Sunday, March 09, 2014

3BB vs TOT

พื่อน ๆ ที่รักครับ…

ลุงน้ำชาหายหน้าไปอาทิตย์กว่า ๆ เนื่องจากระบบอินเทอร์เน็ตใช้การไม่ได้  ที่บ้านใช้ของ TOT ที่ผมจัดให้เป็นผู้บริการที่แย่ที่สุดในบรรดาทั้งหมดที่ผมเคยใช้มา ไม่ว่าจะเป็น CAT ที่เคยว่าแย่… แต่ TOT กลับแย่กว่า!  มันช้าจนอัพโหลดรูปภาพลงบล็อกได้บ้างไม่ได้บ้าง ผมต้องจ่ายเดือนละ ๕๙๐ บาท (ยังไม่รวม Vat อีก 7%) ด้วยความจำใจมาโดยตลอด!

วันหนึ่งโทรศัพท์ก็เสีย แล้วสัญญาณเน็ตก็หายไป  ตั้งแต่นั้น…ผมเข้าเว็บไม่ได้  ไม่สามารถเขียนบล็อก หรือเปิดดูข่าว   โทรไปแจ้งให้ TOT  ผ่านมาได้หลายวัน…ผมก็ยังไม่เห็นมาทำการแก้ไข! จึงอยากจะบอกไว้ ณ ที่นี้ว่า ถ้าท่านคิดจะใช้บริการของ TOT  ก็น่าจะใคร่ครวญให้ดี ๆ  เนื่องจากการทำสัญญาแล้วต้องทนใช้บริการที่ไม่ดีตามที่คุยไว้ถึง ๑๒ เดือนเต็ม เป็นเรื่องที่ชวนให้ประสาทเสียได้!

ขณะเขียนบล็อกในวันนี้ ผมมีอินเทอร์เน็ตใช้แล้วครับ  แต่ไม่ใช่ของ TOT  ผมต้องหาวิธีเอาเองด้วยวิชาช่างเหอะ… ดูด wifi รายเดือน ๆ ละ ๙๙ บาทของ 3ฺฺBB มาใช้  โดยลงทุนซื้ออุปกรณ์มาเพิ่ม คือ Wireless PCle Adapter ยี่ห้อ SMC

เจ้าตัวนี้จะทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์ของผมสามารถรับสัญญาณ wifi ได้….

หมดตังค์ไป ๓๓๐ บาท ทำให้สามารถรับ wifi ของ 3ฺฺฺBB ได้  แต่สัญญาณยังไม่แรงสำหรับการใช้งานอย่างราบรื่น ผมจึงต้องประมูลซื้อเสาอากาศ wifi มาอีก ๑ ตัว  (ราคา ๕๕๐ บาท)

มันคือตัวดูด wifi ที่คุ้มค่ากับการลงทุน…

จากความแรงของสัญญาณ “แย่” ก็กลายเป็น “ดีเยี่ยม”…

ทดสอบความเร็วมาให้เพื่อน ๆ ดูหน่อย ได้ 9.43 Mbps…ใช้เน็ต 10 Mb เดือนละ 99 บาทของ 3BB ผมทดลองอัพโหลดรูปลงบล็อกแล้ว เร็วกว่าตอนที่ใช้เน็ตเดือนละ 590 บาทของ TOT เยอะเลย

จากนี้ไปก็มาเขียนบล็อกให้เพื่อน ๆ อ่านได้เหมือนเดิมแล้วคร้บ…

Monday, March 03, 2014

ภาพเก่าเล่าอดีต


วันนั้นผมไปเล่นแอคคอร์เดียนบน ย.๑ อุทยานแห่งชาติดอยขุนตาน  "ลานชมดาว"ยังหาดาวให้ชมไม่ได้  มีแต่แดดร้อนเปรี้ยง...ชวนให้หิวกระหาย!


ตรงข้ามลานชมดาวมีร้านอาหาร ด้านขวาเป็นห้องจำหน่ายเครื่องดื่มและของที่ระลึก มีรูปขาวดำเล่าอดีตเกี่ยวกับการก่อสร้างอุโมงค์ขุนตานใส่กรอบแขวนไว้เหนือประตู ผมเห็นว่าน่าสนใจ จึงถ่ายภาพนำมาให้เพื่อน ๆ ดู... 


 


ขอเป็นหูเป็นตาแทนเพื่อน ๆ ที่ยังไม่เคยไปครับ... 

Sunday, March 02, 2014

อยากส่งข่าวถึงอาจารย์หมู


พี่ชายของผมสายตาสั้นพันกว่าต้องสวมแว่นตาหนาเตอะ วันหนึ่งผมพาไปหาคุณหมอพงษ์ศักดิ์ ที่คลีนิกซึ่งอยู่ตรงข้ามกับ "วัดป่าฝาง" 


"วัดป่าฝาง" หรือ "วัดศาสนโชติการาม" เป็นวัดพม่าซึ่งเป็นที่รู้จักกันดี...



พี่ชายไปพบแพทย์ครั้งแรก คุณหมอก็นัดให้ไปผ่าตัดลอกต้อและเปลี่ยนเลนส์ตาเลย หลังจากการผ่าตัดและได้รับการดูแลจนหายดี ทุกวันนี้พี่ชายผมกลายเป็นคนตาดีที่สามารถอ่านตัวเลขบนแบบทดสอบสายตาแถวรองสุดท้ายได้ถูกหมด!

วันนี้ผมคิดถึงอาจารย์หมูวงแมคอินทอช ผู้มีสายตาสั้นเช่นกัน มีอยู่ครั้งนึงที่อาจารย์หมูแวะมาคุยด้วยที่บ้าน อยากให้เพื่อน ๆ กลับมามีสายตาที่มองเห็นได้โดยไม่ต้องใช้แว่นตาหนา ๆ...ผมเล่าเรื่องการผ่าตัดเปลี่ยนเลนส์ตาให้ฟัง และแนะนำให้ไปหาหมอพงษ์ศักดิ์...


ตั้งแต่วันนั้น ผมยังไม่มีโอกาสพบกับอาจารย์หมู แต่ก็คิดว่าถ้าได้เจอะเจอก็อยากจะยกกรณีพี่ชายให้เป็นตัวอย่าง!

อยากบอกว่าชีวิตจะดีขึ้นอย่างแน่นอน ถ้าสามารถมองเห็นได้ดีโดยไม่ต้องพึ่งแว่นตาหนาเตอะ!

Saturday, March 01, 2014

ณ หนา ลำปาง


ผมเป็นคนตกยุคที่ได้แต่ขาบอยู่ (กบดาน)!!  งานประชาสัมพันธ์อย่างที่เคยไปจัดรายการ "คุยก่อนนอนกับลุงน้ำชา" ที่ Smooth Radio ก็เลิกทำมานานแล้ว ผมไม่ได้ออกไปเห็นแสงสีในเมือง ขนาดห้างเปิดใหม่อย่างเซ็นทรัลพลาซ่าก็ยังไม่เคยขึ้นไปเดินดู 

นานปีทีหนถึงจะมีคนจ้างให้ไปเล่นหีบเพลงสักครั้ง อย่างเช่นในงาน "แอ่วขุนตาน...ม่วนแต้หนา" เมื่อวันที่ ๒๒ กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา


การได้ออกไปเปิดหูเปิดตาทำให้ผมได้เห็นการแสดงของคนรุ่นใหม่ ที่เรียกตัวเองว่า ณ หนา ลำปาง ในละครเพลงเรื่อง "สายรุ้งที่ปลายอุโมงค์"  ผมรู้สึกประทับใจกับการแสดงของคนหนุ่มสาวเหล่านั้นมาก ๆ



การแสดงยาวประมาณ ๑๐ นาที แต่มีค่ายิ่งในความคิดของผม เสียดายที่มีผู้ชมไม่มาก และดูเหมือนว่าส่วนใหญ่จะมองเห็น "สายรุ้งที่ปลายอุโมงค์" เป็นแค่เพียงการแสดงละครธรรมดาเรื่องหนึ่งเท่านั้น....


แม้แต่เพื่อนนักดนตรีซึ่งอยู่บนเวที นอกจากจะไม่ให้ความสนใจแล้วยังเป่าขลุ่ยส่งเสียงรบกวนในขณะที่ละครเพลงกำลังดำเนินด้วยความตั้งใจและทุ่มเทของนักแสดง...



ผมไม่รู้ว่าจะมีสักกี่คนที่ได้เห็นในความงดงามทั้งการลีลาการเคลื่อนไหวและบทเพลงประกอบ แม้จะไม่สมบูรณ์ ๑๐๐ เปอร์เซนต์ แต่สิ่งที่เขาเหล่านั้นนำมาถ่ายทอดใน "สายรุ้งที่ปลายอุโมงค์" ก็ยิ่งใหญ่แล้ว...ในความคิดของชายแก่คนหนึ่งอย่างผม!


ณ หนา จะเป็นใครไม่สำคัญ ผมขอแสดงความชื่นชมในผลงานของพวกคุณครับ...

Wednesday, February 26, 2014

สมาร์ทบอร์ด


วันนี้ผมต้องเล่นกับสมาร์ทบอร์ด!  สมาร์ทบอร์ดเป็นวัสดุไฟเบอร์ซีเมนต์บอร์ด ที่ใช้สำหรับงานฝ้าเพดาน ผนัง และแผ่นรองวัสดุต่าง ๆ ใช้ได้ดีทั้งภายในและภายนอก มีคุณสมบัติด้านการทนน้ำและทนชื้น ปลวกไม่กิน เนื้อวัสดุเหนียว ดัดโค้งได้ นอกจากนั้นยังแข็งแรง ทนทาน รับแรงกระแทกได้มาก  ผมซื้อสมาร์ทบอร์ดขนาด ๑๒๐ ซม. x ๑๒๐ซม. หนา ๔ มม.  มาจากงาน "อิวหลีแฟร์" เมื่อปลายปีที่แล้ว จำนวน ๑๐ แผ่น เอามาเก็บไว้ตั้งนาน วันนี้เพิ่งได้นำออกมาใช้!

ใช้กั้นผนังห้อง workshop ของช่างเหอะ ผมตั้งโครงไว้แล้วโดยใช้ไม้เก่าที่ซื้อมาจากครูหนิง ก่อนอื่นผมต้องยึดโครงผนังให้อยู่กับที่เสียก่อน จะทำอย่างไรให้กระทบกระเทือนกับพื้นดาดฟ้าน้อยที่สุด ผมขี่จักรยานไปซื้อตะปูตอกคอนกรีตขนาดนิ้วครึ่งมาใช้... 


ใช้สว่านเจาะนำที่ไม้ก่อน ไม่ตอกลงเฉย ๆ เพราะไม้เนื้อแข็งอย่างนั้น ต่อให้มือฉมังขนาดไหนก็อาจงอหรือตอกไม่ตรงได้  ตะปูซื้อนับตัวมา...อย่าเสี่ยงดีกว่า!


ตอกแค่ตะปูจิกลงไปบนพื้นคอนกรีตประมาณเกือบครึ่งนิ้วก็พอแล้ว  ไม่ต้องกลัวว่าจะไม่อยู่ เพราะมีถึง ๔ จุด...


จากนั้นก็นำสมาร์ทบอร์ดออกมาตัดให้ได้ขนาดกับโครงไม้ที่ได้ตั้งไว้  ขีดเส้นด้วยดินสอ วางลงกับพื้นแล้วใช้เหล็กปลายแหลมขีดตามเส้น พอเป็นร่องลึก... 


นำไม้เหลี่ยมมารองข้างใต้ตามแนวขีด แล้วค่อย ๆ กดด้านที่จะตัดออกลงอย่างเบามือ มันก็จะขาดออกจากกัน สวยหรือไม่สวยขึ้นอยู่กับการขีดร่อง...


จากนั้นก็นำไปตีติดกับโครงไม้...


ติดตั้งแผ่นแรกแล้ว...


ต่อไปก็ตัดอีกแผ่นสำหรับด้านบน ซึ่งยากกว่าเพราะต้องตัดให้เข้ารูปหลังคาและมีช่องสำหรับแป...


เรียบร้อยแล้วก็โป้วหัวตะปูด้วยดินสอพองผสมน้ำและกาวลาเท็กซ์ (ต้องใช้เหล็กนำย้ำหัวตะปูลงไปก่อน) จากนั้นก็ปล่อยให้แห้ง ก่อนที่จะนำกระดาษทรายมาขัด  เมื่อเห็นว่าพร้อมแล้ว...ผมก็นำสีน้ำมันมาทา

ี้
ผลที่ได้วันนี้ก็คือ ปวดเมื่อยไปทั้งตัวครับผม!

Tuesday, February 25, 2014

ซ่อมที่จ่ายน้ำยาล้างจาน

ทำอ่างล้างจานไว้ตรงมุม...ผมติดตั้งตัวจ่ายน้ำยาล้างจานไว้ด้านซ้ายมือ!   


เป็นของถูกที่ซื้อมาจากห้าง Global House ยี่ห้อ Saku


ใช้งานมาได้ไม่นานก็เริ่มเสีย คือ อยู่ ๆ น้ำยาล้างจานก็รั่วไหลออกจนหมด มันค่อย ๆ ซึมออกมา ทีแรกผมก็เข้าใจว่าตัวกดค้าง พยายามใช้งานด้วยความระมัดระวังตลอดเวลา...

คืนก่อน...ตอนล้างจานก็ยังเห็นน้ำยาอยู่ประมาณ ๑/๔  พอตื่นเช้ามากลับพบแต่ความว่างเปล่า มันไหลออกหมด!  ไม่ได้... อยู่ไม่ได้แล้ว ช่างเหอะต้องรีบลงมือซ่อม หรือไม่งั้นก็โยนทิ้งไป ไม่ใช้มัน!

แกะออกมาดูแล้วพบว่า การออกแบบไม่ดีเท่าที่่ควร จะเห็นได้ว่าเมื่อเรากดใช้น้ำยาล้างจาน จะเกิดแรงโยก นาน ๆ ไปพลาสติกก็มีรอยร้าว เกิดรอยรั่วระหว่างภาชนะกับตัวปั้ม เป็นสาเหตุทำให้น้ำยาล้างจานไหลซึมออกมา....


ช่างเหอะมี Silicone Sealant ซึ่งบอกว่าใช้อุดรอยรั่ว ช่องว่าง หรือรอยต่อวัสดุจำพวกกระจก แก้ว คอนกรีต กระเบื้อง ท่อ และสุขภัณฑ์...


นำออกมาใช้อุดรอยรั่ว เหมือนการซ่อมตู้ปลา...


ตัดเศษไม้ชิ้นเล็ก ๆ ใส่กาวลาเท็กซ์นำมาอัดใส่เพื่อให้ตัวปั้มไม่โยกเยกอีกต่อไป ไม่สวยไม่เป็นไร เพราะอยู่ด้านใน...มองไม่เห็น!


ตรงที่ยึดฝาปิดหักไปข้างนึง ก่อนปิดหลอดกาว ก็เลยแต้มไว้ซะหน่อย...


ทิ้งไว้ข้ามคืน เมื่อกาวแห้งดี ก็ประกอบเข้าที่ เรียบร้อยแล้วครับ ใช้งานได้ดีแล้ว น้ำยาล้างจานไม่รั่วอีกเลย....


เกือบโยนทิ้งซะแล้ว....อิอิ!

Monday, February 24, 2014

ตะปูหมวกหลุด!

วันก่อนผมเขียนเรื่องมุงสังกะสี workshop ของช่างเหอะ....


 ไม่ได้เล่าว่ามีอยู่ตัวนึงที่ตัว cap มันหลุดออก เหลือแต่หัวตะปู อย่างนั้นน้ำฝนอาจซึมเข้าได้...


มันอยู่สูง และเป็นช่วงกลางแผ่นสังกะสีซะด้วย ทำให้ยากที่จะเอื้อมขึ้นไปถอนตะปูออก แล้วตอกตัวใหม่! ช่างเหอะลองเงื้อง่าคว้าคีมปากนกแก้วขึ้นไปทำท่าถอนเจ้าตะปูตัวนั้นดูแล้ว เห็นว่ายากสสส์!! นอกจากจะไม่สำเร็จแล้ว ยังจะทำให้สังกะสีแถวนั้นยับเยินเป็นแน่แท้...

ก็ต้องใช้วิธีการง่าย ๆ ครับ ตอกตัวใหม่เข้าไปเลย...


เรียบโร้ย...


สังกะสีโดยรอบก็ไม่บุบ...


ไหน ๆ ก็เสี่ยงชีวิตไต่กะไดขึ้นไปแล้ว ผมเลยถือโอกาสใช้สีน้ำมันสีเขียวแต้มหัวตะปูเสียด้วยเลย...


 รอดตายไปได้อีกวันนึง!