Showing posts with label madee hostel. Show all posts
Showing posts with label madee hostel. Show all posts
Friday, July 06, 2012
Madee Hostel - A Shortcut
วันนี้ขอคุยเรื่อง Madee Hostel อีกหน่อย ทั้งนี้เพื่อเป็นการแนะนำเกี่ยวกับการพักใน hostel... เพื่อน ๆ เห็นตู้เย็นที่อยู่หลังเค้าเตอร์นั่นหรือเปล่าครับ? เราสามารถนำเครื่องดื่ม อย่างเช่น นม น้ำผลไม้ หรือโยเกิร์ตไปฝากแช่ไว้ได้ เค้าไม่อนุญาตให้ hosteller กินอาหารในห้องพัก ดังนั้นถ้าจะกินอาหารเช้าหรือมื้ออื่น ๆ ก็จะต้องนำไปนั่งกินใน lobby ที่เห็นในภาพ
ในภาพคือคุณ Jamal มาจากรัฐปัญจาบ ประเทศอินเดีย แกเป็นคนสูงใหญ่ กำลังรอวีซ่าไปอเมริกาใต้ซึ่งต้องใช้เวลาหลายวัน จึงเลือกที่จะพัก Madee Hostel ซึ่งถูกที่อื่น ผมเจอกับ Jamal ทุกเช้า เราคุยกันเพลินเลยล่ะ ผมเล่าเรื่องที่เคยไปอินเดียเมื่อ ๒๙ ปีก่อน เรื่องการเรียน sitar และ tabla กับกูรูที่พาราณสี และอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับอินเดีย Jamal บอกว่าผมเป็นคนไทยคนแรกที่คุยกับเค้าได้อย่างถึงกึ๋นในเรื่องของอินเดีย!
มีกาแฟร้อนขายด้วยนะ ถ้วยละ ๒๐ บาท....
พักใน hostel เพื่อน ๆ จะได้พบปะ backpacker จากประเทศต่าง ๆ มีโอกาสได้แลกเปลี่ยนข้อมูลและเรื่องราวของการเดินทางซึ่งกันและกัน สาวสวยน่ารักที่เห็นในภาพ ชื่อว่า Kat ครับ...
ถ้าจะซักผ้า...ทาง hostel เค้าก็มีเครื่องซักผ้าแบบหยอดเหรียญไว้บริการ
หยอดด้วยเหรียญสิบ ๓ เหรียญ ซักเสร็จแล้วก็นำขึ้นไปตากบนดาดฟ้า...
สำหรับเรื่องการเดินทางออกจาก hostel ไปยังจุดที่จะสามารถขึ้นรถเมล์หรือรถไฟฟ้าได้ ในช่วงเวลา ๙ โมงถึงเที่ยง จะมีรถกอล์ฟขับไปส่งถึงห้างเทสโก้โลตัส
เจ้าของ hostel เป็นผู้ขับไปส่งด้วยตัวเอง...
ถ้าจะต้องเดินทางลงกรุงเทพ ฯ แล้วพักค้างคืนเพื่อรอขึ้นเครื่องไปที่ไหนอีก...ผมก็ยังคงเลือกที่จะพัก Madee Hostel อีก แม้ว่าจะอยู่ไกลจากศูนย์กลางไปหน่อย แต่การเดินทางไปสนามบินสุวรรณภูมินั้นสะดวกและเสียค่าใช้จ่ายไม่มาก ผมไปรอขึ้นรถตู้สาย 552 (คลองเตย-สุวรรณภูมิ) ที่ป้ายสถานีรถไฟฟ้า BTS อ่อนนุช ค่าโดยสารคนละ ๒๕ บาทเท่านั้น!
ถึงอย่างไร...การเดินทางจากที่พักไปขึ้นรถเมล์ นอกจากใช้บริการรถกอล์ฟหรือมอเตอร์ไซค์รับจ้าง ผมยังมีทางลัดมาบอกด้วยครับ...
เมื่อเดินออกจากที่พัก ให้เลี้ยวขวาแล้วเดินตรงไป จนพบกับประตูเหล็กดัดบานเล็ก ๆ (คนบอกผมว่าประตูสีเขียว แต่ผมมองยังไง ๆ ก็เห็นเป็นสีฟ้า)
ต้องผ่านคอนโดฯ ขนาดใหญ่ เค้าไม่ห้ามเดินผ่าน แต่อย่าลืมว่าประตูทางลัดปิดตอน ๑ ทุ่ม...
พอผ่านพ้นคอนโดฯ ให้ข้ามสะพาน แล้วเดินมุ่งไปตามถนนที่เห็นข้างหน้า จนถึงถนนพระราม ๔ สามารถขึ้นรถเมล์ได้ที่นั่น...
ผมบอกทางลัดให้แล้วน้า...
Thursday, July 05, 2012
Madee Hostel
Hostel เป็นที่พักราคาประหยัดสำหรับนักเดินทางแบกเป้โดยทั่วไป ผมรู้จัก hostel มานานแล้ว เคยพัก hostel ครั้งแรกที่เมือง Athens ประเทศกรีซ แต่ที่ใช้บริการมากที่สุดก็คือ YHA ในออสเตรเลีย ตอนปั่นจักรยานไปสิงคโปร์...ผมก็พัก hostel แห่งหนึ่งบนเกาะปีนัง (George Town) ที่นั่นผมได้พบกับชาวออสซี่คนหนึ่ง เค้าบอกว่าผมเป็น "Unusual Thai"
ผมรัก hostelling เป็นชีวิตจิตใจ การพักในหอพักที่มี dormitory bed ให้ได้เอนกายหลับนอน ไม่ว่าจะเป็นเตียงชั้นเดียวหรือสองชั้นในห้องรวม...ผมไม่เคยรังเกียจ กลับรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัย เพราะเชื่อว่า hosteller ย่อมเข้าใจใน hosteller ด้วยกัน แม้จะเป็นห้องรวมที่ชายหญิงสามารถพักร่วมกันได้ก็มิได้เป็นปัญหาแต่อย่างใด...
เดินทางลงกรุงเทพฯ เพื่อขอวีซ่าไปพม่าและรอขึ้นเครื่อง ผมจำเป็นต้องพักอยู่ในกรุงเทพฯ สามคืนด้วยกัน ผมตัดสินใจที่จะพักที่ Madee Hostel ด้วยเหตุผลว่าถูกดี นอกจากนั้นยังอยู่แถวใกล้ ๆ กับบ้านของอาจารย์ประทีป นุตาคม ผู้ซึ่งผมปรารถนาจะไปกราบเท้าท่านสักครั้ง
วันที่ ๑๘ มิถุนายน หลังจากพาผมไปสถานทูตพม่า...คุณเมธีก็ขับรถพาผมไปลงที่มาบุญครอง เพื่อให้ขึ้นรถเมล์ไป "สุขุมวิท ๕๐" ถนนซึ่งผมรู้แต่เพียงว่าจะสามารถพาผมไปยัง hostel ที่ชื่อว่า "มาดี" ได้ เป็นบ้านนอกหลงกรุง...ผมต้องใช้เวลาเกือบ ๒ ชั่วโมงกว่าจะไปยืนอยู่ตรงคิวรถมอเตอร์ไซค์ บริเวณหัวมุมถนนสุขุมวิท ๕๐ ใกล้ ๆ กับสถานีรถไฟฟ้าอ่อนนุช
พอคนแบกเป้ถามถึงซอยเริ่มเจริญ หนุ่มมอเตอร์ไซค์รู้จุดหมายที่จะให้ไปส่งทันที เค้าพูดว่า "มาดี...๑๕ บาท" ผมขึ้นนั่งซ้อนท้ายทันที!
จากถนนใหญ่เข้าซอยไปอีกลึกพอสมควร (ตามเส้นสีเหลือง)
ในที่สุดผมก็ถึง hostel ที่ตั้งใจจะไปพัก...
จ่ายเงินค่ารถ ๑๕ บาทแล้วผมก็เดินไปที่ประตู ยังเข้าไม่ได้เพราะกุญแจล็อคเป็นระบบ keycard แม่บ้านต้องเดินมาเปิดให้ เธอแสดงอาการแปลกใจเมื่อรู้ว่าผมเป็นคนไทย...
ผมถามว่ามีเตียงว่างไหม?...ราคาเท่าไหร่? (ถามแบบ hosteller) เธอบอกว่ามี..ราคาคืนละ ๑๙๙ บาท ผมบอกว่าเป็นคนไทย ตั้งใจมาที่นี่โดยตรง ขอพัก ๓ คืน...ลดให้หน่อยได้ไหม? แม่บ้านยกหูโทรไปถามเจ้าของ ได้ยินเสียงบอกว่า "เป็นคนไทยค่ะ!!" ปรากฏว่าเค้าลดให้ผมเหลือคืนละ ๑๘๙ บาท...
ตกลงครับ ผมจ่ายเงินค่าที่พัก ๓ คืน ๕๖๗ บาทและวางมัดจำค่า keycard อีก ๑๐๐ บาท ลงทะเบียนเข้าพักแล้ว แม่บ้านก็พาผมขึ้นไปยังห้องพักซึ่งอยู่บนชั้นสาม...
ความคิดเข้าท่าดีครับ เค้าใช้วงกลมสีเขียวบอกตำแหน่งชั้นสาม
กุญแจห้องใช้ระบบ keycard ทันสมัยเหมือน backpacker hostel ที่สิงคโปร์เลย!
วิธ๊เปิดก็ใช้คีย์การ์ดไปผ่านตรงเซนเซอร์ที่เห็นมี ๓ จุด พอมีเสียง "ปี๊ป" ไฟเหลืองออก ก็เปิดประตูเข้าไปได้ (คำเตือน - เวลาออกจากห้อง อย่าลืมนำคีย์การ์ดติดตัวออกไปด้วย ถ้าไม่มีคีย์การ์ดจะเปิดประตูเข้าห้องไม่ได้)
ในห้องมีเตียง ๒ ชั้นอยู่ด้วยกัน ๓ เตึยง แสดงว่าพักได้ ๖ คน เป็น mixed dorm ซึ่งพักร่วมกันได้ทั้งชายหญิง...
พักอยู่คนเดียว...ผมเลือกเตียงล่าง ใกล้ ๆ กับเครื่องปรับอากาศ! แอร์เย็นฉ่ำเชียวล่ะ!
ผ้าปูที่นอน ปลอกหมอน ผ้าห่ม สะอาดสะอ้านดีครับ ที่หัวเตียงมีที่สำหรับเสียบคีย์การ์ดเพื่อเปิดเครื่องปรับอากาศและระบบไฟ หลอดไฟดวงกลม ๆ นั่นสำหรับอ่านและเขียนหน้งสือ
วันแรกผมนอนคนเดียว...เปิดแอร์ทั้งคืน คืนที่สองช่วงดึกมีเสียงดังปิ๊ป ผมสะดุ้งตื่น เห็นฝรั่งสาวเข้ามาพักอีกสองคน
ลงเครื่องมาตอนดึก...คงจะเหนื่อยกับการเดินทาง ตอนผมจะออกไปสถานทูตพม่า ก็เห็นเธอยังหลับเป็นตาย พอผมกลับเข้ามาอีกทีตอนใกล้ค่ำ เธอก็เช็คเอ้าท์ออกไปแล้ว คืนที่ ๓ ก็เหลือผมครองห้องอยู่คนเดียวอีกเหมือนเดิม!
เค้ามี free wifi ให้ใช้อย่างเต็มที่ เสียดายที่ผมไม่มีอุปกรณ์อะไรทั้งนั้น ไม่งั้นคงนอนเล่นเน็ตในห้องแอร์ได้อย่างสบาย ๆ
แล้วจะมาเล่าให้ฟังต่อครับ...
ผมรัก hostelling เป็นชีวิตจิตใจ การพักในหอพักที่มี dormitory bed ให้ได้เอนกายหลับนอน ไม่ว่าจะเป็นเตียงชั้นเดียวหรือสองชั้นในห้องรวม...ผมไม่เคยรังเกียจ กลับรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัย เพราะเชื่อว่า hosteller ย่อมเข้าใจใน hosteller ด้วยกัน แม้จะเป็นห้องรวมที่ชายหญิงสามารถพักร่วมกันได้ก็มิได้เป็นปัญหาแต่อย่างใด...
เดินทางลงกรุงเทพฯ เพื่อขอวีซ่าไปพม่าและรอขึ้นเครื่อง ผมจำเป็นต้องพักอยู่ในกรุงเทพฯ สามคืนด้วยกัน ผมตัดสินใจที่จะพักที่ Madee Hostel ด้วยเหตุผลว่าถูกดี นอกจากนั้นยังอยู่แถวใกล้ ๆ กับบ้านของอาจารย์ประทีป นุตาคม ผู้ซึ่งผมปรารถนาจะไปกราบเท้าท่านสักครั้ง
วันที่ ๑๘ มิถุนายน หลังจากพาผมไปสถานทูตพม่า...คุณเมธีก็ขับรถพาผมไปลงที่มาบุญครอง เพื่อให้ขึ้นรถเมล์ไป "สุขุมวิท ๕๐" ถนนซึ่งผมรู้แต่เพียงว่าจะสามารถพาผมไปยัง hostel ที่ชื่อว่า "มาดี" ได้ เป็นบ้านนอกหลงกรุง...ผมต้องใช้เวลาเกือบ ๒ ชั่วโมงกว่าจะไปยืนอยู่ตรงคิวรถมอเตอร์ไซค์ บริเวณหัวมุมถนนสุขุมวิท ๕๐ ใกล้ ๆ กับสถานีรถไฟฟ้าอ่อนนุช
พอคนแบกเป้ถามถึงซอยเริ่มเจริญ หนุ่มมอเตอร์ไซค์รู้จุดหมายที่จะให้ไปส่งทันที เค้าพูดว่า "มาดี...๑๕ บาท" ผมขึ้นนั่งซ้อนท้ายทันที!
จากถนนใหญ่เข้าซอยไปอีกลึกพอสมควร (ตามเส้นสีเหลือง)
ในที่สุดผมก็ถึง hostel ที่ตั้งใจจะไปพัก...
จ่ายเงินค่ารถ ๑๕ บาทแล้วผมก็เดินไปที่ประตู ยังเข้าไม่ได้เพราะกุญแจล็อคเป็นระบบ keycard แม่บ้านต้องเดินมาเปิดให้ เธอแสดงอาการแปลกใจเมื่อรู้ว่าผมเป็นคนไทย...
ผมถามว่ามีเตียงว่างไหม?...ราคาเท่าไหร่? (ถามแบบ hosteller) เธอบอกว่ามี..ราคาคืนละ ๑๙๙ บาท ผมบอกว่าเป็นคนไทย ตั้งใจมาที่นี่โดยตรง ขอพัก ๓ คืน...ลดให้หน่อยได้ไหม? แม่บ้านยกหูโทรไปถามเจ้าของ ได้ยินเสียงบอกว่า "เป็นคนไทยค่ะ!!" ปรากฏว่าเค้าลดให้ผมเหลือคืนละ ๑๘๙ บาท...
ตกลงครับ ผมจ่ายเงินค่าที่พัก ๓ คืน ๕๖๗ บาทและวางมัดจำค่า keycard อีก ๑๐๐ บาท ลงทะเบียนเข้าพักแล้ว แม่บ้านก็พาผมขึ้นไปยังห้องพักซึ่งอยู่บนชั้นสาม...
ความคิดเข้าท่าดีครับ เค้าใช้วงกลมสีเขียวบอกตำแหน่งชั้นสาม
กุญแจห้องใช้ระบบ keycard ทันสมัยเหมือน backpacker hostel ที่สิงคโปร์เลย!
วิธ๊เปิดก็ใช้คีย์การ์ดไปผ่านตรงเซนเซอร์ที่เห็นมี ๓ จุด พอมีเสียง "ปี๊ป" ไฟเหลืองออก ก็เปิดประตูเข้าไปได้ (คำเตือน - เวลาออกจากห้อง อย่าลืมนำคีย์การ์ดติดตัวออกไปด้วย ถ้าไม่มีคีย์การ์ดจะเปิดประตูเข้าห้องไม่ได้)
ในห้องมีเตียง ๒ ชั้นอยู่ด้วยกัน ๓ เตึยง แสดงว่าพักได้ ๖ คน เป็น mixed dorm ซึ่งพักร่วมกันได้ทั้งชายหญิง...
พักอยู่คนเดียว...ผมเลือกเตียงล่าง ใกล้ ๆ กับเครื่องปรับอากาศ! แอร์เย็นฉ่ำเชียวล่ะ!
ผ้าปูที่นอน ปลอกหมอน ผ้าห่ม สะอาดสะอ้านดีครับ ที่หัวเตียงมีที่สำหรับเสียบคีย์การ์ดเพื่อเปิดเครื่องปรับอากาศและระบบไฟ หลอดไฟดวงกลม ๆ นั่นสำหรับอ่านและเขียนหน้งสือ
วันแรกผมนอนคนเดียว...เปิดแอร์ทั้งคืน คืนที่สองช่วงดึกมีเสียงดังปิ๊ป ผมสะดุ้งตื่น เห็นฝรั่งสาวเข้ามาพักอีกสองคน
ลงเครื่องมาตอนดึก...คงจะเหนื่อยกับการเดินทาง ตอนผมจะออกไปสถานทูตพม่า ก็เห็นเธอยังหลับเป็นตาย พอผมกลับเข้ามาอีกทีตอนใกล้ค่ำ เธอก็เช็คเอ้าท์ออกไปแล้ว คืนที่ ๓ ก็เหลือผมครองห้องอยู่คนเดียวอีกเหมือนเดิม!
เค้ามี free wifi ให้ใช้อย่างเต็มที่ เสียดายที่ผมไม่มีอุปกรณ์อะไรทั้งนั้น ไม่งั้นคงนอนเล่นเน็ตในห้องแอร์ได้อย่างสบาย ๆ
แล้วจะมาเล่าให้ฟังต่อครับ...
Subscribe to:
Posts (Atom)
























