Showing posts with label cycling. Show all posts
Showing posts with label cycling. Show all posts

Tuesday, February 23, 2016

Tamu - Moreh

เมื่อวันที่ ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๘ ผมได้เขียนถึง Woojong Kim นักปั่นท่องโลกชาวเกาหลีซึ่งเคยมาพักอยู่ที่บ้านห้างฉัตรของผม ๑ คืน ก่อนเดินทางต่อไปยังอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ในหัวข้อ "คนดีมีน้ำใจ"


วันต่อมาผมก็เขียนถึงเจเรมีอีกครั้งใน "ควันหลงจากนักปั่นท่องโลก


วันนี้ผมอยากรายงานให้เพื่อน ๆ ทราบสักหน่อยว่าเค้าเดินทางไปถึงไหนแล้ว....


ไปไกลทีเดียว!!  ตอนนี้อยู่ในอินเดีย  หลังจากเดินทางจากเมืองไทยไปเมียนมาร์ โดยผ่านทางด่านแม่สอดสู่เมืองเมียวดี จากนั้นก็ปั่นขึ้นเหนือระยะทางมากกว่า ๘๐๐ กิโลเมตรไปเข้าอินเดียที่ด่าน Tamu ...


นับว่ามีความเด็ดเดี่ยวจริง ๆ เจเรมีลุยเดี่ยวขึ้นไปจนถึง Tamu (1) ผ่านด่าน Moreh ของอินเดีย (2) เข้าไปแล้ว...


ตอนนี้ปั่นไกลเข้าไปในอินเดีย ทำระยะทางได้มากกว่า ๑,๐๐๐ กิโลเมตร!

Friday, January 01, 2016

Scott Smith


วันที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2528 สก๊อต สมิธ หนุ่มชาวอังกฤษวัย 29 ปี ได้เริ่มต้นการปั่นจักรยานผ่านยุโรปมุ่งหน้ามายังทวีปเอเซีย โดยมีเป้าหมายที่จะหาทุนเพื่อช่วยเหลือเด็กในโครงการรณรงค์ต่อต้านโรคไขสันหลังอักเสบหรือที่เรียกกันว่าโปลิโอ เขาทำระยะทางได้ประมาณ 13,000 กิโลเมตร ก่อนที่จะเข้าถึงเมืองไทยเมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2530

เมื่อครั้งเป็นเด็ก สก๊อตพิการ ไม่สามารถจะเดินได้เพราะโรคเท้าช้าง พ่อแม่ต้องพาเขาอพยพจากแคนนาดาไปอยู่ประเทศอังกฤษ เพื่อให้สก๊อตได้เข้ารับการรักษาที่ดีกว่าในโรงพยาบาลเป็นเวลาถึงหนึ่งปี ช่างเหมือนปาฏิหาริย์ เมื่อปรากฏว่าเขาหายเป็นปกติ ตั้งแต่นั้นมาเขาจึงตั้งใจว่าเมื่อโตขึ้น เขาจะต้องหาทางช่วยเด็กคนอื่น ๆ ซึ่งประสบชะตากรรมเช่นเดียวกับเขาให้ได้ และแล้วความฝันของเขาก็เป็นจริงขึ้นมา  สก๊อตกล่าวว่า "โรคโปลิโอเป็นโรคที่รักษาได้ แต่ปัญหาอยู่ที่ว่า ทุกวันนี้เด็ก ๆ ในประเทศด้อยพัฒนากำลังเผชิญกับภาวะอาหารขาดแคลน ข้าวยากหมากแพง และความแห้งแล้ง ผมอยากจะช่วยเขาเหล่านั้นให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้" สก๊อตเล่าให้ฟังเกี่ยวกับการเดินทางของเขาว่า "จากลอนดอน ผมปั่นจักรยานเข้าฝรั่งเศส เบลเยี่ยม สักแซมเบิร์ก เยอรมันตะวันตก ออสเตรีย ฮังการี ยูโกสลาเวีย บัลกาเรีย กรีซ ตุรกี อิหร่าน จอร์แดน ซาอุดีอาระเบีย อาบูดาบี ดูไบ จากนั้นจึงนั่งเรือมายังปากีสถาน แลัวขี่จักรยานต่อเข้าอินเดีย บังคลาเทศ และมาถึงเมืองไทย"

แม้ว่าก่อนหน้าการเดินทางครั้งนี้ สก็อตได้อุ่นเครื่องมาก่อนแล้วด้วยการปั่นรอบ ๆ ยุโรปตะวันตก แต่เขาก็ยังขาดประสบการณ์ในการเดินทางไกลอย่างเช่นครั้งนี้ เขาเล่าว่า "ผมคิดผิดที่เอาข้าวของมาด้วยมากเกินไป ทั้งเสื้อผ้า หนังสือ เครื่องครัวพวกกระทะและเตา ทั้งผ้าห่มผืนใหญ่ ถุงนอน และยา ตอนหลังผมให้เขาไปหมด เหลือแค่เสื้อยืด 4 ตัว กางเกงขาสั้น 2 ตัว และพวกเอกสารเท่านั้นที่มีมากหน่อย" สำหรับคำถามเกี่ยวกับเรื่องที่พัก เขาตอบว่า "ผมนอนในป่า เกสท์เฮาส์ ตามบ้านคนท้องถิ่น ทำให้ได้ประสบการณ์มากมาย"

คุณสมิธเล่าถึงประสบการณ์ที่ลืมไม่ลงว่า "ในยูโกสลาเวีย ซึ่งเป็นประเทศที่สวยงามแต่หนาวจัด ผมได้เรียนรู้ถึงวิธีการสร้างกระท่อมน้ำแข็ง (igloo) แบบที่พวกแอซคีโมเค้าอยู่กัน ช่วงจากดูไบไปการาจี ผมมีตั๋วเครื่องบิน แต่ผมก็เลือกที่จะเดินทางด้วยเรือสินค้าแบบโบราณที่มีชื่อเรียกว่า 'dhow' ทีแรกเค้าก็ไม่ยอมให้ผมลงเรือด้วย เพราะว่าช่วงนั้นมีสงครามระหว่างอิรักกับอิหร่านพอดี  อันตรายมากเพราะมีการยิงกันหนักในแถบอ่าว แต่พอกัปตันรู้ว่าผมเดินทางมาแบบนี้เพื่อช่วยหาทุนให้เด็ก ๆ ก็เลยยอมอนุโลมให้อาศัยมา ผมต้องนอนบนดาดฟ้าเรือ มีท้องฟ้าเป็นหลังคา กินแต่ปลาวันละสามมื้อ ไม่มีใครพูดภาษาอังกฤษได้สักคน แต่ก็ไปกันได้ดี …………."\



เป็นเรื่องราวของนักปั่นท่องโลกที่ผมนำจาก wichai.net มาเก็บไว้ที่นี่ครับ...

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ที่มา - "Round-the-world cycling for children"  เขียนโดย Siriporn Srethapramote หนังสือ Student Weekly

Tuesday, May 13, 2014

นักปั่นท่องโลก

ครั้งแรกที่ไปเชียงของ ผมพักที่บ้านฝ้ายเกสต์เฮ้าส์ เย็นวันนั้นผมเห็นรถจักรยานของนักปั่นท่องโลกคนหนึ่งจอดอยู่หน้าโรงรถ... 


สิ่งที่ผมสนใจมากคือ วิธีการติดตั้งกระเป๋าข้างซึ่งดูค่อนข้างหนักเอาการ คนเคยใช้ถุงทะเลมัดซ้อนท้ายจักรยานราคา ๑,๕๐๐ บาทขี่ไปสิงคโปร์ได้แต่มองด้วยความชื่นชม แต่ไม่คิดว่าในชีวิตนี้จะมีโอกาสได้เป็นเจ้าของอุปกรณ์อย่างนั้น...

เมื่อวันที่  ๖ เมษายน ๒๕๕๗ บนเรือช้าที่ล่องจากมัณฑะเลย์ไปพุกาม ผมมีโอกาสได้รู้จักสองนักปั่นท่องโลกหญิงชายคู่หนึ่ง... 


ด้วยวัยยังไม่ถึง ๓๐ ปี เธอและเขาใช้เวลาท่องไปบนพื้นที่อันไพศาลบนโลกใบนี้มาแล้วเป็นเวลา ๒ ปี! ผมไม่รู้สึกทึ่งกับการผจญภัยของเขาหรอก เพราะรู้ว่าคนเราถ้ามีโอกาส มีเงิน มีความมุ่งมั่น ด้วยหัวใจเต็มร้อยก็น่าจะทำได้   แต่ผมสงสัยว่าเขานำข้าวของสัมภาระมากมายเหล่านั้นมาได้อย่างไร?

ที่เห็นอยู่บนชั้นเก็บนั่น...ทั้งหมดเป็นของนักปั่นคู่นี้!!!


คงจะลำบากไม่น้อยในการนำจักรยานและสัมภาระทั้งหมดขึ้นเครื่องบิน ค่าใช้จ่ายต้องสูง ถ้าไม่มีเงินคงทำไม่ได้ ผมเห็นทั้งสองคนใช้ทั้งไอบุ๊คและไอโฟน รวมทั้งกล้องถ่ายรูปอย่างดี

เค้าคงต้องเก่งในการบริหารจัดการด้วย ถ้าผมมีสัมภาระขนาดนี้ คงสับสนไม่รู้ว่าอะไรอยู่ที่ไหน จะหยิบผ้าเช็ดหน้าคงเป็นกางเกงใน หรือหายาธาตุกลับเจอยาระบาย!  ขนาดมีเป้ใบเดียว เดินทางแค่ไม่กี่วัน..ของยังหายเลย!


แอบย่องลงไปข้างล่าง ถ่ายภาพจักรยานของนักปั่นท่องโลกมาให้เพื่อน ๆ ดูด้วย...


Thumbs up ให้กับนักปั่นทั้งคู่ครับ!

Monday, October 07, 2013

จักรยานพับกับระยะทางสั้น ๆ

บ่ายวันนี้ ผมพาเจ้าโตไปหา "ช่างรอด" โดยนำจักรยานพับใส่ท้ายไปด้วย!

เดินทางจากบ้านขามแดงไปวอแก้ว...เจ้าโตถึงบ้านช่างรอดแล้วครับ


ผมนำเจ้า Coyote ออกมาเตรียมพร้อมสำหรับการเดินทางกลับ...เติมลมซะหน่อย!



เจรจากับช่างรอดจนเป็นที่เข้าใจ ผมขอฝากชีวิต "เจ้าโต" ไว้ในอุ้งมือของหมอรถแห่งบ้านวอแก้ว...

ปั่นจักรยานพับ ๑๐ กว่ากิโลเมตรกลับบ้าน... ผมหยุดจอดถ่ายภาพเจ้าเพื่อนยาก ก่อนข้ามทางรถไฟไว้ ๑ บาน

 
ผมกลับถึงบ้านโดยสวัสดิภาพ ก่อนแต่งตัวเดินทางไปหาจักษุแพทย์...

อยากย้ำอีกทีว่า...จักรยานพับเหมาะสำหรับการท่องเที่ยวในตัวเมืองหรือปั่นระยะสั้นเท่านั้น ทางไกลรู้สึกว่าจะไม่เหมาะอ่ะ!