Showing posts with label จักรยาน Giant. Show all posts
Showing posts with label จักรยาน Giant. Show all posts

Friday, April 19, 2013

จักรยาน Giant - New Spirit


ผมมีจักรยานยี่ห้อ Giant รุ่น New Spirit อยู่คันนึง ซื้อมาจากร้าน "ชัยธวัช" ซึ่งอยู่แถว ๆ ประตูเชียงใหม่ ในราคา ๓,๖๐๐ บาท (หรือไม่ก็ ๔,๐๐๐ บาท)  ผมเรียกมันว่า "เจ้ายักษ์"  แต่จำไม่ได้แล้วว่าซื้อมาตั้งแต่เมื่อไหร่  ถ้าให้กะคร่าว ๆ ก็น่าจะอายุเกือบจะ ๓๐ ปีแล้วหละ 

ที่ซื้อจักรยานคันนี้ เพราะผมอยากจะทำเป็น touring bike ใช้ขี่ท่องโลกอีกครั้ง (ไม่รู้ว่าหวังเกินไปหรือเปล่า อิอิ) แต่ก็ค่อนข้างมั่นใจว่า สักวันหนึ่งผมอาจได้ปั่นเจ้ายักษ์ revisit มาเลเซียและสิงคโปร์  ถึงได้พยายามเก็บรักษามันมาจนถึงทุกวันนี้...

ไม่มีความรู้เกี่ยวกับจักรยาน.. ผมรู้แต่ว่า Giant เป็นจักรยานผลิตในไต้หวัน เห็นว่ามันสวยดีและราคาไม่ได้แพงเป็นหมื่น ๆ...ตอนซื้อผมไม่รู้หรอกว่าเฟรม (Frame) สีเขียวลูไซต์ของเจ้ายักษ์ทำด้วยอะไร?

ก่อนสงกรานต์ ครูหนิงมาช่วยซ่อมจักรยานพับเพื่อให้ผมได้นำไปปั่นที่เชียงแสน ก็เลยมีโอกาสได้เห็นโฉมเจ้ายักษ์  ผู้เีชียวชาญเรื่องจักรยานร่างเพียวลมบอกผมว่าเฟรมของจักรยานคันนี้เป็นโคโมลี่  ผมซึ่งไม่รู้มาก่อน (ฮา) เกิดความสงสัย จึงต้องเข้าไปค้นหาข้อมูลในอินเทอร์เน็ต ได้ความว่า...
Chromoly คือเหล็กอัลลอยที่มีส่วนผสมของ Chromium, Molybdenum, Carbon, Manganese   และโลหะอื่น ๆ (เรียกชื่อเต็ม ๆ ว่า Chrom Molybdenum Steel Alloy) ทำให้มีความแข็งแรงมากขึ้น และทนต่อการกัดกร่อน   Chromoly ถือว่าเป็นโลหะที่นิ่มที่สุด (???)
ด้วยความสนใจ ผมสำรวจตรวจดูบนเฟรมของเจ้ายักษ์ เห็นมีตัวเลข 3354 บนสติ๊กเกอร์ซึ่งยังคงติดอยู่  ผมเข้าไปค้นหาข้อมูลอีก พบว่า 3354 เป็น industry code หมายถึง bar made by extruding purchased Aluminium  ผมก็งงเหมือนกัน!!  ได้แต่คิดว่าเจ้า 3354 เป็นรหัสสำหรับท่อโลหะที่นำมาใช้แทนโครงอลูมิเนียมซึ่งเคยเป็นที่นิยมใช้กัน (เรื่องนี้คงไม่มีใครให้ความกระจ่า่งได้เท่ากับผู้เชีียวชาญด้านการผลิตโครงจักรยาน)

นอกนั้นผมยังเห็นข้อความว่า  "Special designed for Sport" และ  "handmade by GIANT"  อืมมมม์...ผมเพิ่งจะรู้ว่าเจ้ายักษ์ของผมก็ไม่ใช่ย่อยเหมือนกันนะ   ถ้ามีตังค์...ผมจะขอครูหนิงช่วยแต่งองค์ทรงเครื่องและปรับปรุงเพื่อให้ "เจ้ายักษ์" ได้เป็นจักรยานที่ดูดีและมีสมรรถนะ (Competency) ตามชื่อของมัน

เก่าแก่แต่ยังทรงคุณค่าทางจิตวิญญาณครับ

Wednesday, March 30, 2011

แกะกล่องแล้วครับ…

ลมหนาวพัดเข้ามาจากทั้งทางหน้าบ้านและหลังบ้าน อะไรกันเนี่ย…อยู่ที่นี่มาสิบกว่าปีแล้วยังไม่เคยเจอเช่นนี้มาก่อน! แล้วปีนี้ผมจะมีโอกาสได้ร้องเพลงของสุเทพ วงศ์กำแหงที่ว่า “ลมฤดูร้อนแห่งเดือนเมษา พ่นพัดมาพาให้ร้อนรน…” อยู่หรือเปล่า?  ยิ่งได้ยินข่าวดินถล่มที่เขาพนม เมืองกระบี่ ผมก็ยิ่งคิดถึงภัยพิบัติที่จะตามมาเป็นระลอก ๆ  อยากตะโกนดัง ๆ ว่า “มันมาแน่ แต่ช้าหน่อย!!”

น้ำมันเบนซินก็ลิตรละ ๔๐ กว่าบาท…ไม่ยอมลง (ทำกำไรมหาศาลให้ ปตท.)  ถ้าเจ้าโตยังวิ่งอยู่…เหรียญสิบก็จะกระเด็นออกจากกระเป๋าของผมในทุก ๆ ๒ กิโลเมตรที่มันวิ่งไป สมควรแล้วที่ผมปล่อยให้มันจอดแน่นิ่งดับสนิิทอยู่อย่างนั้น!  นี่ก็ว่าจะุหันไปใช้เจ้ายักษ์(จักรยานยี่ห้อ Giant ที่รอให้ผมพาไปผจญภัยด้วย) แทนแมงกะไซค์ที่สิ้นเปลืองค่าน้ำัมันสามวันร้อย…


วันก่อนไปซื้ออาหารให้พี่ชาย แม่ค้าบอกผมอย่างไม่แยแสว่า “ไม่มีแล้ว… ปลาตัวละ ๑๕ บาท อะไร ๆ ก็แพง” ก็ ต้องยอมรับครับ ผมจะไม่บ่นอะไรหรอกนะ  คิดอยู่อย่างเดียวว่าจะทำอย่างไรให้ลากยาวอยู่ได้จนถึงวันที่คนมีเงินล้านกับคนมีเงินร้อยต้องไปยืนเข้าแถวด้วยกันบนท้องถนน ถึงวันนั้นผมก็คงจะตายตาหลับ ไม่เสียใจเมื่อชีวิตที่ผ่านมาได้พยายามเป็นผู้เบียดเบียนให้น้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้…

ตั้งแต่เมื่อวานแ้ล้วที่ครูหน่อยโทรแจ้งว่าน้องบาร์บี้จะมาเรียนเชลโลเวลา ๑๑ โมง เช้านี้ผมนั่งเล่นปิอาโนรอ รู้สึกว่านิ้วดีขึ้นบ้าง ผมเปิดโน้ตเล่นเพลงคลาสสิกง่าย ๆ ไปเรื่อย ๆ จนน้องบาร์บี้มาถึง อืมม์…สอนน้องบาร์บี้ ๑ ชั่วโมง ต้องยอมรับว่าเป็นเรื่องยาก ต่างกับที่ได้สอนน้องเมเปิลชนิดเทียบกันไม่ได้

เคยไปสอนนักเรียนไวโอลินคนหนึ่งที่บ้าน (ได้ค่าสอนเดือนละ ๘๐๐ บาท) แต่นักเรียนไม่ยอมพูดและไม่ตอบคำถาม (ทำให้การเรียนการสอนดำเนินไปด้วยความลำบาก) แค่นั้นผมก็เลิกสอน แต่สำหรับน้องบาร์บี้ซึ่งต้องใช้ความอดทนสูงกว่า…จะมาเรียนเมื่อไหร่ก็ได้ ผมยินดีเสมอ ไม่เคยคิดเลิกสอนจนกว่านักเรียนจะยอมแพ้ นี่ถ้าเป็นการสอนที่ได้ตังค์…ผมคงจะหยุดสอนไปแล้วล่ะ!

วันนี้อยากขอเล่าต่อเรื่อง “กล่องพัสดุยาว ๆ จากเพชรบุรี” ผมเข้าใจว่าเพื่อน ๆ หลายท่านคงอยากรู้ว่าอะไรอยู่ข้างในนั้น!!

เช้าวันเสาร์ที่ ๒๒ มีนาคม ผมไปรับพัสดุจากที่ทำการไปรษณีย์แล้วนำไปขอให้ครูป้อมช่วยแกะกล่อง พอดึงกระดาษที่หุ้มห่อออก ก็เห็นลายมือเขียนว่า “ขอให้มีความสุขนะครับ” และ “มีอะไรน้า อยากรู้จัง?”


ครูป้อมลงมือแกะต่อ หลังจากชี้ให้ดูข้อความที่ผู้ส่งเขียนไว้…


เจอข้อความว่า "ทายถูกมีรางวัลน้า ติ๊ก ต่อก ๆๆ” โอ้ย…อยากรู้จัง!"


เอาแผ่นกระดาษแข็งออก เจอกล่องไม้อัดคล้ายลังลูกกระสุนปืนแบบในหนังเลย…


กำลังจะเปิดกล่อง ต้องลุ้นกันระทึกเลยล่ะ….


ว้าว… เป็นไวโอลินจริง ๆ ด้วย แต่ไม่ใช่ไวโอลินเด็กตามที่ผมทายไว้!


ให้ดูกันชัด ๆ….


ครูป้อมกำลังปลดเชือก…  น้องอินดี้ซึ่งสนใจที่จะเรียนไวโอลินก็มีโอกาสได้เห็นกิจกรรมครั้งนี้ด้วย


นี่ไง… สวยมั้ย?


ดูด้านหลังสิ….


เป็นไวโอลิน handmade จากคุณไพสิทธิ์ ที่ได้บรรจงสร้างขึ้นแล้วส่งให้ลุงน้ำชา โดยที่ไม่เคยเห็นหน้าค่าตากันมาก่อน ชื่อก็เพิ่งมารู้กันตอนนี้!!!


น้องมะเหมี่ยวและ้น้องอินดี้ก็พลอยตื่นเต้นไปกับผมด้วย นำผลงานของคุณไพสิทธิ์วางคู่กับไวโอลินของน้องมะเหมี่ยวเพื่อประชันโฉม…


ผมรู้สึกดีใจมาก ๆ ขอขอบพระคุณคุณไพสิทธิ์ด้วยความซาบซึ้งใจเป็นอย่างยิ่งครับ…