Showing posts with label อาหารการกิน. Show all posts
Showing posts with label อาหารการกิน. Show all posts

Wednesday, December 25, 2019

รีวิวน้ำพริกกะปิ

ที่บ้านห้างฉัตรในแต่ละวันมีถ้วยโถโอชามให้ผมต้องล้างมากมาย... แม้จะกินกันแค่ ๓ คน


วันนี้ขอเปลี่ยนจากเรื่องงาน DIY มาคุยเรื่องอาหารการกินซักหน่อยดีกว่า เป็นเรื่องอาหารโปรดที่แม่นาคทำให้พ่อมากกินที่บ้านริมคลองพระโขนง ซึ่งเรารู้จักกันดีว่า "น้ำพริกกะปิ"  เว็บ wongnai.com เขียนถึงวิธีทำน้ำพริกกะปิไว้ให้อ่านแล้วน้ำลายสอดังนี้... 
๑. ตำพริกขี้หนูกับกระเทียมพอแหลก ใส่กะปิ น้ำตาลปี๊บ น้ำปลา ตำให้เข้ากัน
๒. ใส่มะเขือพวง มะนาว ตำเบา ๆ พอให้มะเขือแหลกเล็กน้อย เติมน้ำเปล่า คนให้เข้ากัน ตักใส่ถ้วยทานพร้อมผักสด หรือผักลวก เสิร์ฟพร้อมไข่เจียวชะอม และปลาอินทรีย์ย่าง อร่อยแซ่บฟินติดลมบนเลยค่า
Tip : หากอยากให้กะปิที่นำมาตำหอมยิ่งขึ้นไปอีก ให้นำกะปิไปห่อใบตอง แล้วนำไปย่างจนมีกลิ่นหอม ๆ ออกมา น้ำพริกกะปิก็ยิ่งห้อมหอมขึ้นไปอีกค่า
ขอบคุณที่มาครับ  อ่อ...ผมเห็น youtuber บางคนรีวิวโทรศัพท์มือถือโดยนำมาสองยี่ห้อมาเปรียบเทียบกัน อย่างเช่น "Oppo A5s VS Vivo Y12 ใครน่าซื้อกว่ากัน?"  ก็เลยอยากนำน้ำพริกกะปิซื้อที่ตลาดสดเทศบาลห้างฉัตรจากแม่ค้า ๒ เจ้ามา VS เปรียบเทียบให้เห็นกันบ้าง...



ที่ตลาดสดเทศบาลห้างฉัตรจะมีแม่ค้าเจ้าหนึ่งตั้งโต๊ะอยู่ด้านหน้า ขี้นบันไดไปก็เห็นแล้ว (1) เกือบทุกวันจะมีน้ำพริกกะปิขายเป็นชุด ๆ ละ ๒๐ บาท...



อีกเจ้านึง ขายอาหารพื้นเมืองอยู่ในตลาดตรงหัวมุม (2) เจ้านี้นาน ๆ ถึงจะตำน้ำพริกกะปิมาวางขาย ชุดละ ๒๐ บาทเท่ากัน...  



เอาหละ... ลงทุน ๔๐ บาท ผมซื้อน้ำพริกกะปิจากแม่ค้าทั้ง ๒ เจ้ามาลองชิม เพื่อเปรียบเทียบว่าของใครจะอร่อยกว่ากัน นำมาวางไว้ด้วยกันแล้วถ่ายภาพไว้ก่อน ด้านซ้ายเป็นของแม่ค้า 1 ด้านขวาเป็นของแม่ค้า 2  อืมมม...ราคาเท่ากัน ปริมาณก็พอ ๆ กัน แต่เพื่อน ๆ ต้องตัดสินเอาเองว่าของใครสวยน่ากินกว่ากัน?


   
แม่ค้า 1 ให้ไข่ทอดชะอมกับแตงกวา...



แม่ค้า 2 ไม่มีแตงกวา แต่ให้ถั่วฝักยาว-มะเขือชุบแป้งทอดแทน...



ดูกันชัด ๆ แล้วค่อยตัดสินใจให้คะแนนนะครับ แม่ค้า 1 ตำพริกละเอียดกว่า (จริงๆ แล้วน่าจะใช้เครื่องปั่นมากกว่า)  ใส่กระเทียมและมะเขือเปาะ



ส่วนของแม่ค้า 2 มีพริกขี้หนูและมะเขือพวงลอยหน้า  พูดถึงรสชาติของน้ำพริก นักชิม ๓ คนซึ่งอายุรวมกันกว่า ๒๐๐ ปีได้ให้คำตอบเป็นเอกฉันท์ว่าของแม่ค้า 2 อร่อยกว่า (เข้าใจว่าคงเป็นเพราะทั้ง ๓ คนชอบกินหวาน)


สรุปแล้วผมให้เสมอกันครับ น้ำพริกกะปิชุดละ ๒๐ บาทอย่างเนี้ยหาที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว!! 

Saturday, October 29, 2016

กินอย่างประหยัด

เย็นนี้ขอเปลี่ยนหน้าที่จากช่างเหอะมาเป็นพ่อครัว (มือสอง) ลงมือถือตะหลิวทำในสิ่งที่เคยทำคือ "เห็ดหูหนูผิดขิง" ผมหั่นเตรียมเห็ดหูหนู, โปรตีนเกษตร, ขิง และหอมหัวใหญ่ เอาไว้ก่อน!  


พร้อมแล้วก็ลงกระทะโดยใช้น้ำมันมะพร้าว เสร็จแล้วจ้า!  ดูเยอะจัง...เหมือนว่าจะทำเลี้ยงคนเป็นสิบ (ฮา)


จากนั้นก็ขึ้นไปบนดาดฟ้าพร้อมกับกล้องถ่ายรูป... เก็บภาพ green workshop มา ๑ บาน


ทดลองซูมดูหน่อย...


แดดใกล้หมดแล้ว...


ถึงเวลาเก็บกล้วยที่ตากไว้...


ทุกวันนี้ "กล้วยน้ำว้า" ราคาแพงมาก หวีละ ๒๐-๓๐ บาท ที่จะไปซื้อหวีละ ๕ บาทจากตลาดเก๊าจาวมาตากนั้นคงไม่มีอีกแล้ว!  ปีหน้าสภาพเศรษฐกิจะแย่สุด และอาจแถมด้วยภัยพิบัติ ไม่มีใครช่วยเราได้ นอกจากตัวของเราเอง การจับจ่ายใช้สอยในเรื่องอาหารการกินก็ต้องหันมาประหยัดให้ได้มากที่สุดเท่าที่ทำได้ ที่เขียนวันนี้ก็เพียงแค่อยากแนะนำอาหารราคาถูก ซึ่งอาจช่วยให้อยู่รอดได้ในวิกฤตที่ใคร ๆ ก็ไม่อยากให้เกิดในอนาคต...


ด้วยรักและห่วงใยครับผม!

Wednesday, March 23, 2016

ไข่ตุ๋นแม่ปราณี

จากที่เคยนอนให้ป้อนข้าวป้อนน้ำจนกระทั่งหายดีสามารถเดินได้โดยไม่ต้องพยุง...น่าเสียดายยิ่งนักที่พี่ชายของผมกลับพอใจที่จะกิน ๆ นอน ๆ อยู่อย่างนั้นมาได้ ๖-๗ ปีแล้ว

ทุกเช้าตื่นขึ้นมาแล้ว ผมก็ต้องคิดว่าจะทำอะไรให้พี่ชายกินดี ถ้าไม่มีอะไรจริง ๆ ผมก็จะตุ๋นไข่  หรือถ้าไปจ่ายตลาด หิ้วไข่กลับมาบ้านแล้วพบว่าไข่แตก ไม่ว่าจะเป็นกี่ฟอง...ผมก็จะนำมาตุ๋น เป็นการตุ๋นไข่แบบง่ายสุด ๆ ตามที่เคยเห็นคุณแม่ทำให้กินบ่อย ๆ ตอนเป็นเด็ก

วิธีการมีดังนี้คือ ตอกไข่ใส่ชาม (ถ้าเป็นไข่แตกก็นำมาเทใส่ชามแล้วตักเอาเปลือกออกให้หมด) ใส่น้ำปลาลงไป ๑-๒ ช้อนโต๊ะ...


เติมน้ำลงไป...


คนให้เข้ากัน  (เคยเห็นคุณแม่ตักติดปลายช้อนขึ้นมาชิม ถ้ายังไม่เค็มพอ ท่านจะเติมน้ำปลาลงไปอีก สำหรับผมแล้วไม่เคยชิมเลย ส่วนใหญ่จะใส่น้ำปลาไม่เกิน ๑ ช้อนโต๊ะ เพื่อหลีกเลี่ยงการบริโภคอาหารรสจัด) 


จากนั้นก็นำเข้าไมโครเวฟ ตั้งไฟแรง ๕ นาที  ยกออกมา (ระวังหน่อยนะ...มันร้อน) หน้าตาอย่างนี้แหละ.... 
  

ถ้ามีกระเทียมเจียวหอม ๆ หรือต้นหอมผักชี ก็นำมาโป๊ะหน้า แล้วเหยาะพริกไทยลงไปอีกนิด...


นี่แหละ "ไข่ตุ๋นแม่ปราณี" เป็นกับข้าวอย่างง่าย ๆ ใช้เวลาไม่เกิน ๑๐ นาที กินกับข้าวสวยร้อน ๆ หุหุ...แก้ขัดไปได้อีก ๑ มื้อ!

Friday, April 24, 2015

Penang Street Food I


แม้จะไม่กินเนื้อสัตว์ แต่ผมก็อยากจัดให้ "ปีนัง" เป็นสวรรค์ของนักกิน เห็นด้วยกับที่เค้าโฆษณาว่า "PENANG STREET FOOD - Food Paradise of Asia" ที่นั่นราคาอาหารก็พอ ๆ กับเมืองไทย แต่มีอาหารหลากหลายให้เลือกสั่งกิน...  


ใช้พื้นที่ของบล็อกช่างเหอะ ผมขอสแกนรูป street food บนเกาะปีนังมาลงไว้หน่อยนะครับ 

เริ่มจาก ๑) ข้าวหน้าไก่หรือเป็ด (chicken/duck rice) อย่างเนี้ยก็คล้าย ๆ กับข้าวหน้าเป็ดร้านเฮียก้ำที่ผมเคยพูดถึง เพียงแต่น้ำราดอาจแตกต่างกันบ้าง คนขายส่วนใหญ่จะเป็นคนมาเลย์เชื้อสายจีน...


๒) Nasi kandar ก็คล้ายกับข้าวราดแกงบ้านเรา (nasi =ข้าว) เค้าจะมีกับข้าวใส่ภาชนะวางเรียงไว้ให้ลูกค้าเลือก (ในพม่าก็เป็นเช่นนี้)  เราสามารถสั่งรวมกันได้หลาย ๆ อย่าง ส่วนข้าวสวยถ้าเห็นว่าไม่พอ ก็ขอเพิ่มได้... 


Nasi kandar ที่เห็นในภาพจะมีทั้งไข่ต้ม ปลาหมึก และอะไรก็ไม่รู้อีกอย่าง (อาจเป็นไก่)  ส่วนน้ำแกงก็จะราดมาบนข้าว ราคาก็ขึ้นอยู่กับอาหารที่เลือก... 


๓) อาหารทะเล บนเกาะปีนังอาหารทะเลสดแน่นอนครับ...


๔) Nasi Lemak   


ต้องขออนุญาตนำข้อมูลจากไทยวิกิพีเดียมาบรรยายดังนี้...
คำว่านาซีเลอมะก์ ในภาษามาเลย์หมายถึงข้าวมัน โดยนำข้าวไปแช่ในกะทิ แล้วนำส่วนผสมไปนึ่ง กระบวนการปรุงคล้ายกับอาหารอินโดนีเซียคือนาซีอูดุก์ บางครั้งจะเติมใบเตยหอมลงบนข้าวขณะนึ่งเพื่อให้เกิดกลิ่นหอม อาจเพิ่มเครื่องเทศบางชนิด ได้แก่ ขิงและตะไคร้ เพื่อเพิ่มความหอม
การรับประทานแบบพื้นบ้านจะห่อด้วยใบตอง ใส่แตงกวาหั่น ปลาร้าทอด (ikan bilis) ถั่วลิสงอบ ไข่ต้มแข็ง และซัมบัลซึ่งเป็นซอสมีลักษณะคล้ายน้ำพริก รสเผ็ด นาซีเลอมะก์นี้อาจจะรับประทานคู่กับไก่ทอด (ayam goreng) ผักบุ้งผัด หมึกผัดพริก (sambal sotong) หอยแครง แตงกวาดอง (acar) เรินดังเนื้อ (แกงเนื้อกับกะทิและเครื่องเทศ) หรือปอดวัว (paru) อาหารเหล่านี้ส่วนใหญ่มีรสเผ็ด
๕) Nasi Melayu (Malay Rice) คือข้าวสวยเสริฟพร้อมกับ "กับข้าวมาเลย์" หลากหลาย ถ้ามีน้ำแกงก็จะใส่ถ้วยมาให้...
 ๖) โจ๊ก (porridge) หน้าตาอาจต่างกับโจ๊กบ้านเราตรงที่มีหมูแดงชิ้นใหญ่ใส่มาด้วย ส่วนโจ๊กเวียดนามกลับโปะหน้าด้วยปาท่องโก๋กับหมูหยอง


ช่างเหอะหันไปจับตะหลิวแล้วหรือเนี่ย?

Friday, October 17, 2014

ผัดถั่วฝักยาวสไตล์ลุงน้ำชา

แม้สิ้นหวังกับการปฏิรูปประเทศไทย หลังจากเงียบมานาน ผมขอปิดปากต่อไป เพื่อน ๆ อย่าหาว่าไม่รักบ้านรักเมืองเลยนะ จริง ๆ แล้วผมต่อสู้เรียกหาความยุติธรรมมาตั้งแต่อายุยังไม่ถึง ๒๐ ด้วยซ้ำ เคยลงทุนเขียนรถเก๋งตัวเองเพื่อต่อต้านสินค้าญี่ปุ่นเมื่อปี ๒๕๑๕  วิ่งฝ่าดงกระสุนที่ท้องสนามหลวงเมื่อวันที่ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๑๖ ผมเป็นเดือดเป็นร้อนทุกครั้งที่เห็นสังคมถูกเอาเปรียบ แต่วันนี้ผมต้องขอ "ขาบอยู่" ลูกเดียว!   

ควักเงินที่เหลือค่อย ๆ จ่ายเลี้ยงชีพไปวัน ๆ โดยไม่รู้ว่าอีกกี่ปีจะได้หยุดกินหยุดหายใจ ผมไม่กลัวหรอกว่าเศรษฐกิจปีแพะจะโหดร้ายแค่ไหน เพราะรู้วิธีประคองตัวให้อยู่รอดด้วยการกินอยู่อย่างพอเพียง ไม่สุรุ่ยสุร่ายฟุ่มเฟือย วันนี้ขอคุยเรื่องอาหารราคาประหยัดหน่อยนะครับ...

ถ้าเพื่อน ๆ ได้ขี่รถเข้าไปในชนบท อาจเห็นคนนำผักหรืออาหารสำเร็จมาวางขายไว้ที่หน้าบ้าน หยุดแวะซื้อเลยนะ เพราะจะถูกมาก ผักหญ้าก็สดแถมยังได้เยอะ อย่างพะโล้เนี่ยก็ถุงละ ๑๐ บาทเอง! 


มะเขือพวงและพริกขี้หนูสวนถุงละ ๕ บาท...


ถั่วฝักยาวมัดละ ๕ บาท ผมซื้อไว้ ๒ มัด  นำมาผัดตามสไตล์ลุงน้ำชาดังนี้...
  • ล้างถั่วฝักยาวให้สะอาด แช่น้ำไว้ก่อนแล้วล้างอย่างน้อย ๓ ครั้ง
  • หั่นแล้วล้างอีกที
  • ใส่น้ำมันลงกระทะในปริมาณพอเหมาะ (อย่าให้มาก) ตั้งกระทะจนร้อนแล้วนำถั่วลงผัด 
  • เหยาะน้ำปลา เติมน้ำขลุกขลิก ใช้ฝาครอบ เพียงครู่เดียวก็เอาขึ้น


ได้แล้วครับ ล้นชามเลย!


ไม่ต้องใส่ผงชูรสหรือกระเทียม ผัดกันแบบง่าย ๆ น้ำปลาก็ไม่ต้องใส่มากเพราะจะเค็มจัด ส่งผลร้ายต่อไต!

อาหารต้นทุน ๑๐ บาทถ้วยนี้ กินกับข้าวกล้องร้อน ๆ เคี้ยวกรุบ ๆ รับรองว่าอร่อยฮับ!!

Monday, April 21, 2014

ร้านอาหารเจเมืองสุพรรณฯ

 วันนี้ขอแนะนำร้านอาหารเจสุดอร่อยในจังหวัดสุพรรณบุรีหน่อยนะครับ...



บนถนนมาลัยแมน ถนนที่ตรงไปยังวัดป่าเลไลยก์ เลยศาลหลักเมืองและประตูเมืองไปหน่อย...ทางด้านขวามือจะมีร้านอาหารเจตั้งอยู่ร้านหนึ่ง (ตรงลูกศรชี้)  


หาได้ง่ายครับ...


เป็นสถานปฏิบัติธรรมด้วย เจ้าของร้านอัชฉาสัยดีมีน้ำใจ อาหารเจที่นี่อร่อยมั่ก ๆ และราคาไม่แพงด้วย...


เห็นภาพก๋วยเตี๋ยวชามนี้แล้ว เพื่อน ๆ ได้กลิ่นหอมฉุยมั้ยครับ?