Tuesday, January 14, 2020

ความสงสัยจากบนดาดฟ้า

เพื่อน ๆ ที่รักครับ ผมต้องขออภัยที่ว่างเว้นจากการเขียนบล็อกช่างเหอะไปซะนาน ขอบคุณเพื่อนผู้ติดตามทุกคนด้วยนะครับ...



ผมนั่งทำงานอยู่หน้าคอมพ์ฯ ในขณะนี้ เปิดหูรับฟังเสียงรถที่วิ่งผ่านไปมาบนถนนซุปเปอร์ไฮเวย์ 11 ได้ยินว่านาน ๆ จะมีรถผ่านไปซักคัน บางช่วงทิ้งห่างจนคล้ายกับว่าบ้านผมไม่ได้ตั้งอยู่ติดทางหลวง มันแสดงให้เห็นภาวะเศรษฐกิจที่ถดถอยอย่างหนัก ส่งผลกระทบยังผู้ประกอบการร้านอาหารเล็ก ๆ ริมทางอย่างร้านลำแต้อย่างเห็นได้ชัด...



ยังครับ มันจะยิ่งหนักกว่านี้ ภัยพิบัติและเหตุร้ายทั้งจากธรรมชาติและจากความขัดแย้งในสังคมจะตามกันมาติด ๆ ผมเองติดตามข่าวสารเรื่องไฟป่า พายุ แผ่นดินไหว ดินถล่ม สงคราม ฯลฯ จากเว็บต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง ได้รับข้อมูลน่าเชื่อถือและตรงไปตรงมา พอนำมาใช้เตือนสติและเตรียมความพร้อมได้ในระดับหนึ่ง จริง ๆ แล้วผมอยากเขียนในบล็อก countdown ที่ตั้งขึ้นใหม่ แล้วนำไปลิงค์ไว้ใน facebook ที่มีอยู่ แต่พบว่ามีคนเข้าดู facebook ของผมเพียงน้อยนิด จึงบอกตัวเองให้มอบเวลากับครอบครัวและเพื่อนบ้าน ทำในสิ่งที่รังสรรค์ดีกว่า  เช้านี้คว้ากล้องขึ้นไปบนดาดฟ้า เก็บภาพท้องฟ้าปกคลุมด้วยหมอกควันทางด้านทิศเหนือ เกือบจะไม่เห็นภูเขาที่อยู่ไกลออกไป เนี่ยขนาดแค่กลางเดือนมกราคมนะครับ ลองคิดดูว่าถ้าช่วงเมษา-พฤษภาจะยิ่งหนักหนาสาหัสแค่ไหน 


ไม่ต้องไปวิ่งไล่ลุง เดินเชียร์ลุงแล้วละ ตราบใดที่คนโง่ คนบ้าอำนาจเข้ามาบริหารประเทศ ๔-๕ ปีแล้วยังมีแนวโน้มว่าจะอยู่ยาวต่อไปอีก ก็ต้องเตรียมรอรับกับความพินาศของบ้านเมืองได้เลย ผมขอเก็บตัวอยู่อย่างนี้แหละ ไม่สะสม ไม่ฝันใฝ่ ไม่เคลื่อนไหวอีกต่อไป

มองเห็นชาวบ้านมาตัดหญ้าเพื่อนำไปเลี้ยงวัว อาทิตย์นึงเขาจะมาซักวันสองวัน...


เสียดายที่ตัวเองอายุล่วงเกินวัยที่จะมีเนื้อที่เล็ก ๆ ปลูกต้นไม้ อยู่กับหมา แมว และวัวสักอย่างละตัว มีห่าน* เดินร้องก๊าบ ๆ อยู่ในบริเวณบ้าน ผมพยายามทำพื้นดาดฟ้าขนาด ๔ x ๘ เมตรให้เป็นสวนครัวขนาดเล็ก แต่ได้ผลไม่เป็นที่น่าพอใจ แม่เคยบอกว่าผมเกิดปีเสือใจร้อนและคงจะมือร้อนด้วย ต้นผักที่ปลูกไว้ส่วนใหญ่จึงตายเรียบ...

* ขอบคุณป้าจิ๊กที่ช่วยบอกว่าห่านไม่ได้ร้องก๊าบ ๆ ลุงน้ำชาลืมไป เอาเสียงเป็ดไปให้เสียงห่าน อิอิ (มีคนเขียนบอกไว้ว่าห่านร้องแกว้ก ๆ จ้า)


ไม่ว่าจะเป็นกะเพรา โหระพา มะเขือพวง มะเขือเทศ ฯลฯ  แต่ก็ไม่เป็นไรครับ ผมแค่เพียงต้องการสร้างความร่มเย็นให้กับดาดฟ้าที่ร้อนระอุมาก่อนเท่านั้นเอง ไปตลาดผมสามารถซื้อมะเขือเทศมาเคี้ยวกินสด ๆ ได้ในราคาแค่ ๑๐ บาทเท่านั้น...




ผักบุ้ง ๕ บาท... เยอะแยะ!  



ที่ยังพอเก็บไปเคี้ยวกินได้บ้าง ก็มีแค่พริกขี้หนูเม็ดแดงเล็ก ๆ ที่เห็น...



แต่ที่น่าพอใจที่สุดเห็นจะได้แก่ไม้ประดับที่ถีบตัวขึ้นสูงท่วมหัว...



เป็นคนไม่รู้เรื่องพืชพันธุ์ไม้ อยากถามป้าทองหรือผู้รู้จังเลยว่ามันคือต้นอะไร?

Monday, January 13, 2020

ซีเมนต์กันซึมตราตุ๊กแก

ปีที่แล้วเวลาฝนตกหนักมีน้ำขังบนดาดฟ้า น้ำจะไหลออกมาตามรอยรั่วซึมใต้คาน...


ทีแรกเป็นมากชนิดได้ยินเสียงน้ำหยดลงพื้นเลยล่ะ ผมได้ทำการซ่อมด้วยการฉาบอุดด้วยซีเมนต์ผสมสำเร็จกันรั่วซึมยี่ห้อ Weber ขนาด ๕ กิโลกรัม จำไม่ได้แล้วว่าซื้อมาถุงละเท่าไร เอามาผสมน้ำใช้ฉาบตามรอยร้าวบริเวณคาน...



ตราตุ๊กแก...คิดว่าน่าจะติดดี ผมใช้ไม่หมดถุงหรอก หน้าฝนที่ผ่านมาก็ไม่มีน้ำหยดหรือซึมออกมาจากใต้คานอีก แต่ที่เพดานบางจุดยังเห็นมีหยดน้ำเล็ก ๆ ค่อย ๆ เกาะตัวแล้วหยดลงมา รอให้ผ่านฝนมาก่อน จนถึงวันนี้ก็ได้ฤกษ์ซ่อมแซมอีกครั้ง...ผมทำความสะอาดบริเวณรอยร้าวที่พบ แล้วผสมซีเมนต์นำมาฉาบ ปล่อยทิ้งไว้ข้ามคืน  คิดว่าวิธีนี้ง่ายและประหยัดสุดครับ...


น่าจะแก้ปัญหาน้ำรั่วซึมได้ครับผม!

Thursday, January 09, 2020

ซิปแตก

"FB Trip 2020 ไป อช.แม่ปิง" ครั้งล่าสุดเท่ากับว่าเป็นการซ้อมหรือทดลองปฏิบัติสำหรับ the final trip ในปี ๒๕๖๖ 


กล่าวคือผมมีเครื่องมือซ่อมรถ เต๊นท์ ถุงนอน เปลญวน เตา ไฟฉาย เสบียง ครบถ้วนชนิดเดินทางไปต่างประเทศได้เลย น้ำหนักที่ถ่วงอยู่ท้ายรถน่าจะประมาณเกือบ ๒๐ กิโลกรัม หรือเท่ากับเด็กน้อยซ้อนท้ายไปด้วยคนนึง ได้ข้อสังเกตว่าหลังจากที่เปลี่ยนมาใช้จานหน้าที่มีฟันน้อยลง การปั่นของผมดีขึ้นเยอะเลย มีสัมภาระเต็มพิกัดไปด้วย ผมใช้เกียร์ 9 ปั่นทางเรียบได้สบาย



เวลาขึ้นเขาก็เล่นเอาเหนื่อยเหมือนกัน !  แต่ก็ยังดีกว่าตอนใช้จานหน้าที่ติดมากับรถซึ่งผมต้องลงจูงเกือบทุกเนินเขา ทริปนี้ถ้าทางชันไม่ต่อเนื่องกันจริง ๆ ก็ไม่ต้องลงจูงแล้ว ผมปั่นโดยใช้เทคนิคเร่งส่ง พอขึ้นเขาก็ลดเกียร์ลงมาเรื่อย ๆ จนถึงเกียร์ต่ำสุด ปั่นต่อไปให้สุดจนหมดกำลังก็หยุดพัก รอสักครู่ให้กลับมามีแรงปั่นต่อ ขยับขึ้นไปอีกเป็นระยะ ๆ จนถึงยอดเขา 

งั่ม ๆ ผมไม่ได้ตั้งใจเขียนเรื่องการปั่นจักรยานขึ้นเขา เพราะมิใช่ guru ทางนี้ ที่อยากเขียนวันนี้ก็คือเรื่องการซ่อมกระเป๋าคาดเอวซึ่งคุณเดชาให้มาใช้ใส่ของจำเป็นสำหรับการเดินทางท่องโลกตั้งแต่เมื่อ ๖ ปีที่แล้ว...



หลังจากใช้งานมานานหลายทริปหลายโอกาส กลับมาจาก "FB Trip 2020 ไป อช.แม่ปิง" ผมก็พบว่ากระเป๋าคาดเอวที่ใช้มีอยู่ช่องหนึ่งซึ่งซิปแตก...



ช่างเหอะร้องเฮ้ยแล้วหาวิธีซ่อม โดยใช้เครื่องมืออย่างเดียวคือคีม...


ไม่มีอะไรยากครับ จัดตำแหน่งตัวติดฟันซิปให้เข้าที่อยู่ในตำแหน่งเริ่มต้นของมันแล้วใช้คีมค่อย ๆ บีบด้านบนและล่างให้ชิดลงไปอีกนิด (ตามลูกศรเหลือง)



ทดลองรูดซิปไปจนสุด จะเห็นว่าตอนนี้มันทำงานได้เป็นปกติแล้ว ไม่หลุด ไม่ติด... 


ตัวจับหลุดหายไป ผมนำเข็มกลัดมาใส่แทน พอใช้รูดซิปไปมาได้ครับ เอาเข็มกลัดติดไว้อย่างเนี้ยก็ดี เผื่อจำเป็นต้องกลัดอะไร (เช่นกลัดกระเป๋าตังค์กันหาย) หรืออาจใช้แทนเข็มจิ้มซิมได้ในกรณีที่จำเป็น



ต้องหล่อลื่นซะหน่อย ผมหาจารบีไม่เจอ ก็เลยต้องคว้าน้ำมันเครื่องมาหยอด นี่แหละ...ที่เรียกว่า "ช่างเหอะ" 



เรียบโร้ย กลับมาใช้งานได้ตามเดิม ผมแขวนเอาไว้เพื่อรอใช้งานทริปต่อไปครับ...



ไม่รู้ว่าอีก ๔ ปีจะยังดี... ให้ผมได้ใช้กับ the final trip หรือเปล่า?

Saturday, January 04, 2020

กลับมาแล้วจ้า...

ช่วงข้ามปี ๒๕๖๒-๒๕๖๓ ผมตั้งใจว่าจะปั่นจักรยานจากภูดู่-ปากลาย-ไปทุ่งไหหิน มรดกโลกแห่งใหม่ของลาว แต่ก็ต้องเปลี่ยนใจหันมาเลือกว่าจะปั่นขึ้นเหนือไปห้วยน้ำดังหรือลงใต้ไปอุทยานแห่งชาติแม่ปิงดี


วันที่ ๒๘ ธันวาคม ๒๕๖๒ ผมกับเจ้า Banian เดินทางไปถึงสถานีรถไฟเชียงใหม่เวลา ๙ โมงเช้า ซื้อตั๋วรถไฟท้องถิ่นขบวน 408 (เชียงใหม่-นครสวรรค์) ไปลงสถานีหนองหล่ม (ลำพูน) ด้วยราคาที่ถูกอย่างไม่น่าเชื่อคือแค่เพียง ๘ บาท


รถออกเวลา ๙.๓๐ น. วันนี้คนเยอะครับ!  อยู่ในช่วงเทศกาลพอดี



ผู้โดยสารมากจนต้องยืน



๑๐ โมงกว่า ๆ เจ้างูเหล็กก็เลื้อยเข้าเทียบสถานีหนองหล่ม... 



มีผมลงจากรถคนเดียว! 



อ่อ...เจ้าเพื่อนยากด้วย!




จะเห็นได้ว่าทริปนี้ ผมบรรจุข้าวของลงเป้จักรยานมาเต็มพิกัด มีทั้งเต๊นท์ ถุงนอน เปลญวน ฯลฯ ต่างกับคราวที่ปั่นไปมะละกา มาเลเซีย...


ทริปไปมะละกา จอดอาบน้ำริมทาง
ประมาณ ๑๕๐ กิโลเมตรจากสถานีรถไฟหนองหล่ม (1) ไปอุทยานแห่งชาติแม่ปิง (2) ครับ...



จากอุทยานแห่งชาติแม่ปิงไปเชียงใหม่ แล้วขับรถกลับบ้านห้างฉัตร สิ้นสุดทริป ๕ วัน ๔ คืน ซึ่งใช้เงินไปประมาณ ๕๐๐ บาท เก็บภาพได้ ๒ พันกว่าบาน...



จากนี้ผมจะเขียนเล่าให้เพื่อน ๆ ฟังนะครับ 

Wednesday, December 25, 2019

รีวิวน้ำพริกกะปิ

ที่บ้านห้างฉัตรในแต่ละวันมีถ้วยโถโอชามให้ผมต้องล้างมากมาย... แม้จะกินกันแค่ ๓ คน


วันนี้ขอเปลี่ยนจากเรื่องงาน DIY มาคุยเรื่องอาหารการกินซักหน่อยดีกว่า เป็นเรื่องอาหารโปรดที่แม่นาคทำให้พ่อมากกินที่บ้านริมคลองพระโขนง ซึ่งเรารู้จักกันดีว่า "น้ำพริกกะปิ"  เว็บ wongnai.com เขียนถึงวิธีทำน้ำพริกกะปิไว้ให้อ่านแล้วน้ำลายสอดังนี้... 
๑. ตำพริกขี้หนูกับกระเทียมพอแหลก ใส่กะปิ น้ำตาลปี๊บ น้ำปลา ตำให้เข้ากัน
๒. ใส่มะเขือพวง มะนาว ตำเบา ๆ พอให้มะเขือแหลกเล็กน้อย เติมน้ำเปล่า คนให้เข้ากัน ตักใส่ถ้วยทานพร้อมผักสด หรือผักลวก เสิร์ฟพร้อมไข่เจียวชะอม และปลาอินทรีย์ย่าง อร่อยแซ่บฟินติดลมบนเลยค่า
Tip : หากอยากให้กะปิที่นำมาตำหอมยิ่งขึ้นไปอีก ให้นำกะปิไปห่อใบตอง แล้วนำไปย่างจนมีกลิ่นหอม ๆ ออกมา น้ำพริกกะปิก็ยิ่งห้อมหอมขึ้นไปอีกค่า
ขอบคุณที่มาครับ  อ่อ...ผมเห็น youtuber บางคนรีวิวโทรศัพท์มือถือโดยนำมาสองยี่ห้อมาเปรียบเทียบกัน อย่างเช่น "Oppo A5s VS Vivo Y12 ใครน่าซื้อกว่ากัน?"  ก็เลยอยากนำน้ำพริกกะปิซื้อที่ตลาดสดเทศบาลห้างฉัตรจากแม่ค้า ๒ เจ้ามา VS เปรียบเทียบให้เห็นกันบ้าง...



ที่ตลาดสดเทศบาลห้างฉัตรจะมีแม่ค้าเจ้าหนึ่งตั้งโต๊ะอยู่ด้านหน้า ขี้นบันไดไปก็เห็นแล้ว (1) เกือบทุกวันจะมีน้ำพริกกะปิขายเป็นชุด ๆ ละ ๒๐ บาท...



อีกเจ้านึง ขายอาหารพื้นเมืองอยู่ในตลาดตรงหัวมุม (2) เจ้านี้นาน ๆ ถึงจะตำน้ำพริกกะปิมาวางขาย ชุดละ ๒๐ บาทเท่ากัน...  



เอาหละ... ลงทุน ๔๐ บาท ผมซื้อน้ำพริกกะปิจากแม่ค้าทั้ง ๒ เจ้ามาลองชิม เพื่อเปรียบเทียบว่าของใครจะอร่อยกว่ากัน นำมาวางไว้ด้วยกันแล้วถ่ายภาพไว้ก่อน ด้านซ้ายเป็นของแม่ค้า 1 ด้านขวาเป็นของแม่ค้า 2  อืมมม...ราคาเท่ากัน ปริมาณก็พอ ๆ กัน แต่เพื่อน ๆ ต้องตัดสินเอาเองว่าของใครสวยน่ากินกว่ากัน?


   
แม่ค้า 1 ให้ไข่ทอดชะอมกับแตงกวา...



แม่ค้า 2 ไม่มีแตงกวา แต่ให้ถั่วฝักยาว-มะเขือชุบแป้งทอดแทน...



ดูกันชัด ๆ แล้วค่อยตัดสินใจให้คะแนนนะครับ แม่ค้า 1 ตำพริกละเอียดกว่า (จริงๆ แล้วน่าจะใช้เครื่องปั่นมากกว่า)  ใส่กระเทียมและมะเขือเปาะ



ส่วนของแม่ค้า 2 มีพริกขี้หนูและมะเขือพวงลอยหน้า  พูดถึงรสชาติของน้ำพริก นักชิม ๓ คนซึ่งอายุรวมกันกว่า ๒๐๐ ปีได้ให้คำตอบเป็นเอกฉันท์ว่าของแม่ค้า 2 อร่อยกว่า (เข้าใจว่าคงเป็นเพราะทั้ง ๓ คนชอบกินหวาน)


สรุปแล้วผมให้เสมอกันครับ น้ำพริกกะปิชุดละ ๒๐ บาทอย่างเนี้ยหาที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว!! 

Tuesday, December 24, 2019

เปลี่ยนยางจักรยาน

หลังจากใช้งานมาเกือบ ๕ ปี เจ้า Banian ก็ถึงเวลาที่จะต้องเปลี่ยนยางทั้ง ๒ เส้น...



ยางที่ติดมากับรถแม้ดูแล้วสภาพจะยังพอใช้งานได้ แต่ก็ไม่เหมาะที่จะใช้เดินทางไกลต่อไป ผมสั่งซื้อยางนอกและยางในมา ๒ ชุด เลือกยางนอกแบบขอบลวดยี่ห้อ Wanda ขนาด 20 x 1.75 (47-406) ราคาเส้นละ ๑๔๐ บาท



ยางในขนาด 20 x 1.75 เส้นละ ๑๐๐ บาท...


รวมแล้ว ๔๘๐ บาทเพื่อการขับขี่ที่ปลอดภัยยิ่งขึ้น วิธีเปลี่ยนก็ไม่ยากครับ ถอดของเก่าออกมาแล้วนำของใหม่ใส่เข้าไปโดยใช้เครื่องมือถอดยางยี่ห้อ Giant ที่ซื้อมา เติมลมให้เรียบร้อยแล้วอย่าลืมทำความสะอาดขอบล้อและซี่ล้อด้วยนะครับ...



ดูดอกยางใหม่ซิครับ...



เปลี่ยนยางเสร็จแล้วจ้า...



ก่อนนำออกใช้งาน ปั่นขึ้นเขาลงดอยก็ต้องใช้กุญแจ ๖ เหลี่ยมขันปรับจุดต่าง ๆ ให้เข้าที่ จากนั้นก็หยอดน้ำมันหล่อลื่น แล้วใช้สเปรย์จารบีขาว Bosny ฉีดเฟืองและโซ่



ลองใช้ดูครับ ง่ายดี สั่งซื้อมากระป๋องละ ๘๙ บาท



ปรับแต่งและตรวจเช็คให้ดี


 เรียบร้อยพร้อมออกเดินทางแย้ว...


Safety first  ได้เวลาก็ต้องเปลี่ยนครับ อย่ารอให้เกิดอุบัติเหตุซะก่อน!