Saturday, November 10, 2018

Jazz Night with Kenny G

นับเป็นวาสนาอีกครั้งในชีวิต ที่อยู่ ๆ ครูเตี๋ยงก็ได้ซื้อบัตรให้ผมมาร่วมชมคอนเสิร์ต Kenny G ที่เมืองโบราณในวันนี้...


พานั่งรถผ่านการจราจรติดขัดจากที่พัก (Shining Center) มาจนถึงเมืองโบราณ 


นอกจากชวนเพื่อน ๆ ให้มาดูคอนเสิร์ตฟรีแล้ว... ยังหอบข้าวเย็นมาให้กินด้วย



สุดยอดของอาหารเจมื้อนี้ ทำให้ผมกินได้มากกว่าปกติ (ข้าว ๒ จานกับอาหารเจที่ครูเตี๋ยงสั่งซื้อมาจากที่ไหนไม่รู้?)




ผมตะลึงเมื่อได้เห็นราคาบัตรที่ได้รับแจกมา แม่เจ้าโว้ย ๓,๐๐๐ บาทเชียวหรือเนี่ย!!!






ดูจากลักษณะเก้าอี้ที่มีผ้าขาวคลุม คิดว่าน่าจะเป็นที่นั่งสำหรับบัตรใบละ ๔,๕๐๐ บาท



สำหรับบัตร ๓,๐๐๐ บาทก็ทางนี้ครับ (เก้าอี้พลาสติกธรรมดา) ส่วนเวทีตั้งข้างพระที่นั่งสรรเพชญปราสาทจำลองโน่น อยู่ไกลจนมองแทบไม่เห็นอะไร...


ต้องอาศัยดูจากโมนิเตอร์ที่มีอยู่ ๒ จอ...



ในบัตรบอกว่าการแสดงเริ่ม ๕ โมงเย็น แต่กว่า Kenny G ตัวจริงเสียงจริงจะเริ่มบรรเลงก็ ๒ ทุ่ม เค้ามีวงดนตรี CU Band เล่นเพลงแจ๊สเก่า ๆ ให้ฟังกันก่อน เพลงที่นำมาร้องและบรรเลงส่วนใหญ่ก็เป็นเพลงที่ผมรู้จักค่อนข้างดี...


ประมาณทุ่มครึ่งก็หยุดให้วงดนตรีของ Kenny G ได้ทำการปรับเสียง โฆษกประกาศให้ผู้ชมไปหาอะไรกินรอไปก่อน ทั้งเสื้อเหลือง เสื้อแดง เสื้อดำต่างรอคอยด้วยความใจเย็น...


เอ้า...ปรับเสียงเข้าไป ส่วนคนที่อยู่ข้างล่างก็พัดวีรอ...



เอ้า...พร้อมแล้ว นักดนตรีเข้าที่เพื่อเริ่มแสดง


ทำเซอร์ไพรสให้กับคนดูด้วยการแอบมาเริ่มเป่าแซกโซโฟนอยู่ข้างล่าง..

.

จากนั้นก็ขึ้นไปเป่าอยู่บนเวที...


ได้ฟังอยู่ไกล ๆ ผมอาศัยดูภาพบนจอ เหมือนในยูทูปยังไงยังงั้น!





จบการแสดงแล้วเค้าแถมให้อีก ๑ เพลง จากนั้นก็แยกย้ายกันกลับบ้าน! ผมถือหมอนน้อยไว้แน่นเพราะกลัวลืม...


Jazz Night คืนนี้ผมรู้สึกประทับใจ มิใช่จากเสียงแซกโซโฟนจาก Kenny G แต่เป็นน้ำใจของครูเตี๋ยงมากกว่า!

Saturday, October 20, 2018

คิดได้งัย?


ผมเห็นโฆษณา "งานเดินวิ่งการกุศล แม่ทะมินิมาราธอน ๒๕๖๑" แล้ว ทำให้คิดถึงเรื่อง "ชลบุรีมาราธอน" ที่ผ่านมา เมื่อวันที่ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๖๑ พร้อมกับข่าวเรื่องการให้น้ำนักวิ่ง!


นั่กวิ่งที่เข้าร่วมจะต้องจ่ายเงินต่างกันตามระยะทางที่เลือกคือ ระยะวิ่ง ๔๒.๑๙๕ กม. ราคา ๑,๐๐๐ บาท ระยะวิ่ง ๒๑ กม. ราคา ๗๐๐ บาท ระยะวิ่ง ๑๐ กม. ราคา ๕๐๐ บาท ระยะวิ่ง ๕ กม. ราคา ๔๐๐ บาท โดยจะนำรายได้หลังหักค่าใช่จ่ายและร่วมสมทบทุนให้กับโรงพยาบาล เพื่อหารายได้จัดซื้ออุปกรณ์การแพทย์ใช้ในการรักษาและพัฒนาให้กับโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยบูรพา  งานนี้ผ่านมาแล้วพร้อมกับการวิจารณ์ยับเรื่อง "งานวิ่งขาดน้ำ!


เมื่อวันศุกร์ (๑๒) ที่่ผ่านมา ผมพาพี่ชายไปตรวจรักษาที่โรงพยาบาลห้างฉัตร พอดีใกล้กับวันล้างมือโลก ผมเห็นเจ้าหน้าที่พยาบาลมาบรรยายและสาธิตเรื่อง "การล้างมือ ๗ ชั้นตอน" ให้กับบรรดาผู้ป่วยและญาติที่ไปส่ง...



วันล้างมือโลก (Global Hand Washing Day) ตรงกับวันที่ ๑๕ ตุลาคมของทุกปี ถูกจัดขึ้นเป็นครั้งแรกในปี ๒๕๕๑ ณ เมืองสตอกโฮล์ม ประเทศสวีเดน โดยสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติหรือยูเอ็น เพื่อกระตุ้นเตือนให้ชาวโลกเห็นถึงความสำคัญของการล้างมือด้วยสบู่ว่า จะช่วยป้องกันโรคภัยไข้เจ็บได้ รวมถึงต้องการสร้างวัฒนธรรม การล้างมือให้สะอาดถูกสุขอนามัยขึ้นทั่วโลก จากผลการศึกษาพบว่าการล้างมือ แม้จะเป็นเรื่องง่าย ๆ แต่คนส่วนใหญ่กลับไม่ค่อยทำกัน ทั้ง ๆ ที่สามารถลดโอกาสติดเชื้อโรคต่าง ๆ ได้เกือบ ๕๐ % ในแต่ละปีนั้นมีเด็ก ๆ อายุต่ำกว่า ๕ ขวบเสียชีวิตจากโรคท้องร่วงถึงเกือบ ๒ ล้านคน และจากโรคปอดบวมอีกราว ๒ ล้านคน การล้างมือด้วยน้ำกับสบู่อย่างถูกวิธีจะช่วยลดการเสียชีวิตจากโรคท้องร่วงได้ถึง ๕๐% และจากโรคปอดบวมได้อีกราว ๒๕% ดังนั้น หัวใจหลักของวันล้างมือโลกจึงต้องการมุ่งไปยังกลุ่มเด็กนักเรียน เพื่อหวังจะเพิ่มจำนวนเด็ก ๆ ที่มีนิสัยล้างมือด้วยสบู่ให้ได้มากกว่า ๗๐ ประเทศ  (ที่มา - health.kapook.com)   
ที่โรงพยาบาลห้างฉัตร ผมได้ฟังการบรรยายเรื่อง "การล้างมือ ๗ ขั้นตอน" ถึงสองครั้ง ครั้งแรกตอนนั่งอยู่หน้าห้องเจาะเลือด พอไปรอที่คลีนิกผู้ป่วยโรคเรื้อรังก็ได้ฟังอีกครั้ง ทุกครั้งผมได้ฝึกปฏิบัติตามพยาบาลผู้มาสาธิต และเข้าใจว่าการล้างมือก่อนกินหรือปรุงอาหารนั้นมีความสำคัญยิ่ง 


ครั้นได้เห็นภาพที่แชร์กันแพร่หลายในอินเทอร์เน็ต...


ผมเกิดสงสัยขึ้นมาทันทีว่า "คิดอย่างงี้ได้งัย?"  วิ่งเหนื่อย ๆ มาเหงื่อท่วมตัว ผ่านมลพิษและสารพัดฝุ่น แต่นักวิ่งต้องมาดื่มน้ำจากมือ! หรือดูดก้อนน้ำแข็งจากนิ้วมือ...


หาเงินเข้าโรงพยาบาลซึ่งเป็นองค์กรสาธารณะสุข ดันมาหลงลืมเรื่อง "การล้างมือ ๗ ขั้นตอน" ที่อุตส่าห์ให้เจ้าหน้าที่มายืนสาธิตให้ประชาชนได้รับรู้!

Friday, October 19, 2018

งานช่วย

พักนี้มีเรื่องเขียนค่อนข้างเยอะ แต่ไม่รู้ว่าจะจัดลำดับอย่างไรดี ขอเล่าหน่อยนะว่าวันนี้ผมไปเล่นแอคคอร์เดียนที่งานขึ้นร้านใหม่ที่ถนนพหลโยธิน เยื้อง ๆ กับสถานีโทรทัศน์ช่อง ๘ เดิม อยู่ใกล้ ๆ กับโรงแรมรีเจนท์ ลอร์จ (รู้สึกว่า ดร. ภีมจะเคยไปพัก)!



เป็นงานช่วยครับ หมายความว่าผู้จัดงานเค้าไม่ได้จ้างให้ผมไปเล่น แต่ท่านผู้พันมือไวโอลินเกิดนึกสนุก แกชวนให้ผมไปบรรเลงด้วยกัน...


ผมไม่ได้เล่นแอคคอร์เดียนมาเกือบ ๕ ปีแล้ว ร้องก็ไม่ได้ร้อง (ยกเว้นไปเล่นที่งานเสรีไทยเมื่อปีก่อนโน้นครั้งเดียว) ท่านผู้พันบอกว่ามีแอคคอร์เดียนยุโรปเก่าที่ซื้อไว้ในราคา ๑ หมื่นบาท จะนำใส่รถจากเมืองแพร่มาให้เล่น ผมก็เลยไม่ต้องใช้เจ้าตัวเล็กที่คุณธเนศให้มา...

   
คู่กับไวโอลิน...วันนี้เล่นเพลงบรรเลงและร้องอยู่หลายเพลงเหมือนกัน นึกแปลกใจอยู่เหมือนกันที่ทำได้โดยไม่ลืม  และแม้ว่าจะไม่เคยเล่นเจ้า ๔๘ เบสของท่านผู้พันมาก่อน...


ไม่มีโอกาสได้ซ้อมมือ  พอถึงเวลาก็เล่นเลย!  สิ่งหนึ่งที่บอกได้ก็คือ การเล่นเครื่องดนตรี เมื่อเป็นแล้วมันจะติดตัวเราไปจนตาย!

ผ่านไปด้วยดีครับ แต่ไม่มีภาพมาฝาก...

Thursday, October 18, 2018

ข้าวเหนียวกล้องอินทรีย์ (Organic Sticky Brown Rice)

ค้นหาข้อมูลในอินเทอร์เน็ต... ผมพบว่าการตรวจหาสารตกค้างในข้าวสารถุงที่วางจำหน่ายทั่วไปได้ผลดังนี้

ที่มาของภาพ - pantip.com  ขอขอบคุณ
คุณหมอบางท่านได้กล่าวไว้ในคลิปวิดีโอสุขภาพของท่านว่า "คนเรายิ่งอายุมากขึ้นก็ยิ่งต้องลดการบริโภคคาร์โบไฮเดรตลง"   ด้วยวัยเปรียบเหมือนไม้ใกล้ฝั่ง ผมจึงต้องหันมาเอาใจใส่เรื่องการกินเพื่อสุขภาพที่ดีกับเค้าด้วย  เว็บ planforfit.com แสดงตารางปริมาณคาร์โบไฮเดรตในข้าวไว้ดังนี้...


เห็นได้ชัดว่าข้าวแต่ละชนิดนั้นมีปริมาณคาร์โบไฮเดรต อยู่ไม่น้อย ผมจึงตั้งใจว่าต่อไปนี้จะกินข้าวให้น้อยลง และข้าวสารที่นำมาหุงก็จะต้องเป็นข้าวที่มิได้ขัดขาว(ข้าวกล้อง) ถ้าจะให้ดีก็่ต้องเป็นข้าวเกษตรอินทรีย์ซึ่งผ่านระบบการผลิตที่ไม่ใช้สารเคมีด้วย ผมเพิ่งสั่งซื้อ "ข้าวเหนียวกล้อง" ผ่าน shopee.com วันนี้ได้รับสินค้ามาแล้วครับ...


เป็นข้าวนาปี ฤดูเก็บเกี่ยวล่าสุดจากบ้านไร่ต้นฝัน.... 




ได้มาแล้วก็ต้องลองหุงดูก่อน ตามคำแนะนำที่บอกไว้ข้างแพ็ค...


สุกแล้วจ้า!..  ผมตักใส่จานแค่ ๑ ทัพพีแล้วลองกินดู พบว่าอร่อยมาก ๆ ทั้งหอมและเหนียวนุ่ม เคี้ยวกรุบ ๆ สัมผัสได้ถึงกากใย (fiber) ที่มีคุณค่า...


กินแค่นี้ก็อิ่มแล้ว! เดี๋ยวผมจะลองนึ่งดูบ้าง ได้ผลอย่างไรจะนำมาบอกเพื่อน ๆ นะครับ...

Wednesday, October 17, 2018

22 JULY

ช่วงนี้ผมโหลดหนังมาได้วันละกว่า ๑๐ เรื่อง...แต่เปิดดูได้แค่วันละเรื่อง หรือบางวันแทบไม่มีเวลาดูด้วยซ้ำ!



ประเภทหนังที่ผมชอบที่สุดเห็นจะเป็น biopic หรือ biographical film  หากได้เปิดดูแล้วจะต้องดูจนจบ ไม่เคยปิดทิ้งครึ่ง ๆ กลาง ๆ

มหาตมา คานธี - ภาพจากวิกิพีเดีย
Biopic หรือ biographical film เป็นภาพยนตร์เกี่ยวกับชีวประวัติของบุคคลทางประวัติศาสตร์ ผู้มีชื่อเสียง หรือเหตุการณ์ซึ่งมีอิทธิพลต่อความคิดและการดำเนินชีวิตของมนุษย์  วันนี้ผมได้ดูหนัง biopic ใหม่สด (ออกฉายในอเมริกาเมื่อวันที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๖๑) ภาพยนต์ biopic ชื่อ "22 July" กำกับโดย Paul Greengrass


 "22 July"  เป็นเรื่องราวการก่อการร้ายในมณฑล Oslo และ Buskerud ประเทศนอร์เวย์เมื่อปี ๒๕๕๔ การโจมตีเกิดขึ้น ๒ ครั้ง เริ่มจากผู้ก่อการร้ายชื่อ Anders Behring Breivik ได้นำระเบิดซึ่งสร้างขึ้นมาจากส่วนผสมของปุ๋ยและน้ำมันเชื้อเพลิงวางไว้ด้านหลังรถตู้ไปจอดไว้ข้างตึกหอพักสำนักงานของนายกรัฐมนตรีเจน์ สโตลเตนเบิร์ก ทำให้มีผู้เสียชีวิต ๘ คนและบาดเจ็บอย่างน้อย ๒๐๙ คน  อีก ๓๑ นาทีต่อมาคนร้ายคนเดียวกันได้ปลอมเป็นตำรวจ นำปืนไรเฟิลกึ่งอัตโนมัติ (Ruger Mini-14) และปืนพกกึ่งอัตโนมัติ (Glock 34) ไปไล่ยิงเยาวชนที่ค่ายฤดูร้อนบนเกาะ Utøya ทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง ๖๙ คน นับว่าเป็นการโจมตีที่ร้ายแรงที่สุดในนอร์เวย์นับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่สอง...

ที่มา - วิกิพีเดีย

หนังพูดภาษาอังกฤษถ่ายทำในอเมริกามีความยาว ๒ ช.ม. ๒๓ นาที มีหลายตอนที่สร้างความประทับใจให้ผม อย่างเช่นคำให้การต่อศาลของ Viljar Hanssen หนึ่งในเหยื่อผู้เคราะห์ร้าย...


หรืออย่างตอนที่นายกรัฐมนตรีเจนส์ สโตลเตนเบิร์ก ผู้ได้รับรายงาน Gjørv สรุปว่าผู้บริหารและตำรวจของนอร์เวย์จะสามารถป้องกันและลดการเสียหายที่เกิดขึ้นได้ หากมีมาตรการด้านความปลอดภัยและฉุกเฉิน รวมทั้งการติดต่อสื่อสารที่ดีกว่านั้น


ตัวนายกเองถึงกับเดินทางไปพบกับญาติ ๆ ของผู้เคราะห์ร้าย กล่าวขอโทษ และยอมรับว่า "We should have done better."  "I should have done better."


ผมชอบที่เค้าหานักแสดง Ola G. Furuseth มารับบทนายกรัฐมนตรี เจนส์ สโตลเตนเบิร์กด้วยครับ ผมนำรูปตัวจริงมาให้เพื่อน ๆ ดูด้วยดังนี้...

เจนส์ สโตลเตนเบิร์ก เลขาธิการนาโต้ - ภาพจาก vovworld.vn

จะมีบ้างมั้ยที่นายกรัฐมนตรีไทยยอมรับผิดและกล่าวขอโทษประชาชนเช่นนั้น?  ฝันไปเถอะสำหรับผู้นำเมืองกะลาแลนด์!!

Tuesday, October 16, 2018

morning exercise


๑๖ ตุลาคม ๒๕๖๑... เป็นวันที่สามแล้วสินะที่ผมตื่นแต่เช้าเพื่อออกเดินกำลังรับแสงอาทิตย์ยามเช้า!


จาก "ร้านเปียโน" ข้ามถนนหน้าบ้าน แล้วเดินลงไปตามร่องกลางถนนซุปเปอร์ไฮเวย์ ตรงนี้เป็นจุดที่มีความสำคัญในการที่ผมได้มาอยู่ห้างฉัตร จำได้ว่าเมื่อเดือนพฤษภาคม ๒๕๕๖ ตอนนั้นผมขายบ้านปงแสนทองได้แล้วจำเป็นต้องหาที่อยู่ใหม่โดยเร็ว หลังจากค้นหาในอินเทอร์เน็ต พบประกาศขายอาคารพาณิชย์ ๓ ชั้นครึ่ง ๑ คูหาอยู่ใกล้กับสี่แยก ผมอยากได้ทันที รีบโทรติดต่อผู้ขายเพื่อขอดูบ้าน เค้านัดให้มาดู โดยบอกว่าจะมีคนมาเปิดประตูให้  ประมาณบ่าย ๓ โมง ผมขี่จักรยานยนต์จากบ้านปงแสนทอง ๑๐ กว่ากิโลเมตร มายังสี่แยกแห่งนี้ หักรถเลี้ยวลงตรงนี้เพื่อลัดเลาะมาดูห้อง...


มาเกือบไม่ทัน! ผู้ที่มารอเปิดประตูกำลังจะกลับไปพอดี พอผมบอกว่ามาดูห้อง เค้าก็เปิดประตูให้เข้าดูข้างใน ผมเดินขึ้นไปสำรวจจนถึงชั้นบนสุด ใช้เวลาไม่มาก...ตัดสินใจทันทีว่าจะซื้อที่นี่แหละ!


ถ้ามันจะเป็นของเราก็ต้องเป็นของเรา ผมอยู่มาเกือบ ๕ ปีแล้วครับ! เช้าวันนี้เดินเร็ว ๆ จากบ้านด้วยระยะทางประมาณ ๑ กิโลเมตรไปยังตลาดบ้านปันง้าว เพื่อออกกำลังตามโปรแกรมดูแลรักษาสุขภาพด้วยตนเอง...


อากาศสดชื่น ท้องฟ้ายามอรุณรุ่งดูงดงาม...



ขาไปต้องเดินชิดขวาเพื่อให้เห็นรถที่วิ่งสวนมาข้างหน้า (ขากลับก็เดินฝั่งตรงข้าม) ผมถึงวัดบ้านปันง้าวโดยใช้เวลาไม่นาน...


ที่หน้าตลาดผมเห็นพระกำลังออกบิณฑบาต นี่แหละบรรยากาศตลาดสดบ้านนอกยามเช้า 


ถือกล้องมาด้วย ก็เลยมีโอกาสได้เก็บภาพมาฝากเพื่อน ๆ



เห็นบ้านคนรวยหลังหนึ่งดูใหญ่โตมีเสาโรมันคู่ตั้งตระหง่านอยู่ด้านหน้า...


ข้างในคฤหาสน์ที่เห็น คงจะใหญ่โตรโหฐาน มิได้รู้สึกอิจฉาแม้แต่น้อย คิดว่าบ้านตัวเองแม้จะคับแคบและรกรุงรังก็ยังอยู่ได้อย่างมีความสุข ตาแก่ผู้เดินผ่านมาเพียงแค่ถ่ายภาพไว้เป็นหลักฐานแสดงว่าอำเภอห้างฉัตรก็มีคนรวยอยู่ไม่น้อย จากนั้นก็เดินมาเก็บภาพร้านข้าวแต๋นน้ำแตงโมอีก ๑ บาน... 



อยากชวนให้เพื่อน ๆ ได้เดินออกกำลังยามเช้าด้วยกันครับ!