Showing posts with label นักปั่นจักรยาน. Show all posts
Showing posts with label นักปั่นจักรยาน. Show all posts

Monday, October 14, 2019

อะไรซ่อนอยู่ในถุงเท้า?

เพื่อน ๆ ที่รักจำได้มั้ย? ผมเคยเล่าให้ฟังเมื่อเร็ว ๆ นี้ว่าได้ให้ที่พักกับนักปั่นจักรยานท่องโลกชาวเวียดนาม ๑ คืน...

 
ตอนเช้าเลี้ยงอาหารมื้อใหญ่ ผมยังให้เสบียงติดตัวไปกินบนดอย มีแซนด์วิช นมถั่วเหลือง กล้วย และน้ำดื่ม  


ก่อนจากไปหนุ่มนักปั่นได้มอบของที่ระลึกให้ผมไว้... มีถุงเท้าอย่างดี ๑ คู่ กระติกน้ำขนาดครึ่งลิตร ยี่ห้อ HydraPak กระจกสะท้อนแสง ๓ ชิ้น และ cutter ขนาดเล็กอีก ๑ อัน


ส่วนผมก็ให้พระเครื่อง ๑ องค์ และเงินเวียดนามอีก ๑๕,๐๐๐ ดอง (เหลือมาจากทริปไปไซ่ง่อน) 


อยาก update ข่าวให้เพื่อน ๆ ทราบว่า Việt Mơ ได้ออกจากประเทศไทยไปแล้ว ขณะนี้กำลังปั่นอยู่ใน สปป.ลาว มุ่งไปหลวงพระบาง ก่อนที่จะกลับเข้าประเทศตัวเองทางเดียนเบียนฟู แล้วขี่จักรยานไต่เขาไปซาปา...

ภาพจาก facebook ของ Việt Mơ
ส่วนผมก็กำลังเตรียมตัวพาเจ้า Banian ไปขี่ทดสอบจานหน้าใบใหม่ที่แม่แตง...


ต้องเตรียมตัวให้ดี ทริปนี้อาจจะเจออากาศหนาว ผมนำถุงเท้าที่ Việt Mơ ให้ไว้ออกมา...


 เอ๊ะ!  มีอะไรซ่อนไว้ในถุงเท้าข้างนึง???


ล้วงออกมา พบว่าเป็นแบ้งค์ $10 ที่ลูกเวียดแอบเอาซ่อนไว้ในถุงเท้า...


ผมนำไปเก็บรวมไว้กับเงินที่มีอยู่ เพื่อใช้เป็น travel budget ต่อไป...


ดีนะที่ไม่เอาถุงเท้าไปซักซะก่อน อิอิ!!

Wednesday, February 01, 2017

คุณหมอนักปั่น

เป็นสมาชิก Warm Showers  ผมเริ่มกลับมาเป็น host ให้กับนักปั่นจักรยานท่องโลกอีกครั้ง!


วันที่ ๒๑ มกราคม ๒๕๖๐ ได้รับการติตต่อจากนักปั่นฝรั่งเศส Mathilde และ Etienne ทั้งคู่เป็นแพทย์...


วางแผนไว้ว่าจะใช้เวลา ๑ ปีท่องโลกด้วยจักรยาน โดยบินไปเริ่มต้นที่เมืองไหโข่ว (Haikou) ประเทศจีนเมื่อวันที่ ๑๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๙ บอกว่าจะเดินทางไปพม่า อินเดีย ภูฐาน เนปาล ทาจิกิสถาน คีร์กีซสถาน และคาซัคสถาน เส้นทางน่าสนใจมากครับ ผมลองกูเกิ้ลหาข้อมูลได้มาดังนี้...


เมืองไหโข่ว เมืองหลวงของมณฑลไหหลำ ตั้งอยู่ตรงบริเวณชายหาด ดูจากแผนที่...ผมเห็นเส้นทางที่สามารถจะปั่นจักรยานเข้าเวียดนามมาลาวและไทย



คุณหมอส่งเมล์มาบอกว่าอยู่ที่เชียงของ กำลังจะใช้เส้นทาง 1155 และ 1093 ไปภูชี้ฟ้า จากนั้นถึงค่อยลงมาพะเยา และกำหนดถึงลำปางในวันที่ ๒๘ มกราคม ผมตอบรับที่จะให้ที่พักกับสองนักปั่น โดยชี้แจงด้วยว่า "You wrote that you would cycle from Phayao to Lampang, please bear in mind that if using the HW#1 you will reach Lampang in the opposite direction of my place. My house is on the super highway#11 and you need to pedal 20 kms. backward to Hang Chat."

น่าเสียดายที่ยังไม่ทันได้ต้อนรับขับสู้ วันที่ ๒๕ มกราคม ผมได้รับเมล์จากหมอ Mathilde แจ้งว่าคุณปู่ของเธอเสียชีวิต ต้องกลับฝรั่งเศสเพื่อร่วมงานศพ การผจญภัยกำหนด ๑ ปีจึงสิ้นสุดลงหลังจากดำเนินมาได้แค่เพียง ๒ เดือนกว่า!!

"อนิจจา วต สังขารา"...  ชีวิตไม่มีอะไรแน่นอนจริง ๆ !

Friday, January 01, 2016

Scott Smith


วันที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2528 สก๊อต สมิธ หนุ่มชาวอังกฤษวัย 29 ปี ได้เริ่มต้นการปั่นจักรยานผ่านยุโรปมุ่งหน้ามายังทวีปเอเซีย โดยมีเป้าหมายที่จะหาทุนเพื่อช่วยเหลือเด็กในโครงการรณรงค์ต่อต้านโรคไขสันหลังอักเสบหรือที่เรียกกันว่าโปลิโอ เขาทำระยะทางได้ประมาณ 13,000 กิโลเมตร ก่อนที่จะเข้าถึงเมืองไทยเมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2530

เมื่อครั้งเป็นเด็ก สก๊อตพิการ ไม่สามารถจะเดินได้เพราะโรคเท้าช้าง พ่อแม่ต้องพาเขาอพยพจากแคนนาดาไปอยู่ประเทศอังกฤษ เพื่อให้สก๊อตได้เข้ารับการรักษาที่ดีกว่าในโรงพยาบาลเป็นเวลาถึงหนึ่งปี ช่างเหมือนปาฏิหาริย์ เมื่อปรากฏว่าเขาหายเป็นปกติ ตั้งแต่นั้นมาเขาจึงตั้งใจว่าเมื่อโตขึ้น เขาจะต้องหาทางช่วยเด็กคนอื่น ๆ ซึ่งประสบชะตากรรมเช่นเดียวกับเขาให้ได้ และแล้วความฝันของเขาก็เป็นจริงขึ้นมา  สก๊อตกล่าวว่า "โรคโปลิโอเป็นโรคที่รักษาได้ แต่ปัญหาอยู่ที่ว่า ทุกวันนี้เด็ก ๆ ในประเทศด้อยพัฒนากำลังเผชิญกับภาวะอาหารขาดแคลน ข้าวยากหมากแพง และความแห้งแล้ง ผมอยากจะช่วยเขาเหล่านั้นให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้" สก๊อตเล่าให้ฟังเกี่ยวกับการเดินทางของเขาว่า "จากลอนดอน ผมปั่นจักรยานเข้าฝรั่งเศส เบลเยี่ยม สักแซมเบิร์ก เยอรมันตะวันตก ออสเตรีย ฮังการี ยูโกสลาเวีย บัลกาเรีย กรีซ ตุรกี อิหร่าน จอร์แดน ซาอุดีอาระเบีย อาบูดาบี ดูไบ จากนั้นจึงนั่งเรือมายังปากีสถาน แลัวขี่จักรยานต่อเข้าอินเดีย บังคลาเทศ และมาถึงเมืองไทย"

แม้ว่าก่อนหน้าการเดินทางครั้งนี้ สก็อตได้อุ่นเครื่องมาก่อนแล้วด้วยการปั่นรอบ ๆ ยุโรปตะวันตก แต่เขาก็ยังขาดประสบการณ์ในการเดินทางไกลอย่างเช่นครั้งนี้ เขาเล่าว่า "ผมคิดผิดที่เอาข้าวของมาด้วยมากเกินไป ทั้งเสื้อผ้า หนังสือ เครื่องครัวพวกกระทะและเตา ทั้งผ้าห่มผืนใหญ่ ถุงนอน และยา ตอนหลังผมให้เขาไปหมด เหลือแค่เสื้อยืด 4 ตัว กางเกงขาสั้น 2 ตัว และพวกเอกสารเท่านั้นที่มีมากหน่อย" สำหรับคำถามเกี่ยวกับเรื่องที่พัก เขาตอบว่า "ผมนอนในป่า เกสท์เฮาส์ ตามบ้านคนท้องถิ่น ทำให้ได้ประสบการณ์มากมาย"

คุณสมิธเล่าถึงประสบการณ์ที่ลืมไม่ลงว่า "ในยูโกสลาเวีย ซึ่งเป็นประเทศที่สวยงามแต่หนาวจัด ผมได้เรียนรู้ถึงวิธีการสร้างกระท่อมน้ำแข็ง (igloo) แบบที่พวกแอซคีโมเค้าอยู่กัน ช่วงจากดูไบไปการาจี ผมมีตั๋วเครื่องบิน แต่ผมก็เลือกที่จะเดินทางด้วยเรือสินค้าแบบโบราณที่มีชื่อเรียกว่า 'dhow' ทีแรกเค้าก็ไม่ยอมให้ผมลงเรือด้วย เพราะว่าช่วงนั้นมีสงครามระหว่างอิรักกับอิหร่านพอดี  อันตรายมากเพราะมีการยิงกันหนักในแถบอ่าว แต่พอกัปตันรู้ว่าผมเดินทางมาแบบนี้เพื่อช่วยหาทุนให้เด็ก ๆ ก็เลยยอมอนุโลมให้อาศัยมา ผมต้องนอนบนดาดฟ้าเรือ มีท้องฟ้าเป็นหลังคา กินแต่ปลาวันละสามมื้อ ไม่มีใครพูดภาษาอังกฤษได้สักคน แต่ก็ไปกันได้ดี …………."\



เป็นเรื่องราวของนักปั่นท่องโลกที่ผมนำจาก wichai.net มาเก็บไว้ที่นี่ครับ...

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ที่มา - "Round-the-world cycling for children"  เขียนโดย Siriporn Srethapramote หนังสือ Student Weekly

Tuesday, May 13, 2014

นักปั่นท่องโลก

ครั้งแรกที่ไปเชียงของ ผมพักที่บ้านฝ้ายเกสต์เฮ้าส์ เย็นวันนั้นผมเห็นรถจักรยานของนักปั่นท่องโลกคนหนึ่งจอดอยู่หน้าโรงรถ... 


สิ่งที่ผมสนใจมากคือ วิธีการติดตั้งกระเป๋าข้างซึ่งดูค่อนข้างหนักเอาการ คนเคยใช้ถุงทะเลมัดซ้อนท้ายจักรยานราคา ๑,๕๐๐ บาทขี่ไปสิงคโปร์ได้แต่มองด้วยความชื่นชม แต่ไม่คิดว่าในชีวิตนี้จะมีโอกาสได้เป็นเจ้าของอุปกรณ์อย่างนั้น...

เมื่อวันที่  ๖ เมษายน ๒๕๕๗ บนเรือช้าที่ล่องจากมัณฑะเลย์ไปพุกาม ผมมีโอกาสได้รู้จักสองนักปั่นท่องโลกหญิงชายคู่หนึ่ง... 


ด้วยวัยยังไม่ถึง ๓๐ ปี เธอและเขาใช้เวลาท่องไปบนพื้นที่อันไพศาลบนโลกใบนี้มาแล้วเป็นเวลา ๒ ปี! ผมไม่รู้สึกทึ่งกับการผจญภัยของเขาหรอก เพราะรู้ว่าคนเราถ้ามีโอกาส มีเงิน มีความมุ่งมั่น ด้วยหัวใจเต็มร้อยก็น่าจะทำได้   แต่ผมสงสัยว่าเขานำข้าวของสัมภาระมากมายเหล่านั้นมาได้อย่างไร?

ที่เห็นอยู่บนชั้นเก็บนั่น...ทั้งหมดเป็นของนักปั่นคู่นี้!!!


คงจะลำบากไม่น้อยในการนำจักรยานและสัมภาระทั้งหมดขึ้นเครื่องบิน ค่าใช้จ่ายต้องสูง ถ้าไม่มีเงินคงทำไม่ได้ ผมเห็นทั้งสองคนใช้ทั้งไอบุ๊คและไอโฟน รวมทั้งกล้องถ่ายรูปอย่างดี

เค้าคงต้องเก่งในการบริหารจัดการด้วย ถ้าผมมีสัมภาระขนาดนี้ คงสับสนไม่รู้ว่าอะไรอยู่ที่ไหน จะหยิบผ้าเช็ดหน้าคงเป็นกางเกงใน หรือหายาธาตุกลับเจอยาระบาย!  ขนาดมีเป้ใบเดียว เดินทางแค่ไม่กี่วัน..ของยังหายเลย!


แอบย่องลงไปข้างล่าง ถ่ายภาพจักรยานของนักปั่นท่องโลกมาให้เพื่อน ๆ ดูด้วย...


Thumbs up ให้กับนักปั่นทั้งคู่ครับ!

Friday, May 09, 2014

ซ่อมหมวกกันน็อคนักปั่นจักรยาน

เพื่อน ๆ ที่รักครับ นอกจากการเดินทางแบบเบาตัวหรือ Travel light แล้ว ผมยังคงมีความปรารถนาอันแรงกล้าที่จะเดินทางด้วยจักรยานพับ (FB Trip) เหมือนเช่นครั้งที่นำเจ้า Coyote นั่งรถเมล์เขียวไปเชียงแสนแล้วปั่นเที่ยว....


รอให้ได้ซ่อมเจ้าจักรยานพับให้อยู่ในสถาพสมบูรณ์เต็มที่เสียก่อน...ผมจะเริ่มทริป FB ใหม่อีกครั้ง! การเดินทางด้วยจักรยานพับก็คล้าย ๆ กับ Travel light เพราะนำเป้ขนาดใหญ่ไปด้วยไม่ได้ ต้องใช้เป้เล็ก

ตอนนี้ัลงตัวแล้วว่าผมจะใช้เป้ใบนี้....


ไม่ได้คิดที่จะสวมเสื้อและกางเกงแบบนักปั่นจักรยาน แต่เรื่องหมวกกันน็อค (helmet) ผมคิดว่ามีความจำเป็น พอดีมีหมวกกันน็อคอยู่ใบหนึ่ง  Frank Smith เพื่อนชาวออสซี่ซื้อจากร้านจักรยานในซิดนี่ย์ มอบให้เมื่อเดือนธันวาคม ๒๕๓๑...


สภาพเก่ามากครับ พี่ชายผมเคยเอาไปใช้แล้วทิ้ง ๆ ขว้าง ๆ ผมจึงนำมาเก็บไว้ มีอยู่วันหนึ่งมันตกไปกระแทกพื้น เกิดรอยแตกขนาดใหญ่ ๒ แห่ง   "ช่างเหอะ" นำมันออกมาซ่อมโดยใช้กาวร้อนประสาน...


ปล่อยให้แห้ง ทดสอบแล้วคิดว่ายังก็ใช้ได้!!  สำหรับโฟมครอบหัวของเดิมซึ่งมากับตัวหมวก มันพังไปนานแล้ว ต้องหาของหมวกกันน็อคจักรยานยนต์มาใส่แทน  วันนี้ผมแกะออกมาล้าง แล้วนำออกตากแดด...


เรียบร้อยแล้วครับ...


ตอนนี้มีพร้อมหมดแล้ว...ไม่ว่าจะเป็นหมวกกันน็อค กระเป๋าจักรยาน หรือเป้ใบเล็ก!

ขาดอย่างเดียวคือ...โอกาสที่จะได้ออกปั่น