Showing posts with label แผ่นดินไหว. Show all posts
Showing posts with label แผ่นดินไหว. Show all posts

Friday, January 24, 2020

เปลี่ยนไส้กรอง PP

มาแล้ว... หุหุ มันมาไวกว่าที่คิด!  เจ้า smog หมอกควันซึ่งปกคลุมท้องฟ้าเหนือห้างฉัตรนครเมืองอมรที่ผมเคยชมว่าน่าอยู่ (?)


ตอนนี้มองไปไม่เห็นภูเขาทางบ้านอาจารย์ไกรทองเลย! นั่นคือสัญญาณแห่งภัยพิบัติ ซึ่งไม่ต้องสงสัยเลยว่ามันจะตามมาติด ๆ ทั้งด้านเศรษฐกิจ ควันพิษ แผ่นดินไหว ภัยแล้ง ไฟป่า ภูเขาไฟระเบิด ใจวิปริต คนคิดชั่ว ฯลฯ  เพื่อน ๆ เตรียมตัวรับมือกันให้ดีนะครับ...

ภัยแล้ง เริ่มส่งสัญญาณเตือน เมื่อประปาบ้านหัวหนองกลับมาปิดเปิดจ่ายน้ำให้เป็นเวลาอีกครั้ง หลังจากผ่านช่วงน้ำไหลดีมาได้ไม่นาน ถ้าถึงเดือนมีนา-เมษา น้ำไม่ไหลหลาย ๆ วัน เราจะทำอย่างไร? เป็นเรื่องที่น่าคิดครับ ควรเตรียมภาชนะใส่น้ำสำรองไว้เพื่อให้ใช้ได้นาน ๆ นอกจากนั้นยังต้องหาวิธีกรองน้ำสำหรับดื่มด้วย ถึงช่วงเวลาที่ผู้คนตื่นตะหนก (panic) รับรองว่าน้ำดื่มที่จำหน่ายตามห้างจะต้องหายเกลี้ยงไปจากชั้น มีเงินในมือเท่าไหร่ก็หาซื้อไม่ได้!  ติดตั้งเครื่องกรองน้ำไว้นะครับ ถึงเวลาจะช่วยให้เรามีน้ำบริสุทธิ์ดื่ม วันนี้ผมจัดการเปลี่ยนไส้กรอง PP* ให้กับเครื่องกรองที่ติดตั้งไว้แล้ว...

--------------------------------------------------------------------------------
* ไส้กรองหยาบเซดิเมนท์ PP Filter ขนาด ๒๐ นิ้ว ความละเอียดในการกรอง ๑๐ ไมครอน ผลิตจากใยสังเคราะห์ Polymer  ทำการดักจับกรวด ทราย หิน โคลน และสารแขวนลอยขนาดใหญ่ที่ปนเปื้อนมากับน้ำ เช่น เศษสนิมและผงฝุ่นจากท่อส่งน้ำ


ตัวกรองสีน้ำเงิน (1) ใส่เพิ่มเป็นพิเศษ ซื้อมาราคา ๒ ร้อยกว่าบาท ผมใส่ไว้กรองน้ำประปาก่อนส่งเข้าเครื่องกรอง ๕ ขั้นตอน (2)...



จะเห็นได้ว่าไส้กรองเก่านั้นสกปรกเอาการ เป็นความผิดของผมเอง น่าจะเปลี่ยนตั้งนานแล้ว!



มีไส้กรองติดบ้านไว้ก็ดีครับ...



ถอดครอบพลาสติกออกมาทำความสะอาด แล้วติดตั้งไส้กรองตัวใหม่...



ประกอบเข้าดังเดิม...ขันให้แน่น (ก่อนใช้งานให้เปิดน้ำทิ้งไว้สักพัก) 



ส่งท้ายด้วยภาพดอกไม้บนดาดฟ้าอีก ๒ บาน (ใช้ PS ปรับสีท้องฟ้าให้ดีขึ้นหน่อย)...



ไว้สู้กับความหดหู่กับอากาศที่หายใจไม่คล่องปอดในระยะนี้ครับ...

Wednesday, May 14, 2014

เสาเอ็นและทับหลัง

เมื่อวันก่อนผมเขียนเรื่องแผ่นดินไหว แล้วนำภาพจากอินเทอร์เน็ตมาโพสต์ ๓ บาน ภาพหนึ่งแสดงให้เห็นถึงการล้มของผนังที่ก่อด้วยซีเมนต์บล็อค...


ผมได้ทราบมาอีกว่าเกิดอาฟเตอร์ช็อคมากกว่า ๗๐๐ ครั้ง ทำให้ตัวเลขบ้านพังทั้งหลังพุ่งสูงถึง ๑๑๖ หลัง ขออนุญาตนำภาพจากอินเทอร์เน็ตมาลงอีก ๑ บานดังนี้...


ขอแสดงความเสียใจกับความเสียหายที่เกิดขึ้นกับทุก ๆ ครัวเรือน  วันนี้ผมอยากจะแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการก่อสร้างด้วยตนเอง (DIY) ไว้สักเล็กน้อย...

ผมไม่เคยเรียนวิชาก่อสร้างหรือสถาปัตย์มาก่อน แต่พอดีมาสนใจเรื่องงานปูนงานไม้ก็ตอนที่จำเป็นต้องซ่อมบ้านปงแสนทองด้วยตนเอง ผมซื้อหนังสือมาอ่านและปฏิบัติตามตำราไปเรื่อย ๆ  พอได้เห็นภาพผนังที่ก่อด้วยอิฐหรือบล็อคล้ม นอกจากคิดว่าโชคดีที่มิได้ล้มใส่ผู้คนแล้วทำให้ต้องบาดเจ็บหรือเสียชีวิต ...ผมยังรู้สึกว่าแผ่นดินไหวครั้งนี้น่าจะเป็นสัญญาณเตือนให้เราต้องมาตระหนักกันแล้วว่า ต่อไปถ้าจะสร้างอะไรง่าย ๆ แบบ DIY โดยมุ่งแต่เพียงความประหยัด ผลเสียหายอาจตามมาอย่างที่เห็น!

จากภาพการก่อบล็อคในภาพบนสุด ดูเหมือนชาวบ้านจะก่อสร้างแบบเอาง่ายเข้าว่า ลืมคำนึงถึงเรื่องการทำเสาเอ็นและทับหลัง เมื่อพื้นที่ผนังทั้งด้านกว้างและสูงถึงจุดที่จะต้องทำเสาเอ็นหรือทับหลัง การฝากเหล็กในขณะก่อบล็อคก็อาจจะไม่ได้กระทำด้วยซ้ำ!!

อะไรคือ "เสาเอ็นและทับหลัง"?  ในเว็บ baanlaesuan.com ผู้เชี่ยวชาญได้อธิบายไว้ว่า...
เสาเอ็นจะทำหน้าที่ยึดประตูและหน้าต่างเข้ากับผนังบ้าน...อยู่ระหว่างผนังก่ออิฐกับวงกบข้างของประตู ส่วนทับหลังก็เปรียบได้คล้าย ๆ กับเสาเอ็น (แต่อยู่ในแนวนอน) คือทำหน้าที่รับน้ำของผนังซึ่งอยู่เหนือวงกบประตูหรือหน้าต่างและถ่ายน้ำหนักลงไปยังเสาเอ็น (คล้ายกับคานที่ถ่ายน้ำหนักลงเสา) ยึดประตูและหน้าต่างเข้ากับผนังบ้านเช่นเดียวกันกับเสาเอ็น
นอกเหนือจากหน้าที่ยึดวงกบของประตู และหน้าต่างเข้ากับผนังก่ออิฐแล้ว เสาเอ็นและทับหลังยังทำหน้าที่ยึดผนังกับผนังเข้าด้วยกัน เพื่อเพิ่มความแข็งแรงให้กับผนัง เพราะเมื่อผนังบ้านมีขนาดใหญ่มากๆ จะทำให้ผนังสามารถรับแรงที่กระทำที่ตั้งฉากกับผนังได้น้อยลง จึงจำเป็นจะต้องมีการทำเสาเอ็นและทับหลังเป็นระยะทุกๆ 2-3 เมตร เพื่อเพิ่มความแข็งแรงให้กับผนัง....
ขอขอบคุณ baanlaesuan.com
เจ้าของบ้านควรกำชับให้สถาปนิก ระบุให้ชัดเจนลงไปในแบบว่าจะต้องทำเสาเอ็นและทับหลังตรงตำแหน่งใดบ้างใช้เหล็กขนาดเท่าไหร่ อีกทั้งยังต้องกำชับให้ให้ผู้รับเหมาทำการก่อสร้างตามแบบอย่างเคร่งครัด...
 ด้วยความเป็นห่วงจากบล็อก "ช่างเหอะ" ครับ!

Sunday, January 01, 2012

ต้อนรับปีใหม่…

สวัสดีปีใหม่ ๒๕๕๕….

ผมขอถือโอกาสนี้ ส่งความสุขและความปรารถนาดีถึงเพื่อนทุก ๆ คน ไม่ว่าจะอยู่ ณ แห่งใดก็ตาม ผมไม่เคยลืมครับ ยังคิดถึงอยู่เสมอ

เมื่อคืนที่ผ่านมา…ผมใช้เวลานั่งอยู่หน้าคอมพ์ฯ พิมพ์ตำราไวโอลินออกมา ในขณะที่ผู้คนกำลังนับถอยหลัง ผมได้ยินเสียงประทัด เสียงพลุ ดังอยู่ไกล ๆ มันดังต่อเนื่องกันยิ่งขึ้นเมื่อใกล้จะถึงสองยาม พอล่วงเลยสู่วันใหม่… ทุกอย่างยังคงเป็นปกติ ไม่เกิดแผ่นดินไหว ไม่มีข่าวระเบิดหรือเหตุร้ายใด ๆ ผมคิดว่าคุณต้น คนตาก…คงโล่งใจได้แล้วสินะ!

เช้านี้ผมไม่ได้ออกไปปั่นจักรยาน ตอนเที่ยงก็ไม่ได้ออกจากบ้านไปซื้ออาหารให้พี่ชาย ได้ข่าวว่าที่ตลาดแทบจะไม่มีอะไรขายเลย มื้อเย็น…ผมต้องต้มบะหมี่สำเร็จรูปให้พี่ชายกินแก้ขัดไปก่อน ส่วนตัวผม กินส้มโอ ๑ ลูกเพื่อล้างลำไส้ ประมาณ ๖ โมงเย็น…ผมอุ้มสับปะรดที่ซื้อมาเมื่อวานนี้ ขี่จักรยานยนต์นำไปให้เพื่อนซึ่งอยู่ห่างจากบ้านผมไปทางเหนือประมาณ ๓-๔ กิโลเมตร


ที่นั่น ผมได้พบกับ “หมออาย” หมออายไม่ใช่แพทย์ตามโรงพยาบาลซึ่งรักษาอาการเจ็บป่วยทางกายของผู้คน แต่เธอเป็น “หมอดู” ซึ่งมีชื่อเสียงคนหนึ่ง ผมได้สอบถามเกี่ยวกับเรื่องคำทำนายของเด็กชายปลาบู่ หมออายยอมรับตกข่าว…ไม่รู้เรื่องเด็กชายปลาบู่ แต่นักพยากรณ์ผู้หนีภัยน้ำท่วมไปอยู่บ้านที่ลำปางก็ได้ย้ำเตือนว่าปีนี้ (๒๕๕๕) ความรุนแรงจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นภัยพิบัติ ข้าวยากหมากแพง ความขัดแย้งในสังคม และอีกหลาย ๆ เรื่องที่ผมไม่สามารถนำมาเล่าต่อได้ ณ ที่นี้ หมออายยังบอกด้วยว่ารัฐบาลปูจะอยู่ได้แค่เดือนพฤษภาคม!!

แล้วสด ๆ ร้อน ๆ ก็เพิ่งจะมีข่าวแผ่นดินไหวความแรงขนาด 7.0 ริกเตอร์ บริเวณใกล้เกาะอิสุ ซึ่งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของกรุงโตเกียว มีจุดศูนย์กลางลึกลงไปใต้ดินประมาณ ๓๗๐ กิโลเมตร…

หุหุ มันมาแน่…แต่ช้าหน่อย!

Wednesday, March 16, 2011

น่าเป็นห่วงนะครับ…

บน browser ตัวที่ผมใช้อยู่ มีตัวเลขบอกอุณหภูมิของจังหวัดลำปางอยู่ด้วย มันแจ้งว่า  "Weather for Lampang, Thailand  Right Now =  Feels like  14 °C     Sky = Overcast   Thursday =  Showers    18 °C /12 °C Friday = Showers     27 °C /16 °C  Saturday = Sunny    31 °C / 15°C …"  งั่ม ๆ ต้องรอให้ถึงวันเสาร์เชียวหรือ…ผมถึงจะได้เห็นแสงแดด!!!

ที่มาของภาพ - อินเทอร์เน็ต
ผมกำลังจะเขียนป้ายด้วยสีน้ำมัน พออากาศเป็นเช่นนี้ ผมก็ต้องวางพู่กันไว้ก่อน  ขนาดกดปุ่มละลายน้ำแข็งในตู้เย็นไว้ตั้งแต่หัวค่ำวันวาน ผ่านมาถึงตอนนี้ น้ำแข็งก็ยังเกาะแน่นอยู่เหมือนเดิม ผมคิดถึงชาวญี่ปุ่นที่ต้องประสบภัยพิบัติร้ายแรง บ้านช่องพังพินาศ ไม่มีไฟฟ้าใช้ นอกจากขาดแคลนอาหารแล้วยังต้องเผชิญกับความหนาวเหน็บซึ่งเลวร้ายกว่าเมืองไทยมากมายนัก

ที่มาของภาพ - อินเทอร์เน็ต
 พี่ชายผมบอกว่าได้ดูโทรทัศน์แล้วเห็นประชาชนชาวญี่ปุ่นยืนเข้าแถวยาว รอเป็นชั่วโมง ๆ เพื่อซื้ออาหารด้วยอาการสงบและเป็นระเบียบ หุหุ ไม่ต้องบอกผมก็รู้ครับ คนญี่ปุ่นเป็นคนมีระเบียบวินัย ตรงต่อเวลา กินข้าวปลาอาหารเกลี้ยงชาม และรู้จักการใช้วัสดุเครื่องใช้ให้ได้ประโยชน์สุด  ล้มลงคราวนี้แม้ว่าหนักหนาสาหัสยิ่งนัก แต่อีกไม่นานเค้าก็จะลุกขึ้นแล้วร่วมมือร่วมใจกันฟื้นฟูสภาพที่ย่อยยับให้ กลับคืนได้เหมือนเดิม ผมเชื่อเช่นนั้นจริง ๆ

ในทางตรงกันข้าม ถ้าลองให้เหตุการณ์อย่างนั้นเกิดกับคนไทย ผมไม่คิดว่าเราจะทำได้เช่นนั้นหรอกนะ  ภาพของการแย่งชิงและฉกชิงผลประโยชน์ให้ตนเองคงจะปรากฏให้เห็นอย่างแน่นอน เป็นเพราะการศึกษาและการพัฒนาจิตใจคนของบ้านเราล้มเหลวมาโดยตลอด  ผมเคยเห็นรถเก๋งคันงามจอดอยู่ตรงสี่แยกนาก่วมแล้วคนขับกดเลื่อนกระจกลงเพื่อ โยนขยะออกมา เคยเห็นภาพข่าวที่มีรถเก๋งคันหนึ่งจอดข้างทางแล้วแอบเอาขวดปัสสาวะวางทิ้งไว้บนทางเท้า (คนลำปางนี่แหละ)  คนเหล่านั้นเป็นคนมีฐานะและมีการศึกษา แต่ทำไมถึงทำเช่นนั้น แล้วเด็ก ๆ ล่ะ จะไปโทษเด็กได้อย่างไร ในเมื่อผู้ใหญ่ไม่เคยคิดที่จะแก้ไข หรือทำตัวให้เป็นตัวอย่างที่ดี  บางคนยิ่งร่ำรวยก็ยิ่งเห็นแก่ตัว!!

ที่โรงเรียนเพ็ญจิตตพงษ์ แค่ผมหยิบดินสอออกมาแล้วบอกว่าจะแจก เด็ก ๆ ก็ยื้อแย่งกันชูมือสลอน บอกให้เข้าคิวเป็นระเบียบก็ยังแย่งชิงที่จะอยู่ข้างหน้า นี่ขนาดเป็นแค่เพียงดินสอแท่งเดียวนะ ถ้าเป็นวิบัติภัยที่ต้องเอาชีวิตเป็นเดิมพันจะเกิดโกลาหลกันขนาดไหน??  การไม่รู้ค่าของทรัพยากรก็เช่นกัน…ที่โรงเรียนฯ ผมเห็นอาหารถูกกินทิ้งกินขว้าง หรือแม้แต่ที่บ้านผมก็เห็นแก้วน้ำดื่มที่เด็ก ๆ ดื่มเหลือวางทิ้งไว้บนโต๊ะ ผมอดคิดไม่ได้ว่าเมื่อถึงวันที่บ้านเมืองเราต้องเผชิญกับภัยธรรมชาติหรือ ภาวะขาดแคลนอาหารและทรัพยากรแล้ว คนไทยจะอยู่รอดได้อย่างไร?  อืมม์…ยากนะครับ ถ้าเราไม่ฝึกเด็ก ๆ ของเราไว้เสียตั้งแต่บัดนี้ ถึงวันนั้นก็คงจะสายไปแล้ว!!!

และถ้าคนรุ่นใหม่ยังคงบอกว่า “สำหรับผู้นำถ้าจะโกงบ้างก็ได้…แต่ขอให้เก่ง”  หรือการที่ผมปฏิเสธไม่เอาถุงก๊อบแก๊บใส่สินค้าหรืออาหารที่ซื้อแล้วยังถูก มองว่าเป็นเรื่องแปลกหรือตลกอยู่ละก็ เราคงต้องเตรียมใจยอมรับสิ่งที่จะเกิดขึ้นในวันข้างหน้ากันแล้ว…


ที่มาของภาพ - อินเทอร์เน็ต
พูดถึงเรื่องแผ่นดินไหว ผมอยากหยิบยกตาราง “มาตราริกเตอร์” จาก “วิกิพีเดีย” มาให้เพื่อน ๆ ดูดังนี้…
ตัวเลขริกเตอร์ จัดอยู่ในระดับ ผลกระทบ อัตราการเกิดทั่วโลก
1.9 ลงไป ไม่รู้สึก (Micro) ไม่มี 8,000 ครั้ง/วัน
2.0-2.9 เบามาก (Minor) คนทั่วไปมักไม่รู้สึก แต่ก็สามารถรู้สึกได้บ้าง และตรวจจับได้ง่าย 1,000 ครั้ง/วัน
3.0-3.9 เบามาก (Minor) คนส่วนใหญ่รู้สึกได้ และบางครั้งสามารถสร้างความเสียหายได้บ้าง 49,000 ครั้ง/ปี
4.0-4.9 เบา (Light) ข้าวของในบ้านสั่นไหวชัดเจน สามารถสร้างความเสียหายได้ปานกลาง 6,200 ครั้ง/ปี
5.0-5.9 ปานกลาง (Moderate) สร้างความเสียหายยับเยินได้กับสิ่งก่อสร้างที่ไม่มั่นคง แต่กับสิ่งก่อสร้างที่มั่นคงนั้นไม่มีปัญหา 800 ครั้ง/ปี
6.0-6.9 แรง (Strong) สร้างความเสียหายที่ค่อนข้างรุนแรงได้ในรัศมีประมาณ 80 กิโลเมตร 120 ครั้ง/ปี
7.0-7.9 รุนแรง (Major) สามารถสร้างความเสียหายรุนแรงในบริเวณกว้างกว่า 18 ครั้ง/ปี
8.0-8.9 รุนแรงมาก (Great) สร้างความเสียหายรุนแรงได้ในรัศมีเป็นร้อยกิโลเมตร 1 ครั้ง/ปี
9.0-9.9 รุนแรงมาก (Great) 'ล้างผลาญ' ทุกสิ่งทุกอย่างในรัศมีเป็นพันกิโลเมตร 1 ครั้ง/20 ปี
10.0 ขึ้นไป ทำลายล้าง (Epic) ไม่เคยเกิด จึงไม่มีบันทึกความเสียหายไว้

จากข่าวที่รับทราบมา เค้าปรับค่าความรุนแรงของแผ่นดินไหวที่ญี่ปุ่นครั้งล่าสุดเป็น 9 ริกเตอร์แล้วนะ  ผมมองไปที่รอยร้าวบนผนังปูนของอาคารที่อาศัยอยู่ แล้วลองจินตนาการว่าหากเกิดแผ่นดินไหวขึ้นที่นี่ด้วยระดับความรุนแรงซัก 7-8 ริกเตอร์อย่างต่อเนื่อง  อะไรจะเกิดขึ้น???  ผมคงจะไม่รอดแน่ ๆ  ไปเป็นอาจารย์ใหญ่ก็ไม่ได้ด้วย เพราะศพเละ!!

เตรียมรับสถานการณ์ต่าง ๆ ที่จะเกิดในอนาคตให้พร้อมนะครับ เพื่อน ๆ ที่รัก