


ผมเห็นพื้นถนนตัดใหม่ถูกถมดินอัดบด พร้อมสำหรับการวางเหล็กและเทปูน...
กล้องพร้อมเลนส์หนักมากกกก...แต่ถ่ายรูปได้สีสันถูกใจ!



ผมเห็นพื้นถนนตัดใหม่ถูกถมดินอัดบด พร้อมสำหรับการวางเหล็กและเทปูน...
ระบบห้ามล้อรถยนต์นั้นมีความสำคัญยิ่ง จำเป็นต้องได้รับการดูแลเอาใจใส่ให้สามารถทำงานได้อย่างมั่นใจ... ผมจึงต้องนำเจ้า Eddy ไปตรวจซ่อมที่ อู่นครการช่าง
ดิสก์เบรกประกอบด้วย แผ่นจานดิสก์ คาลิปเปอร์หรือก้ามปูเบรก ผ้าเบรก ลูกปั๊มน้ำมันเบรก ระบบจะทำงานโดยดันผ้าเบรกให้สัมผัสกับจานเบรก เพื่อให้เกิดความฝืด ทำให้รถหยุด รถบางรุ่นใช้ดิสเบรกทั้ง 4 ล้อ รถยนต์บางรุ่นใช้เพียง 2 ล้อหน้า จุดเด่น คือสามารถถ่ายเทความร้อนและไล่น้ำออกจากระบบเบรกได้ดีกว่าดรัมเบรก ทำความสะอาดและบำรุงรักษาง่าย ตอบสนองทันที มีความแม่นยำในการเบรกสูง จุดด้อย คือราคาสูงกว่าดรัมเบรก พละกำลังในการเบรกน้อยกว่าแบบดรัมเบรก และผ้าเบรกหมดเร็วกว่า ..."
ช่างที่อู่นครการช่างรื้อออกมาซ่อมหมด
ดรัมเบรก ประกอบด้วยตัวดรัมเป็นโลหะวงกลมติดกับดุมล้อ หมุนไปพร้อมล้อ และชุดฝักเบรกที่ประกอบด้วยผ้าเบรก กลไกปรับแต่งเบรก สปริงดึงกลับ ลูกสูบน้ำมันเบรก โดยสายน้ำมันเบรกจะเชื่อมต่อกับตัวลูกสูบในการดันผ้าเบรกให้ไปเสียดทางกับดรัมเพื่อให้เกิดความฝืด เพื่อชะลอความเร็วรถ ส่วนใหญ่ใช้ในรถบรรทุก รวมถึงรถยนต์ส่วนบุคคลโดยทั่วไปจะใช้เฉพาะล้อหลัง จุดเด่น คือ หยุดรถได้เร็ว เพราะก้ามเบรกและดรัมเบรกถูกยึดติดกับดุมล้อ เหมาะกับรถยนต์ที่บรรทุกน้ำหนักมาก จุดด้อย คือ ผ้าดรัมเบรกถ่ายเทความร้อนและระบายน้ำได้ไม่ดีเท่าชุดดิสก์เบรก
ช่างของอู่นครการช่าง 2-3 นาย ใช้เวลามะรุมมะตุ้มอยู่กับระบบเบรกของ Eddy อยู่ครึ่งวันเต็ม กว่าจะแล้วเสร็จก็ตกเย็นเลิกงานพอดี ผมจำไม่ได้แล้วว่าต้องควักเงินจ่ายไปเท่าไหร่? แต่ก็ไม่น้อยเพราะต้องเปลี่ยนใหม่หมดทั้งผ้าเบรก ลูกยางเบรก น้ำมันเบรก ฯลฯ เขาทำเบรกมือให้ด้วย! เพื่อความปลอดภัยก็ต้องยอมจ่าย! โชคดีที่ระบบคลัชทำงานได้เป็นปกติ ไม่งั้นรูในกระเป๋าคงใหญ่กว่านี้ เว็บ toyotasure.com กล่าวว่า...
คลัชรถยนต์ (Clutch) เป็นอุปกรณ์ในรถยนต์ที่ใช้เมื่อมีการเปลี่ยนเกียร์ด้วยมือ (Manual Transmission) เพื่อควบคุมการถ่ายเกียร์ระหว่างเครื่องยนต์และต่อเกียร์ โดยจะมีบทบาทสำคัญในการตัดการส่งกำลังจากเครื่องยนต์จากเกียร์ในขณะที่ผู้ขับรถกำลังทำการเปลี่ยนเกียร์ ซึ่งจะช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถเปลี่ยนเกียร์ได้โดยไม่ต้องปิดเครื่องยนต์ มีอยู่ 2 ประเภทด้วยกัน คือ คลัชแบบสายสลิงและคลัชแบบไฮดรอลิก คลัชของเจ้า Eddy เป็นแบบสายสลิง (Belt Clutch) ซึ่งใช้สายสลิงเป็นตัวถ่ายทอดกำลังระหว่างเครื่องยนต์และต่อเกียร์ โดยทั่วไปคลัชแบบสายสลิงมักพบในรถจักรยานยนต์หรือจักรยานที่มีเครื่องยนต์ขนาดเล็ก เพราะมีน้ำหนักเบาและง่ายต่อการบำรุงรักษา...
ยังครับ!... เบรกดี ครัชดีแล้ว ยังมีอีกหลายอย่างที่ต้องซ่อม! ก่อนที่จะให้ Eddy travels with Oolong แบบค่ำไหนนอนนั่นได้อย่างเบาใจ!...
ทุกวันนี้ไม่ว่าเศรษฐกิจจะตกต่ำเพียงใด ผมรู้สึกพอใจในชีวิตการเป็นอยู่ที่เรียบง่าย ใช้เงินซึ่งหาได้จากน้ำพักน้ำแรงในวัยหนุ่มแบบรัดเข็มขัด
สุขมากกว่าทุกข์...ความสงบมีมากกว่าความว้าวุ่นอยากมีอยากได้
.jpg)


เพื่อนคนหนึ่งเพิ่งซื้อรถไฟฟ้า BYD ราคากว่าครึ่งล้าน ผมรู้สึกอิจฉาเมื่อเห็นเขาขับรถใหม่ท่องเที่ยวทำคลิปขึ้นเฟสบุ๊ค
![]() |
| ภาพจาก bbc.com - ขอขอบคุณ |
Blogger อย่างผมไม่สามารถซื้อของใหม่ของแพงมาใช้ได้ จึงต้องพยายามใช้ของเก่าซื้อมาในราคาถูกให้คุ้มค่าที่สุดเท่าที่ทำได้
![]() |
| Oolong as a presenter HAHA |
เขียนเรื่อง the answer is blowin' in the wind... ผมแสวงหาคำตอบให้กับความสงสัยฝังใจแต่ก็ยังไม่มีคำตอบใด ๆ คลายกังวลในการใช้รถมิร่าคันเล็ก

หากขับไปไกล ๆ อีก...ก็ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะมีควันออกมาจากฝากระโปรง! จำเป็นต้องหาสาเหตุให้เจอ เพื่อจะได้แก้ไขซ่อมแซมให้หมดปัญหา! จริง ๆ แล้วผมมีเพื่อนทั้งที่เป็นช่างยนต์และช่างโลหะ ปรึกษาได้ แต่เกรงใจจริง ๆ


Got the answer! ผมได้คำตอบแล้ว เจ้าควันที่ผมเห็นพวยพุ่งออกมาในวันนั้น (วันที่ทำให้ผมนั่งตัวเกร็งอยู่หลังพวงมาลัย) มันคือไอน้ำร้อนที่ทะลักออกมาทางฝาถังพักหม้อน้ำซึ่งติดอยู่ทางด้านซ้ายในฝากระโปรงนั่นเอง! กล่าวคือความร้อนเครื่องยนต์ขึ้นสูงเกินพิกัดจนน้ำเดือด เพราะรถจอดอยู่เฉย ๆ มิได้เคลื่อนที่ และที่สำคัญคือพัดลมหม้อน้ำไม่หมุนเมื่อถึงจุดที่ต้องทำงาน! รู้ได้ทันทีว่าหลังจากที่มีควัน (ไอน้ำ) พุ่งขึ้นมา ตอนรถติดอยู่บนถนนแออัดในเมืองพะเยา เมื่อผ่านพ้นจุดนั้นไป...รถวิ่งได้ด้วยความเร็วปกติ มีลมพัดผ่านหม้อน้ำ ความร้อนจึงลดลงจนอยู่ในระดับปกติ ทำให้ผมเดินทางกลับถึงลำปางได้ในที่สุดนั่นเอง!
ต้องแก้ไขปัญหาที่ทำให้ความร้อนสูงเกินให้ได้...ผมศึกษาจนทราบว่า thermostat switch ซึ่งฝังเข้าไปในหม้อน้ำคือสาเหตุ สวิทช์ตัวนี้ถูกควบคุมด้วยความร้อนของน้ำในหม้อน้ำ เมื่ออุณหภูมิขึ้นสูงถึงจุดที่กำหนด มันจะเปิด (ON) ให้พัดลมหม้อน้ำหมุนทันที แต่สวิทช์ตัวที่ติดรถมาไม่ทำงาน ความร้อนจึงพุ่งสูงจนน้ำเดือดกลายเป็นไอน้ำมองเห็นคล้ายควันออกจากฝากระโปรง! ผมรีบหาซื้อมาเปลี่ยนด้วยความมั่นใจ เลือกของแท้จากร้านที่เชื่อใจได้ซึ่งมีให้เลือก 2 แบบ คือ 88 องศา และ 92 องศา (ของเดิม) ผมเลือกเอา 88 องศา...
.jpg)
ของเดิมใช้ไม่ได้แล้ว... (92 องศา)
ของใหม่มาแย้ว...


ของเหลวในรถยนต์ภาษาปะกิตเรียกว่า "automobile fluid" เมื่อได้ Eddy ซึ่งไม่รู้ประวัติการซ่อมบำรุง (maintenance) มาอยู่ในการดูแล...ผมจำเป็นต้องเปลี่ยนถ่ายของเหลวให้ทั้งหมด...
ต้องให้ความรักรถยนต์คันสุดท้ายในชีวิตคันนี้...ผมพยายามรู้ใจให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เสียดายเหลือเกินที่ใช้พาพี่ชายผมไปโรงพยาบาลได้เพียง 3 ครั้ง...ก็ไม่มีโอกาสให้มันทำหน้าที่นั้นอีก
จากนี้ไปก็จะใช้ Eddy ขับขี่ไปโรงพยาบาล ไปตรวจตา และท่องเที่ยวแบบค่ำไหนนอนนั่นกับเจ้าอู่หลงไปจนกว่าจะถึงวันที่พระเจ้ากำหนดให้ยุติ!
เว็บ cockpit.co.th กล่าวว่า...
การดูแลรถยนต์ ตรวจสภาพรถเป็นประจำเป็นสิ่งสำคัญ และที่ไม่ควรละเลยอย่างยิ่งคือการตรวจสอบของเหลวในรถยนต์ทั้งหมด เพราะของเหลวที่ใช้ในรถยนต์มีบทบาทหน้าที่ในเกือบทุกด้านของการใช้งานรถยนต์ ซึ่งรวมไปถึงประสิทธิภาพในการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงที่ดีขึ้น และยังช่วยในเรื่องของการยืดอายุการใช้งานของเครื่องยนต์ให้นานยิ่งขึ้น...
ของเหลวในรถยนต์ที่ต้องตรวจสอบมีด้วยกัน 6 ชนิดดังนี้---> 1. น้ำมันเครื่อง 2. น้ำมันเบรก 3. น้ำมันเกียร์ 4. น้ำมันพวงมาลัยเพาเวอร์ 5. น้ำฉีดกระจกหน้ารถ 6. น้ำยาหล่อเย็น
เริ่มจากที่ไม่รู้อะไรเลย...ผมพยายามศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับเครื่องยนต์ ED-10 ของเจ้า Eddy ช่างเหอะดำเนินการเปลี่ยนถ่ายของเหลวด้วยตนเอง (หลังจากไปถามที่อู่ใกล้บ้านแล้ว พบว่ามันแพงกว่าที่คิด) สั่งซื้อน้ำมันเครื่อง+ไส้กรอง และน้ำมันเกียร์ มาเปลี่ยนเอง ซึ่งก็ไม่ง่ายนัก เพราะกว่าจะหาที่เติมและวิธีการเปลี่ยนถ่ายได้ก็ต้องใช้เวลาอยู่ไม่น้อย
ถ่ายน้ำมันเครื่องก็ต้องเปลี่ยนไส้กรองด้วย ลำบากไม่น้อย ต้องใช้ประแจคอม้าจับท่อประปามาขันไส้กรองเก่าออก! เปลี่ยนน้ำมันเกียร์ก็ต้องไปยืมประแจบล็อกเบอร์ 26 จากร้านไดนาโมใกล้บ้าน ไม่มีปั้มดูดน้ำมันเกียร์...ต้องใช้วิธีต่อท่อให้ไหลลงคล้ายกับการเติมเลือดหรือน้ำเกลือให้ผู้ป่วย...
ผมเปลี่ยนน้ำมันเกียร์โดยใช้เบอร์ 140 แทนเบอร์ 90 ก่อนหน้านั้นได้โทรไปปรึกษาผู้รู้ เขาบอกดุดันว่า "ไม่ได้นะ...เกียร์จะเข้าไม่ได้" แต่ผมก็ยังดื้อใช้เบอร์ 140 (อ่านเจอว่าถ้าเป็นรถเก่าเกียร์ธรรมดาไม่น่าจะมีปัญหา ความหนีดทำให้เกียร์แน่นขึ้น แม้ว่าอาจทำให้รถวิ่งอืด ก็ไม่กลัวเพราะมิได้ใช้มันเป็นรถแข่ง!)
ไม่มีพวงมาลัยเพาเวอร์...ผมข้ามไปเติมน้ำยาฉีดกระจก ล้างหม้อน้ำและเติมน้ำยาหล่อเย็น ส่วนน้ำมันเบรกนั้นทางอู่นครการช่างทำให้แล้ว!

เปลี่ยนถ่ายของเหลวเองที่บ้านช่วยประหยัดตังค์ได้นิดหน่อย! แต่ถ้าเพื่อน ๆ ไม่แคร์ ก็ไปให้อู่ทำ จะสะดวกสบายกว่า...มือไม่เปื้อนด้วย!

หลายอาทิตย์ที่ปล่อยให้ Eddy อยู่กับอู่ซ่อม จากนั้นผมก็ขี่จักรยานจากห้างฉัตรไปรับกลับมาลองใช้งาน...

ปัญหาเรื่องควันออกจากฝากระโปรงยังไม่มีใครให้คำตอบ!

เอารถไปทำเบรคที่อู่นครการช่างซึ่งอยู่ในเมือง...





แต่ก็ยังไม่มีใครให้ความกระจ่าง! ผมพา Eddy กลับบ้าน..

คงหลีกเลี่ยงมิได้ที่จะหันมาสวมเสื้อช่างยนต์จำเป็น...ผมต้องหาคำตอบและลงมือแก้ไขด้วยตนเอง