Tuesday, November 01, 2011

ไขลานแล้ว...

ในขณะที่ผู้คนในกรุงเทพมหานครและอีกหลายจังหวัดในภาคกลางยังคงต้องทุกข์ระทมกับภัยน้ำท่วม ภาคเหนือก็เริ่มหนาวเย็นลง เช้าวันแรกของเดือนพฤศจิกายน...วันนี้ผมได้เห็นภาพหมอกลงบาง ๆ ดูเหมือนว่าเทวดาเริ่มจะเปิดเครื่องลองไฟเพื่อเตรียมงานเทศกาลเหมันต์หรรษากันแล้ว


ต้องขออภัยเพื่อน ๆ ที่ไม่ได้อัพเดทบล็อก "ช่างเหอะ" ตัวนี้ซะยาวนาน ได้ข่าวอุทกภัยแล้วไม่สบายใจ ยิ่งได้เห็นภาพการแย่งชิงถุงยังชีพที่โยนให้ทางเฮลิคอปเตอร์ ความขัดแย้งในเรื่องคันกั้นน้ำ ของบริจาคที่ถูกกั๊กไว้แทนที่จะรีบนำไปช่วยผู้ตกทุกข์ได้ยาก การบริหารน้ำที่ผิดพลาด ฯลฯ ผมก็ยิ่งรู้สึกหดหู่  

ก็ยังคงก้มหน้าก้มตาเขียน "ฟังลุงน้ำชาคุย" เพราะตรงนั้นมีเรื่องให้เล่าเยอะ (ส่วนใหญ่ไร้สาระ ฮา) แต่สำหรับบล็อกนี้ อยากจะให้เป็นเรื่องของงานช่าง การแก้ไขปัญหา รวมถึงเรื่องการเรียนการสอนซึ่งจำเป็นต้องมีรูปภาพและเอกสารประกอบค่อนข้างชัดเจน ก็เลยยากหน่อยครับ บางครั้งสมองตื้อจนเบลอ เขียนไม่ออกจริง ๆ  มาถึงวันนี้...เริ่มต้นเดือนใหม่แล้ว ผมจึงอยากจะปรับตัว พยายามจะหาเรื่องเขียนให้บ่อยยิ่งขึ้น ที่ผ่านมาลานมันอ่อนไป  วันนี้ผมไขลานตัวเองแล้ว!

เจ้าวังน้ำวน ตู้เย็นตัวเก่งของผม
เพื่อน ๆ คงจะรู้จักเครื่องใช้ไฟฟ้ายี่ห้อ Whirlpool บางท่านพอเห็นชื่อนี้แล้วอาจร้องยี้ เพราะ Brand Name นี้ไม่ค่อยติดตลาด แต่ก่อนผมก็เคยคิดเช่นนั้น แต่หลังจากที่ได้เป็นเจ้าของตู้เย็นยี่ห้อ Whrilpool ตัวที่เห็นในภาพมานานเกือบ ๒๐ ปี...วันนี้ผมขอยกนิ้วให้เจ้า Whirlpool ครับ 

สภาพเก่ามั่ก ๆ ผมนำ sticker ที่เด็กนักเรียนโรงเรียนเพ็ญจิตตพงษ์ให้มาติดไว้
ผมซื้อตู้เย็น Whirlpool ที่เห็นในภาพเมื่อ ๑๐ กว่าปีที่แล้ว สมัยนั้นอยู่คอนโดที่เชียงใหม่ (ชื่อว่า "คอนโดพีพี" อยู่ใกล้ ๆ กับโรงแรมปอยหลวงหรือสี่แยกหนองประทีป) ตู้เย็นลูกนี้ซื้อที่ห้างนิยมพาณิช เป็นตู้เย็นมือสอง...ไม่ใช่ตู้เย็นใหม่! ราคาจำไม่ได้แล้ว ทางร้านเค้านำไปส่งให้ถึงห้องเลย...

แล้วผมก็ใช้มันมาตลอด ขายคอนโดไปก็ขนมาลำปาง เสียบไฟใช้มาเรื่อย ๆ โดยไม่มีปัญหา ไม่ต้องเติมน้ำยา เรียกว่าใช้จนพังไปกับมือก็ว่าได้ ที่ว่าพังในที่นี้คือขาตั้งหลุด ตัวที่เป็นฐานยึดฝาตู้เย็นแตกออกไป เมื่อไม่มีตัวรับน้ำหนัก...ฝาตู้เย็นก็หลุดลง ใช้งานไม่ได้ ตอนนั้นพี่ชายผมเป็นคนใช้ พอมันเสีย แกก็ทิ้ง ปล่อยให้เป็นแค่ซากตู้เย็นอยู่ข้างหลังบ้าน! 

เสียดายของ...ผมนำเจ้าวังน้ำวนกลับมาซ่อมตามประสาช่างเหอะ (อีกแย้ว) โดยทำตัวรับน้ำหนักขึ้นมาใหม่ เสร็จแล้วก็ใส่ฝากลับเข้าไป เดินเครื่อง มันกลับมาทำงานได้ตามปกติ สามารถทำน้ำแข็งก้อนไว้ชงกาแฟเย็นดื่มได้ต่อไป.... 

ใช้ต่อไปได้ระยะหนึ่ง...เจ้าตัวที่ทำไว้รับน้ำหนักฝาก็หมดสภาพ ปิดฝาตู้เย็นไม่ได้อีกแล้ว (ก็ไหนบอกว่า "เอาอยู่ ๆ" ไม่ใช่เหรอ)  ผมต้องงัด "วิชาช่างเหอะ" ฉบับสุดยอดออกมาใช้  หุหุ อยากหลุดดีนัก ทำบานพับใส่ให้เหมือนกับประตูซะเลย!


ทีแรกก็ใส่บานพับตัวล่างแค่ตัวเดียว ผมใช้งานต่อมาอีก ๒ ปีเห็นจะได้ ว้า! สัปดาห์ที่แล้ว...ฝาตู้เย็นก็หลุดอีก (ดีนะที่ไข่ไม่แตก) ตรวจสอบแล้วพบว่าสกรูที่ยึดบานพับกับตัวและฝาตู้เย็นหลวม ผมหาสกรูตัวใหญ่กว่าเดิมไปใส่แทน แล้วเพิ่มความแข็งแรงด้วยการใส่บานพับเข้าไปอีกตัว ดังที่เห็นในภาพ...

บานพับตัวใหม่ (ถ่ายจากด้านใน)
ผมคิดว่าเจ้าวังน้ำวนคงจะทำงานต่อไปได้เรื่อย ๆ อายุครบ ๒ ทศวรรษเมื่อไหร่ คงจะได้ปลดระวางเสียที

วันนี้ได้เขียนเกี่ยวกับช่างเหอะ ตรงตามนโยบายของรัฐบาล เอ๊ย...ของบล็อกเลย!

Wednesday, October 12, 2011

Accordion 5

การฝึกหัดเล่น accordion ของเพื่อน ๆ ก้าวหน้าไปถึงไหนแล้วครับ?



ขอให้ฝึกหัดเล่นเสกล C major ให้คล่อง โดยใช้นิ้วตามที่มีหมายเลขบอกไว้ (1=โป้ง 2=ชี้  3=กลาง 4=นาง 5=ก้อย)  ฝึกเหมือนกับไล่เสกลบนเปียโน เพียงแต่ตำแหน่งของแขนผู้เล่นต่างกัน และในขณะกดที่คีย์ก็ต้องดึงกระเพาะลมเข้าออกไปด้วย วิธีเล่นไม่ว่าจะเป็นมือขวาหรือมือซ้าย ให้ใช้ความรู้สึก ใช้นิ้วสัมผัสหาตำแหน่ง แล้วเคลื่อนไปตามคีย์ อย่าก้มดู เพราะจะทำให้ไม่งามสง่า  





เล่นเสกลก็ต้องให้โน้ตทุกตัวยาวเท่ากันและจังหวะสม่ำเสมอ 

เมื่อคล่องดีแล้ว ให้ฝึกแบบฝึกหัดต่อไปนี้...


อย่าลืมชักกระเพาะลมเข้าออกตามที่ลูกศรกำหนดไว้ด้วยนะ ระยะแรกก็คงลำบากหน่อย แต่พอคุ้นเคยดีแล้ว จะสามารถเล่นได้โดยอัตโนมัติ ไม่ต้องคิดถึงมัน

ส่วนมือซ้ายก็เช่นกัน ให้ฝึกหัดเล่นเบสและคอร์ด [บุ่ม-แชบ-แชบ]  [บุ่ม-แชบ-แชบ-แชบ] และ [บุ่ม-แชบ-บุ่ม-แชบ] ทั้ง C major และ G major จนชำนาญ ไม่ต้องก้มดูนิ้ว   

ขอนำ chart เก่ากลับมาให้ดูอีกครั้งดังนี้...


จากนั้นก็ฝึกเล่นเพลง Hi Lee, Hi Low ได้เลยครับ...




Tuesday, October 11, 2011

A Lover's Concerto



หายจากอาการป่วยที่ยาวนานเกือบสองสัปดาห์...วันนี้ผมสามารถขี่จักรยานยนต์ออกไปสอนเปียโนนักเรียนได้แล้ว  ทุกวันนี้ผมมีนักเรียนเปียโนอยู่ ๓ คน ทั้งสามคนผมต้องไปสอนให้ที่บ้าน ผมคิดค่าสอนชั่วโมงละ ๒๐๐ บาท (ไม่รวมค่าเดินทางอีก ๕๐ บาท) ซึ่งถ้าจะถามว่าคุ้มไหม ผมก็ยังหาคำตอบที่ถูกต้องให้ไม่ได้ อย่างเช่นวันนี้ ผมออกบ้านตั้งแต่ ๕ โมงเย็น บึ่งรถออกไปตามถนนซุปเปอร์ไฮเวย์ วิ่งขนานไปกับรถพ่วงคันใหญ่ที่มองดูล้อของมันแล้วรู้สึกเสียวอยู่ไม่น้อย  พอไปถึงบ้านนักเรียนก็ลงมือสอนทันที ผมสอนอย่างเต็มที่ ไม่มีการอู้ ไม่มีถ่วงเวลา เวลาเลิกนั้นตรงเวลาคือ ๑๘.๓๐ น. ตลอดระยะ ๗๐ กว่านาที...ผมทั้งร้องทั้งพูด  รู้สึกเหนื่อย แต่ก็ดีใจที่นักเรียนตั้งใจเรียน  สอนเสร็จผมขี่แมงกะไซค์กลับบ้าน ท้องฟ้ามืดแล้ว...การจราจรค่อนข้างอันตราย ผมต้องใช้ความระมัดระวังสูง ค่อย ๆ ขับเคลื่อนไปข้างหน้า กว่าจะถึงบ้านก็จวนทุ่ม!


จริง ๆ แล้ว การที่ต้องบึ่งมอเตอร์ไซค์ไปสอนถึงในเมืองโน่น มันไม่น่าจะเกิดขึ้นในชายวัย ๖๐ กว่าเช่นผมแล้วนะ เพื่อน ๆ ของผมส่วนใหญ่เค้าก็สบายกันไปหมด ไม่เห็นมีใครต้องทำอย่างผม ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมผมถึงยังต้องทำ ทั้ง ๆ ที่เงินที่ได้รับจากการสอนนักเรียนสามคน ผมก็ไม่ได้ใช้แม้แต่บาทเดียว (เอาไปให้ผู้ที่ขัดสนทั้งหมด)


เอาเถอะ...ถึงอย่างไรก็ยังได้แบ่งปันในสิ่งที่มีอยู่ ผมไม่แน่เหมือนกันว่าโอกาสเช่นนี้่จะมีได้อีกนานแค่ไหน


เพื่อน ๆ คงจะรู้จักเพลง A Lover's Concerto ซึ่งมีเนื้อเพลงว่า..."How gentle in the rain, that falls softly on the meadow.  Birds high up in the trees, serenade the clouds with their melody......"  ความจริงผมได้ยินเพลงนี้มาตั้งแต่เป็นเด็กแล้วล่ะ เป็นเพลงที่นำทำนองมาจากท่อนแรกของเพลง Minuet in G โดย J.S.Bach ช่วงหลังมานี้ได้รับความนิยมอีกครั้ง เมื่อมีผู้นำไปขับร้องใหม่ เป็นที่นิยมในกลุ่มวัยรุ่นบ้านเรา


วันนี้ ขอนำหนังสือโน้ตเพลง A Lover's Concerto (Piano Mini Album หนา ๑๗ หน้า) มาฝาก มีเพลงที่เขียนโดย Sandy Linzer และ Denny Randell ซึ่งอยู่ในคีย์ Ab major และโน้ตเปียโนเพลง Minuet in G ของ J.S. Bach


คลิกดาวน์โหลดได้ที่รูปหนังสือครับ...

Monday, October 10, 2011

ภาพถ่ายรางวัลยอดเยี่ยม ปี ๒๕๒๔

ในการประกวดภาพถ่ายของสมาคมถ่ายภาพพิศเจริญกรุงเทพ เมื่อปี ๒๕๒๔ มีภาพที่ได้รับรางวัลยอดเยี่ยม (เหรียญทอง) อยู่ ๔ รางวัล ดังนี้ :-


เหรียญทอง รางวัลเรื่องราวยอดเยี่ยม

"งูกินหาง"  -  สุชาติ ทรัพย์สินทวีลาภ

คำอธิบาย - ถึงแม้ว่าการหาโฟคัสคลาดเคลื่อนไปบ้างและมีการพร่าไหวเล็กน้อยก็ตาม แต่ก็มิได้เกิดข้อเสียหายอะไรมากนัก เพราะเป็นภาพที่แสดงถึงการเคลื่อนไหว ช่างไฟ ลีลาต่าง ๆ และเงายาวบนพื้นรวมทั้งอริยาบถและสีหน้าของเด็ก ๆ แสดงออกได้ดีมาก แสงส่องมาจากด้านข้างทำให้เกิดแสงรอบวง เน้นเรื่องราวให้แยกออกจากฉากหลังที่มืดกว่าได้ผลอย่างยิ่ง

เหรียญทอง รางวัลองค์ประกอบยอดเยี่ยม

"หาเช้ากินค่ำ" - ประเวทย์ อุดมวิทยะธาดา
คำอธิบาย - แนวต้นตาลที่โนนสูง จ.นครราชสีมา ตรงนี้ได้กลายเป็นแหล่งที่ผลิตผลงานบรรลือโลกมามากต่อมากนักไปแล้ว คนทั่วไปหรือนักถ่ายภาพสมัครเล่นบางคนอาจมองข้ามถิ่นนี้เมื่อได้ผ่านไป เพราะยังขาดศิลปะในการเลือกเฟ้นมุมถ่ายหรือการสร้างสรรค์ มิใช่เป็นการง่ายนักที่ในเสี้ยวของวินาทีลั่นไกกล้องให้ทันต่อจังหวะของการแกว่งมือและการก้าวเท้าที่เหมาะ รวมทั้งเครื่องมือประมงเห็นได้อย่างชัดเจน องค์ประกอบในภาพก็จัดได้สมบูรณ์ ช่องไฟระหว่างต้นตาล มีห่าง มีถี่ จัดสรรได้อย่างมีส่วนสัด ลำต้นก็มีตรง มีงอ ทำลายความซ้ำซากที่จืดตา แม้แต่บนพื้นก็ยังมีโครงสร้างโค้งนูนไม่เท่ากัน ใบตาลเป็นพุ่มทรงกลมแจกจ่ายกระจายบนเนื้อที่ภาพอย่างน่ายล


เหรียญทอง รางวัลเทคนิคยอดเยี่ยม

"คัลเลอร์แฟนตาเซีย" - ภูวดล ธรรมธิติคุณ
คำอธิบาย - ที่เคยพูดกันว่า "กล้องถ่ายรูปไม่เคยโกหก" นั้น มาใช้กับภาพนี้คงไม่ได้แน่ จริงอยู่ เลนส์สามารถบันทึกทุกสิ่งละเอียดละออดีกว่าตาเห็น แต่บางครั้งตากับกล้องเห็นได้ผลไม่เหมือนกัน ตาเห็นสิ่งของชัดเจนได้ทุกระยะ แต่ตากล้องหาทำได้ไม่ ถ้าให้ชัดตลอดเหมือนตาเห็น ต้องหรี่เลนส์ให้เล็กที่สุด (ในบางกรณีหรี่เล็กเท่าใดก็ยังชัดได้ไม่ตลอด) ยิ่งเป็นเลนส์ให้กว้างเท่าไร ความชัดจะยิ่งตื้นด้วยลักษณะพิเศษนี้จึงทำให้ผู้ถ่ายใช้ให้เป็นประโยชน์ บันดาลให้ภาพเกิดอารมณ์เพ้อฝัน เลื่อนลอย และยวนใจ ที่เรียกกันว่า "โรแมนติก" ดวงสีส้มในภาพคือแสงสปอตไลท์สีเขียว สีน้ำตาลที่พร่ามัวบนฉากหลังคือ ผ้าผ่อน กางเกงที่แขวนไว้ สมควรแล้วที่ภาพนี้ได้รับรางวัลเหรียญทอง รางวัลยอดเยี่ยม


เหรียญทอง รางวัลสร้างสรรค์ยอดเยี่ยม

"เจ้าหนุ่มทันยุค" - วิชัย แซ่ไล่
คำอธิบาย - สร้างสรรค์ในที่นี้หมายถึงผู้ถ่ายเข้าใจสรรหาเครื่องหมายจราจรให้เป็นประโยชน์ ภาพนี้หากเป็นภาพขาวดำคงจะมีความประทับใจด้อยลง ยิ่งกว่านั้น ผู้ถ่ายยังพลิกแพลงใช้แสงแวบแทนแสงอาทิตย์อย่างชาญฉลาด โดยส่องแสงจากด้านข้างให้เกิดเงาหนัก เพื่อจะได้ล้อเลียนสีดำบนกำแพงข้างขวา ถ้าจะให้ลำตัวบังเครื่องดับเพลิงเสีย และจัดเงาที่หัวเข่าให้ดูแล้วไม่คล้ายคนขาด้วน ภาพนี้จะดูสมบูรณ์ยิ่งขึ้นไปอีกอย่างแน่นอน

ที่มา : หนังสือ "ผลงานการประกวดภาพถ่าย 2524" สมาคมถ่ายภาพพิศเจริญกรุงเทพ เขียนโดย อาจารย์เชาว์ จงมั่นคง

Sunday, October 09, 2011

ผลงานการประกวดภาพถ่าย ปี ๒๕๒๔

การได้ดูภาพถ่ายที่ชนะการประกวดภาพถ่าย และการได้อ่านคำวิจารณ์ภาพจากผู้ทรงคุณวุฒิทางด้านการถ่ายภาพ นับว่ามีส่วนช่วยให้เราสามารถถ่ายภาพได้สวยขึ้น มีคุณค่ายิ่งขึ้น วันนี้จึงขอนำภาพถ่ายที่ได้รับรางวัล ท้อปเท็น ประจำปี ๒๕๒๔ ของสมาคมถ่ายภาพพิศเจริญกรุงเทพ มาให้เพื่อน ๆ ได้ดูกัน ดังนี้:-















ที่มา : หนังสือ "ผลงานการประกวดภาพถ่าย 2524"   สมาคมถ่ายภาพพิศเจริญกรุงเทพ 

Saturday, October 08, 2011

บัญญัติเจ็ดประการ


ผมมีหนังสือเล่มบาง ๆ อยู่เล่มหนึ่ง เป็นผลงานการประกวดภาพถ่าย 2524 ของสมาคมภาพถ่ายพิศเจริญกรุงเทพ พลิกไปดูข้างท้ายแล้ว เห็นว่ามีบทความที่น่าสนใจและมีประโยชน์สำหรับผู้ที่สนใจในเรื่องการถ่ายภาพ ในหัวข้อว่า "บัญญัติเจ็ดประการ" ผู้เขียนบทความคือ อาจารย์เชาว์ จงมั่นคง ผมคิดว่าแม้กาลเวลาจะผ่านเลยมาได้ ๓๐ ปีแล้ว แต่บทความสั้น ๆ เพียงสองหน้าครึ่งนี้ก็ยังคงทันสมัยอยู่เสมอ หากจะปล่อยให้ผ่านทิ้งไปก็จะเป็นที่น่าเสียดายยิ่ง จึงขออนุญาตนำมาพิมพ์เก็บไว้ที่นี่ครับ....

บัญญัติเจ็ดประการ

โปรดอย่าเข้าใจว่า บัญญัติเจ็ดประการที่จะกล่าวถึงนี้จะไปเกี่ยวข้องทางศาสนา หรือ กฎหมาย และหรือระเบียบการอื่นใด ที่แท้คือ ธาตุแท้ของภาพถ่ายที่ดีสมบูรณ์ที่ผู้เขียนเฝ้าสังเกตและศึกษามาช้านาน จึงสรุปเขียนขึ้นเป็นบัญญัติเจ็ดประการคือ

  1. เนื้อหาของภาพ... ภาพทุกภาพย่อมมีเรื่องราวหรือเนื้อหากันแทบทั้งนั้น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับผู้ถ่ายสามารถถ่ายทอดให้ผู้ชมเข้าใจได้ง่าย ยาก หรือไม่เข้าใจต่างหาก เรื่องราวของภาพนั้นกินความหมายกว้างมาก และไม่จะเป็นต้องมีคนที่กำลังทำอะไรอยู่จึงจะขึ้นว่ามีเนื้อหาดีตามที่คนทั่วไปเข้าใจ แม้แต่ต้นไม้แห้ง ๆ ที่ปราศจากสิ่งมีชีวิตที่ผู้ถ่ายสามารถ่ายทอดออกมาให้รู้สึกแห้งแล้งจริง ๆ ก็ถือว่ามีเรื่องราวที่ดีได้ มิฉะนั้น ภาพวาดของนิ่งสมัยเก่าแก่คงไม่เป็นหมื่น เป็นแสนปอนด์เป็นแน่ ตามที่อาจารย์สน สีมาตรัง แห่งมหาวิทยาลัยศิลปากร เคยกล่าวไว้ว่า แม้แต่ประตูเก่าแก่ที่ผู้ถ่ายสามารถถ่ายทอดอารมณ์ออกมาได้ ก็นับว่าเป็นภาพที่มีเรื่องราวดีได้ ผู้เขียนขอสนับสนุนข้อคิดเห็นนี้อย่างเต็มที่
  2. การจัดองค์ประกอบ... ข้อนี้ก็เช่นกัน ภาพถ่ายทุกภาพล้วนมีองค์ประกอบกันทั้งสิ้น เช่น เมฆ ภูเขา ต้นไม้ บ้านคน ฯลฯ ที่อยู่ในภาพ ทีนี้ก็อยู่ที่ผู้ถ่ายเข้าใจจัดองค์ประกอบเหล่านี้ให้ดูแล้วสบายตา ไม่เคอะเขิน ไม่จืดชืด หรือไม่รกรุงรังต่างหาก เคราะห์ดีที่วิธีการจัดองค์ประกอบมีหลักเกณฑ์ที่พอเรียนรู้กันได้ โดยไม่ยากจนเกินไปนัก
  3. แนวการสร้างสรรค์... ภาพถ่ายที่แสดงออกอย่างธรรมดาสามัญย่อมจะสู้ภาพที่มีการสร้างสรรค์ที่ไม่ซ้ำแบบใคร แนวแปลก ๆ ใหม่ ๆ หรือริเริ่มไม่ได้แน่
  4. ความประทับใจ หรือ ความดึงดูด... ภาพถ่ายที่ให้ความประทับใจจำแนกได้หลายแบบ เช่น อารมณ์ บรรยากาศ บุคลิก ลักษณะ เส้นสายด้วยลีลาที่อ่อนช้อยหรือรุนแรง ฯลฯ ที่สามารถโน้มน้าวจิตใจแล้วเกิดความประทับใจจนดึงดูดให้ผู้ชมต้องหยุดชมภาพ (ด้วยอำนาจเร้นลับบางประการจากภาพนั้น ๆ)
  5. เทคนิคการถ่ายและการจัดแสง... ได้แก่การถ่ายภาพด้วยเทคนิคที่ถูกต้อง เช่นหาโฟคัสได้ชัดเจน (หรือจงใจให้มัว) การเปิดรูรับแสงหรือเลือกชัตเตอร์ที่ถูกต้อง ส่วนการจัดแสงนั้นได้แก่การเลือกสภาพแสงที่เข้ากับอารมณ์ของภาพ
  6. เทคนิคการพิมพ์ภาพ... ข้อนี้นับว่าเป็นประเด็นสำคัญ เสมือนหนึ่งจิตรกรระบายสีในภาพวาดทีเดียว ภาพที่ขาดคุณภาพในการพิมพ์หรือขยายจะมีสีหมองคล้ำ ซูบซีด กระด้าง ขาดลายละเอียดทั้งในที่มืดหรือสว่าง ภาพถ่ายที่ถ่ายทอดอารมณ์ บรรยากาศที่ต้องอาศัยเทคนิคการพิมพ์ที่ดีเลิศทีเดียว
  7.  การนำแสดงออก... ถึงแม้ว่าข้อนี้ไม่ใคร่มีความสำคัญนักก็จริง แต่ผลงานที่ติดการ์ดเรียบร้อย เลือกสีการ์ดให้เหมาะกับเรื่องราวและเข้ากับสูตรสีของภาพ (หากเป็นภาพสี) รวมทั้งได้กลบเกลื่อนจุดเล็กจุดน้อยหรือรอยขูดขีด ก็จะเพิ่มพูนความสมบูรณ์และชวนดูยิ่งขึ้น
บัญญัติเจ็ดประการที่ได้กล่าวไว้ข้างต้น นอกจากนำไปประเมินผลสำหรับภาพถ่ายทั่วไปได้แล้ว ยังอาจนำไปใช้ในการตัดสินภาพ รวมทั้งไปประเมินผลงานของตนโดยปราศจากอคติได้อีกด้วย


ที่มา : หนังสือ "ผลงานการประกวดภาพถ่าย 2524" สมาคมถ่ายภาพพิศเจริญกรุงเทพ เขียนโดย อาจารย์เชาว์ จงมั่นคง

Thursday, October 06, 2011

Hohner Big River Harp

ขออภัยที่หายเงียบไปหลายวัน มีปัญหาเรื่องสุขภาพครับ  วันนี้ค่อยยังชั่วขึ้นแล้ว ก็เลยกลับมาเขียนต่อ 


ที่เห็นในภาพคือ ฮาร์โมนิก้า ยี่ห้อ Hohner  รุ่น Big River  เห็นเค้าโฆษณาว่า Large Sound, Low Price ผมได้ลองเข้าไปสำรวจดูตามเว็บต่าง ๆ แล้ว ราคาตกอยู่ที่ $22  แต่ไม่ทราบว่าเมืองไทยมีขายที่ไหนบ้าง?  


ที่ผมถามขึ้นมาในวันนี้ ก็เพราะในตำราเรียนเป่าฮาร์โมนิก้าในสไตล์บลูส์ ชุด Step by Step Blues Harp ผู้เขียนคือ Steve Baker ได้เขียนไว้ในบทนำว่า......"This is the sound of the blues harp!  For this package we chose a Hohner Big River Harp in key of C.  This is a professional quality, service friendly instrument which feature a robust injection moulded comb and screw together assembly to ensure rapid, even response and full tune..."   

Steve Baker แนะนำให้นักเรียนได้ใช้เจ้าฮาร์โมนิก้ารุ่นนี้ สำหรับเล่นแบบฝึกหัดและบทเพลงต่าง ๆ ที่อยู่ในหนังสือของเขา




ตำราชุด Step by Step Blues Harp ที่กล่าวถึง ประกอบด้วยหนังสือหนา ๒๘ หน้า พร้อมแผ่นซีดีเสียงประกอบอีก ๑ แผ่น ผมคิดว่าตำราชุดนี้ง่ายดี  เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่อยากหัดเล่นฮาร์โมนิก้าในสไตล์บลูส์  เพื่อน ๆ ท่านใดสนใจอยากนำไปใช้ฝึก สามารถคลิกดาวน์โหลดได้ ที่นี่ 


ในการเป่าฮาร์โมนิก้า สิ่งที่นักเรียนจะต้องทำให้ได้คือการเป่าเสียงเดี่ยว (single tone)  การใช้ลิ้นบล็อคลมให้ผ่านเพียงรูเดียว(Tongue Blocking) เป็นวิธีหนึ่งที่ทำให้เล่นเสียงเดี่ยวได้  ผมชอบใช้วิธีนี้เพราะนอกจากเล่นเสียงเดี่ยวแล้ว ยังสามารถเล่นเสียงคอร์ดประกอบได้ด้วยการยกลิ้นออกเป็นระยะ ๆ  




ตัวอย่าง "แบบฝึกหัดเล่นเสียงเดียวช่อง 4"








Friday, September 30, 2011

วิธีไล่หนู



ถ้าถามว่าในบรรดาสัตว์ที่อาศัยร่วมชายคาอยู่ด้วย ผมกลัวอะไรที่สุด? คำตอบก็คือ "หนูและแมลงสาบ"! จริง ๆ แล้ว ผมไม่ได้กลัวว่ามันจะมากัดหรือทำร้าย แต่กลัวว่ามันจะไปกัดข้าวของแล้วก่อให้เกิดความเสียหายมากกว่า อีกประการหนึ่งคือมันเป็นพาหะนำโรคที่น่าขยะแขยงอีกด้วย 

ถ้าประเมินความเสียหายที่ผมได้รับจากหนูตัวเล็ก ๆ รวมแล้วผมคิดว่าน่าจะสูงถึง ๓ หมื่นบาทนะ เท่าที่จำได้ก็มี เครื่องถ่ายเอกสารราคาแพงที่นำมาจากเชียงใหม่ซึ่งโดนหนูกัดสายไฟจนพัง กลายเป็นเศษขยะมีราคาเท่ากับหนังสือพิมพ์เก่า ๆ กองหนึ่ง - เปียโน Robinson ที่ยกไปเล่นที่ร้าน "ดอย" เมื่อปี ๒๕๒๐ ก็ถูกแม่หนูเข้าไปคลอดลูกอยู่ใต้คีย์บอร์ด แล้วบรรเทาความหิวด้วยการแทะไม้เนื้ออ่อน หอม ๆ ซึ่งมีให้เลือกมากมายรอบ ๆ บริเวณที่อยู่อาศัย (พร้อมกับฟังเพลงไปด้วย) - เจ้าโต(รถยนต์โตโยต้าคราวน์) ของผมก็โดนหนูเข้าไปกัดสายไฟ จนต้องเรียกช่างมาลากไปซ่อม หมดเงินเป็นพัน - เครื่องโทรสารเอย เครื่องซักผ้าเอย แล้วก็เตาด้วยนะ รวมทั้งหนังสือที่มีค่า ทุกอย่างถูกเจ้าหนูตัวเล็กทำลายหมด!

แมลงสาบก็เช่นกัน มันเคยกัดสายไฟเส้นเล็ก ๆ ในอีเล็คโทนจนใช้การไม่ได้ ทั้งหนังสือและเสื้อผ้าดี ๆ ของผมก็เคยถูกมันแทะ  ที่สำคัญคือผมเคยโดนแมลงสาบเข้าหู ต้องไปโรงพยาบาลเพื่อนให้หมอช่วยคีบออก...

ช่วงนี้เกิดภาวะน้ำท่วม เจ้าหนูและแมลงสาบก็คงต้องอพยพหนีน้ำ ไม่ต้องห่วงหรอกครับ มันเอาตัวรอดได้อยู่แล้ว พอน้ำลดก็พร้อมที่จะกลับมาสร้างความเดือดร้อนให้เจ้าของบ้านอีกเช่นเดิม 


วันนี้ผมอยากนำ "สูตรสมุนไพรไล่หนูและแมลงสาบ" มาฝากครับ  เป็นสูตรที่คิดค้นโดยคุณจันทรา สลีสองสม ประธานกลุ่มฯ หมู่ที่ ๑๑ บ้านร่องปลายนา ตำบลบัวสลี อำเภอแม่ลาว จังหวัดเชียงราย ซึ่งมีวิธีการทำดังนี้


เตรียมส่วนผสมซึ่งประกอบด้วย ใบพลู ๔ ส่วน หัวข่า ๓ ส่วน กระเทียม ๒ ส่วน และเกลือ ๑ ส่วน 

ภาพจากรักบ้านเกิดดอทคอม

วิธีทำและวิธีใช้  ให้เอาใบพลูไปนึ่งให้สุกก่อน จากนั้นนำมาสับ บด พร้อมกับหัวข่า กระเทียม ส่วนเกลือต้มให้ละลายเทผสมยาที่เราเตรียมไว้ คนให้เข้ากันตักใส่กระป๋องไว้  นำกระป๋องยาไปวางไว้ที่ ๆ มีหนูและแมลงสาบชุกชุม ถ้าได้กลิ่นมันจะหนีและไม่มารบกวนข้าวของต่าง ๆ อีกเลย ตัวยานี้ก็ไม่เป็นอันตรายต่อผู้ใช้อีกด้วย


อ่อ...ผมเพิ่งอ่านเจอ "เกร็ดความรู้" ในหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ประจำวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๕๔ ว่าด้วยเรื่อง "ล่าหนูกวนใจให้พ้นบ้าน" ในส่วนที่เกี่ยวกับวิธีการพื้นบ้าน เขียนไว้ว่า "...นำกิ่่งยี่โถมาตากแห้ง และทุบ นำไปวางตามที่ต่าง ๆ ที่พบหนู ประมาณ ๑-๒ สัปดาห์ พวกหนูจะทยอยหนีออกจากบ้านไปเอง"
หากิ่งยี่โถได้จากไหนเนี่ย?  wikipedia ให้ข้อมูลไว้ว่า "ยี่โถเป็นไม้พุ่มสูงประมาณ ๒๐ ฟุต เปลือกของลำต้นมีสีเทาเรียบ เมื่อตัดหรือเด็ดจะมีน้ำยางไหลออกมา ใบ เป็นใบเดี่ยวรูปร่างรี ปลายและโคนใบแหลม ยาว ๑๕-๑๗ ซ.ม. กว้าง ๑.๗-๒.๐ ซ.ม. ขอบใบเรียบไม่มีจัก หนาแข็ง มีสีเขียวเข้ม ก้านใบสั้น ออกตามข้อของลำต้น ดอกมีสีชมพู ขาว ออกตามปลายของยอดลำต้นเป็นกระจุกหรือช่อ รูปร่างคล้ายกรวยหรือปากแตร เวลาบานกลีบจะมีกลิ่นหอม ดอกยี่โถสามารถออกดอกได้ทั้งปี ผลเกิดเมื่อดอกมีการผสมเกสรและร่วงหลุดไป จะเกิดผลเป็นฝัก หนึ่งฝักต่อหนึ่งดอก ยี่โถ ๑ ดอก เมล็ดลักษณะคล้ายเส้นไหม การปลูกยี่โถสามารถปลูกได้ทุกที่เนื่องจากขึ้นได้ในสภาพดินทุกชนิดได้ดี โดยการเพาะเมล็ด ตอนกิ่ง หรือการปักชำกิ่ง"

อืมม์....ผมเห็นท่าจะต้องไปหายี่โถมาปลูกไว้สักต้นสองต้นแล้วล่ะ ได้ผลอย่างไรจะนำมาเล่าให้ฟังอีกครั้งนะครับ 

ที่มาของภาพเคลื่อนไหวหนู : animationbuddy.com
ที่มาของภาพและข้อมูล : rakbankerd.com
ที่มาของข้อมูล : dailynews.co.th  
ที่มาของข้อมูลเรื่องยี่โถ : th.wikipedia

Wednesday, September 28, 2011

Accordion 4

หลังจากที่เพื่อน ๆ ฝึกเล่นเบสและคอร์ดด้วยมือซ้าย จนสามารถเล่นเพลง Deck the Halls ได้คล่องแล้ว เราก็มาฝึกเล่นคอร์ด D กันต่อ 

ตามตำราเค้าแนะนำให้ฝึกโดยไม่ต้องเล่นให้เกิดเสียงเสียก่อน โดยเลื่อนตัวหีบเพลงไปทางหัวเข่าจนทำให้มองเห็นนิ้วมือซ้ายที่่จะกดลงบนปุ่มเบสและคอร์ด ฝึกกดจังหวะที่ ๑ ด้วยนิ้วกลางลงที่ปุ่มเบส D ส่วนจังหวะที่ ๒ และ ๓ ก็ใช้นิ้วชี้กดปุ่มคอร์ด D major (ตามตำแหน่งที่เห็นในภาพ)  ตอนฝึกใหม่ ๆ ก็ต้องมองดูไปก่อน พอคุ้นเคยดีแล้วก็ไม่ต้องดู เมื่อกดคล่องดีแล้วให้ดึงหีบเพลงกลับมาอยู่ในตำแหน่งบรรเลง แล้วฝึกกดเบสและคอร์ด D ต่ออีก จนคุ้นเคยกับการเล่นเบสและคอร์ดตัวใหม่ 

เพื่อน ๆ บรรเลงให้เกิดเสียงได้แล้วนะ ไม่ต้องรีรอ เรามาเริ่มฝึกตามโน้ต Bass Warm-up บรรทัดแรกกันเลย หวังว่าเพื่อน ๆ คงไม่ลืม [บุ่ม แชบ แชบ] นะครับ แบบฝึกหัดนี้มี ๘ ห้อง ใน ๑ ห้องมี ๓ จังหวะ  ก่อนหน้านั้นเราเคยเล่นแต่เบส/คอร์ด C major และ G major  วันนี้เราต้องเล่นเบส/คอร์ด D major เพิ่มขึ้นอีก จะต้องค่อย ๆ ฝึก จนสามารถเล่นได้ต่อเนื่องตั้งแต่ต้นจนจบโดยไม่ต้องดูนิ้วตัวเอง   [บุ่ม แชบ แชบ] ไปเรื่อย ๆ เมื่อถึงห้องสุดท้ายให้ใช้ทั้งนิ้วกลางและนิ้วชี้กดปุ่มเบส G และปุ่มคอร์ด G major พร้อมกัน แชบบบบ ยาว ๓ จังหวะแล้วหยุด นี่คือการฝึกเล่นใน key of G major (ไม่เปลี่ยนตรง key signature)  

หลังจากฝึกแบบฝึกหัด Bass Warm-up บรรทัดแรก ก็ฝึกต่อบรรทัดที่สอง จะเห็นได้ว่ามีความยาว ๘ ห้อง แต่ time signature เป็น 4/4 ดังนั้นมือซ้ายจะต้องเล่น [บุ่ม แชบ บุ่ม แชบ]  ตัวอย่างเช่น ในห้องแรก คือ [เบส C - คอร์ด C major - เบส G - คอร์ด G major]  ห้องที่สอง คือ [เบส D - คอร์ด D major - เบส G - คอร์ด G major]   ห้องสุดท้ายเล่นเบสและคอร์ด C major  แบบฝึกหัดนี้อยู่ใน key of C major โดยมีคอร์ด D major เพิ่มมาเป็นคอร์ด Secondary Dominant คร้าบบ...

ว้าว เล่นได้คล่องแล้วใช่ไหม?  ฝึกต่อด้วยการเล่นเพลง All Through the Night เล้ย

ฝึกทีละมือก่อนก็ได้นะ เมื่อคุ้นเคยดีแล้วกับการบรรเลงทำนองด้วยมือขวาและเล่นเบส-คอร์ดด้วยมือซ้าย ก็เล่นสองมือได้เลย อย่าลืมว่าการเล่นในคีย์ G major ตัว F จะต้องเล่น F# นะ และดูให้ดี ๆ ด้วยว่าโน้ตตัวไหนเป็นโน้ต tied ซึ่งจะต้องกดคีย์ไว้จนครบตามค่าของมัน อย่างเช่น ในสองห้องสุดท้าย โน้ต G ต้องกดยาวจนครบ ๔ + ๔ = ๘ จังหวะ โดยดึงหรือดันกระเพาะลมให้ไปในทิศทางเดียวกันตลอดทั้งสองห้อง...


ส่วน Warm-Up In G Major ซึ่งอยู่ข้างท้ายนี้ เป็นแบบฝึกหัดสำหรับมือขวาที่เราต้องเล่นให้เสียงต่อเนื่อง  ถูกจังหวะ และมีความไพเราะ

ถ้าอยากเก่ง ต้องฝึกมาก ๆ นะ 

Friday, September 23, 2011

Accordion 3

มาฝึกเล่นหีบเพลงกันต่อดีกว่า...

เพื่อน ๆ ฝึกเล่นแบบฝึกหัดมือซ้ายที่เล่นเบส C แล้วตามด้วยคอร์ด C major  และเบส G ตามด้วยคอร์ด G major ดังโน้ตที่ลงไว้ให้เมื่อวันก่อนนี้ได้คล่องหรือยัง?  อย่าลืมว่าถ้าอยากเก่งก็ต้องฝึก ๆๆๆ ลูกเดียวครับ...

โน้ตต่อไปนี้คือแบบฝึกหัดที่เพื่อน ๆ จะต้องฝึก ก็อย่างที่เคยบอก ผมไม่ค่อยชอบตรงที่เค้าเขียน CM สำหรับคอร์ด C major เพราะอีกหน่อยถ้ามีคอร์ดไมเนอร์เข้ามาด้วยแล้วจะทำให้สับสนได้ง่าย  

เอาเหอะ....ฝึกตามเค้าไปนะ พอเห็นว่ามือซ้ายเล่นคล่องดีแล้ว ก็เล่นสองมือได้เลย ตามโน้ตที่เค้าเขียนว่า Playing Both Hands Together นั่นแหละ  มีอยู่ ๘ ห้อง ทั้งสองมือเริ่มจากโน้ต C แต่มือขวาเล่นยาว ๓ จังหวะในขณะที่มือซ้ายเล่น บุ่ม แชบ แชบ 

เล่นให้จังหวะสม่ำเสมอนะ เสียงก็ให้ต่อเนื่อง การชักเข้าชักออกให้ตรงตามที่เค้าเขียนบอกไว้ คือห้องแรกต้องดึงกระเพาะลมออก ห้องที่สองก็ดันเข้า สลับกันไปมา...

เมื่อเล่นได้แล้ว ก็ขยับไปเล่นเพลง Pop The Weasel Runaround ได้เลยครับ...

ยังเป็นเพลงที่มี time signature 3/4 อยู่ ดังนั้นมือซ้ายก็จะเล่น บุ่ม แชบ แชบ... (อีกแย้ว!) แต่คราวนี้ต้องเล่น ๑๖ ห้อง ในโน้ตเค้าไม่ได้เขียนบอก OPEN-CLOSE แล้วนะ เค้าใช้ลูกศรแทนอ่ะ ชี้ไปทางซ้ายก็หมายถึงดึงออก (OPEN) ชี้ไปทางขวาก็หมายถึงดันเข้า (CLOSE) ไม่ยากใช่ไหมครับ?


ซ้อมเพลง Pop The Weasel Runaround ได้คล่องแล้ว ก็ซ้อมต่อด้วยเพลง Deck the Halls ซึ่งอยู่ในอัตรา 4/4  จะเห็นได้ว่ามือซ้ายต้องเล่นทั้งแบบ [บุ่ม แชบ แชบ แชบ] และ [บุ่ม แชบ บุ่ม แชบ] ส่วนตอนจบก็เล่น บุ่ม แชบ แชบบบ(ยาว)  

ฝึกมาถึงตรงนี้ เมื่อเห็นว่าเล่นได้ไพเราะดี ก็นำ accordion ออกไปเล่นโชว์ได้แล้วครับ...

Thursday, September 22, 2011

Accordion 2

เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ผมได้นำภาพท่าเล่น accordion ทั้งแบบนั่งและยืน จากตำราที่มีอยู่มาให้เพื่อน ๆ ได้นำไปศึกษา โดยมีแบบฝึกหัดเพลงสั้น ๆ Blind Mice Romp ให้ฝึกเล่นด้วยมือขวาเพียงข้างเดียวก่อน สิ่งที่ต้องทำให้ได้คือ การเล่นให้ต่อเนื่อง ถูกเสียง ถูกจังหวะ ใช้นิ้วให้ตรงตามตำรา(ดูที่ตัวเลข fingering) และดึง bellows (อยากจะขอเรียกว่า "กระเพาะลม") ออกและเข้าให้ถูกต้องตามที่ตำราเขียนไว้ (open = ดึงออก  close = ดันเข้า)  

วันนี้เรามาศึกษาเรื่องการเล่นเบสและคอร์ดด้วยมือซ้ายกันนะครับ...

ขอให้พิจารณาที่ chart ต่อไปนี้...


นี่คือปุ่มเบสและคอร์ดซึ่งอยู่บนแผงทางด้านซ้ายมือของผู้เล่น ขอให้ดูในกรอบสี่เหลี่ยมนะครับ ถ้าทั้งหมดก็จะเป็นของ accordion แบบ 120 เบส จะเห็นว่ามีอยู่ 6 แถวด้วยกัน เป็นปุ่มเบส 2 แถว ส่วนอีก 4 แถวเป็นปุ่มสำหรับเล่นคอร์ดซึ่งมี 4 ประเภทคือ คอร์ดเมเจอร์, คอร์ดไมเนอร์, คอร์ดเซเว่น และคอร์ดดิมมินิช (เรียงตามลำดับ)

จากแผ่น chart ข้างบน เราสามารถทราบได้ว่า accordion แบบ 12 เบส, 24 เบส และ 48 เบสนั้นประกอบด้วยปุ่มเบสและคอร์ดซึ่งจัดอยู่ในลักษณะใด  ดูที่อยู่ภายในกรอบสี่เหลี่ยมพื้นดำนั่นกันก่อน มันคือ chart ของ accordion แบบ 12 เบส จะเห็นได้ว่ามีปุ่มอยู่เพียง 2 แถวเท่านั้น แถวหนึ่งเป็นเสียงเบส Bb, F, C, G, D และ A ส่วนอีกแถวเป็นคอร์ด Bb, F, C, G, D และ A  ทุกคอร์ดเป็นคอร์ดเมเจอร์ (Major)  อย่าได้สับสนกับการเขียนคอร์ดเมเจอร์ด้วยการใช้อักษร M ตัวใหญ่นะครับ บางท่านอาจจะไม่คุ้นเคย เพราะชินกับการเขียนคอร์ดเมเจอร์โดยไม่ต้องมีอักษร M กำกับ ในที่นี้ BbM ก็คือคอร์ด Bb major ครับ...

ทีนี้มาดูภายในกรอบสี่เหลี่ยมที่ขยายออกไปอีกระดับ นั่นก็คือ chart ของ accordion แบบ 24 เบส จะเห็นว่ามีปุ่มกดอยู่ 3 แถว คือ เบส, คอร์ดเมเจอร์ (Eb, Bb, F, C, G, D, A และ E) และคอร์ดไมเนอร์ (Ebm, Bbm, Fm, Cm, Gm, Dm, Am และ Em)

จากนั้นก็เป็นกรอบสี่เหลี่ยมซึ่งขยายออกไปอีก เป็น chart ปุ่มสำหรับเล่นเบสและคอร์ด 48 ปุ่ม ผู้ที่ใช้ accordion ขนาด 48 เบสก็ต้องศึกษาจาก chart ตัวนี้ จะเห็นได้ว่ามีปุ่มเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งแถว อยู่ทางด้านนอกสุดที่เขียนว่าเป็น counterbasses ประกอบด้วยโน้ต F, C, G, D, A, E, B, F#, C#, G#, D# และ A# 

ผมว่าหีบเพลงขนาด 48 เบสเป็นเครื่องที่น่าเล่น มันไม่ใหญ่เกินไป พกพาได้สะดวก ถึงแม้ว่าปุ่มสำหรับมือซ้ายจะไม่มีคอร์ดเซเว่นและคอร์ดดิมมินิช เราก็สามารถเล่นเสียงเพิ่มเติมได้ด้วยมือขวาครับ


ภาพข้างบนนี้อธิบายเรื่องการหาตำแหน่งของปุ่มโน้ต C (เสียงเบส) ไม่ว่าเพื่อน ๆ จะใช้หีบเพลงขนาดกี่เบสก็ให้ยึดหลักว่าปุ่มดังกล่าวจะอยู่ใน chart ของ accordion แบบ 12 เบส (ในวงกลมของภาพ) ขอให้ใช้นิ้วกลาง (3) คลำหา mark ซึ่งอาจจะบุ๋มลงไปคล้ายรูปดาวหรือวงกลม พอนิ้วไปสัมผัสเข้ากับ mark นั่น ก็จะรู้ได้ทันทีว่านั่นคือปุ่มเสียงเบส C (ตามโน้ตที่ถูกบันทึกลงในช่องที่สองของบรรทัดห้าเส้น ภายใต้ bass clef)

แสดงให้เห็นปุ่ม C บนหีบเพลงขนาด 80 เบส 

หีบเพลงขนาด 24 เบสของผม

โน้ตแอ็คคอร์เดียนก็คล้าย ๆ กับโน้ตเปียโน คือมีสองบรรทัด บรรทัดบนสำหรับมือขวา (ใช้ treble clef)  ส่วนบรรทัดล่างสำหรับมือซ้าย (ใช้ bass clef)  

โน้ตมือซ้ายของ accordion ง่ายกว่าของเปียโนเยอะเลย ดูที่เส้นกลางของบรรทัดห้าเส้นเป็นหลัก โน้ตที่อยู่ต่ำลงมาจะเป็นโน้ตเบส ส่วนโน้ตที่สูงขึ้นไปจะเป็นโน้ตคอร์ด เจ้าโน้ตคอร์ดก็ไม่ได้เขียนไว้หลาย ๆ ตัวเหมือนกับในโน้ตเปียโน แต่เค้าจะเขียนไว้แค่ตัวเดียว (จะเป็นโน้ตตัวกลม ตัวดำ โน้ตประจุด หรืออะไรก็ตาม) แล้วมีอักษรกำกับไว้ว่าเป็นคอร์ดอะไร  

เพื่อน ๆ ที่มีหีบเพลงอยู่แล้ว ก็ลองหยิบขึ้นมาฝึกแบบฝึกหัดสำหรับมือซ้ายดูนะ เล่นตามโน้ตบรรทัดล่างสุดเลยครับ จะเห็นได้ว่ามีทั้งหมด 8 ห้องด้วยกัน ในแต่ละห้องประกอบด้วย 3 จังหวะ (time signature = 3/4)  ให้ใช้นิ้วกลางเล่นเบสโน้ต C ในจังหวะที่ 1 ส่วนจังหวะที่ 2 และ 3 ให้ใช้นิ้วชี้เล่นคอร์ด C major (CM) บนปุ่มคอร์ด (ในแถวซึ่งอยู่ถัดมาทางด้านขวาของผู้เล่น) กด 2 ครั้ง ก็จะได้ 1 ห้องเป็นเสียง บุ่ม - แชบ - แชบ (C - CM - CM) ห้องที่ 2 ก็เล่นเหมือนกันครับ...

พอห้องที่ 3 เราก็ย้ายนิ้วกลางไปเล่นเบสที่ปุ่ม G (อยู่ถัดขึ้นข้างบนจากปุ่ม C) ส่วนนิ้วชี้ก็เล่นคอร์ด G major  
(ปุ่มคอร์ดที่อยู่ถัดจากคอร์ด C ขึ้นไปทางด้านบนเช่นเดียวกัน) ได้เสียง บุ่ม - แชบ - แชบ (- GM - GM) เล่นแบบเดียวกันอีก 1 ห้อง แล้วไปเล่นเช่นเดียวกับห้องที่ 1 และ 2 อีก รวมทั้งหมดเราสามารถเล่นได้ 6 ห้องแล้ว

ในห้องที่ 7 ก็เล่นเหมือนห้องที่ 3 แล้วไปจบด้วยการเล่นห้องที่ 8 โดยการใช้นิ้วกลางกดปุ่มเบส C พร้อม ๆ กับนิ้วชี้กดปุ่มคอร์ด C major (CM)  ให้กดแช่ไว้ยาวครบ 3 จังหวะ แล้วยกขึ้น (เป็นการเล่นโน้ตตัวขาวประจุด)

ในตำราเค้าบอกให้ฝึกกดปุ่มเฉย ๆ ยังไม่ต้องเล่นให้เกิดเสียง แต่ผมคิดว่าเมื่อเราได้ศึกษาตำแหน่งของปุ่มต่าง ๆ ดีแล้ว ก็น่าจะลองเล่นดูเลย มันจะยากขึ้นหน่อยตรงที่ว่าจะต้องชักกระเพาะลมเข้า-ออกเพื่อให้เกิดเสียง บุ่ม - แชบ - แชบ - บุ่ม - แชบ - แชบ.....  เท่านั้นเอง!

ปรับให้กระชับมือ
ผมว่าการยืนเล่นน่าจะดีกว่า สะพายเครื่องให้ดี ให้หีบเพลงอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม ใช้นิ้วกลางของมือซ้ายคลำหาปุ่ม C ให้เจอแล้วปรับให้สายรัดมือซ้ายกระชับเข้ามา เพื่อมือซ้ายจะได้อยู่ในตำแหน่งที่สามารถเล่น บุ่ม - แชบ - แชบ ได้สะดวก

ลองฝึกดูนะครับ

Wednesday, September 21, 2011

การย้ายต้นไม้

ในชีวิตที่ผ่านมา ผมเคยย้ายต้นไม้ก็หลายครั้งอยู่นะ รอดก็มี ตายก็ไม่น้อย สาเหตุคงเป็นเพราะความใจร้อนของผมนั่นเอง เมื่อเร็ว ๆ นี้..ย้ายต้นพริกขึ้หนูก็ตายไปอีกหนึ่ง ส่วนต้นมะนาวก็ทำท่าว่าจะไปไม่รอดซะแล้ว!  


เมื่อ ๒๐ ปีก่อน ผมเคยบอกรับนิตยสารการเกษตร ถ้าเจอบทความดี ๆ ผมก็จะตัดออกแล้วนำไปเก็บไว้ในสมุดวาดเขียน วันนี้ผมอยากนำข้อเขียนเรื่อง "การย้ายต้นไม้" ของ อ.ธนิต มะลิสุวรรณ ผศ.ภาควิชาเทคโนโลยีทางพืช คณะผลิตกรรมการเกษตร สถาบันเทคโนโลยีการเกษตรแม่โจ้ มาให้เพื่อน ๆ ได้อ่านกัน ผมคิดว่าน่าจะมีประโยชน์สำหรับผู้ที่รักการทำสวนและตกแต่งบ้านด้วยไม้ดอกไม้ประดับนะครับ...


ท่านอาจารย์ธนิตเขียนไว้ดังนี้...

การย้ายต้นไม้




  • ใช้จอบหรือเสียมขุดดินบริเวณรอบ ๆ ต้นเพื่อตัดปลายรากตามแนวเงาของต้นไม้ตอนเที่ยงวันล่วงหน้าก่อนราว ๒-๓ สัปดาห์ เพื่อเตือนให้ต้นไม้รู้ว่าจะต้องเปลี่ยนที่อยู่ใหม่แล้วนะ ถ้าขุดขึ้นทันทีจะทำให้รากกระทบกระเทือนอาจจะทำให้เฉาและทิ้งใบ การเติบโตชะงักไประยะหนึ่ง หากเป็นต้นไม้ประเภทใจเสาะ อาจตายไปเลยก็ได้

  • รดน้ำรอบ ๆ ต้นให้ดินชื้นตามแนวที่ขุดไว้เดิมล่วงหน้าก่อนประมาณ ๒-๓ วัน การขุดดินจะง่ายขึ้น ต้นไม้ได้รับความชื้นพอเพียง  ดินที่มีลักษณะค่อนข้างร่วนหรืออ่อนตัวมากเกินไป คะเนให้ดินแห้งพอหมาด ๆ ดินอยู่ตัว ไม่แตกออกจากกันขณะขุด
  • ขุดดินรอบ ๆ ต้นออก จะให้ดินติดอยู่กับรากมากน้อยแค่ไหนนั้น ขึ้นอยู่กับชนิดของดิน ถ้าเป็นดินเหนียวอาจเหลือไว้ให้มากกว่าดินร่วน เพราะดินเหนียวไม่แยกตัวได้ง่ายเหมือนดินร่วน ระบบรากเกาะยึดดินได้ดีกว่าในระหว่างขุด
  • เปิดดินรอบ ๆ ต้นไม้ให้กว้างพอที่จะปฏิบัติงานได้สะดวก โดยขุดทะแยงลงไปเรื่อย ๆ ประมาณครึ่งหนึ่งของหลุม ระวังอย่าให้ดินกระเทือนมากจนแยกหรือเป็นรอยร้าว 

  • ใช้กระสอบเก่าหุ้มบริเวณดินที่ขุดโคนต้น อาจใช้เข็มกลัดยึดกระสอบให้หุ้มดินโคนต้น แล้วขุดดินที่เหลือออกจากกัน 

  • ใช้พลั่วงัดตะแคงโคนต้นไม้เพื่อยกต้นไม้ขึ้นจากหลุม การยกขึ้นจากหลุมอาจใช้สาแหรกรองดินหรือใช้มืออุ้มขึ้นมา ระยะนี้เป็นช่วงที่ดินมีโอกาสแตกออกจากกันได้โดยง่าย 

  • วางต้นไม้ลงบนกระสอบเก่าแล้วหุ้มให้แน่นอีกชั้นหนึ่ง ใช้กระสอบหุ้มโคนต้นไม้เพื่อกันมิให้ลำต้นโยกขณะเคลื่อนย้าย 

  • วางโคนต้นไม้ตรงกลางหลุมซึ่งมีขนาดกว้างเป็นสองเท่าของโคนดินหุ้มราก รองก้นหลุมด้วยดินผสม กะให้แนวโคนต้นสูงจากระดับดินเดิมเล็กน้อย

  • ขยับทรงต้นไม้ให้ได้ตำแหน่งที่พอใจก่อนจะกลบดิน พูดง่าย ๆ คือขยับต้นไม้รับกับด้านใดด้านหนึ่ง หรือหลาย ๆ ด้าน

  • กลบดินปลูกและทำดินให้แน่น ทำหลักยึดลำต้นเพื่อกันโยกเวลาลมพัด 

  • พูนดินรอบต้นไม้ให้สูงขึ้นมาเล็กน้อย แล้วรดน้ำให้ชุ่ม ทำที่บังแดดให้ดี
การดูแลหลังปลูก

ต้นไม้ที่ขุดย้ายไปปลูกในที่ใหม่ ระยะแรก ๆ รากอาจจะกระทบกระเทือนบ้าง จึงควรกลบดินให้ค่อนข้างแน่น รดน้ำให้ชุ่ม ทำหลักยึดประคองลำต้นให้แข็งแรง ป้องกันมิให้ลำต้นโยกเวลาลมพัด อาจต้องตัดแต่งใบหรือกิ่งบ้างตามสมควร เมื่อจำเป็น

ในกรณีที่ดินแตกแยกระหว่างขุดหรือย้ายก็ดี รากจะได้รับการกระทบกระเทือน ต้องตัดแต่งกิ่งออกให้มาก เพื่อให้โอกาสต้นไม้ฟื้นตัวเร็ว 

หน้าฝนเป็นโอกาสเหมาะที่จะปลูกย้ายต้นไม้ใหม่ เพราะดินชุ่มชื้น อากาศมีความชื้นสูงกว่าฤดูอื่น ต้นไม้ตั้งตัวเร็ว ประหยัดแรงงานในการรดน้ำ แต่ต้องระวังนิดหนึ่งในการย้ายไม้หน้าฝน เพราะถ้าฝนตกน้ำระบายไม่ได้ โอกาสที่ต้นไม้ปลูกใหม่จะจมน้ำตายก็มีมากเหมือนกัน หากว่าฝนตกชุกก็ควรปลูกให้ตื้น ให้ระดับโคนต้นไม้ใหม่สูงมาจากแนวเดิมเล็กน้อย กะว่าน้ำไม่ท่วมรากก็ใช้ได้


---------------------------------------------------------------------------------...-------------------------------------


ที่มา : บทความเรื่อง "การย้ายต้นไม้" โดย อ.ธนิต มะลิสุวรรณ ประจำภาควิชาเทคโนโลยีทางพืช คณะผลิตกรรมการเกษตร สถาบันเทคโนโลยีการเกษตรแม่โจ้ ลงพิมพ์ในนิตยสารการเกษตรซึ่งจำชื่อไม่ได้แล้ว