Showing posts with label กาวยาง. Show all posts
Showing posts with label กาวยาง. Show all posts

Wednesday, August 30, 2017

Bridle strap

เปียโน Challen ของโรงแรมภราดรแพร่เกิดอาการคล้ายถูกผีสิง!... อยู่ดี ๆ คีย์ A3 ก็กดไม่ลง


รู้สึกเป็นงงเพราะตอนตั้งสายก็ยังเล่นได้ไม่ติดขัด แต่พอประกอบอุปกรณ์เข้าที่ ปิดฝา เช็ดทำความสะอาดแล้วลองเล่นอีกที อยู่ดี ๆ คีย์ A3 ก็กดไม่ลง เหมือนกับว่ามีใครมาแกล้ง!  

วันรุ่งขึ้นผมจะมาซ่อม อ้าว...มันกลับเล่นได้เป็นปกติ!! แต่ก็ดีใจอยู่ได้ไม่นาน...มันกดไม่ลงอีก! ผมรื้อ action ออกมาดู เห็นรอยดินสอที่ช่างจูนผู้นำเปียโนมาส่งเมื่อเกือบ ๑๐ ปีที่แล้วทำเครื่องหมายกากบาทไว้ที่ชุดค้อน A3   "คงมีปัญหาตั้งแต่นั้นแล้ว" ผมคิดในใจ 

ช่างเหอะจากเมืองรถม้าก็ต้องหาทางแก้ไข จะไม่ซ่อมก็ไม่ได้เพราะเป็นคีย์สำคัญ การบรรเลงให้กับงานรำลึกเสรีไทยที่กำลังมาถึง จะปล่อยให้เปียโนมีอาการผีเข้าผีออกอย่างนี้มิได้เด็ดขาด! 


 ถอดชุดค้อนเคาะคีย์ A3 ออกมาดู พบว่าตรงปลาย Bridle strap (31) มีสภาพไม่สมบูรณ์...



จริง ๆ แล้วมีอะไหล่ติดไปด้วย จะเปลี่ยนใหม่ก็ได้...


พอดีมีกาวยางติดไปด้วยเช่นกัน ผมคิดว่าซ่อมเอาดีกว่า...


ซ่อมแบบง่าย ๆ...ผมทากาวยางลงไป


กาวยางทาแล้วต้องทิ้งไว้พัก (เช่นเดียวกับปะยางรถจักรยาน) กินขนมหมดถ้วยผมก็ใช้นิ้วบีบส่วนที่หลุดลุ่ยให้ติดกัน...


ติดแน่นดีแล้วประกอบเข้าที่...


เรียบร้อยแล้วลองเล่นดู ยิ้มได้เมื่อพบว่าคีย์ A3 เล่นได้ดีตามปกติ ผมปิดฝาแล้วเช็ดทำความสะอาด...


เรียบร้อยแล้วเปิดเปียโนออกเล่นอีก คีย์ A3 กดไม่ลงอีกแล้ว การซ่อม bridle strap ไม่ได้ช่วยให้ดีขึ้น!

Sunday, November 23, 2014

ปูพรม ๑๑๐ บาท

 จำได้ว่าผมเคยคุยถึงเรื่องทำที่เก็บของไว้เหนือบันไดขึ้นดาดฟ้า!...



เศษไม้ที่ใช้หนานิ้วครึ่ง ตอนที่ไปดูที่บ้านครูหนิงเห็นมันกองอยู่กับพื้นดินรอให้ปลวกกิน ผมรู้สึกดีใจที่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ โดยนำมันมาวางเรียงไว้บนคาน ด้านล่างปูด้วยกระดาษอัดไว้ก่อนเพื่อความสวยงาม ส่วนข้างบนใช้แผ่นไม้อัดวางทับ ผมทดสอบแล้วมั่นใจว่าพื้นซึ่งวางอยู่บนคานมีความแข็งแรงพอ คงไม่พังลงไปอย่างแน่นอน!!

ใช้วัสดุเหลือใช้แทบทั้งสิ้น เจ้าพื้นไม้อัดดูไม่งาม ต้องซื้อพรมอัดลูกฟูกจาก Global House มาปู เป็นพรมราคาถูกหน้ากว้าง ๒ เมตร (เมตรละ ๑๑๐ บาท) ซื้อมาแค่เมตรเดียวก็พอ...

วิธีปูพรมก็ง่ายมาก แค่ตัดเข้ามุมที่เดียว แล้วใช้กาวยางที่มีอยู่แล้วทาตามขอบพื้นด้านข้าง เฉพาะส่วนที่จะพรมเผยอได้ง่ายเท่านั้น บริเวณที่มีของวางทับก็ไม่ต้องทา...


เรียบโร้ยแย้ววว...


ลงทุน ๑๑๐ บาท ได้พื้นที่ขนาด ๑ x ๒ เมตร นุ่มและดูงาม.... 
  

ว่าง ๆ ช่างเหอะก็แอบขึ้นไปนอนเล่นได้ครับ!

Thursday, September 11, 2014

ซ่อมรองเท้า - กาวยาง

เพื่อน ๆ เคยสวมรองเท้าพื้นอ้า ด้านหน้าเหมือนจระเข้อ้าปาก เดินไปแล้วมีเสียงดังปับ ๆ บ้างมั้ยครับ?

ภาพต้นฉบับนำมาจากบล็อกโอเคเนชั่น - ขอขอบคุณ
จำได้ว่าตอนไปเดินที่ ซาปา เมืองในหมอกทางตอนเหนือของเวียดนาม พื้นรองเท้าผมก็มีสภาพอย่างที่ว่านี้แหละ ผมต้องดึงเอาพื้นออกเก็บใส่กระเป๋ากางเกง ถึงพอจะเดินเที่ยวได้  ถ้าเพื่อน ๆ ประสบปัญหาเช่นเดียวกัน ก็ต้องหาวิธีซ่อม หรือไม่ก็ซื้อรองเท้าใหม่มาใช้แทน...

กาวสำหรับติดพื้นรองเท้า จะต้องเป็น "กาวยาง" (Rubber Adhesive) นะครับ มีจำหน่ายตามร้านวัสดุก่อสร้างและร้านเครื่องเขียน ราคาไม่แพง (ถ้าใช้ยี่ห้อดีหน่อยก็ต้องจ่ายเพิ่มอีกนิด)  ผมใช้กาวยางยี่ห้อ Scotch ซื้อมาจากโฮมโปร (ช่วงโปรโมชั่นซื้อ ๑ แถม ๑) ราคาเท่าไหร่จำไม่ได้แล้ว...


ข้าง ๆ กระป๋องเขียนว่ากาวยางสารพัดประโยชน์  ติดได้ทนทาน สำหรับการยึดวัสดุต่าง ๆ เช่น ยาง, ยางสังเคราะห์, กระเบื้องยาง, เครื่องหนัง, กระดาษ, ไม้, ผ้า, พรมปูพื้น



วิธีใช้...
  1. ทำความสะอาดพื้นผิวให้ทั่ว ปล่อยให้แห้ง
  2. ทากาวลงบนพื้นผิววัสดุทั้ง 2 ด้านแล้วกดเข้าหากัน พยุงชิ้นงานไว้จนกาวแห้งสนิท
  3. กาวจะติดแน่นทนทานที่สุดเมื่อเวลาผ่านไป 24 ชั่วโมง
  4. ควรทิ้งไว้ 24 ชม. ก่อนการใช้งาน
มีอยู่ข้อหนึ่งซึ่งเค้าไม่ได้บอกไว้ คือเมื่อทากาวลงไปแล้ว จะต้องปล่อยทิ้งไว้สักพัก รอให้กาวแห้งลงหน่อย ถีงค่อยประกบพื้นผิวทั้ง ๒ ด้านเข้าด้วยกัน (เหมือนกับการปะยางในรถจักรยาน) 

ถ้าทำถูกวิธี รับรองว่าทนทาน...ใช้งานต่อได้อีกนาน นี่คือตัวอย่างผลงานครับ


ซ่อมรองเท้าต้องกาวยางเท่านั้น!

Friday, June 15, 2012

ซ่อมรองเท้าไม่สำเร็จ

คุณเมธีซึ่งทราบว่าผมกำลังจะไปเยือนพม่าได้กรุณาให้คำแนะนำไว้ใน fb ของผม  มีเรื่องของรองเท้าด้วยดังนี้...
"ย่างกุ้งเป็นหน้ามรสุม ฝนทั้งวันทั้งคืน เช้าหยิมๆเย็นลงหนัก ร่มพับติดตัวไว้ กางเกงขาสั้นเหมาะมากคู่กับรองเท้าแตะฟองน้ำ รองเท้าผ้าใบกับถุงเท้าลืมไปเลย เปียกแล้วมันไม่แห้ง ถอดตรงไหนก็เป็นกังวลว่าจะหาย...."
ผมเคยไปพม่ามาแล้วครั้งหนึ่ง สมัยนั้นไม่มีเป้ ไม่มีรองเท้าหนังหรือรองเท้าผ้าใบ มีแต่กระเป๋าหิ้วแบบที่นักกีฬาใช้ และรองเท้าแตะฟองน้ำ นอกนั้นถ้าจะมีพิเศษกว่าเพื่อนก็คงเป็นกะลาสำหรับใช้เป็นชามข้าว (Nabe เพื่อนชาวญี่ปุ่นซื้อมาให้จากสันติอโศก)


ไปคราวนี้ผมจะใช้เป้ใบที่ใช้แบกไปลาวและเวีดยนามเมื่อเดือนเมษายน และคิดว่าคงจะเบามากเมื่อเทียบกับการเดินทางก่อน ๆ หน้านั้น

วันนี้อยากคุยเรื่องรองเท้าที่จะใส่ไป  ผมลืมบอกไปว่ารองเท้ามือสองที่ผมใส่ไปลาวนั้นพื้นหลุดตอนที่อยู่เมืองใหม่ ผมต้องดึงออกเก็บซุกไว้ในเป้ แล้วเดินด้วยรองเท้าที่มีพื้นเพียงข้างเดียว! พอใส่เดินในซาปา...พื้นอีกข้างก็หลุดตาม ผมต้องดึงออกแล้วเก็บไว้ในกระเป๋าหลังของกางเกงลูกฟูกขาสั้น...

วั้นนั้นผมต้องเดินขึ้นเขาด้วยรองเท้าปราศจากพื้น...


ตั้งแต่นั้นมาผมก็ไม่ได้สวมรองเท้าคู่นั้นอีกเลย แต่ก็ไม่ได้โยนทิ้งนะ นำใส่เป้กลับมาบ้านด้วย...หวังว่าจะสามารถซ่อมได้

ผมยังไม่มีรองเท้าใส่ไปเที่ยวพม่า...เมื่อวานนี้จึงได้พยายามนำมันขึ้นมาซ่อม!


ใช้กาวยางที่เหลือจากการซ่อมกล่องไวโอลิน แต่ก็ใช้ไม่ได้ หมดสิทธิ์ที่จะนำมันกลับมาใช้อีก ตอนบ่าย ๆ ผมจึงตัดสินใจขี่จักรยานยนต์เข้าเมืองไปหาซื้อรองเท้าคู่ใหม่...

ผมไปที่ร้าน "บาจา" ซึ่งอยู่ใกล้ ๆ สี่แยกดอนปาน เห็นมีรองเท้าผ้าใบลดราคาจาก ๒ ร้อยกว่าเหลือ ๑๕๐ บาท ผมสนใจซื้อเพราะมีตังค์ไม่มาก คนขายบอกว่ามีสีขาวกับสีดำ ผมบอกไปว่าขอเลือกสีดำ เค้าเดินเข้าหลังร้านแล้วหยิบรองเท้าสีดำเบอร์ ๔๐ ออกมาให้ลอง ผมลองแล้วรู้สึกว่าจะหลวม...แต่คนขายบอกว่าต้องใส่ถุงเท้าและผูกเชือกจึงจะพอดี ผมเห็นด้วย...ตกลงซื้อ ๑ คู่



ก็จะใช้รองเท้าคู่นี้ใส่ไป ในขณะเดียวกันก็จะมีรองเท้าแตะฟองน้ำตรา "ช้างดาว" (ซื้อที่ตลาดโพสี หลวงพระบาง) ใส่เป้ไปด้วย  ตอนเย็น ๆ อาจารย์ราเชนทร์โทรศัพท์แจ้งให้ทราบว่าเงินค่าซ่อมเครื่องสายออกแล้ว ให้ไปรับได้ที่บ้าน ผมรู้สึกดีใจที่จะมีเงินงบประมาณสำหรับการเดินทาง...

พอรู้ว่าผมกำลังหารองเท้าใส่ไปพม่า...อาจารย์ราเชนทร์ก็เข้าไปหยิบรองเท้าหนังอย่างดี (ผลิตในอิตาลี) มาให้  ผมลองสวมแล้ว....ใช้ได้เลยครับ!


 สวยดี  แม้จะคับนิดหน่อย แต่ก็ใส่ได้!


"Made in Italy" เห็นได้ชัด  เกิดมาในชีวิตก็ยังไม่เคยใช้ของดี ๆ อย่างนี้  ขอบคุณผู้ให้มาก ๆ ครับ!

ผมพูดว่ามันดีเกินไป...คงจะไม่ใส่ไปพม่า แต่ผู้ให้กลับบอกว่า "ใส่ไปเหอะ...เผื่อไว้ใช้เตะคน" (หุหุ)