Tuesday, June 06, 2023

สัญญาณใหม่!

อบคุณเพื่อน ๆ ที่ยังคงไม่ลืมตาแก่บ้านห้างฉัตรคนนี้นะครับ...

 
แข้งขาเริ่มเยียวยาตัวเองจนผมสามารถปั่นจักรยานไปตลาดบ้านปันง้าวได้ แต่ปัญหาใหม่ก็เข้ามาทักทายเป็นครั้งแรก กล่าวคือทุกทีอาการง๊อบแง๊บหรือเข่าทรุดของผมจะเป็นแค่ขาขวา (ไปตลาดเกิดอาการขึ้นมาก็ไม่กับล้ม แค่ทรุดตัวลงเล็กน้อย แม่ค้าเห็นก็ร้องว่า "อี่ลุงง๊อบแง๊บ!") แต่แล้ววันนี้มันมาแบบ double เลยครับ! ในขณะเดินไปที่หน้าห้องน้ำ อาการเข่าทรุดเล่นงานทั้งสองขาพร้อมกัน (ครั้งแรก) ผมล้มลงไปกองอยู่กับพื้น โชคดีที่ไม่เจ็บ ยังอดคิดไม่ได้ว่าถ้าไปล้มอย่างนี้ที่ตลาดจะเป็นเช่นไร?
 
 
เห็นขนนกบนพื้นบ้านร้านเปียโน ใกล้ ๆ กับจักรยาน ผมคิดไปถึงขนนกในภาพยนต์เรื่อง Forrest Gump ชีวิตไม่มีอะไรเก่งกาจและสู้ชีวิตได้ดีเหมือน Mr.Gump ผมไม่มี Jennie และ Forrest Junior  แต่ชีวิตก็ล่องลอยไปเหมือนกับขนนกในสายลม
 
ภาพจาก medium.com - ขอขอบคุณ
 
คงอีกไม่นานแล้วที่จะต้องวางมือจากงานหนักทั้งหลายเสียที สังขารส่งสัญญาณเตือนมา ผมขอเวลาอีกไม่นาน (จริง ๆ นะ... ไม่ใช่เหมือนเพลงลุงตู่เด้อ) ผมสัญญาว่าจะหยุดแน่นอน
 

ร้านเปียโนอีกไม่นานคงแล้วเสร็จ เมื่อวานนี้เดินท่อน้ำทิ้ง...

ได้เต่าแดงมาเลี้ยงอีก 2 ตัว เป็น cut out สามทางที่จะนำมาบริหารจัดการแบ่งใช้ไฟระหว่างของการไฟฟ้าและที่ได้มาจากระบบโซล่าเซลล์...


อาการเวียนหัวตามมาหนักยิ่งขึ้น ยังทำอะไรไม่ได้วันนี้!

Sunday, June 04, 2023

ชุบชีวิตกล้องวิดีโอที่ครูเบนให้มา

คยปั่นจักรยานไปเดินเที่ยว อุโมงต้นไผ่ (Bamboo Grove Chiang Mai ) เมื่อต้นปี 2564  ผมโพสต์รูปและเขียนเล่าให้เพื่อน ๆ อ่านแล้ว...

 
ยังไม่ได้บอกเพื่อน ๆ ว่า ก่อนหน้านั้นครูเบนมาที่บ้านร้านเปียโน เพื่อเยี่ยมเยียนและนำกล้องวิดีโอยี่ห้อ Panasonic รุ่น HC-V130 8.9 Mega Pixels 7.5 X ZOOM มาให้...

ภาพนำมาจาก Facebook ของครูเบน - ขอขอบคุณ

พอดีติดต่อกันไม่ได้วันนั้นก็เลยไม่ได้พบกัน ต่อมาครูเบนกรุณาส่งกล้องวิดีโอดังกล่าวมาให้ทางไปรษณีย์....
 
 
 
รู้สึกขอบคุณครูเบนเป็นอย่างยิ่ง ผมนำกล้องนี้ไปกับทริปปั่นจักรยานไปแม่แตงเมื่อสองปีที่แล้ว ถ่ายวิดีโออุโมงต้นไผ่ไว้ด้วย (ตอนนั้นไม่ถนัดเลย เพราะไม่เคยใช้กล้องวิดีโอดี ๆ แบบนี้มาก่อน)...
 

ตอนนั้นทำคลิปลงบล็อคให้เพื่อนดู โดยปรับความเร็วทำให้การเดินชมเปลี่่ยนเป็นคล้ายกับว่ากำลังขี่ม้าเข้าไป

 

ต่อมากล้องตัวนี้ก็เกิดอาการเสียคือเปิดไม่ติด ผมรู้สึกเสียดายเป็นอย่างยิ่ง ครูเบนแนะนำว่าอาจจะเป็นเพราะแบตเตอรี่ ผมพยายามซ่อมให้กลับมาใช้งานได้ แบตฯ เสียรึ? งั้นสั่งแบตก้อนใหม่มาจาก Shopee เลย

พอได้มาก็ทดลองใส่ดู กล้องกลับมามีชีวิตได้แป๊บนึง คือพอที่จะตั้งวันที่และเวลาได้ก็ตายอีก ผมนั่งคิดนอนคิด เอามือก่ายหน้าผาก ทบทวนอาการของกล้อง คาดว่ากล้องน่าจะทำงานเป็นปกติ แต่ระบบการชาร์จผ่าน USB port คงมีปัญหา ผมตัดสินใจ (กัดฟัน) สั่งแท่นชาร์จแบตมาอีก กำชับทางร้านค้าว่าขอให้เช็คสินค้าก่อนส่ง ว่าตรงรุ่นคือ VW-VBY100


วันนี้สินค้ามาแล้วครับ... 

 
 
 
ผมรีบชาร์จไฟทันที เค้าบอกว่าให้ชาร์จแบตให้เต็มก่อนใช้ ที่กล่องเขียนว่าต้องใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง ไฟแดงติดตอนเริ่มชาร์จ พอเต็มเปลี่ยนเป็นสีเขียว...


ความตื่นเต้นโถมเข้ามาตอนนำแบตเตอรี่ (ก้อนเก่า) ที่ชาร์จเต็มแล้วเข้าใส่แล้วเปิดกล้อง แอ่นแอ้นนนน...มันทำงานแย้ว!! ไฟแดงที่กล้องติด! ผมตั้งวันที่และเวลา เสร็จแล้วมันก็ไม่ดับอีก


กล้องใช้งานได้ทุกอย่าง....

ดีใจมากครับ คิดว่าถ้าครูเบนรู้ก็คงรู้สึกยินดีกับผม!

 

Beautiful Sunday

ช่วงนี้...ตอนกลางคืนผมไม่ค่อยได้สับคัทเอ้าท์สามทาง (หลังเต่า) ลงมาใช้ไฟของการไฟฟ้าฯ 



ถ้าสับขึ้นก็แสดงว่าชั้นสี่ที่ผมอยู่อาศัยกำลังใช้ไฟที่สะสมเอาไว้จากชุดพลังงานแสงอาทิตย์ มีตู้เย็น หลอดไฟแสงสว่าง พัดลม และคอมพิวเตอร์ แม้จะเป็นแบตเตอรี่รถยนต์ธรรมดา ๆ เก็บไฟไว้ใช้ตอนกลางคืน ก็ได้ผลเป็นที่ถูกใจ (ไม่มีตังค์ซื้อแบตลิธ่งลิเธี่ยมกับเค้า อิอิ พอใจ ๆ) ตอนเช้าก่อนเก้าโมง อ่านค่ากระแสที่ได้ก็ 7.1 แอมป์แล้ว


 
สายมา...พอใกล้เที่ยง โดดไปถึงสิบกว่าแอมป์ อ่อ วันนี้แดดดี มีน้ำประปาพอที่จะซักผ้าขึ้นมาตากด้วยล่ะ

 
ฝนตกลงมาทำให้น้ำประปาเริ่มไหลแรงขึ้นอีกนิด ความสดชื่นกลับคืนมา ผมเห็นเจ้าไดโนเสาร์บนดาดฟ้าชูคอรับแสงตะวัน


ขอบคุณทั้งแสงแดด สายลม และฝนฟ้าที่นำมาซึ่งความชุ่มฉ่ำ!

ความทรงจำภายใต้กองสัมภารก

มแล้วที่คุณแม่เรียกบรรดาข้าวของที่ผมเก็บไว้ว่า "สัมภารก" จริง ๆ ด้วย...ทุกวันนี้ผมนอนอยู่ท่ามกลางกองสัมภารก!!!!
 
 
เพื่อนผมบอกว่าคนที่เป็นช่างมักไม่ยอมทิ้งอะไรง่าย ๆ (แต่มักเก็บไว้ให้รกบ้าน) เค้าส่งรูปที่เคยถ่ายที่บ้านปงแสนทองมาให้ดูอีกบานนึง  โห...นั่นห้องทำงานของผมรึเนี่ย? นึกว่ารังหนูซะอีก!
 
 
 
รูปภาพเก่าใบเล็ก ๆ ที่อัดขยายจากฟิล์มซึ่งถ่ายไว้ในอดีต ผมหยิบขึ้นมาดู มันยังคงบอกเล่าถึงการเดินทางผจญภัยในอดีต ซึ่งน้อยคนจะมีโอกาสเช่นผม....

สะพานข้ามแม่น้ำอิรวดี ถ่ายตอนลงเรือจากมัณฑะเลย์ใช้เวลา 3 วัน 2 คืนล่องผ่าน ปะโคะกู ไปจนถึงเมือง พุกาม ผมใช้กล้อง Rollie 35 ใส่ฟิล์ม Agfa เก็บภาพไว้ในเช้ามืดวันที่ออกเดินทาง จำได้หมดว่าต้องตื่นก่อนไก่โห่ นั่งสามล้อไปที่ท่าเรือ ลงไปนอนรอในเรือ...

อีกเกือบ 20 ปีผ่านไปผมได้ทำแบบเดิมอีกครั้ง นั่งเรือจากมัณฑะเลย์ไปลง ปะโคะกู ลงจากเรือคนเดียว ท่ามกลางความมืด หาทางไปยัง guest house ที่เก็บความประทับใจเอาไว้ไม่รู้เลือน....
 

อีกรูปหนึ่งถ่ายด้วยฟิล์มขาวดำ มีอายุมากกว่าภาพสะพานข้ามแม่น้ำอิรวดี คือรูปโครงกระดูกวาฬซึ่งตั้งโชว์อยู่ในพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ มศว.บางแสน ผมปั่นจักรยาน (เจ้าอามุย) จากกรุงเทพฯ ไปบางแสน แวะชมพิพิธภัณฑ์และนอนค้างคืนบนชายหาด....

แค่เห็นรูปเก่า ๆ ก็เล่าประสบการณ์ให้เพื่อน ๆ ฟังได้ไม่รู้จบแย้ว! เสียดายที่การเขียน Diary ของผมเลิกลาไปหลายปี แม้จะพยายามกลับมาเขียน ก็ไปได้แค่ครึ่ง ๆ กลาง ๆ

ไม่งั้นคงมีอะไรมาเล่าได้มากกว่านี้!

คำแนะนำที่มีค่า


มบอกเพื่อนผู้มาช่วยเขียนป้าย HBH ว่าตีไม้ระแนงเรียบร้อยแล้วจะทาสีซะหน่อย แต่เพื่อนผู้มีสายตาเฉียบคมและมีความเป็นศิลปินอัดแน่นอยู่ในตัวกลับแนะนำว่าให้คงไว้ซึ่งความเป็นไม้อย่างนั้นจะดีกว่า...
 
 
ไม่แค่แนะนำอย่างเดียว ได้ส่งภาพที่ไปถ่ายไว้ที่ สุเนต์ตา โฮสเทล เชียงคาน มาให้ตาแก่เมืองรถม้าดูด้วย (ขออนุญาตนำโพสต์ประกอบ หวังว่าทั้งเจ้าของโฮสเทลและเจ้าของภาพคงไม่ว่า) ดังนี้...
 
ภาพที่เพื่อนส่งให้ดู - ขอขอบคุณ

ภาพที่เพื่อนส่งให้ดู - ขอขอบคุณ

ภาพที่เพื่อนส่งให้ดู - ขอขอบคุณ

เมื่อไม่ต้องทาสีทาแสง...งานก็ง่ายขึ้น ผมหาไม้หน้าสามมาตีให้ครบ (ไม่สนใจฟังข่าวสารออนไลน์เรื่องการมุ้งการเมือง เปิดดูแต่เรื่องทำขนมปังและคลิปอื่น ๆ ที่มีประโยชน์)

งานชั้นสอง HBH ใกล้เสร็จแล้วครับ


ประตูกันหนูที่ซื้อประตูเก่ามาติดตั้งทั้งแผง เมื่อไม่ต้องทาสี ผมก็แค่นำไม้คิ้วมาตีผิดร่องข้าง ๆ


ขอบคุณคำแนะนำที่ช่วยให้ประหยัดทั้งเวลาและแรงงานของช่างเหอะครับ!

ทำเค้าเตอร์บาร์จากเตียงเก่า

มื่อสิบปีที่แล้วผมเขียนเรื่อง "อยากทำเค้าเตอร์" ลงบล็อก wichai บอกว่า "อยากทำเค้าเตอร์สวย ๆ ไว้ที่ชั้นล่างด้วยล่ะ  คิดว่าน่าจะไม่ยากจนเกินไป เพราะผมเคยมีประสบการณ์จากการทำเค้าเตอร์ที่บ้านปงแสนทองมาแล้ว ข้าวของที่ใช้ตกแต่งก็ยังคงหลงเหลืออยู่บ้าง ขอนำภาพมาให้ดูบานนึง เพื่อน ๆ ลองดูเค้าเตอร์ที่อยู่ด้านหลังนะครับ..."


เคยเขียนบทความเรื่องการออกแบบ Counter Bar เอาไว้สมัยเล่นเปียโนอยู่ที่นครสวรรค์...

 
พกเอาความตั้งใจที่จะทำเค้าเตอร์บาร์จากบ้านปงแสนทองมาบ้านห้างฉัตรด้วย ผ่านมาเกือบสิบปีตอนนี้ไม่มีไม้เก่าจากที่ครูหนิงขายให้ถูก ๆ ผมเหลือแค่เศษไม้ระแนงที่ซื้อมาจากร้านขายไม้เก่าข้างบ้าน... 

 
วันก่อนเข้าไปเห็นรูปเค้าเตอร์บาร์ที่บ้านคุณจำรัส เพื่อนมงฟอร์ต 08 ซึ่งอยู่ที่อเมริกา รู้สึกว่าเรียบง่ายดี ขออนุญาตนำมาโพสต์ด้วยดังนี้...
ได้ความคิดจากภาพเค้าเตอร์ของเพื่อน...เมื่อวานนี้ตอนเย็น ๆ ผมลงไปเริ่มงานทำเค้าเตอร์ ตั้งใจว่าจะใช้เศษไม้ที่มีอยู่กับเตียงเก่าที่ลากลงไปจากชั้นสี่รอไว้แล้ว หาเศษไม้ระแนงยาว ๆ มาตอกติด (ทำแบบง่าย ๆ เพราะไร้ฝีมือ)   
 



































































เที่ยวค้นหาไม้ระแนงที่มีความยาวพอได้มาเตรียมไว้...
 

ใกล้ ๆ กับเจ้าปีอาโนซึ่งมิได้ส่งเสียงมานานเกือบสิบปี... (อีกไม่นานได้เคาะแน่)

 

วันนี้จะลงไปทำเค้าเตอร์ต่อครับ แต่ต้องไปซื้อกาวลาเท็กซ์มาก่อน!

Friday, June 02, 2023

Paddling Down the Darling

Rewarding myself, I bought a new ebook, Paddling Down the Darling, by the Australian writer Tony Pritchard, from Amazon.

Cost me only $0.99...It was dirt cheap compared to a bottle of expensive wine.
Indeed I was such a miser who never changed. HAHA! 


Tony Pritchard wrote that in 1976 he drifted over a thousand miles down the Darling River in western New South Wales in a ten-foot boat without motor or oars, and the trip took around eighteen months. He went fishing and birdwatching, stopped at towns to do station work, met some people, and all the while looked for adventure and answers to questions about life.

Beforehand, I should know a bit about Darling River. The Wikipedia Search told me it is the third-longest river in Australia, measuring 1,472 kilometers from northern New South Wales to its confluence with the Murray River at Wentworth, New South Wales. In Australia, the contiguous tributaries are 2,844 km long, making it the most comprehensive river system and the outback's most famous waterway.

Darling River - from Wikipedia (Thanks a lot)

I skimmed through Google Maps pictures before enjoying the new adventurous story.

Lost Girls of Ireland

'Round midnight, I reached the end of the book The Lost Girls of Ireland by Susanne O'Leary.

Before turning my Kendle off, I evaluated it as 4-star (the appropriate should have been three-and-a-half). After all, I slept like a dead man.
 
The adjustable-sized letters arranged in a row on my Kindle's display could lead me worldwide. I spent hour after hour following Lydia and her teenage daughter, Sunny, to settle a new life in Sandy Cove, Ireland.

Imaginary, I saw a small cottage facing the cliffy beach where the wave lulled the inhabit with the unstopping lullaby.

The story transferred every sensitive moment to me through beautiful dramatic writing in the cheapest way.... $0.99 HAHA! I could imagine how scary when a heavy storm furiously attacked in the cold cuddling night.
 
It would be freezing to death if going there in reality! Needless to flee my warm bed at the moment.
 

จุดหมายคือทะเลสาบโตบา

มื่อปลายปีที่แล้วผมเขียนว่า "คิดถึง Tony" เมื่อได้รับข่าวเรื่องแผ่นดินไหว 5.7 บนเกาะชวา อินโดนีเซีย (1)

ถ้าถามว่ากลัวแผ่นดินไหวมั้ย? ผมตอบได้แบบคนเห็นแก่ตัวว่า "ตอนนี้ไม่กลัว" เพราะตั้งแต่เปลี่ยนตัวเลขอายุมาใช้เลข 7 ผมตระหนักได้ว่าทุกวันที่ยังมีชีวิตอยู่นั้นก็เป็นกำไร ผมเคยคิดว่าทะเลสาบโตบา น่าจะใช้เป็นที่ฝังกายของผมได้ เช่นเดียวกับภูเขาไฟในนิวซีแลนด์ลูกใดลูกหนึ่ง!!


แผ่นดินไหว 5.7 ริกเตอร์ซึ่งเกิดตอนนั้นยังอยู่ไกลจากสุมาตราเหนือ แต่ผมก็อดเป็นห่วง Tony ไม่ได้ เคยบอกกับน้องชายชาวอินโดว่าจะกลับไปหา และจะขอไปอยู่ใกล้ ๆ ทะเลสาบโตบา ซึ่ง Tony มีบ้านอยู่ที่นั่น...

ทะเลสาบโตบา - ภาพจากวิกิพีเดีย (ขอขอบคุณ)

วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี กล่าวว่า...

ทะเลสาบโตบา (อินโดนีเซีย: Danau Toba; แม่แบบ:Lang-bbc) เป็นทะเลสาบธรรมชาติขนาดใหญ่ในจังหวัดสุมาตราเหนือ ประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งมีแอ่งยุบปากปล่องของภูเขาไฟใหญ่ ทะเลสาบอยู่ทางตอนเหนือของเกาะสุมาตรา มีพื้นผิวสูงประมาณ 900 เมตร (2,953 ฟุต) ทะเลสาบมีความกว้างจาก 2.88°N 98.52°E ถึง 2.35°N 99.1°E ซึ่งมีความยาวประมาณ 100 กิโลเมตร (62 ไมล์) กว้าง 30 กิโลเมตร (19 ไมล์) และลึกถึง 505 เมตร (1,657 ฟุต) ทำให้เป็นทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดของประเทศอินโดนีเซียและเป็นทะเลสาบภูเขาไฟที่ใหญ่ที่สุดในโลก แอ่งยุบปากปล่องทะเลสาบโตบาเป็นหนึ่งใน 20 อุทยานธรณีในประเทศอินโดนีเซียซึ่งถูกบรรจุเป็นอุทยานธรณีโลกของยูเนสโกในเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 2020

ทะเลสาบโตบา...ผมต้องไปแน่ครับ ครั้งที่แล้วอุตส่าห์พาเจ้า Banian ไปจนถึงมะละกา แต่มีเหตุต้องกลับซะก่อน ทั้ง ๆ ที่อีกไม่กี่วันก็ข้ามไปยังเกาะสุมาตราเหนือ แต่ไม่เป็นไร ผมยังปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะไปให้ได้!!

วันก่อนได้รับรูปที่ Tony ส่งให้มา... บอกว่ารอให้ผมไปอยู่ เอาอย่างงี้มั้ย...ทริปปั่นจักรยานท่องโลกตอนปลายปีนี้ ยังไม่ต้องตั้งเป็าไปไกลถึงนิวซีแลนด์ น่าจะดีกว่ามั้ยถ้าผมปักหมุดไว้ที่ทะเลสาบโตบา
 

จักรยานที่เหมาะสมที่สุดคือ "สหัสเดช" โดยเริ่มต้นปั่นจากหาดใหญ่ ใช้เส้นทางลงไปถึงมะละกาตามที่ผมเคยปั่นเมื่อ 30 กว่าปีที่แล้ว (ขึ้นรถไฟ 2 ขบวนจากเหนือลงใต้ โดยนำจักรยานขึ้นตู้สัมภาะเสียค่าระวาง)


อย่างไรก็ตาม...ก่อนถึงทริปดังกล่าว เจ้ายักษ์ขาว "สหัสเดช" ต้องทดสอบก่อนด้วย 2-3 ทริปในภาคเหนือตอนบนของไทย!