Showing posts with label การออกแบบ. Show all posts
Showing posts with label การออกแบบ. Show all posts

Thursday, July 16, 2015

แก้ปัญหาน้ำขัง

ซื้อที่วางสบู่จาก Global House มาชิ้นหนึ่ง ตอนซื้อก็ไม่ได้คิดอะไร เห็นออกแบบสวย มีที่รองสบู่ด้วย สีก็ถูกใจ... 



ผมนำมาติดตั้งใช้งานได้ ๒ ปีแล้ว...


ที่รำคาญมาตลอดก็คือ เจ้าน้ำที่ขังอยู่ในนั่น...


ไม่รู้เหมือนกันว่าเค้าออกแบบมาได้อย่างไรจึงไม่คำนึงถึงปัญหาน้ำขัง ซึ่งถ้าใช้ในห้องอาบน้ำ...ยังไง ๆ มันก็ต้องมี!  หรือว่าจะถูกออกแบบให้เป็นแค่เพียงที่วางสบู่ล้างมือ??   วันนี้ถึงเวลาที่ช่างเหอะต้องแก้ปัญหาด้วยตนเองแล้วหละ เตรียมเครื่องมือไว้ ๒ อย่างคือ สว่านและไขควง...


แกะออกมาดู เห็นว่าข้างใต้มีพลาสติกสีฟ้าอุดอยู่ ไม่รู้ว่าเอาไว้ทำไม?  หรือว่าจะเป็นรูระบายน้ำ??


ไม่ได้พิจารณาอีกด้านหนึ่งให้ดี...


รีบใช้สว่านเจาะเล้ย....


 เวรกรรมแท้ ๆ  ดันไปเจาะให้เป็นรูอยู่ตรงสัน...


เอาเถอะ! ไหน ๆ ก็ทำให้เสียของแล้ว...ผมเจาะเพิ่มอีก ๔ รู!


จากนั้นก็เอากลับไปใส่เข้าที่เดิม...


 เรียบร้อยแล้วครับ ลองเทน้ำลงไป มันก็ไหลลงรูหมด ไม่มีน้ำขังอีกต่อไป!


ไม่เข้าใจจริง ๆ กับการออกแบบผลิตภัณฑ์สมัยใหม่!!

Sunday, October 26, 2014

ซ่อมก๊อกน้ำ

ตั้งแต่ย้ายมาอยู่บ้านห้างฉัตร ก๊อกน้ำอ่างล้างหน้าชั้นล่างเปิดสุดแล้ว มีน้ำไหลออกมาแค่ที่เห็น...


ผมปล่อยทิ้งไว้ปีกว่า ไม่ได้ซ่อมให้ใช้งานได้ เพราะจุดนั้นยังปรับปรุงไปไม่ถึง พอดีบนดาดฟ้าผมติดตั้งอ่างล้างหน้าไว้นานแล้ว วันนี้นึกอยากจะใส่ก๊อกน้ำและต่อน้ำเข้า ผมนำก๊อกน้ำตัวใหม่ (ซื้อจาก Global House) ออกมาใส่...


ใส่เสร็จแล้วมองไปมองมา คิดว่าไม่น่าจะเหมาะ เพราะมันใหม่และดีเกินไป ควรจะนำไปใช้กับอ่างล้างหน้าข้างล่างมากกว่า ด้วยเหตุนี้ผมจึงต้องแกะก๊อกน้ำตัวเก่าซึ่งมีอาการไหลกะปริบกะปรอยออกซ่อมเพื่อนำมาใส่แทน  แกะออกมาแล้ว....จึงรู้สาเหตุที่ทำให้น้ำไหลไม่สะดวก!!


ดูกันให้ชัด ๆ เห็นเศษขยะเข้าไปอุดทางน้ำ...


ดึงออกซะก็หมดเรื่อง...


แกะเอาเจ้าพลาสติกออกมา เพื่อทำความสะอาดภายใน...


เท่าที่สังเกต ถ้าเป็นก๊อกน้ำทั่ว ๆ ไปจะไม่มีแผ่นพลาสติกที่มีรูตรงกลางอย่างนี้ใส่ไว้ แต่ก๊อกสำหรับอ่างล้างหน้าทำไมถึงมี?  เป็นคำถามที่น่าขบคิด!  ไปค้นหาคำตอบในเน็ตก็ไม่เจอ อืมมมม...ถ้าให้เดา ผมคิดว่าเจ้าแผ่นนี้คงบังคับให้น้ำต้องพุ่งแรงผ่านรู เกิดเสียงซ่าเวลาเปิดก๊อก  ไม่รู้จริง ๆ เพราะผมไม่ได้เป็นผู้ออกแบบผลิตภัณฑ์ อิอิ   ผมใส่แหวนพลาสติกกลับเข้าไปตามเดิม แล้วนำก๊อกน้ำขึ้นไปใส่อ่างล้างหน้าบนดาดฟ้า  เรียบร้อยแล้วครับ...


ถ้าเพื่อน ๆ เจอปัญหาอย่างนี้  คงซ่อมเองได้ ไม่ต้องไปซื้อก๊อกตัวใหม่มาเปลี่ยนให้เสียเงินเปล่า... 

Wednesday, July 23, 2014

ว่าด้วยเรื่องห้องน้ำ ๒

คราวที่แล้วผมจัดให้ห้องน้ำในพิพิธภัณฑ์เมืองลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ เป็นห้องน้ำสาธารณะสวยอันดับ ๒  (จากการเดินทางช่วงที่ผ่านมา)  วันนี้ขอเฉลยว่า ห้องน้ำสวยอันดับ ๑ ของผมอยู่ที่ "หมู่บ้านมังกรสวรรค์" จังหวัดสุพรรณบุรีครับ...


เช้าวันที่ ๑ เมษายน ๒๕๕๗ ได้ไปเที่ยวหมู่บ้านมังกรสวรรค์ จังหวัดสุพรรณบุรี ผมเดินเข้าไปดูข้างใน เห็นกังหันน้ำ สระน้ำ สวน สะพาน ตลอดจนอาคาร และร้านค้าซึ่งตกแต่งแบบจีนทั้งหมด  มีโรงหนังด้วยครับ...


โรงนวดก็มี....


ห้องน้ำอยู่ใกล้ ๆ โรงนวด มาถึงที่แล้ว ไม่ให้เสียเที่ยว อิอิ...ขอเข้าไปใช้บริการดูหน่อย!


ห้องส้วมอยู่ด้านขวา ตรงข้ามกับโถฉี่ ผมเปิดเข้าไปดู ว้าว...!!!!!


ตรงประตู มีป้ายห้ามล้างเท้าในห้องน้ำ ห้ามทิ้งกระดาษชำระลงในโถส้วม และห้ามสูบบุหรี่...


อ่างล้างมือสวย ถูกทำความสะอาดจนขึ้นเงา...


พร้อมผ้าเช็ดมือสวย จนไม่อยากใช้...


ใครเห็นห้องน้ำสาธารณะที่หรูกว่าเนี้ย ช่วยบอกด้วยนะครับ!

Tuesday, July 22, 2014

ว่าด้วยเรื่องของห้องน้ำ ๑

ในช่วง ๓-๔ เดือนที่ผ่านมา การเดินทางทำให้ผมมีโอกาสได้ใช้ห้องน้ำสาธารณะหลายแห่งด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นห้องน้ำตามโรงแรม สถานที่ท่องเที่ยว ห้องน้ำที่สนามบิน หรือสถานีรถไฟ! 

วันนี้ผมนึกสนุก อยากจะขอจัดอันดับ "ห้องน้ำ" ที่ได้ใช้มาสักหน่อย แล้วโพสต์ภาพที่ถ่ายไว้ลงในบล็อกช่างเหอะ ซึ่งน่าจะไม่ผิดกติกา เพราะยังคงเป็นเรื่องของการก่อสร้าง และงานตกแต่งภายในอยู่ดี...

ห้องน้ำที่ผมจัดให้อยู่ในอันดับ ๒ คือ ห้องน้ำที่ "พิพิธภัณฑ์เมืองลับแล" ครับ...


เมื่อวันที่ ๒๘ พฤษภาคม ๒๕๕๗ ผมปั่นจักรยานไปเที่ยวอำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ ถึงพิพิธภัณฑ์เมืองลับแลซึ่งถูกออกแบบและตกแต่งไว้อย่างดี ต้องขอทดลองใช้ห้องน้ำดูหน่อย...


มีห้องน้ำสำหรับคนพิการอยู่ต่างหาก...


นั่นห้องน้ำหญิง...ผมเข้าไม่ได้ อิอิ


ห้องน้ำชายอยู่ด้านซ้าย... มีป้ายเขียนว่า "กรุณาเปลี่ยนรองเท้าก่อนเข้าห้องน้ำ"



ผมเห็นโถฉี่เรียงกันอยู่...


ส่วนส้วมแม้จะเป็นแบบตักน้ำราด แต่ก็สะอาด ไม่ส่งกลิ่น...


อ่างล้างหน้าพร้อมกระจกเงาอยู่ตรงข้ามกับโถปัสสาวะ...


มีขวดสบู่เหลวล้างมือและม้วนกระดาษทิซซูวางไว้ให้ด้วย...


ผู้ออกสำรวจถ่ายภาพตัวเองไว้หน่อย...


เพื่อน ๆ มีโอกาสไปเที่ยวพิพิธภัณฑ์เมืองลับแล อย่าลืมไปใช้บริการนะครับ...

อยากรู้แล้วใช่ไหมว่า "อันดับ ๑" อยู่ที่ไหนเอ่ย?

Tuesday, September 03, 2013

สลับบานประตู...


ผมให้คะแนนการออกแบบอาคารพาณิชย์ที่ผมมาซื้ออยู่แค่ C+  โชคดีที่งานก่อสร้างเมื่อ ๑๐ ปีที่แล้วดำเนินการโดยบริษัทผู้รับเหมา ทำให้มีการตอกเสาเข็ม และวางโครงสร้างอาคารที่แข็งแรง  ตอนเข้ามาอยู่วันแรก...ผมจึงพบว่ามีรอยร้าวตามผนังน้อยมาก!!

แต่ที่ไม่เห็นด้วยก็คือ การออกแบบหน้าต่างและประตู ด้านที่จะออกไปยังระเบียงชั้น ๒ และชั้น ๓ ผมว่ามันอาจจะดูสวยหรือคลาสสิก แต่ผู้ออกแบบคงไม่ได้คำนึงถึงความปลอดภัยสักเท่าไหร่  รูปข้างบนนี้...ผมบันทึกภาพจากระเบียงชั้น ๓ แสดงให้เห็นหน้าต่างและประตูของเพื่อนบ้าน จะเห็นได้ว่าตลอดแนวระเบียงสามารถไต่ข้ามไปถึงกันได้  หากบ้านใดไม่มีคนอยู่ ถ้าพวกมิจฉาชีพจะปีนขึ้นไปจนถึงระเบียง แล้วหาทางเข้าไปขโมยของในบ้านก็คงจะไม่ใช่เรื่องยาก...  

แม้มีเหล็กดัดอยู่ตรงหน้าต่าง แต่ที่ประตูไม่มี แค่ทุบกระจก ๑ ช่อง แล้วเอามือล้วงเข้าไปดึงสลักหรือปลดล็อค ก็เปิดประตูเข้าไปได้แล้ว หรือถ้าเจ้าของบ้านทำกลอนแบบมีกุญแจล็อค ก็คงไม่ยากถ้าจะถอดกระจกเพื่อเปิดช่องทางสำหรับปีนเข้าไป...

ดูสวยแต่ไม่ปลอดภัย ด้วยเหตุนี้ห้องที่อยู่ถัดไปทางด้านเหนือจึงได้เปลี่ยนไปใช้ประตูทึบอย่างที่เห็นในภาพนี้...


ตั้งแต่เมื่อวานแล้ว...ผมเริ่มเปลี่ยนประตูของผมบ้าง  ไม่ได้ซื้อประตูไม้สักแบบทึบมาใส่ เพราะไม่มีรถปิกอัพไปขน  ผมแค่สลับประตู โดยนำประตูกั้นระหว่างชั้น ๒ และชั้น ๓ ซึ่งเป็นประตูไม้อัดมาใส่แทนข้างบน...


แล้วนำประตูบานสวย (แต่ไม่กันขโมย) ไปใส่ข้างล่าง....


ข้อดีก็คือ แต่ก่อนเป็นบานทึบทำให้บริเวณบันไดทางลงจากชั้น ๓ มืด...แม้เป็นเวลากลางวัน พอนำประตูบานนี้ไปใส่...แสงสว่างจากด้านนอกสามารถผ่านกระจกเข้าไปได้ ทำให้บริเวณที่เคยมืดกลับสว่างขึ้น...


ถ่ายภาพให้ดูจากด้านนอก สามารถเห็นผนังด้านในซึ่งสว่าง ตอนนี้สามารถติดภาพเขียนเล็ก ๆ ได้อีก ๑ บาน  (แต่ก่อนมันมืดเหมือนรถไฟเข้าถ้ำ)


อ่อ!  ผมลืมบอกไปว่าต้องไปซื้อบานพับที่ไทวัสดุมาใช้ เป็นบานพับสแตนเลสยี่ห้อ SPE ซื้อ ๑ แถม ๑ ราคา ๑๗๙ บาท


ติดตั้งเรียบร้อยแล้ว....


แต่ยังไม่เสร็จครับ ยังจะต้องโป้ว ขัดกระดาษทราย และลงสีน้ำมันอีก...

แล้วค่อยเล่าต่อนะครับ!

Sunday, September 18, 2011

สร้างถังกรองน้ำใช้เอง



ที่บ้านผมไม่มีประปาใช้ ทุกบ้านต้องขุดเจาะน้ำบาดาลขึ้นมาใช้เอง เนื่องจากนายเกตุพงษ์ เจ้าของโครงการก่อสร้างอาคารพาณิชย์แห่งนี้ ได้หายตัวไปก่อนที่โครงการจะแล้วเสร็จ ผมมีงบประมาณไม่มาก จึงต้องออกแบบระบบน้ำด้วยการใช้ท่อซีเมนต์ (วงส้วม)ต่อกันเป็นถังเก็บน้ำ ๒ ถัง แล้ววางถังกรองไว้ข้างบน 


ส่วนบ้านหลังอื่น...เค้าก็สร้างถังเก็บน้ำและระบบกรองน้ำที่แตกต่างกันออกไป

วันนี้ผมขอนำรูปแบบการสร้างถังกรองน้ำระบบความดันต่ำจากหนังสือ "วิธีให้น้ำแบบประหยัด" เขียนโดย อ. สมมาตร โพธิ์เจริญ ศูนย์ฝึกอบรมวิศวกรรมเกษตร บางพูน ปทุมธานี (พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. ๒๕๓๐) มาแนะนำ เพราะเห็นว่าน่าจะมีประโยชน์สำหรับเพื่อน ๆ ที่อยากจะออกแบบระบบน้ำไว้ใช้สำหรับการเกษตรบนพื้นราบของตนเอง

บางครั้ง...เมื่อถึงเวลาที่ต้องสร้างถังกรองน้ำขึ้นมา บางท่านอาจจะหาข้อมูลไม่ได้ หรือไม่ก็อยากรู้ว่าจะต้องใช้ทรายและหินขนาดใด ใส่หนาขนาดไหน ผมหวังว่ารูปแบบการสร้างชิ้นนี้อาจช่วยให้เพื่อน ๆ ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น...

สร้างก็ไม่ยาก แถมสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายน้อยด้วยครับ...

ถังกรองน้ำแบบใช้ท่อซีเมนต์ (วงส้วม) ต่อกันแล้วบรรจุทรายหยาบ และกรวดขนาดต่าง ๆ ถังกรองน้ำแบบนี้ใช้สำหรับระบบความดันต่ำ ตัวเลข 5 cm - 10 cm - 30 cm หมายถึงความหนาของชั้นกรวดหรือทรายหยาบ


การเปิดเพื่อกรองไปใช้      เปิดลิ้น ๑ และ ๓    ปิดลิ้น ๒ ๔ และ ๕
การเปิดไล่ตะกอน             เปิดลิ้น ๒ และ ๕    ปิดลิ้น ๑ ๓ และ ๔
การเปิดน้ำทิ้ง (ล้างทราย)  เปิดลิ้น ๑ และ ๔    ปิดลิ้น ๒ ๓ และ ๕