืองไต่เขา 36 ฟัน...ปั่นได้รวดเดียวถึงจุดสูงสุด
 
 

 ยกตำแหน่ง FB แบบถาวรคืนให้กับเจ้า Banian ไปซะ...

Wednesday, April 05, 2023

Frezze drying coffee for my FB Trip

ร้านกาแฟบนถนนพระราม ๔ ใกล้หัวลำโพง - ภาพนี้ถ่ายไว้นานแล้ว
ามว่าผมติดกาแฟหรือเปล่า? คำตอบก็ว่าน่าจะใช่...

ร้านกาแฟบนถนนพระราม ๔ ใกล้หัวลำโพง

เพราะทุกเช้าที่บ้านผมจะต้องแสวงหาความละเมียดจากกลิ่นหอมและรสของเจ้ากาแฟอยู่เป็นประจำ ยิ่งในระหว่าง FB Trip ถ้าได้ตั้งเต็นท์นอนแบบ wild camping แล้วตื่นมาตอนเช้าได้ซดกาแฟร้อน ๆ ก็เหมือนว่าจะเป็นการกระตุ้นและเสริมกำลังให้ปั่นจักรยานต่อไปได้อย่างไม่ซึมเซา เพื่อแบ่งปันความคิดเห็น ผมอยากพูดถึงกาแฟที่เคยเลือกพกพาไปด้วย ซึ่งมีดังนี้...

๑. กาแฟสด คือผงกาแฟที่บดจากเมล็ดกาแฟแล้วใส่ถุงนำไปด้วยพร้อมกับเครื่องชงแบบพกพา แบบนี้ได้รสชาติดี มีคาแฟอินเยอะ แต่ยุ่งยากในการชง ทั้งเสียเวลาและมากด้วยขยะที่จะต้องหาที่ทิ้ง

๒. กาแฟทรีอินวัน บรรจุเป็นซอง ๆ เติมน้ำร้อนดื่มได้เลย ต้องใช้น้ำค่อนข้างร้อนจัดถึงจะมีรสดี แต่มีขยะจากซองกาแฟต้องเหลือทิ้ง...

๓. ผงกาแฟสำเร็จเป็นซอง ซองนึงชงได้ ๑ ถ้วย น้ำต้องร้อนเช่นกัน เหมาะสำหรับคนชอบกินกาแฟดำ เป็นซองเล็ก ๆ ก็ดีแต่ก็ต้องเก็บซองไว้ทิ้งถังขยะ หากเลือกบรรจุผงกาแฟลงในถุงหรือขวดก็ต้องปิดถุงหรือขวดให้แน่น เพื่อมิใช้ผงกาแฟชื้นและเหนียวเหนอะหมดความละเมียด

สำหรับผมลองมาทุกแบบ แต่มาลงตัวที่เจ้าฟริซดราย ซึ่งเว็บ caffeinedestiny.com กล่าวว่า...

ผงกาแฟ ‘กาแฟฟรีซดราย’ คือ กาแฟที่มีลักษณะเป็นผลึกน้ำแข็งขนาดใหญ่ มีกรรมวิธีในการผลิต คือใช้ระบบเย็น Freeze drying ด้วยการนำร้านกาแฟเข้มข้นไปแช่เย็น และจะมีอุณหภูมิต่ำกว่า (-40) องศาเซลเซียส โดยมีสภาพแวดล้อมความดันสูงจนกระทั่งกลายเป็นเกล็ดแข็ง โดยข้อดีของกาแฟรูปแบบนี้ ก็คือ สามารถคงกลิ่นหอมและรักษาความเป็นธรรมชาติของกาแฟไว้ได้อย่างดีเยี่ยม นอกจากนี้สิ่งที่มีความพิเศษคือ สามารถละลายได้ทั้งในน้ำร้อนและน้ำเย็น

ข้อดีของกาแฟสำเร็จรูป คือ ความเร็วในการเตรียมพร้อมดื่ม กาแฟสำเร็จรูปสามารถละลายอย่างรวดเร็วในน้ำร้อน มีอายุการเก็บรักษาที่ยาวนาน เหมาะสำหรับการเก็บรักษาไว้ในที่แห้ง นอกจากนี้กาแฟสำเร็จรูปยังช่วยลดการทำความสะอาดเครื่องชงกาแฟ เนื่องจากไม่มีกากกาแฟและการศึกษาทางวิทยาศาสตร์พบว่ามันมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมต่ำกว่าวิธีการเตรียมกาแฟในรูปแบบอื่น ๆ

เช้านี้ผมปั่นเจ้าแชมป์ไปตลาด

ซื้อผงกาแฟแบบฟริซดรายยี่ห้อ Bon Aroma (ผลิตในเวียดนาม) มา ๒ ถุง ๆ ละ ๑๐๐ กร้ม เป็นสินค้าที่เค้าเขียนว่า "สินค้าแถม ห้ามจำหน่าย" ร้านค้านำป้ายราคามาติดทับ บอกว่าขายในราคาถุงละ ๕๐ บาท

พูดถึงราคาก็ว่าไม่แพงนะ กาแฟผงสำเร็จรูปแบบธรรมดาทั่วไป ๒๐๐ กรัมก็ร้อยกว่าบาทแล้ว ผมซื้อมา ๒ ถุง ชอบใจตรงมีซิบล็อค เปิดปิดถุงง่ายดี!

ต้องดูวันหมดอายุก่อนเด้อ...

กลับมาลองชงดื่ม แค่ ๑ ช้อนกับน้ำร้อน ๑ แก้ว คน ๆ ก็ได้กาแฟดำหอม ๆ ดื่มแล้วครับ...

 
Update - ผมลองชงกับน้ำเย็นจากตู้เย็นแล้วกั๊บ เอาช้อนคนให้มันละลายแล้วดื่มเป็นโอเลี้ยงเย็น ได้เลย...
 

ซตพ - พก Frezze drying coffee ไปด้วยซองเดียวชงดื่มได้โดยไม่ต้องมีนำร้อนครับ!

Monday, April 03, 2023

แก๋งผักเฮือด!

ช้าวันนี้ ๒ เมษายน ๒๕๖๖ ที่บ้านห้างฉัตร...ม่านหมอกควันยังคงบดบังจนมองไม่เห็นภาพภูเขาทางด้านทิศเหนือ!!

 
แสงแดดยังมีตามปกติ...นอกจากให้มันผลิตกระแสไฟฟ้าใช้งานกับพัดลม คอมพิวเตอร์ และตู้เย็นแล้ว ผมยังมอบหน้าที่ให้อบกล้วยไว้เป็นเสบียงใน FB Trip

ผมทำผัดกาดดองผัดไข่ ใช้ผักกาดดองที่ซื้อมาถุงละ ๑๐ บาทกับไข่ไก่ ๓ ฟอง (รวมค่าน้ำมันพืช ค่าแก๊ส กับค่าแรงพ่อครัวแล้ว...กับข้าวถ้วยใหญ่ใบนี้น่าจะต้องจ่ายประมาณ ๓๐ บาท)

 
อุ่นแกงผักเฮือดที่ซื้อมาากตลาดบ้านปันง้าวถุงละ ๒๐ บาท...
 

เห็นแล้วคิดถึงโพสต์ facebook ของลุงหยาง พ่อครัวใหญ่แห่งแม่ฮ่องสอนผู้กำลังเดินหาของกินอยู่ในสิงคโปร์...

 
ลุงหยางเขียนไว้ว่า...
เสาร์ที่ยี่สิบห้า เดือนมีนาคม 2566 กินกับข้าวเป็นยา แก๋งผักเฮือด
ผักเฮือด เป็นทั้งอาหาร และ ยา เป็นพืชยืนต้น ที่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ตลอดปี ทั้งทรงต้นสวยงาม ใบอ่อน จะแตกยอดออกใบอ่อนสีแดงอมชมพู เต็มต้น ในเดือน มกราคม-เมษายน ปลูกง่าย ๆ ตัดกิ่งมาปักชำหน้าฝนก็ได้แล้วจ๊ะ
ในอินเดีย ใช้เป็นยาทั้งภายนอกและภายใน เปลือกต้ม ใช้ล้างแผลเปื่อย สิว และ ใช้สวนทวารโรคลิวคีเมีย กลั้วคอถ้าน้ำลายไหลออก ดื่มแก้ประจำเดือนมาไม่ปกติและตกขาว
ใบ มีสารคล้ายเอสโตรเจน ต้มน้ำใช้ล้างแผลติดเชื้อแบคทีเรียอย่างเฉียบพลัน ที่เข้าสู่ผิวหนังแท้และระบบน้ำเหลืองได้ โดยสามารถทำลายเชื้อกลุ่ม เบต้าฮีโมไลติก สเตร็บโตคอกไค ซึ่งมักเป็นกลุ่มเอ ผลสุกสดหรือแห้ง ต้มน้ำดื่มมีฤทธิ์ลดระดับน้ำตาลในเลือด
ในจีนใช้ ใบรักษา การปวดเส้นเอ็น ปวดดวงตา ปวดหัว แก้คัน และรักษาแผล ใช้ เปลือก หรือ รากสำหรับการรักษาอาการปวดไขข้อ แขนขาชา อ่อนล้า หมอพื้นบ้านทางภาคเหนือ ใช้เปลือกต้นผักเฮือดสับเป็นชิ้นเล็กๆต้มดื่มแก้ปวดท้อง
นะโม ...เอิ่ม หงายครก หยิบเกลือเม็ดสองขยุ้มสองนิ้วมือ หั่นข่าบาง ๆ ห้าหกแว่น หยิบสากตำๆๆๆๆๆๆ จนละเอียด ใส่พริกขี้หนูแห้ง สิบสามเม็ดเอาเคล็ดไว้ก่อน ตำไป ตำมาให้พริกแหลก สับกระเทียมไม่ต้องปอกเปลือกเพราะเปลือกจะหอมกว่าเนื้อส่วนหัว สับหอมแดงปอกเปลือกหกหัว กะปิซักสามหัวแม่มือคนตำ แล้ว ตำ ๆ ๆ ๆ ๆ จนค่อนข้างแหลกมาก พักก่อน หมูสามชั้นหั่นเท่านิ้วก้อยประมาณว่าห้าสิบบาท ถ้ากระดูกด้วย ก็จะลำขนาด แปลว่า อร่อยมั่ก เอากระทะตั้งไฟกลาง ใส่น้ำมันครึ่งทัพพี พอน้ำมันร้อนหรี่ไฟเอาหมูลงผัด แฉ่ ๆ พอหมูเริ่มเปลี่ยนสี ควักน้ำพริกในครกใส่กระทะล้างครกเอาน้ำเทใส่กระทะพอเริ่มเดือด ใส่ผักเฮือดที่เด็ดก้านไว้แล้ว ถ้าชอบรสจัดเยื่ออ่อนหุ้มใบไม่ต้องเอาออกก็ได้ เปรี้ยวดี ส่วนใบรสฝาดจ๊ะ ถ้าแห้งไปเติมน้ำได้ พอท่วมผัก ลองชิมดู เปรี้ยวนำเค็ม เผ็ดกลาง ๆ ซดร้อน ๆ ระวังปากพอง นะ จะบอก ฮื้อ

สำหรับคนไม่กินเนื้อสัตว์ ลุงหยางแนะนำว่า...

ใส่ถั่วเน่าแค่บปิ้งหอม ๆ ต๋อนป๋งลงซัก 5-6 แผ่นน้ำคุ่นเหนียวหนาบ ๆ หอมไปแฮ๋มแบบ ถ้าจะฮื้อลำใส่ถั่วเน่าเมอะ หรือ นัตโตะ เน่อ
เดี๋ยวถ้าไปเจอผักเฮือดที่ตลาด ผมจะซื้อมาทำตามที่เพื่อนแนะนำครับ!

สัญญาณเตือน!

หตุใดตาแก่เมืองรถม้าผู้มีเซลล์สมองมากกว่า ๘๔,๐๐๐ แต่ส่วนหนึ่งอาจจะฝ่อลงไปไม่น้อยจึงได้เกิดอาการหลงลืมอยู่เป็นประจำ?!
 
 
เช้านี้ผมปั่นเจ้าแชมป์ออกไปตลาด...
 
 
 
 ก่อนไปเปิดไฟนึ่งกล้วยที่ตากมาแล้ว ๓ แดดเอาไว้บนเตาไฟ... 
 

ลืมสนิท! ผมเพลิดเพลินไปกับการปั่นจักรยานชมดอกไม้บาน ไปซื้อของที่ร้านของชำเจ้าประจำ ซื้อผักที่ตลาด ซื้อขนมจีนน้ำยา
 
 
 
กว่าจะกลับถึงบ้านก็ผ่านไปแล้ว ๑ ชั่วโมง เดินขึ้นมาถึงครัวข้างบนได้กลิ่นเหม็นไหม้คละคลุ้ง!เกิดอะไร?! ผมแทบหงายหลังเมื่อเห็นสภาพของกล้วยที่นึ่งเอาไว้แล้วลืมปิดแก๊สก่อนไป!!
 
 
 
หมดกัน! เสบียงที่เตรียมไว้สำหรับ FB Trip ที่กำลังจะถึง เหมือนเป็นสัญญาณเตือนว่าอากาศช่วงนี้ร้อนสุด ๆ แถมอาการเวียนหัวและง๋อบแง๋บที่หัวเข่าด้านขวาก็ตามมาติด ๆ จะไหวเหรอ? ผมถามตัวเองในใจ!
 

ไม่มีคำตอบจากชายผู้สูงวัย!

อย่าให้ง่ายเกินไป!

ลังจากค้นหาทั่วบ้านมานานวัน...เช้านี้ผมก็เจอมีดพกสำหรับการเดินทางเข้าจนได้!

 
ผมมิใช่นักสู้หรือนักเลงแต่ประการใด แต่ที่ต้องมีอาวุธติดตัวในระหว่างการเดินทางด้วยจักรยานไปในที่ต่าง ๆ ซึ่งบางแห่งอาจมีอันตราย และต้องเสี่ยงกับเหตุคุกคามที่อาจเกิดขึ้นได้! ลองคิดดูว่าเมื่อกางเต็นท์นอนอยู่กลางป่าเขาแต่ผู้เดียว หากมีคนหรือสัตว์ร้ายเข้ามาทำร้าย เพื่อน ๆ จะนอนเฉย ๆ ยอมรับกรรมโดยไม่ป้องกันตัวแม้แต่น้อยเชียวหรือ???

บางครั้งชีวิตก็ต้องแลกด้วยชีวิต มิใช่ปล่อยให้ชีวิตตนเองต้องสิ้นไปด้วยการกระทำของอีกฝ่ายโดยมิได้ต่อสู้ให้สุดฤทธิ์เสียก่อน หากต้องตายก็ต้องขอให้ได้ป้องกันตัวเป็นอันดับแรก จะรอดหรือไม่รอดนั้นขอให้อยู่ในเอื้อมพระหัตถ์ของพระเจ้าที่จะทรงกำหนดให้เป็นไปตามพระประสงค์

ลืมไปเลยเรื่องปืนผาหน้าไม้ที่จะพกไปด้วย เพราะผิดกฏหมายโดยตรง บางประเทศมีโทษหนักถึงขั้นถูกแขวนคอ! แต่มีดพกเล่มเล็ก ๆ เพียงเล่มเดียว พับแล้วก็เป็นแค่เศษเหล็กก้อนเล็ก ๆ อยู่ในมือนั้น นอกจากใช้ปอกผลไม้ หั่นผัก ตัดไม้ ฯลฯ แล้วยังใช้ต่อสู้กับผู้ที่เข้ามาทำร้ายท่านได้
 
ผมเคยเดินทางพร้อมกับค้อนและอุปกรณ์ตั้งสายเปียโน ด้วยความคิดว่าอาจใช้ตั้งสายเปียโนได้ตามบ้านในชนบทที่ไม่มี piano tuner และยังสามารถนำผ่านด่านตรวจค้นเข้ามาได้ด้วยข้ออ้างที่ว่าเป็นเครื่องมือประกอบอาชีพ ในขณะเดียวกันประโยชน์หนึ่งของเจ้าค้อนเหล็กหนัก ๆ ซึ่งมีด้ามถือกระชับมือก็สามารถใช้ป้องกันตัวได้เป็นอย่างดี สุนัขดุร้ายแยกเขี้ยวขาวเข้ามาโดนแค่โป้งเดียวที่หัวก็จอดสนิท! มิใช่คนใจร้าย ผมไม่กินเนื้อสัตว์ แต่ในกรณีที่หลีกเลี่ยงมิได้ บางครั้งก็ต้องทำเพื่อเอาชีวิตรอด! เพื่อน ๆ ลองคิดอีกทีสิครับว่านอนมือเปล่าตัวคนเดียวในเต็นท์ตั้งอยู่ในสถานที่ ๆ ไม่รู้ว่ามีภัยอะไรอยู่รอบตัว กับการมีมีดพบสักด้ามอยู่ในหรือใกล้มือ อันไหนจะดีกว่ากัน?
 
ได้มีดแล้ว...ผมก็นำไปลับ ไม่ต้องให้คมจัด แค่ใช้ปอกผลไม้ได้สบาย ๆ ก็พอ!
 

FB Trip ครั้งหน้าต้องพกไปด้วยครับ!

Friday, March 31, 2023

ผมอยู่ได้ครับ (อีกแย้ว)

ช้าวันศุกร์ที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๖๖... วันสุดท้ายของเดือนมีนาคม ก่อนที่กาลเวลาจะต้องเดินข้ามไปอีกยาวไกล ซึ่งไม่รู้ว่าอีกกี่รอบปี? ผมจะได้เห็นวันที่ ๓๑ มีนาคมเป็นครั้งสุดท้ายจริง ๆ

 

วันก่อนลงรถไฟที่สถานีห้างฉัตรแล้วปั่นเจ้าแชมป์กลับบ้าน สิ้นสุด "FB Trip ไปวัดศรีดอนไชย" อย่างไร้ข้อติฉินนินทา จักรยานทำงานดีไม่มียางรั่ว เจ้าหน้าที่การรถไฟก็ไม่ใส่ใจขนาดที่ใหญ่เกินกำหนด เป็นคำตอบว่าน่าจะก้าวขี้นไปอีกขั้นตอนที่จะต้องเดินทางไกลแลไต่เขาเพิ่มขึ้น ผจญภัยมากกว่าเดิม ทริปต่อไปรออยู่ข้างหน้าแล้วครับ!  ผมตั้งชื่อทริปว่า "FB Trip - ภูพญาพ่อ"

เว็บ uttaradit.bethailand กล่าวว่า...

ภูพญาพ่อ อยู่ที่ตำบลนางพญาในเขตอุทยานแห่งชาติลำน้ำน่าน เป็นจุดสูงสุดบนเส้นทางสายเชิงทอง-กิ่วเคียน สูง 1,350 เมตร จากระดับน้ำทะเล และยังเป็นยอดเขาสูงสุดที่แบ่งเขตแดนระหว่างแพร่กับอุตรดิตถ์ บนภูพญาพ่อ ซึ่งเป็นที่เคารพของชาวบ้านในท้องถิ่น บริเวณนี้เป็นจุดชมทิวทัศน์ ที่มองเห็นเขาและผืนป่ากว้างไกลไปจนสุดสายตาที่อ่างเก็บน้ำเขื่อนสิริกิติ์ เส้นทางช่วงต่อไปถนนจะไต่ระดับลงจากเขาจนไปสิ้นสุดที่อำเภอท่าปลา และสามารถเดินทางต่อไปถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติได้
ผมตั้งใจจะพาเจ้าแชมป์นั่งรถไฟท้องถิ่นขบวน 408 จากสถานีห้างฉัตรไปลงสถานีท่าปลา แล้วปั่นจักรยานไต่เขาสูงขึ้นไปพักแรมบนภูพญาพ่อซึ่งสูง ๑,๓๕๐ เมตรจากระดับน้ำทะเล... ยังก่อน ผมต้องรอให้เข้าเดือนเมษาฯ (ช่วงเวลาที่มีแนวโน้มว่าภัยพิบัติจะเป็นทวีคูณ!)

ภาพจาก welovetogo.com - ขอขอบคุณ

เช้าวันนี้ ขอปั่นจักรยาน (Bruiser) ไปตลาดบ้านปันง้าวเพื่อซื้อเสบียงก่อน ผมกลับมาบ้านพร้อมของกินมากมายหลายอย่าง อยากจะย้ำคำเดิมว่า "อยู่ได้" เพราะอาหารธรรมชาติจากชาวบ้านราคายังถูกอยู่เหมือนเดิม กล้วยน้ำว้า ๓ หวี ๒๐ บาท...

ข้าวโพดต้ม มัดละ ๑๕ บาท แม่ค้าใจดีคิดแค่ ๑๐ บาท...

ที่ยังไม่ต้ม ฝักใหญ่ ๆ สามฝัก ๒๐ บาท

 
ข้าวหลามกระบอกจิ๋ว ๔ กระบอก ๒๐ บาท


แกงขึ้เหล็กกับน้ำพริกกะปิ ถุงละ ๒๐ บาท... 

 น้ำเต้าหู้ หวานน้อย-ไม่ผสมแป้ง ๕ ถุง ๒๐ บาท...

ปลาที่ไม่มีก้าง คือปาท่องโก๋ (เจ้านี้ไม่ใส่แอมโมเนีย น้ำมันทอดไม่ดำ) ตัวละ ๑ บาท ซื้อมา ๑๐ บาทก็พอ แบ่งกับพี่ชายกินคนละครึ่ง เพื่อให้หายอยากแลระลึกถึงความหลังครั้งยังเป็นเด็กเสริฟกาแฟ



 ไม่ต้องกินหรูหรืออยู่ดี ไม่ต้องมีของแพง ผมก็อยู่ได้ครับ (อีกแย้ว)