Friday, May 26, 2023

เพื่อนบ้านมาเยี่ยม...

ข่าวตาแก่ตกบันไดที่หน้าบ้านร้านเปียโนดูเหมือนว่าจะทำให้หลายคนเป็นห่วง
 
 
 
เพื่อน ๆ ชาวมงฟอร์ต 08 ส่งข้อความมาอวยพรให้หายเร็ว ๆ พร้อมทั้งตักเตือนให้ทำงานด้วยความระมัดระวัง ยินดีเน้อ!
 
 
เพื่อนบ้านผู้น่ารัก "ร้านลำแต้" ก็เดินมาเยี่ยมด้วยความเป็นห่วง...
 
 
 
มาด้วยใจ ผมไม่อยากได้อะไรจากใครทั้งสิ้น ขอแค่ความเป็นห่วงเป็นใยก็พอแล้ว...


ขอสันติสุขพึงบังเกิด ผมรู้ตัวว่าอีกไม่นานก็หาย ได้ไปปั่นจักรยานเที่ยวไกล ๆ อีกครั้ง!

ป้าย HBH

วันพฤหัสที่ 25 พฤษภาคม 2566... ชายแก่คนหนึ่งอุตส่าห์ขี่จักรยานยนต์จากบ้านป่าตัน เชียงใหม่ ระยะทางไปกลับ 160+ กิโลเมตร นำความรู้มาให้ตาแก่บ้านห้างฉัตร พร้อมกับมอบความคืบหน้าให้ HBH (Hangchat Backpacker Hostel)

เขาคือจิตรกรผู้วาดรูปทั้งหลายแหล่ที่เพื่อน ๆ เห็นติดอยู่ในบ้านร้านเปียโน...

ภาพเมื่อครั้งอาจารย์สุภาพนำนักศึกษามาช่วยติดรูปบนผนัง...

ผมต้อนรับ introvert man คนนี้ที่ชั้นสองซึ่งมีทั้งห้องพยาบาล ห้องพัก backpackers และโต๊ะส่งกระจายเสียงออนไลน์....

อยากดูหนังเรื่องที่ว่าประชากรล้นโลกจนต้องเอาเนื้อคนไปทำเป็นอาหารเม็ด ผมจำได้ว่าเคยดูที่สุริวงศ์ (ถ้าผิดก็ขออภัย) มีฉากหนึ่งคือก่อนการุณยมาต (euthanasia) เค้าจะให้ไปนอนฟังเพลงที่ชื่นชอบ ฉายหนังให้ดูธรรมชาติอันสวยงามในอดีต ท่ามกลางสีสันแสงไฟที่โปรดปราน ผมค้นหามานานแล้วเพราะอยากดูอีกสักครั้งก่อนตาย แต่ยังหาชื่อหนังไม่ได้ แต่ชายผู้นี้มีคำตอบให้...

 

"Soylent Green" คือคำตอบ ผมใช้เวลาไม่นานดาวน์โหลดมาเปิดดู โห...เป็นเรื่องที่อยากดูจริง ๆ

ภาพจาก wikipedia - ขอขอบคุณ

ภาพจาก wikipedia - ขอขอบคุณ

นอกจากนั้นแล้ว ช่างวาดผู้นี้ยังช่วยเขียนป้าย HBH ให้ผมด้วย....

เขียนด้วยสีทองบนหน้าจอคอมพ์ฯ ได้ texture และความงามแบบป้ายบ้านผีสิงเลยเชียว...


HBH ของผมกำลังก้าวสู่ความสำเร็จสมใจแล้วครับ

ขอบคุณผู้สละเวลามาเขียนป้าย HBH ให้ถึงที่

เสียดายที่ผมตกบันไดเจ็บตัวเสียก่อน ไม่งั้นวันนี้คงได้นำป้ายขึ้นไปตั้งบนกันสาด ตรงจุดที่เล็งไว้!

หาเสบียงให้พี่ชาย

อบคุณเพื่อน ๆ ที่เป็นห่วงในเรื่องตาแก่บ้านห้างฉัตรตกบันไดเมื่อวานนี้...

ผมต้องเดินกระย่องกระแย่งหลังจากประสบอุบัติเหตุตกบันได ขอบคุณพระเจ้าที่ให้ผมเป็นคนกระดูกแข็ง ซึ่งถ้าเป็นคนแก่คนอื่น หากตกลงมาเท้ากระแทกพื้นอย่างที่ผมเจอเมื่อวานนี้ ส่วนใหญ่ต้องกระดูกหักแน่นอน เพราะมันแรงและสูงตั้งสองเมตร!

เช้านี้ผมไม่ได้ปั่นจักรยานไปตลาดบ้านปันง้าว แต่ยังต้องฝืนไปห้างโลตัสซึ่งอยู่ข้างบ้าน เพื่อซื้อบะหมี่และโจ๊กสำเร็จรูปให้พี่ชายไว้ทำกินเอง....

กลับมาพร้อมกับบะหมี่สำเร็จรูป 10 ซองและโจ๊ก 4 ซอง (104 บาท) ผมนำไปให้พี่ชาย บอกว่า "ตกบันได... ไปตลาดไม่ได้นะ ทำกินเองละกัน" พี่ชายพยักหน้า...

ภาพพี่ชายวันที่ อสม. มาตรวจสายตาให้ที่บ้าน

ไม่มีแม้แต่คำเดียวที่จะถามอาการเจ็บของน้องชาย หุหุ ผมแอบน้อยใจนิด ๆ

เมื่อผมตกบันได!

กือบต้องได้ใช้ไม้เท้าอีกแล้ว!

 
 
ห้าโมงเย็นวันวานลงไปทาสีหน้ากันสาด ตั้งใจไว้ว่าจะทาสีทับเสียใหม่... ผมซื้อสีนำมันขนาด 1 ลิตรไว้กระป๋องนึงนานมาแล้ว วานนี้เพิ่งตัดสินใจทำ และแล้วก็เกิดเหตุเกือบทำให้ต้องใช้ไม้เท้าอีก ผมตกบันไดหลังจากขึ้นทาสีรอบแรกเกือบแล้วเสร็จ...
 

แต่ก่อนเป็นสีแดง (มิได้มีนัยยะสื่อความหมายใด ๆ ทางการเมืองนะครับ) แต่ก่อนเคยตั้งใจว่าจะทาสีแดงแล้วเขียนตัวหนังสือ HBH (Hangchat Backpacker Hostel) ด้วยสีทองให้เหมือนกับสีสันในโบสถ์หรือวิหารวัด สีแดงซึ่งทาไว้รอบแรกมันซีดไปแล้ว พอดีมีสีตราปลาทองสีส้มอยู่ จึงไม่ลังเลที่นำมาใช้ทาทับ...

 
ผมไม่มีบันไดสูง ๆ พอที่จะขึ้นไปยืนทาสีได้อย่างสะดวกและมั่นคง ด้วยความเป็นคนประเภทสุกเอาเผากิน ไม่ใส่ใจในการทำงานอย่างปลอดภัยขั้นสูงสุด ผมใช้บันไดอลูมิเนียมเก่าที่หมอสุทัศน์ซื้อให้เมื่อหลายปีที่แล้วซึ่งค่อนข้างหมดสภาพใช้งานแล้ว หุหุ ผมก็ดันเอามาใช้ 
 
 
 
ขึ้นไปยืนอยู่บนสุดแล้วทาสี...มือซ้ายถือกระป๋องสี มือขวาจับแปรงทาสี!


ทารอบแรกหมดสีไปประมาณ 65-70 เปอร์เซนต์ เหลืออีกเพียงส่วนเดียวก็จะเรียบร้อย บันไดล้มครับ ตัวผมซึ่งยืนอยู่บนสุด ลอยดิ่งลงสู่พื้นด้วยความสูงไม่น้อยกว่า 2 เมตร บรรยายไม่ได้ว่าลงไปนอนอยู่กับพื้นอีท่าไหน? รู้แต่ความเจ็บปวดที่ขาซ้ายที่ส้นเท้ากระแทกพื้นอย่างแรง ขาขวาก็เจ็บ ข้อศอกขวาบวม มีแผลยาวขนาด 1 นิ้วเลือดไหลซิบ น่าแปลกใจที่กระป๋องสียังอยู่ในมือ สีส่วนหนึ่งกระฉอกลงพื้นหญ้า...


ขาด้านซ้ายของกางเกงสะดอที่ใส่เปรอะเปื้อนเต็มไปหมด สีซึมเข้าไปถึงผิวหนังหน้าขาจนรู้สึกเหนียวหนึบ! (ไม่คิดถ่ายรูปสภาพความเสียหายไว้ เพราะตอนนั้นสติสตังยังเลอะเลือน) พอดีไม่มีใครผ่านมาเห็น ถ้ามีก็คงต้องตกใจไปกับภาพที่ผมร่วงลงสู่พื้น! ช่างเหอะนั่งในสภาพเฉียดความตายพักใหญ่ รอจนสามารถลุกได้แล้วสั่งตัวเองให้ทำต่อจนเสร็จ ผมฝืนตั้งบันได นำสีที่เหลือในกระป๋องขึ้นไปทาต่อ จนแล้วเสร็จดังในภาพที่เห็น (ถ่ายเช้าวันรุ่งขึ้น)


เช้านี้ผมสังเกตได้ว่าตัวเองเป็นคนโชคดีที่แผลหายเร็วมาก ๆ เมื่อวานแผลที่ข้อศอกยังมีเลือดไหลอยู่เลย ผ่านมา 17 ชั่วโมงแผลปิดสนิท...


แต่ข้อศอกยังบวมอยู่!

Tuesday, May 23, 2023

Multigrain bread กับหมั่นโถว

นับเป็นขนมปังชิ้นใหญ่ที่สุดเท่าที่ตาแก่เมืองรถม้าเคยทำ....เมื่อวานนี้ผมได้ multigrain bread น้ำหนักมากถึงหนึ่งกิโลกรัม!

อิอิ น่าจะหนักลูกเกดกับเม็ดมะม่วงหิมพานต์! 

 

medthai.com กล่าวว่า...

เม็ดมะม่วงหิมพานต์ ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระซึ่งเป็นสาเหตุของปัญหาสุขภาพต่าง ๆ ได้ดี ช่วยเพิ่มพลังงานให้กับร่างกาย ช่วยรักษารูปร่างให้สมส่วน เพราะมีเส้นใยอาหารสูงจึงช่วยลดการดูดซึมไขมันได้ การรับประทานถั่วเป็นประจำจะช่วยทำให้อิ่มนานขึ้นและรับประทานอาหารได้น้อยลงอีกด้วย (ควรรับประทานในปริมาณที่เหมาะสม) เม็ดมะม่วงหิมพานต์เป็นผลไม้ที่ผู้ป่วยโรคเกาต์สามารถรับประทานได้อย่างไม่มีปัญหาอะไร เพราะเป็นผลไม้ที่มีสารพิวรีนน้อยหรือไม่มีเลย

 

ตัดแบ่งเป็นสามชิ้น...ชิ้นใหญ่เอาไว้เดินทางไกล

เหลือแป้งสำหรับทำซาลาเปาอยู่หน่อย ผมเอามาทำหมั่นโถวและจาปาตี แป้งก้อนเดียวกันไปได้ทั้งจีนและอินเดีย อิอิ

ช่างเหอะวางมือจากตีตะปูมาเล่นกับแป้ง!

หนุกหนานครับ ไม่โดนทุบที่หัวแม่มือด้วย! 


แป้งที่นวดแล้ว ครึ่งนึงเอาใส่ซึ้งนึ่งทำหมั่นโถว หรือซาลาเปาไร้ไส้

 

ออกมาแล้ว หน้าตาเป็นอย่างเนี้ย...


แป้งที่เหลือ มีเวลาค่อยเอาทำเป็นแผ่นกลม ๆ แนบกับกระทะร้อนทำจาปาตีครับ

Monday, May 22, 2023

หีบเพลงฟันหลอ

มชอบการรถไฟฯ ที่นำไม้หมอนเก่ามาทำม้านั่ง... 


 
ด้วย FB Trip ผมอยากนั่งรถไฟอีก การได้นั่งม้าไม้หมอน ขณะรอรถไฟขบวนท้องถิ่น (ถึงก็ช่างไม่ถึงก็ช่าง) กับเจ้า Banian เพื่อนยาก มันช่างเป็นช่วงที่มีความสุขจริง ๆ


หลายปีแล้วนะ ไม่ว่าขึ้นรถลงเรือไปเหนือล่องใต้ เจ้า Banian ลุยไปกับผมได้ทุกที่...

ลงเรือไปดอนแดง ลาวใต้
Banain นอนมาบนกระบะรถอาจารย์จัตุรัสเข้าสู่ด่านห้วยโก๋น

พูดถึงเรื่องอาหารในระหว่างเดินทาง ไปที่ไหนผมเห็นข้าวโพดเป็นไม่ได้...ต้องแวะซื้อกินเสมอ!

ภาพ capture จากนิตยสารท่องเที่ยว - ขอขอบคุณ

แทะข้าวโพดจนฟันหลอ (broken tooth) อิอิ ตอนนี้เจ้าหีบเพลงของผม (ตัวที่ครูเตี๋ยงให้มา) ก็ฟันหลอครับ...


ช่างเหอะยังไม่ได้ทำหน้าที่หมอฟ้นซ่อมให้มันกลับมาดีเหมือนเดิม รอก่อนน้า.......

เช้าวันเริ่มวัสสานฤดู

ปลกจัง... บริเวณที่ร้อนสุดของบ้านร้านเปียโนคือบนดาดฟ้า กลับกลายเป็นจุดที่ร้อนน้อยที่สุดในช่วงเช้า!
 
 
 
มีลมเย็น ๆ พัดมาด้วย ผมขึ้นมาเปิดน้ำรดต้นมะกรูดซะหน่อย (มากไม่ได้ เพราะน้ำขาดแคลน ยังต้องเป็นมหาห้าขันต่อไปเรื่อย ๆ) 
 
 
เหลือต้นไม้ใบเขียวอีกแค่ 2-3 ต้น มันทนร้อนอยู่มาได้จนถึงวันนี้ซึ่งเป็นวันที่ย่างเข้าฤดูฝนอย่างเป็นทางการ...

มองไปข้างล่าง เห็นแอ่งน้ำและต้นไม้ใบหญ้าเริ่มฟื้นตัว!

 
เจ้าไดโนเสาร์บนดาดฟ้าก็ผงกหัวขึ้นได้บ้างแล้ว!

 
ชงกาแฟขึ้นมานั่งดื่มบนดาดฟ้าด้วยจ้า...
 
 
อ่อ... ลืมบอกไปว่าเมื่อวานนี้ผมตีไม้ระแนงด้านข้างบ้านบนดาดฟ้าเสร็จแล้ว โดยใช้เศษไม้ที่หาได้ (อาจสั้นไปบ้างยาวไปบ้าง ก็แล้วแต่ความเป็นไปครับ) ผมไม่แคร์เพราะเป็นงาน DIY ที่ไม่ต้องใช้งบประมาณอะไรเลย ไม่สวยก็ไม่เป็นไร!
 
 
ก่อน 9 โมงเช้าแสงแดดก็มาแล้ว ผมอ่านกระแสไฟจากแผงโซล่าฯ ได้เกือบ 3 แอมป์ สาย ๆ หน่อยก็ขยับขึ้นอีกเท่าตัว พอใกล้เที่ยงบางครั้งถึง 10 แอมป์...
 

งานหลายอย่างยังค้างคา ลุงน้ำชาคงไม่มีเวลารอดูว่านกยางจะมาหรือเปล่า? (คงไม่มา เพราะไม่มีปลาให้หากิน)