Showing posts with label สปป.ลาว. Show all posts
Showing posts with label สปป.ลาว. Show all posts

Wednesday, October 16, 2019

อยากไปทุ่งไหหิน

ตาแก่เมืองรถม้ากำลังคิดว่าถ้าจะปั่นจักรยานไปทุ่งไหหินนั้นพอจะมีเส้นทางไหนที่น่าสนใจบ้าง?

ทุ่งไหหิน - ภาพจาก manager online (ขอขอบคุณ)

คิดไว้สนุก ๆ ได้เส้นทางนึง คือวันแรกปั่นจากด่านภูดู่ จ.อุตรดิตถ์ ๓๕ กิโลเมตรไปพักที่ปากลาย...



เช้าวันรุ่งขึ้น ออกจากเมืองปากลาย ข้ามแม่น้ำโขง (สะพานปากลายคงสร้างเสร็จแล้ว)...



อาจต้องปั่นไกลถึง ๙๐ กิโลเมตร ก่อนหยุดตั้งเต็นท์นอนค้างคืนกลางทาง...


วันต่อมาเดินทาง ๙๕ กิโลเมตรถึงบ้านถ้ำ ถ้ากลั้นใจถีบจนถึงเมืองนองก็จะได้พักค้างคืนในเฮือนพัก...


เช้าวันรุ่งขึ้นเดินทางไปยัง Muang Kheung จากนั้นก็ปั่นต่ออีก ๑๘ กิโลเมตรถึงเมือง Xang  


จากเมือง Xang ไป Na Than - Vieng Khan จนถึงถนนหมายเลข 13 ซึ่งมาจากหลวงพระบาง เลี้ยวขวาไปหาที่พักได้ที่เมือง Phou Khoun... 


จากบ้าน Phou Khoun ก็ต้องปั่นทางโหดขึ้นเขา ๖๐ กิโลเมตร หยุดพักค้างคืนที่บ้าน Nam Chat


จากบ้าน Nam Chat ปั่น ๕๐ กิโลเมตรถึงปลายทางที่โพนสะหวัน ได้เข้าพักในเฮือนพัก...


จากนั้นก็ใช้เวลาหลายวันหน่อยเที่ยวทุ่งไหหินทั้ง ๓ จุด


เที่ยวคุ้มแล้วก็นั่งรถกลับหลวงพระบาง  เสียค่าโดยสาร ๓๘๐ บาท เอารถพับขึ้นรถได้



ทุ่งไหหินเพิ่งได้รับการประกาศเป็นเมืองมรดกโลกครับ  อยากไป ๆ

Wednesday, April 10, 2019

Trek to Ban Nalan

ในภาคเหนือของ สปป. ลาว ระหว่างเวียงพูคา (2) กับหลวงน้ำทา (1) มีระยะห่างประมาณ ๕๖ กิโลเมตร...



ผมเคยเดินทางไป-มา ๔ หรือ ๕ เที่ยวก็จำไม่ได้ แต่รู้ว่าครั้งแรกก็ตอนแบกเป้ไปซาปา เวียดนาม ซึ่งขณะนั้นสถานีขนส่งหลวงน้ำทายังคงใช้อาคารหลังเก่า... 


แต่พอไปอีกทีเมื่อปี ๒๕๕๖ พบว่าเค้ากำลังลงเสาก่อสร้างอาคารใหม่ไว้ด้านหน้า...


แต่ละครั้งถ้าไม่นั่งรถตู้ก็นั่งรถโดยสารประจำทาง มีอยู่ครั้งนึงที่ผมนั่งรถสองแถวจากหลวงน้ำทามาค้างคืนอยู่ที่เวียงพูคา...



เวียงพูคาเป็นเมืองเล็ก ๆ อันเงียบสงบ ผมเคยคิดบ้า ๆ ที่จะแบกเป้เดินป่า (trekking) จากหลวงน้ำทามาเวียงพูคา หลังจากได้อ่านแผ่นพับ Trek to Ban Nalan ที่ได้รับมาดังนี้...








ไม่มีสิทธิ์ที่จะคิดแล้วครับ...สำหรับตาแก่เมืองรถม้าคนนี้!

Thursday, November 16, 2017

ว่าด้วยเรื่องไม้ในลาว


อยู่ที่ "ด้วยรักจำปาสัก" ๑๐ วัน ๑๐ คืน... ผมพักอยู่บนเรือนไม้ที่กำลังได้รับการก่อสร้างเพิ่มเติม


ได้รับการต้อนรับขับสู้อย่างดีจากอาจารย์หมู มือกีต้าร์ชั้นเทพ...


ตามประสาช่างเหอะ ผมได้เห็นบ้านที่สร้างด้วยไม้หนา ๆ หน้ากว้าง ๆ แล้ว รู้สึกอิจฉาเป็นที่สุด ที่บ้านเราไม้มีค่ายิ่งกว่าทองคำ...



ได้ยินมาว่าที่นี่คนรวยอยู่บ้านปูน ส่วนคนจนอยู่บ้านไม้ นายช่างคุยให้ฟังว่า "ไม้ในลาวยังหาได้อยู่ ราคาไม่แพง" ผมจึงได้เห็นไม้สวย ๆ ถูกนำมาใช้  คุณเกศเจ้าของสถานที่บอกว่าไม้กองใหญ่ที่ซื้อมาล็อทสุดท้ายคิดเป็นเงินไทยแค่ ๕,๐๐๐ บาทเอง...










รู้หรือเปล่าว่าไม้อย่างที่กำลังจับอยู่นั่น ที่เมืองไทย...ถ้าเป็นไม้สักก็ท่อนละเกือบพันบาท!


เผลอ ๆ หาซื้อไม่ได้ด้วยซ้ำ!!

Wednesday, February 10, 2016

บขส. กรุงเทพ - ปากเซ

เวลาไปที่ไหน...หากเจอเอกสารแจกฟรีที่มีประโยชน์ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสุขภาพหรือการเดินทาง ผมเป็นต้องหยิบกลับมาสแกน แล้วนำลงบล็อกให้เพื่อน ๆ ได้อ่าน อย่างเช่นแผ่นพับจาก บขส. ฉบับนี้ก็เช่นกัน... 


เป็นตารางเวลาเดินรถโดยสารระหว่างประเทศไทย-ลาวสาย "กรุงเทพ-อุบลราชธานี-ปากเซ"


มีประโยชน์สำหรับผู้ที่อยากเดินทางด้วยรถโดยสารไป สปป.ลาว โดยผ่านทางจังหวัดอุบลราชธานี ในเว็บท่องเที่ยวทั่ว ๆ ไปก็หาดูได้ครับ แต่ขอช่วยประชาสัมพันธ์อีกแรงนึง เพื่อให้การศึกษาค้นคว้าง่ายยิ่งขึ้น...

สำหรับผมแล้วคงไม่วางแผนที่จะนั่งรถรวดเดียวจากกรุงเทพฯ ไปปากเซ เพราะยังมีอะไรดี ๆ ที่อุบลฯ ให้ได้สำรวจโดยใช้เวลา ๒ หรือ ๓ วัน เหมือนกับที่ผมแวะไปบ้านตากลางจังหวัดสุรินทร์ ก่อนไปเยือนเขมร...

จากอุบลราชธานีไปปากเซ ระยะทาง ๑๓๘ กิโลเมตร ค่าโดยสาร บขส. ๒๐๐ บาท ใช้เวลาเดินทาง ๓ ชั่วโมง มีรถวันละ ๒ เที่ยว เช้ากับบ่ายครับ...

ด้านหลังแผ่นพับมี "คู่มือผ่านแดนไทย - สปป. ลาว" เขียนไว้ดังนี้...
ในการเดินทางข้ามแดนจากจังหวัดอุบลราชธานีไปยังปากเซ แขวงจำปาสัก สปป.ลาว สามารถใช้หลักฐานคือ หนังสือผ่านแดน หรือหนังสือผ่านแดนชั่วคราว โดยมีแนวทางปฏิบัติและขั้นตอนดังต่อไปนี้
๑. ประเภทหนังสือที่ใช้ในการเดินทางข้ามแดน
-หนังสือเดินทาง (Passport) ค่าธรรมเนียม ๒๐ บาท
-หนังสือผ่านแดนชั่วคราว (Temporary Border Pass) หรือบัตรชั่วคราว ค่าธรรมเนียมในเวลาราชการฉบับละ ๕๐ บาท นอกเวลาราชการฉบับละ ๘๐ บาท
๒. การขอออกหนังสือผ่านแดน
-สามารถติดต่อได้ที่ ศาลากลางจังหวัดอุบลราชธานี เปิดให้บริการทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดราชการ เวลา ๘.๓๐ - ๑๖.๓๐ น.
๓. เอกสารและหลักฐานที่ใช้ในการจัดทำ
-ภาพถ่ายขนาด ๒ นิ้ว จำนวน ๓ ภาพ สวมชุดสุภาพ ไม่ใส่แว่นตา
-สำเนาบัตรประชาชน หรือสำเนาบัตรอื่นที่จังหวัดกำหนด พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง
-บุคคลผู้มีสัญชาติไทยอายุ ๑ - ๑๕ ปี ให้ใช้ทะเบียนบ้าน หรือสูจิบัตรแทนได้
๔. ขั้นตอนการจัดทำบัตรผ่านแดน พร้อมหนังสือผ่านแดนชั่วคราว
-เขียนคำร้องคนละ ๑ แผ่น ตามแบบที่กำหนด ส่งให้เจ้าหน้าที่ศาลากลางจังหวัดอุบลราชธานี (ค่าเขียนคำร้อง ๓๐ บาท)
๕. ระยะเวลาในการอยู่ สปป.ลาว
-หนังสือเดินทาง (Passport) อยู่ใน สปป.ลาว ได้ ๓๐ วัน และสามารถเดินทางไปท่องเที่ยวยังเมืองอื่น ๆ ได้
-หนังสือผ่านแดนชั่วคราว ใช้ในแขวงจำปาสักเท่านั้น เป็นเวลา ๓ วัน ๒ คืน
หวังว่าคงจะมีประโยชน์ต่อนักเดินทางไม่มากก็น้อย ผมก็ต้องขอบคุณ บขส. ที่ให้ข้อมูลไว้ด้วยครับ...