Friday, November 06, 2015

เอาใจเจ้ายักษ์!

วันนี้อยากคุยเรื่องการหันมาเอาใจเจ้ายักษ์ (touring bike ยี่ห้อ Giant)...


ตอนพา Xavi ไปดูเส้นทางสู่อุทยานแห่งชาติดอยขุนตาน ผมปั่นเจ้ายักษ์นำลิ่ว นักจักรยานชาวสเปนขี่ตามแทบไม่ทัน บอกผมว่า "ยูปั่นเร็ว"  จริงด้วย! จักรยานของผมค่อนข้างจะแรง เฟรมโคโมลี่ ล้อขนาด ๒๗" ใส่ยางหน้าแคบ ส่วนจักรยานของ Xavi ใช้ยางหน้ากว้างกว่า...


เจ้ายักษ์จึงเป็น touring bike ซึ่งเหมาะจะพาผมไปไกล ๆ ในที่ ๆ อยากไป เช้านี้ผมลองชั่งน้ำหนักดู ได้ ๒๔ กิโลกรัมโดยประมาณ!


ผมเคยเห็นนักปั่นหลายคนใช้กระเป๋าแพนเนียร์อย่างดี....



ใจก็อยากได้เหมือนกันนะ แต่คงเอื้อมไม่ถึง ผมหันไปดูกระเป๋าวางตะแกรงหลังที่มีขายใน Lazada ราคา ๗๕๐ บาท ก็คิดว่ายังแพงอยู่...


พอดีไปเจอกระเป๋าเก่าที่เชียงใหม่ ถ้าเอามาใช้ก็คงไม่ต้องเสียเงินซื้อของใหม่...


อัดของให้เต็ม แล้วใช้สายยางรัดกับตะแกรงหลังให้แน่นน่าจะใช้ได้...


แต่ถ้าเดินทางไกลคงไม่พอ! ต้องเสริมด้วยเป้สะพายหลังใบเล็ก เจ้าเป้ที่เคยเอาไปอินเลน่าจะใช้ได้ผมจัดรวมเข้าไว้กับอุปกรณ์อื่น ๆ


ตอนนี้มีสูบลมและไฟหน้ารถที่คุณบิมให้มา ยังขาดแค่บางอย่าง ต้องค่อย ๆ จัดหาครับ! อ่อ...เต็นท์ก็มีแล้วนะ!


เตรียมไว้อย่างงั้นแหละ เผื่อมีโอกาสได้ปั่นจริง ๆ 

Thursday, November 05, 2015

แช่เท้าล้างพิษ

เข้ารับการอบรมล้างพิษตับ.... ทุกเช้า ๖ โมงกว่า ๆ หลังจากออกกำลังแล้ว ผมจะต้องไปที่สระน้ำเพื่อดื่มน้ำสมุนไพร แช่เท้าและพอกหน้าล้างพิษ!


มีอ่างน้ำเกลือจัดเตรียมไว้ให้แล้ว...ไปถึงก็หาที่นั่งตามสะดวก


มีน้ำสมุนไพรร้อน ๆ ให้ดื่ม ๕ แก้วเป็นอย่างน้อย  น้ำสมุนไพรดังกล่าวคือ "น้ำมินต์" สามารถต้มดื่มเองที่บ้านโดยนำใบมะกรูด โหระพา กระเพรา สะระแหน่ ตะไคร้ อย่างละ ๑ กำมือมาต้ม...


ชายที่นั่งข้าง ๆ ผมอายุ ๗๒ ยังดูแข็งแรงสุขภาพดี บอกผมว่ามาล้างพิษฯ เป็นครั้งที่ ๔....





ผู้ช่วยครูและจิตอาสาหิ้วถังน้ำสมุนไพรร้อน ๆ มาเติมให้...




สมุนไพรแช่เท้าประกอบด้วย...
๑. ขมิ้นชัน               ๑ กำมือ
๒. ไพล ๓ กำมือ  
๓. ตะไคร้ ๑ กำมือ
๔. ข่า ๑ กิโลกรัม
๕. ใบมะขาม (เก็บทั้งกิ่ง) ๑ กำมือ
๖. ใบเปล้า         ๑ กำมือ
๗. ใบเตย ๑ กำมือ
๘. ใบมะกรูด (เก็บทั้งกิ่ง) ๑ กำมือ
๙. ผิวมะกรูด ๓ กำมือ
๑๐. เถาเอ็นอ่อน ๓ กำมือ
๑๑. มะตูมแผ่น ๑๐ แผ่น
๑๒. การบูร ๑ กำมือ
(ข้อมูลจากเอกสารประกอบหลักสูตรล้างพิษตับแบบอาจารย์ขวัญดิน)


แช่เท้าในน้ำเกลือแล้วเติมน้ำต้มสมุนไพรร้อน ๆ ช่วยให้หลอดเลือดขยาย เลือดลมเดิน กล้ามเนื้อเส้นเอ็นคลายตัว พลังงานที่เป็นพิษในร่างกายระบายออกได้ดี... 




ดีจริง ๆ ครับ...ผมเห็นท่าจะต้องกลับมาทำที่บ้านบ้างแล้วหละ!

Wednesday, November 04, 2015

ประกาศขาย Wolf Shoulder Rest

สมัยอยู่บ้านปงแสนทอง ผมเปิดสอนเครื่องสายให้นักเรียนอนุบาลโดยไม่คิดกะตังค์ ตอนนั้นอยากได้นักเรียนเยอะ ๆ เพื่อตั้งวงเครื่องสายละอ่อน แต่มีมาสมัครแค่ ๔ คน ผมก็ไม่ท้อนะ สอนมาได้ประมาณ ๒ ปีก่อนย้ายบ้านมาอยู่ห้างฉัตร...

เรื่องเครื่องดนตรีของเด็ก ๆ ผมติดต่อห้างใหญ่ในกรุงเทพฯ สามารถซื้อได้ในราคาขายส่ง ผมสั่งให้ ไม่เคยบวกราคาเพิ่ม เท่าไหร่ก็เท่านั้น แถมยังไปรับสินค้าและปรับแต่งให้ด้วย บริการฟรีทุกอย่างเพราะอยากส่งเสริมเด็ก ๆ! นักเรียนรุ่นแรกของผมทีแรกก็ใช้ไวโอลินขนาด 1/8 ต่อมาโตขึ้นเปลี่ยนเป็น 1/4 ผมสั่งไวโอลินให้ในราคาขายส่งอีกเช่นเคย รวมทั้งที่รองไหล่ (shoulder rest) ยี่ห้อ Wolf  ผลิตในประเทศเนเธอร์แลนด์...


ราคาขาย ๑,๒๕๐ บาท แต่เค้าลดให้นะ รู้สึกว่าเหลือไม่ถึงพันแต่จำตัวเลขจริงไม่ได้แล้ว 


ผมออกเงินให้ก่อน แต่นักเรียนคนหนึ่งไม่เอา เลิกเรียนไปดื้อ ๆ ซะงั้น! ผู้ปกครองก็หายเงียบ! ผมจมเงินไปอีกเกือบพันบาท!


วันนี้อยากแจ้งให้ครูไวโอลินที่มีนักเรียนตัวน้อยมาสมัครแล้วจำเป็นต้องหาซื้อที่รองไหล่ให้  มาซื้อตัวนี้ดีกว่าครับ ของดีมีคุณภาพ เป็นของใหม่ยังไม่ได้ฉีกถุง ผมขายให้ในราคาขาดทุนแค่ ๖๐๐ บาท อยากได้ก็ติดต่อมาเด้อ...

หุหุ ถึงเวลาที่ลุงน้ำชาต้องขายของกินแล้ว!

Tuesday, November 03, 2015

ความสะดวกสบายที่ห้างฉัตร

รู้สึกดีใจที่ได้มาอยู่ห้างฉัตร เพราะชีวิตที่นี่สุขสงบและเรียบง่าย (easy-going) ยิ่งได้ "ขาบอยู่" หรือที่คุณเดชาหมายถึง"กบดาน" อย่างทุกวันนี้ ผมไม่อยากได้อะไรมากกว่านี้อีกแล้ว!

ก่อนเที่ยงวันนี้ ผมคว้าเจ้ายักษ์ขี่ออกจากบ้าน ยังไม่ทันได้เหงื่อก็ถึงที่ทำการไฟฟ้าฯ เข้าไปจ่ายค่าไฟก็ไม่ต้องรอคิวนาน (มาอยู่ห้างฉัตรค่าไฟฟ้าลดลงจากที่เคยใช้ตอนอยู่บ้านปงแสนทองจากพันบาทเหลือ ๗๐๐ กว่าบาท)


จากนั้นผมก็ปั่นไปไปรษณีย์ ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับที่ทำการไฟฟ้า เนี่ยก็ง่ายอีกเช่นกัน!


บริการรวดเร็วทันใจ คนไม่มาก...ใช้เวลาไม่นาน


บุรุษไปรษณีย์หนุ่มที่ไปส่งจดหมายก็ช่างดีเหลือเกิน เรื่องเขียนว่า "บ้านปิด" แล้วให้ไปรับเอง ที่ห้างฉัตรไม่เคยมี  แม้ประตูบ้านจะปิดอยู่..เค้าก็โทรศัพท์เรียก หากไม่อยู่จริงก็นำพัสดุไปฝากไว้ที่ร้านลำแต้ ทุกคนล้วนมีน้ำใจ!


ธนาคารรึก็อยู่ไม่ไกล!  จากสี่แยกไฟแดงปั่นเลี้ยวซ้ายไปอีกนิดเดียวก็ถึง "ธนาคารทหารไทยสาขาห้างฉัตร" ซึ่งบริการเป็นเลิศ... ต้องยกนิ้วให้  ไม่ต้องรอนานอีกเช่นกัน!


จากธนาคาร...ขี่เจ้ายักษ์ไปอีกนิดก็ถึงตลาด


ถนนหนทางโล่ง...ขับขี่สบาย


เอาหละ! มาดูการจับจ่ายของคนกินผักกันหน่อย ที่นี่แม่ค้านำผักจากสวนมาวางจำหน่าย ถ้าเป็นไปได้...ผมมักเลือกซื้อผักปลอดสารพิษนำไปทำอาหาร ถูกด้วยครับ ผักหญ้าที่เห็นแขวนเต็มหน้ารถทั้งหมดแค่ ๕๐ บาทเอง


มาแจงกันหน่อย...


มะนาว ๑๐ บาท... 


แตงกวา ๑๐ บาท...


กะเพราะขาว ๒ มัด ๑๐ บาท


ฟักทองชิ้นละ ๑๐ บาท


กะเฉด ๑๐ บาท...


มีเต้าหู้อีก ๓ แผ่น ๒๐ บาท...


แวะซื้อไข่ไก่อีก ๑๐ ฟอง ๓๐ บาท...


 ปั่นกลับบ้าน แป๊ปเดียวก็ถึงแย้ว...


อยู่ที่ไหนก็ไม่สะดวกสบายเท่าที่นี่ครับ!

Monday, November 02, 2015

ใบอนุญาตขับขี่จักรยาน

ผมเป็นนักปั่นที่มีใบขับขึ่!  หลายคนอาจจะไม่เคยเห็นใบขับขี่จักรยาน  วันนี้ใคร่นำภาพมาให้เพื่อนดู...


เป็นใบขับขี่ตลอดชีพ ออกให้โดยกรมตำรวจเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๐๕...



ใครมีใบอนุญาตขับขี่จักรยาน ช่วยนำภาพมาให้ดูด้วยน้า.....

Sunday, November 01, 2015

ตั้งสายเปียโนให้น้องปัน


ไปตั้งสายเปียโนให้น้องปัน... วันนี้ผมปั่นจักรยานเข้าเมืองอีกครั้งด้วยระยะทางไปกลับรวมแล้วประมาณ ๔๐ กิโลเมตร!!


"น้องปัน" เป็นลูกศิษย์เปียโนคนเดียวที่ผมภูมิใจ ได้ฟังการบรรเลงของน้องปันแล้ว ผมรู้สึกหัวใจพองโต เคยสอนมาตั้งแต่ยังตัวเล็ก เริ่มต้นจากตำรายามาฮ่าเล่ม ๒ หรือ ๓ นี่แหละ (จำไม่ได้)  ตอนหลังพอนักเรียนเล่น Für Elise ได้ ก็หันไปเล่น Moonlight Sonata  ตั้งแต่นั้นมาผมก็หยุดสอน เพราะนักเรียนเก่งแล้ว ผมไม่มีภูมิที่จะสอนอีกต่อไป! 

เปียโนของน้องปันไม่ได้ตั้งสายมานาน ก่อนหยุดสอนผมบอกว่าจะตั้งสายให้ เพื่อว่านักเรียนจะได้เล่นอย่างมีความสุข แต่ก็ไม่มีโอกาสได้ไปทำให้สักที จากเดือนเป็นปี จากปีเป็นสองปี...สามปี ผมรู้สึกผิดจริง ๆ 

วันนี้วันอาทิตย์ ไม่รู้หละ!  ยังไง ๆ ก็ต้องไปทำในสิ่งที่พูดไว้ให้ได้ ผมปั่นจักรยานออกจากบ้านพร้อมกับเป้เครื่องมือแต่เช้า ถึงบ้านน้องปันน่าจะประมาณ ๙ โมง...


เปียโนยามาฮ่าของน้องปันเป็นแบบ upright รุ่น JU109 PE ผลิตในอินโดนีเซีย ใช้มือเดียวมาตลอด สภาพจึงยังดีอยู่ ไม่มีปัญหาเรื่องคีย์ค้าง พอไปถึงผมก็ลงมือตั้งสายได้เลย ไม่ต้องเสียเวลาซ่อมเหมือนเปียโนของอาจารย์ต่อที่ได้ไปซ่อมเมื่อไม่กี่วันมานี้...


พยายามปรับตัวให้เข้ากับยุคสมัย...ผมยอมรับเทคโนโลยีการวัดค่าความถี่เสียงที่ละเอียดแม่นยำและการทำงานของโปรแกรม Piano Tuner โดย TuneLab  คิดว่าเมื่อมีเครื่องมือเครื่องไม้ที่ดีและมีประโยชน์...มีหรือที่จะไม่นำมาใช้?  ผมวาง netbook บรรจุโปรแกรม TuneLab ไว้บนหลังเปียโน แล้วเปิดใช้งานทันที...


ดีนะที่ไม่ลืมสายสักหลาดดับเสียงไว้ที่บ้าน ผมจัดการใส่มันอย่างรวดเร็ว โดยใช้ไขควงแบนช่วยกด....


ในย่านที่อาศัยสายสักหลาดช่วย ผมตั้งเสียงสายกลางให้ครบก่อนแล้วค่อย ๆ ดึงสายสักหลาดดับเสียงออกทีละจุด ตั้งอีกสายนึงให้เท่ากับสายกลาง (ไม่มี beat)  


จากนั้นก็ใช้ลิ่มยางดับเสียงสายที่ตั้งเสียงแล้ว (เส้นนอก) ดึงสายสักหลาดออก ตั้งสายที่เหลือให้เท่ากับสายกลาง... 


ตั้งสายทั้ง ๘๘ คีย์เสร็จก็เที่ยงวันพอดี คุณแม่ของน้องปันทำอาหารอิตาเลียนเลี้ยง อร่อยมากครับ คนตั้งสายเปียโนต้องขอขอบคุณ ผมถ่ายรูปร่วมกับนักเรียนไว้เป็นที่ระลึก หลังจากฟังการบรรเลงอันไพเราะจากน้องปัน....

ภาพจากอาจารย์บี
จากบ้านน้องปัน ผมปั่นจักรยานไปโรงงานเซรามิกแสงอรุณ ตั้งใจว่าจะตั้งสายเปียโนให้คุณอารีย์ แต่พบว่าประตูรั้วปิดอยู่ จึงได้มุ่งหน้ากลับบ้าน...

วันนี้เป็นวันทำความดี ผมอยากให้ทุกคนได้มีความสุขกับเสียงเปียโนที่ไม่เพี้ยน!