Showing posts with label คุณไพสิทธิ์. Show all posts
Showing posts with label คุณไพสิทธิ์. Show all posts

Wednesday, May 20, 2015

คิดถึงคุณไพสิทธิ์

ทุกวันนี้ในลำปางมีโรงเรียนสอนเครื่องสายเพิ่มขึ้น ผมแอบหวังว่าต่อไปคงมีมือไวโอลินใหม่ ๆ มากขึ้น มือเชลโลก็จะหาได้ไม่ยากอีกต่อไป ในขณะเดียวกันก็หันมามองตัวเอง ไม่รู้ว่าเป็นคนสอนเครื่องสายมาได้อย่างไร ทั้ง ๆ ที่จับไวโอลินก็เฉพาะตอนที่สอนนักเรียนเท่านั้น เมือถึงระดับยาก ผมต้องปล่อยให้นักเรียนทำเอง หุหุ สิ่งที่กำลังทำอยู่คงไม่สามารถเรียกได้ว่าเป็น "การสอน" อีกต่อไป!  

 

ผมยังมีนักเรียนไวโอลินเหลืออยู่ ๒ คนคือ"อินดี้และเมเปิ้ล" ซึ่งตอนนี้ก้าวข้ามจากเล่ม ๔ ไปเล่นเพลงในตำราซูซูกิเล่ม ๕  ผมไม่ได้หวังว่าทั้งสองคนจะจับไวโอลินอย่างถูกต้องสวยงาม เพราะมันเลยขั้นตอนของการแก้ไขไปแล้ว แต่อยากให้ได้ศึกษาการเล่นที่แตกต่างออกไป อยากเสริมให้รู้ทฤษฎีดนตรี และสามารถบรรเลงร่วมกันได้อย่างไม่แข็งกระด้างหรือปราศจากอารมณ์ เท่านั้นก็พอแล้ว!!

ประกาศสอนฟรีก็ไม่เห็นมีใครมาเรียนเพิ่ม คงสิ้นแล้วสำหรับความหวังที่จะมีวงเครื่องสายของเด็ก ๆ สักวงหนึ่ง! (น่าจะไปอยู่กับ Tony ที่สุมาตรา อินโดนีเซีย...อิอิ)

วันนี้คิดถึงคุณไพสิทธิ์ ต้องขอขอบพระคุณที่มอบไวโอลิน handmade เสียงดีมาให้ผมได้ใช้ เพราะไวโอลินคันนี้ ทำให้ผมมีกำลังใจที่จะสอนต่อไป!

Wednesday, March 30, 2011

แกะกล่องแล้วครับ…

ลมหนาวพัดเข้ามาจากทั้งทางหน้าบ้านและหลังบ้าน อะไรกันเนี่ย…อยู่ที่นี่มาสิบกว่าปีแล้วยังไม่เคยเจอเช่นนี้มาก่อน! แล้วปีนี้ผมจะมีโอกาสได้ร้องเพลงของสุเทพ วงศ์กำแหงที่ว่า “ลมฤดูร้อนแห่งเดือนเมษา พ่นพัดมาพาให้ร้อนรน…” อยู่หรือเปล่า?  ยิ่งได้ยินข่าวดินถล่มที่เขาพนม เมืองกระบี่ ผมก็ยิ่งคิดถึงภัยพิบัติที่จะตามมาเป็นระลอก ๆ  อยากตะโกนดัง ๆ ว่า “มันมาแน่ แต่ช้าหน่อย!!”

น้ำมันเบนซินก็ลิตรละ ๔๐ กว่าบาท…ไม่ยอมลง (ทำกำไรมหาศาลให้ ปตท.)  ถ้าเจ้าโตยังวิ่งอยู่…เหรียญสิบก็จะกระเด็นออกจากกระเป๋าของผมในทุก ๆ ๒ กิโลเมตรที่มันวิ่งไป สมควรแล้วที่ผมปล่อยให้มันจอดแน่นิ่งดับสนิิทอยู่อย่างนั้น!  นี่ก็ว่าจะุหันไปใช้เจ้ายักษ์(จักรยานยี่ห้อ Giant ที่รอให้ผมพาไปผจญภัยด้วย) แทนแมงกะไซค์ที่สิ้นเปลืองค่าน้ำัมันสามวันร้อย…


วันก่อนไปซื้ออาหารให้พี่ชาย แม่ค้าบอกผมอย่างไม่แยแสว่า “ไม่มีแล้ว… ปลาตัวละ ๑๕ บาท อะไร ๆ ก็แพง” ก็ ต้องยอมรับครับ ผมจะไม่บ่นอะไรหรอกนะ  คิดอยู่อย่างเดียวว่าจะทำอย่างไรให้ลากยาวอยู่ได้จนถึงวันที่คนมีเงินล้านกับคนมีเงินร้อยต้องไปยืนเข้าแถวด้วยกันบนท้องถนน ถึงวันนั้นผมก็คงจะตายตาหลับ ไม่เสียใจเมื่อชีวิตที่ผ่านมาได้พยายามเป็นผู้เบียดเบียนให้น้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้…

ตั้งแต่เมื่อวานแ้ล้วที่ครูหน่อยโทรแจ้งว่าน้องบาร์บี้จะมาเรียนเชลโลเวลา ๑๑ โมง เช้านี้ผมนั่งเล่นปิอาโนรอ รู้สึกว่านิ้วดีขึ้นบ้าง ผมเปิดโน้ตเล่นเพลงคลาสสิกง่าย ๆ ไปเรื่อย ๆ จนน้องบาร์บี้มาถึง อืมม์…สอนน้องบาร์บี้ ๑ ชั่วโมง ต้องยอมรับว่าเป็นเรื่องยาก ต่างกับที่ได้สอนน้องเมเปิลชนิดเทียบกันไม่ได้

เคยไปสอนนักเรียนไวโอลินคนหนึ่งที่บ้าน (ได้ค่าสอนเดือนละ ๘๐๐ บาท) แต่นักเรียนไม่ยอมพูดและไม่ตอบคำถาม (ทำให้การเรียนการสอนดำเนินไปด้วยความลำบาก) แค่นั้นผมก็เลิกสอน แต่สำหรับน้องบาร์บี้ซึ่งต้องใช้ความอดทนสูงกว่า…จะมาเรียนเมื่อไหร่ก็ได้ ผมยินดีเสมอ ไม่เคยคิดเลิกสอนจนกว่านักเรียนจะยอมแพ้ นี่ถ้าเป็นการสอนที่ได้ตังค์…ผมคงจะหยุดสอนไปแล้วล่ะ!

วันนี้อยากขอเล่าต่อเรื่อง “กล่องพัสดุยาว ๆ จากเพชรบุรี” ผมเข้าใจว่าเพื่อน ๆ หลายท่านคงอยากรู้ว่าอะไรอยู่ข้างในนั้น!!

เช้าวันเสาร์ที่ ๒๒ มีนาคม ผมไปรับพัสดุจากที่ทำการไปรษณีย์แล้วนำไปขอให้ครูป้อมช่วยแกะกล่อง พอดึงกระดาษที่หุ้มห่อออก ก็เห็นลายมือเขียนว่า “ขอให้มีความสุขนะครับ” และ “มีอะไรน้า อยากรู้จัง?”


ครูป้อมลงมือแกะต่อ หลังจากชี้ให้ดูข้อความที่ผู้ส่งเขียนไว้…


เจอข้อความว่า "ทายถูกมีรางวัลน้า ติ๊ก ต่อก ๆๆ” โอ้ย…อยากรู้จัง!"


เอาแผ่นกระดาษแข็งออก เจอกล่องไม้อัดคล้ายลังลูกกระสุนปืนแบบในหนังเลย…


กำลังจะเปิดกล่อง ต้องลุ้นกันระทึกเลยล่ะ….


ว้าว… เป็นไวโอลินจริง ๆ ด้วย แต่ไม่ใช่ไวโอลินเด็กตามที่ผมทายไว้!


ให้ดูกันชัด ๆ….


ครูป้อมกำลังปลดเชือก…  น้องอินดี้ซึ่งสนใจที่จะเรียนไวโอลินก็มีโอกาสได้เห็นกิจกรรมครั้งนี้ด้วย


นี่ไง… สวยมั้ย?


ดูด้านหลังสิ….


เป็นไวโอลิน handmade จากคุณไพสิทธิ์ ที่ได้บรรจงสร้างขึ้นแล้วส่งให้ลุงน้ำชา โดยที่ไม่เคยเห็นหน้าค่าตากันมาก่อน ชื่อก็เพิ่งมารู้กันตอนนี้!!!


น้องมะเหมี่ยวและ้น้องอินดี้ก็พลอยตื่นเต้นไปกับผมด้วย นำผลงานของคุณไพสิทธิ์วางคู่กับไวโอลินของน้องมะเหมี่ยวเพื่อประชันโฉม…


ผมรู้สึกดีใจมาก ๆ ขอขอบพระคุณคุณไพสิทธิ์ด้วยความซาบซึ้งใจเป็นอย่างยิ่งครับ…

Tuesday, March 22, 2011

กล่องพัสดุยาว ๆ จากเพชรบุรี

“หนาวเข้ากระดูก…” ท่านผู้พันมือฟิดเดิลพูดถึงความหนาวเย็นผ่านสายโทรศัพท์จากเมืองแพร่มาถึงผมเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เช่นเดียวกับคนบางคนในลำปางที่พูดในทำนองเดียวกัน อืมม์…หิมะตกในพม่าและเวียดนามก็เกิดขึ้นแล้ว อีกไม่นานอาจได้ข่าวหิมะตกในเมืองไทย หุหุ

ผมผ่านความซึมเศร้าและหนาวเหน็บที่ผ่านมาได้ดี ไม่มีอาการหวัดหรือเจ็บไข้ได้ป่วยที่ทำให้คุณค่า่ของชีวิตในแต่ละวินาทีลดลง พอฟ้าเปิดในวันเสาร์ผมก็ได้รับสิ่งที่ไม่คาดฝันที่มาพร้อมกับความสดใสของ ท้องฟ้าเหนือนครลำปาง!!!

วันเสาร์ที่ ๑๙ ผมมีสอนไวโอลินที่บ้านน้องม่าเหมี่ยวในเวลา ๑๑ โมงเช้า แต่วันนั้นผมออกจากบ้านเร็วกว่าปกติ เพราะต้องไปรับพัสดุที่ไปรษณีย์ บุรุษไปรษณีย์เขียนใบเเจ้งทิ้งไว้ให้ในตู้รับจดหมายของผมตั้งแต่วันศุกร์แล้ว ผมไม่รู้เหมือนกันว่าใครส่งอะไรมาให้ คาดเดาไม่ได้เลยครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเห็นที่เขียนว่า “กล่องยาว”  ผมขี่จักรยานยนต์ไปที่ไปรษณีย์ด้วยความสงสัย!

วันเสาร์-อาทิตย์ สามารถรับของได้ตั้งแต่ ๙ โมงเช้าถึงเที่ยง ผมไปถึงที่นั่นเวลา ๑๐ โมงกว่า ยื่นใบแจ้งพร้อมกับบัตรประชาชนให้เจ้าหน้าที่หน้าจืดเจ้าประจำ เค้าบอกให้ผมเซ็นชื่อ ลงวันที่และเวลาให้เรียบร้อย ก่อนที่จะยื่นกล่องพัสดุให้…

โอ…กล่องยาวจริง ๆ ด้วย ผมรีบดูชื่อและที่อยู่ของผู้ส่ง เห็นชื่อ “ไพสิทธิ์ จุฑาพันธ์สวัสดิ์” ส่ง มาจากจังหวัดเพชรบุรี ใครกันนะ? ผมเป็นงง พยายามคิดทบทวนถึงเพื่อนที่เพชรบุรี ก็มีเพื่อนคนหนึ่งซึ่งเคยเรียนด้วยกันที่เทคนิคกรุงเทพฯ คือ “ไอ้อู๊ด” (ขออนุญาตเรียกอย่างที่เคยเรียกหน่อยนะ) จำได้ว่าเคยไปพักที่บ้านของเพื่อนคนนี้ที่เมืองเพชรครั้งหนึ่ง นอกจากนั้นก็มี พี่หมู อ๊อด อ้อยโอ๋ ซึ่งก็คงไม่ใช่อยู่ดีเพราะอ้อยก็อยู่ที่กรุงเทพฯ แล้วนี่นา ????

ผมวางกล่องพัสดุไว้บนเก้าอี้แ่ล้วถ่ายรูปไว้ก่อน…  เดี๋ยวคงได้รู้ว่าใครส่งอะไรมาให้


<ระวังแตก>  เพิ่มความสงกะสัยให้ผมมากขึ้น  แก้วหรือ?  หลอดไฟฟูออเรสเซนต์หรือ?


ผมนำกล่องวางพาดแฮนด์รถจักรยานยนต์  วิ่งลิ่วไปยังบ้านของครูแม้วและครูป้อมทันที ระหว่างทางผมคิดออกแล้วว่าเพื่อนสมาชิกท่านหนึ่งเคยขอที่อยู่ผมไว้แล้วบอก ว่าจะส่งของให้ (ตอนนั้นไม่ยอมบอกว่าเป็นอะไร)

พอไปถึงบ้านครูแม้วฯ ผมอธิบายให้ฟังพอทราบถึงที่มาที่มาที่ไป แล้วขอให้ช่วยลองทายว่าของที่อยู่ในกล่องจะเป็นอะไร….

ครูป้อมอ่านที่อยู่ของผู้ส่ง แล้วพูดว่าอาจจะเป็นของกิน มันทำให้ผมนึกถึงขนมหม้อแกงเมืองเพชรขึ้นมาทันที!!

ครูแม้วบอกว่าน่าจะเป็นเครื่องดนตรี!!

สำหรับผม คิดว่าอาจจะเป็นไวโอลินขนาดเล็กสำหรับเด็กซึ่งไม่ได้ใช้แล้ว บางทีผู้ปกครองอาจเห็นว่าน่าจะมีประโยชน์สำหรับการสอนเด็ก ๆ ของผมจึงได้ส่งให้…

เอาหละหาคำตอบกันดีกว่า…ผมขอให้ครูป้อมเป็นผู้แกะกล่อง ในขณะที่ผมถือกล้องถ่ายรูปคอยเก็บภาพ ด้วยความอยากรู้อยากเห็นยิ่งนัก!!!


แล้วผมจะเขียนต่อนะครับ แต่ก่อนที่จะทิ้งหัวข้อนี้ไว้ให้เพื่อน ๆ เพื่อให้เกิดความกระหายที่จะรู้คำตอบ ผมขอนำภาพของผู้ส่งเจ้ากล่องยาว ๆ ที่ครูป้อมกำลังจะแกะออกดูมาลงไว้ด้วย ๑ บาน เป็นภาพที่ผมค้นหาได้จากทางอินเทอร์เน็ต และได้รับอนุญาตจากคุณไพสิทธิ์แล้วครับ…


คุณไพสิทธิ์กำลังมอบของเล่นและหนังสือให้สถานีวิทยุนำไปบริจาคให้ห้องสมุด อ่า…ผมชักจะมั่นใจว่าของที่อยู่ในกล่องต้องเป็นไวโอลินขนาด 1/2 แน่ ๆ เลย….

จะใช่หรือไม่ เดี๋ยวก็รู้