Showing posts with label ความไม่สำเร็จ. Show all posts
Showing posts with label ความไม่สำเร็จ. Show all posts

Saturday, June 10, 2017

สานฝันต่อ

เมื่อวานนี้ได้คุยกับพ่อเลี้ยงภุชงค์ เจ้าของโรงแรมภราดรและผู้ก่อตั้งพิพิธภัณฑ์เสรีไทยจังหวัดแพร่ทางไลนเกือบทั้งวัน...ผมบอกว่าเมื่อแข้งขาหายดีแล้วจะไปพักอยู่กับพ่อเลี้ยงหลาย ๆ วัน อยากปั่นจักรยานเก็บภาพสถานที่ต่าง ๆ ในเมืองแพร่มาให้เพื่อน ๆ ได้ดู... 

พ่อเลี้ยงกล่าวชมว่าทำอะไรได้หลายอย่าง แต่จริง ๆ แล้วผมรู้ตัวดีว่าไม่ได้ดีซักอย่าง เครื่องสายอย่างเช่นไวโอลินหรือเชลโลก็พอเล่นได้แค่ชาวบ้านไม่เขวี้ยงก้อนหินใส่หลังคา ครั้นเอาไปสอนได้แค่เพียงเด็กหัดใหม่ พอนักเรียนเก่งหน่อยก็สอนไม่ได้แล้ว เปีย-นง...เปียโนรึก็เช่นเดียวกัน ผมมั่วทั้งนั้น!  


พอริจะเป็นชาวสวน แม้จะควงจอบพรวนดินได้คล่อง แต่ก็ไม่อยากให้โดนแม้แต่ไส้เดือน มีบ่อปลาก็จับปลาไม่เป็น มีสวนมะม่วงได้ผลมาก็ไม่รู้จะเอาไปขายให้ใคร ต้องเก็บใส่กระสอบปุ๋ยไปทิ้งถึงแม่เมาะ...


มาถึงวันนี้ก้าวสู่บั้นปลายของชีวิต ผมคงจะไปทำอะไรไม่ได้อีกแล้ว ต้องไปหาหมออายุรกรรมและหมอฟันที่โรงพยาบาลห้างฉัตร หมอตาและหมอหัวใจที่ในเมืองเป็นประจำ แล้วตาแก่คนเนี้ยจะไปไหนรอด! เมื่อจำเป็นต้องอยู่ก็ต้องหาอะไรทำ ผมหันมาสานฝันต่องาน "ร้านเปียโน"......


ปัญหาเรื่องที่เคยมีรถยนต์จอดขวางอยู่ ๒ คันนั้นถูกขจัดไปแล้ว เจ้าอัลติสนั้นเจ้าของนำกลับไปเชียงใหม่ตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว ส่วนเจ้าโตของผมเมื่อชุบชีวิตแบตเตอรี่ของอาจารย์สุภาพได้ ผมก็ติดเครื่องขับออกไปให้ช่างมงคลซ่อมปะเก็นฝาสูบ ตอนนี้บริเวณชั้นล่างโล่งกว้าง ผมสามารถปรับปรุงให้เป็นร้านเปียโนในฝันได้ต่อ...

คิดถึงเรื่องการทำเค้าน์เตอร์บาร์ สมัยนี้โชคดีที่เข้าไปค้นหารูปภาพและบทความในอินเทอร์เน็ตได้ง่าย ใน Pinterest ผมได้ภาพมากระตุ้นความคิดมากมาย...






มีหลายแบบให้เลือก แต่ก็มาเตะตาที่ตัวนี้...





 ถ้าผมทำเค้าน์เตอร์บาร์อีกตัวเดียว...ก็เปิด "ร้านเปียโน" ได้แล้วครับ

Friday, June 15, 2012

ซ่อมรองเท้าไม่สำเร็จ

คุณเมธีซึ่งทราบว่าผมกำลังจะไปเยือนพม่าได้กรุณาให้คำแนะนำไว้ใน fb ของผม  มีเรื่องของรองเท้าด้วยดังนี้...
"ย่างกุ้งเป็นหน้ามรสุม ฝนทั้งวันทั้งคืน เช้าหยิมๆเย็นลงหนัก ร่มพับติดตัวไว้ กางเกงขาสั้นเหมาะมากคู่กับรองเท้าแตะฟองน้ำ รองเท้าผ้าใบกับถุงเท้าลืมไปเลย เปียกแล้วมันไม่แห้ง ถอดตรงไหนก็เป็นกังวลว่าจะหาย...."
ผมเคยไปพม่ามาแล้วครั้งหนึ่ง สมัยนั้นไม่มีเป้ ไม่มีรองเท้าหนังหรือรองเท้าผ้าใบ มีแต่กระเป๋าหิ้วแบบที่นักกีฬาใช้ และรองเท้าแตะฟองน้ำ นอกนั้นถ้าจะมีพิเศษกว่าเพื่อนก็คงเป็นกะลาสำหรับใช้เป็นชามข้าว (Nabe เพื่อนชาวญี่ปุ่นซื้อมาให้จากสันติอโศก)


ไปคราวนี้ผมจะใช้เป้ใบที่ใช้แบกไปลาวและเวีดยนามเมื่อเดือนเมษายน และคิดว่าคงจะเบามากเมื่อเทียบกับการเดินทางก่อน ๆ หน้านั้น

วันนี้อยากคุยเรื่องรองเท้าที่จะใส่ไป  ผมลืมบอกไปว่ารองเท้ามือสองที่ผมใส่ไปลาวนั้นพื้นหลุดตอนที่อยู่เมืองใหม่ ผมต้องดึงออกเก็บซุกไว้ในเป้ แล้วเดินด้วยรองเท้าที่มีพื้นเพียงข้างเดียว! พอใส่เดินในซาปา...พื้นอีกข้างก็หลุดตาม ผมต้องดึงออกแล้วเก็บไว้ในกระเป๋าหลังของกางเกงลูกฟูกขาสั้น...

วั้นนั้นผมต้องเดินขึ้นเขาด้วยรองเท้าปราศจากพื้น...


ตั้งแต่นั้นมาผมก็ไม่ได้สวมรองเท้าคู่นั้นอีกเลย แต่ก็ไม่ได้โยนทิ้งนะ นำใส่เป้กลับมาบ้านด้วย...หวังว่าจะสามารถซ่อมได้

ผมยังไม่มีรองเท้าใส่ไปเที่ยวพม่า...เมื่อวานนี้จึงได้พยายามนำมันขึ้นมาซ่อม!


ใช้กาวยางที่เหลือจากการซ่อมกล่องไวโอลิน แต่ก็ใช้ไม่ได้ หมดสิทธิ์ที่จะนำมันกลับมาใช้อีก ตอนบ่าย ๆ ผมจึงตัดสินใจขี่จักรยานยนต์เข้าเมืองไปหาซื้อรองเท้าคู่ใหม่...

ผมไปที่ร้าน "บาจา" ซึ่งอยู่ใกล้ ๆ สี่แยกดอนปาน เห็นมีรองเท้าผ้าใบลดราคาจาก ๒ ร้อยกว่าเหลือ ๑๕๐ บาท ผมสนใจซื้อเพราะมีตังค์ไม่มาก คนขายบอกว่ามีสีขาวกับสีดำ ผมบอกไปว่าขอเลือกสีดำ เค้าเดินเข้าหลังร้านแล้วหยิบรองเท้าสีดำเบอร์ ๔๐ ออกมาให้ลอง ผมลองแล้วรู้สึกว่าจะหลวม...แต่คนขายบอกว่าต้องใส่ถุงเท้าและผูกเชือกจึงจะพอดี ผมเห็นด้วย...ตกลงซื้อ ๑ คู่



ก็จะใช้รองเท้าคู่นี้ใส่ไป ในขณะเดียวกันก็จะมีรองเท้าแตะฟองน้ำตรา "ช้างดาว" (ซื้อที่ตลาดโพสี หลวงพระบาง) ใส่เป้ไปด้วย  ตอนเย็น ๆ อาจารย์ราเชนทร์โทรศัพท์แจ้งให้ทราบว่าเงินค่าซ่อมเครื่องสายออกแล้ว ให้ไปรับได้ที่บ้าน ผมรู้สึกดีใจที่จะมีเงินงบประมาณสำหรับการเดินทาง...

พอรู้ว่าผมกำลังหารองเท้าใส่ไปพม่า...อาจารย์ราเชนทร์ก็เข้าไปหยิบรองเท้าหนังอย่างดี (ผลิตในอิตาลี) มาให้  ผมลองสวมแล้ว....ใช้ได้เลยครับ!


 สวยดี  แม้จะคับนิดหน่อย แต่ก็ใส่ได้!


"Made in Italy" เห็นได้ชัด  เกิดมาในชีวิตก็ยังไม่เคยใช้ของดี ๆ อย่างนี้  ขอบคุณผู้ให้มาก ๆ ครับ!

ผมพูดว่ามันดีเกินไป...คงจะไม่ใส่ไปพม่า แต่ผู้ให้กลับบอกว่า "ใส่ไปเหอะ...เผื่อไว้ใช้เตะคน" (หุหุ)