Showing posts with label คุณเมธี. Show all posts
Showing posts with label คุณเมธี. Show all posts

Thursday, February 26, 2015

ส.ค.ส. จากเฟิ่งหวง

ร้านเปียโนยังไม่เปิด! คงต้องใช้เวลาอีกหลายเดือนเพราะผมกลายเป็นเรือเกลือไปแล้ว ทุกวันนี้ใครผ่านไปผ่านมาก็จะเห็นประตูปิดอยู่เสมอ เวลาบุรุษไปรษณีย์นำจดหมายมาส่ง ถ้าไม่ต้องเซ็นรับ เค้าจะใส่ไว้ที่ตู้รับจดหมาย...


เมื่อวานนี้มีจดหมาย ๒-๓ ฉบับ ผมดึงออกมาดูเห็นว่าเป็นจดหมายทวงหนี้ทั้งน้านน.!  ปกติไม่เปิดฝาตู้ออกมา เพราะพ่อโพสต์แมนจะสอดจดหมายคาไว้ให้ที่ช่องรับ แค่ดึงออกมาเท่านั้น แต่วันนี้มีอะไรมาดลใจให้ผมเปิดฝา แต่ก็ไม่เห็นอะไรอยู่ในตู้ กำลังจะปิดอยู่แล้วก็มีเสียงในสมองบอกให้ผมเอานิ้วล้วงเข้าไปควานสำรวจ  โห! พบไปรษณียบัตร ๑ ฉบับนอนหลบอยู่ข้างในนั้น!!!


เป็นไปรษณียบัตรซึ่งคุณเมธีส่งมาให้จากเมืองจีนตั้งแต่ปีที่แล้วเพื่อสวัสดีปีใหม่...


คุณเมธีส่งข่าวให้ทราบว่าได้ไปพักผ่อนปีใหม่ที่เมืองจีน (อีกแย้ว) คราวนี้ไปมณฑลหูหนาน ไปเยือนหลายเมือง หนึ่งในนั้นคือ "เฟิ่งหวง หรือ Phoenix" เมืองของชนกลุ่มน้อยเผ่าเมี่ยว (Miao) ซึ่งอยู่อย่างสงบ กับธรรมชาติและวัฒนธรรมปิด...  

อ่านแล้วผมรู้สึกตาร้อนขึ้นมาทันที คนอะไรเที่ยวได้เที่ยวดี!!  

ขอขอบคุณคุณเมธีด้วยความยินดียิ่งนัก ต้องขอโทษด้วยที่ผมไม่รอบคอบ ทำให้ ส.ค.ส. ปีใหม่ตกค้างอยู่ในตู้รับจดหมายนานเกือบ ๒ เดือน...

ขอบคุณพระเจ้า ถึงอย่างไรผมก็ยังได้รับ!

Wednesday, February 11, 2015

ใครหนอ?

เครื่องบินมาเลเซียแอร์ไลน์ เที่ยวบิน MH370 หายสาบสูญไปตั้งแต่วันที่ ๘ มีนาคม ๒๕๕๗ ตอนนี้ยังหาคำตอบไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้น คงเป็นเรื่องลึกลับซึ่งต้องเฝ้าติดตามไปอีกนาน... อาจนานเกินกว่าที่ผมจะมีชีวิตอยู่จนได้รู้ความจริง!!

แต่ก็ไม่เป็นไรเพราะยังเป็นเรื่องไกลตัว วันนี้กลับมีเรื่องพิศวงให้ต้องค้นหาความจริงขึ้นแล้ว!!!


วันก่อนนี้ผมเขียนเรื่อง "ลมใต้ปอด" และฟันธงว่าต้องเป็นคุณเมธีแน่ ๆ เลยที่ส่งหนังสือเล่มนี้มาให้อ่าน...


เช้าวันนี้ได้อ่านเมลจากคุณเมธีเขียนว่า "...ไม่ได้ส่งหนังสือลมใต้ปอดครับ เป็นปริศนาที่ต้องขบคิดต่อไปว่าใครหนอส่งมาแอบกำนัลชุบชีวิตให้ชุ่มชื่น ยินดีด้วยใจเมธี...." 

เอาละสิ! แล้วผมจะรู้ได้อย่างไรว่าใครส่งมา?  

ก่อนอื่นต้องนำรายชื่อของเพื่อน ๆ ที่รู้ address บ้านห้างฉัตรมาวางแผ่เพื่อวิเคราะห์ เท่าที่นึกออกก็มีอยู่ไม่กี่คน และเมื่อกลั่นกรองออกไปอีก ก็เหลือเพียงแค่ ๒ ท่านที่ปกติจะใช้คำว่าอาจารย์นำหน้าชื่อผู้รับ คือ "คุณเมธี" และ "คุณเดชา" ในเมื่อคุณเมธีแจ้งมาแล้วว่าไม่ได้ส่ง "ลมใต้ปอด" ให้  ผู้ต้องสงสัยก็น่าจะตกอยู่กับคุณเดชา!

พอดีติดต่อคุณเดชาไม่ได้ทั้งทางโทรศัพท์หรืออินเทอร์เน็ต ผมจึงต้องขอนำทำนองเพลง "ใครหนอ" มาร้องว่า... 
ใครหนอรักเราเท่าชีวัน (เท่าชีวัน)
ใครหนอใครกันให้เราขี่คอ (คุณพ่อคุณแม่)
ใครหนอแอบกำนัลด้วยหนังสือคุณปอ*
รู้แล้วละก็ อย่ามัวรั้งรอ ขอช่วยชี้แจง........
ด้วยความขอบคุณยิ่ง!

(*ปอ คือชื่อเล่นของผู้เขียนลมใต้ปอด)

Sunday, February 08, 2015

ลมใต้ปอด

เมื่อเย็นวานนี้บุรุษไปรษณีย์นำพัสดุมาส่งให้  มันถูกส่งมาจากศูนย์หนังสือจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผมอดแปลกใจไม่ได้เพราะไม่เคยได้สั่งซื้อหนังสือจากที่นั่น!!  ผมจำไม่ได้แล้วว่าซื้อหนังสืออ่านครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่!  ทุกวันนี้ก็ได้แค่อาศัยอ่านจากหนังสือเก่า ๆ ที่มีอยู่ และไฟล์ซึ่งดาวน์โหลดมาจากอินเทอร์เน็ต..


นับเป็นครั้งแรกในชีวิตที่ผมได้รับพัสดุส่งตรงมาจากศูนย์หนังสือจุฬาฯ


ไม่ปรากฏชื่อและที่อยู่ของผู้ส่งที่แท้จริง ผมเกิดความสงสัยเช่นเดียวกับที่ได้รับพัสดุบรรจุกระเป๋าคาดเอวน่ารักส่งมาจากคุณเดชาเมื่อไม่นานมานี้  รีบเปิดกล่องออกดูก็พบกับหนังสือ "ลมใต้ปอด" เขียนโดย คุณภราดล พรอำนวย เล่มเนี้ย...


ราคาปก ๑๙๕ บาท... 


ต้องใช้เวลาใคร่ครวญอยู่นานว่าใครหนอส่งหนังสือเล่มนี้มาให้? ในที่สุดผมก็บอกตัวเองว่า "ต้องเป็นคุณเมธีแน่เลย" คิดว่าคงไม่ผิดครับ ขอขอบคุณเป็นอย่างยิ่งสำหรับอาหารสมองเล่มนี้!

วันนี้วันอาทิตย์ ผมใช้เวลาช่วงบ่ายนำหนังสือลมใต้ปอดขึ้นไปนอนอ่านในห้อง green workshop บนดาดฟ้า จริง ๆ แล้วหนังสือขนาด ๒๓๙ หน้ามีภาพประกอบขาวดำ(ไม่ชัด)เล่มนี้ ยังไม่อาจจัดได้ว่าเป็น un-put-down-able เหมือนนวนิยายบางเล่ม แต่ผมก็อ่านจนจบ เพราะอยากรู้เรื่องราวของนักแซ็กโซโฟนวัย ๓๐ กว่าผู้เดินทางจากเมืองไทยไปฝรั่งเศสด้วยงบประมาณเพียง ๒ หมื่นบาท..

ผู้เขียนได้เล่าถึงการเล่นดนตรีเปิดหมวก ผสมผสานกับเรื่องการผจญภัยอันตื่นเต้นเร้าใจ ผมอ่านจบแล้วอดชื่นชมในความกล้าและบ้าบิ่นของเขาไม่ได้...

ผมเคยฝันที่จะเขียนหนังสืออย่างนี้บ้าง แต่คิดว่าน่าจะเป็นแค่ฝันลม ๆ แล้ง ๆ มากกว่า! 

Saturday, July 07, 2012

Nikon D50

ในชีวิตนี้ผมไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะมีคนมอบกล้องดิจิตอล SLR ราคาแพงให้ผมไว้ใช้ฟรี ๆ ผมเคยได้ยินอาจารย์ติ่งพูดถึงเรื่องกล้อง Nikon D50 มาตั้งนานแล้ว แต่ก็ไม่ได้ให้ความสนใจ เพราะคิดว่ากล้องดิจิตอล SLR ไม่ว่ายี่ห้ออะไร...ล้วนอยู่ไกลเกินความสามารถที่ผมจะเป็นเจ้าของได้



แต่แล้ว...อยู่ ๆ ผมก็ได้มีโอกาสใช้เจ้า Nikon D50!!!

พอทราบว่าผมจะไปพม่า วันที่ผมเดินทางถึงกรุงเทพฯ คุณเมธีก็ไปรอพบที่สถานีหัวลำโพง แล้วมอบกล้อง Nikon D50 ให้  คุณเมธีพูดแค่เพียงว่า "แบ่งให้ไปช่วยเลี้ยงดู" เป็นการให้แบบให้เปล่าจริง ๆ ครับ!  ผมไม่รู้จะตอบแทนน้ำใจของคุณเมธีได้อย่างไร!

แบกเป้ไปพม่า...ผมเตรียมกล้องคอมแพคไปด้วย ๒ ตัวคือ Canon PowerShot A75 แล่ะ Samsung S630 เริ่มใช้เจ้า Canon เก็บภาพตั้งแต่วันแรกที่ไปถึงกรุงเทพฯ  พอถึงพม่า...ยังไม่ทันได้ออกจากย่างกุ้ง Memory Card ที่มีอยู่ ๓ ตัวก็เต็มหมด พอไปถึงอินเลผมต้องนำเจ้าซัมซุงซึ่งเป็๋นกล้องสำรองออกมาใช้งาน แต่แล้วก็เกิดอาการเช่นเดียวกับเจ้า Canon PowerShot A460 ซึ่งไปเดี้ยงที่เวียดนาม อาการคือ..ถ่ายออกมาแล้วภาพขาวโพลน

โชคยังดีที่ยังมีกล้องซึ่งคุณเมธีมอบให้ไว้ ผมนำออกมาใช้ ทั้ง ๆ ที่ยังไม่คุ้นเคยกับกล้องดิจิตอล SLR ผมบันทึกภาพต่าง ๆ ไว้ได้เกือบพันรูป โดยตั้งไว้ที่ระบบ Auto แล้วกดชัตเตอร์ลูกเดียว!

วันนี้ไม่รู้จะเขียน "บล็อกช่างเหอะ"" ด้วยเรื่องอะไรดี เพราะยังไม่มีงานซ่อม ผมจึงต้องขอนำภาพที่ถ่ายไว้ด้วยเจ้า Nikon D50 มาโพสต์สัก ๑ ชุด ผมเลือกภาพที่ต้องอาศัยความไวในการถ่ายมาโพสต์ซะเป็นส่วนใหญ่ นอกนั้นก็เป็นภาพที่มีสีสันสะดุดตา เพื่อให้เห็นว่ากล้องถ่ายออกมาแล้วได้สีเช่นไร ผมแก้ไขแค่เพียง resize ลงมาให้เหลือความกว้างเพียง 600 pixels เท่านั้น

Fisherman - ภาพนี้ถ่ายจากระยะไกลมาก ต้องซูมสุด ๆ
Villagers - ภาพนี้ต้องรีบถ่ายสุด ๆ ไม่รู้ว่าออกมาได้ยังไง ไม่ต้อง crop เลย!
Giving - ต้องแอบถ่ายอย่างรวดเร็ว
Sunflower - ภาพนี้มีเวลาให้ได้เล็งก่อนจะกดชัตเตอร์

Row, row your boat - ถ่ายขณะอยู่บนเรือยนต์ซึ่งกำลังวิ่ง
Slowly Pole - ภาพนี้ต้องกะให้ดี กดชัตเตอร์เมื่อเรือวิ่งผ่านพอดีจังหวะ
Speed Up - ภาพนี้ทั้งคนถ่ายและ subject ต่างเคลื่อนที่ด้วยความเร็ว
Stay Cool - ภาพนี้ไม่ต้องรีบ แต่ต้องเล็งให้ดี


Take a nap - ภาพนี้ยิ่งต้องแอบถ่ายอย่างรวดเร็ว
Young Builders - ถ่ายภาพนี้ในขณะอยู่บนบก 

Friendship - ภาพนี้ถ่ายสบาย วัวไม่สนใจผมเลย
At the market - จะว่าแอบถ่ายก็ไม่ใช่ แต่ก็ต้องรีบ
Take care of tourists - ถ่ายภาพนี้ไม่ต้องรีบ
Reflection - ภาพนี้ต้องอาศัยจังหวะ

ผมต้องขอเวลาศึกษาเกี่ยวกับวิธีใช้กล้อง SLR ด้วยระบบ manual ก่อน เผื่อจะถ่ายได้ภาพสวย ๆ และคมชัดกับเค้าบ้าง..