Sunday, October 06, 2013

ช่างรอด


ถึงเวลาพา "เจ้าโต" ไปหาหมอ...  ผมเคยถามอาจารย์ไกรทอง (มือแมนโดลิน) ถึงช่างซ่อมรถยนต์ที่ไว้ใจได้ในห้างฉัตร  คำตอบคือ "ต้องช่างรอด เท่านั้น"

บ่ายวันนี้ ช่างเหอะทาสีบันไดขึ้นดาดฟ้าได้ครึ่ง ๆ กลาง ๆ  ก็ต้องวางมือ แช่แปรง แต่งตัวออกไปเสาะหา "ช่างรอด"...


ต้องไปถึง "บ้านวอแก้ว" ทีแรกผมตั้งใจว่าจะใช้ "เจ้ายักษ์"  แต่พบว่ายางอ่อนมาก จึงหันไปหาแมงกะไซค์...


ถนนหนทางดีมากเลยล่ะ....


ผมหา "โรงเรียนวอแก้ววิทยา" ให้ได้ซะก่อน แล้วค่อยสอบถามผู้คนที่พบเห็นถึงบ้านช่างรอด 


ไม่มีใครไม่รู้จัก!  คุณยาย ๓ คนที่นั่งอยู่หน้าบ้าน ช่วยกันบอกผมว่า"ไปตี้กาดมั่วฮั่นเต๊อะ"  นี่ไง"กาดมั่ว"!


ผู้คนมองชายแปลกหน้าผู้มีกล้องถ่ายรูปคล้องคอไปด้วย ราวกับว่าเป็นสายสืบไปหาความลับของหมู่บ้าน (อิอิ ผมคิดไปเอง)  ผมเข้าไปทำความคุ้นเคยด้วยการซื้อฟักทองสังขยา ๒ ชิ้น ๆ ละ ๑๐ บาท ก่อนที่จะถามถึงบ้านช่างรอด...

ได้ความแล้ว บ้านช่างรอดอยู่ใกล้นิดเดียว ก่อนไปผมถือโอกาสถ่ายภาพบริเวณรอบข้างไว้หน่อย...





ยึดถังประปาเป็นหลัก บ้านช่างรอดอยู่ตรงนั้น!


เจอแล้วครับ...ช่างรอด!

ทำเป็นภาพสีน้ำด้วยโปรแกรม PhotoShop
หลังจากการสนทนา ผมก็รู้ว่าเจ้าโตรอดแน่ ๆ ถ้าพามาหาหมอคนนี้!

Saturday, October 05, 2013

ติดตั้งที่วางสบู่

วันที่ไปซื้อหลอดไฟ LED ที่ Global House  ผมซื้อที่วางสบู่แบบ ๒ ชั้น (มีที่รองสบู่) ติดมือมาด้วย... 


ราคาชิ้นละ ๘๒ บาท  ผมเลือกสีน้ำเงินเพื่อจะได้เข้ากับสีเพดานและถังน้ำในห้องน้ำ...


วันนี้ได้ฤกษ์ลงมือติดตั้งแล้วครับ...


ผมหาระยะที่เหมาะสม แล้วทำการติดตั้งตามคำแนะนำ...


ขันสกรูแน่นดีแล้ว ใส่ฝาปิดโครเมี่ยมเข้าไป...


วางที่รองสบู่ลงไป...


เรียบโร้ย...ง่ายเหมือนปอกกล้วยเข้าปาก ใคร ๆ ก็ทำได้  อิอิ

Friday, October 04, 2013

ค่านำจักรยานขึ้นเมล์เขียว


ผมเปิดภาพเมืองหลวงพระบางยามค่ำออกมาดู เห็นพระธาตุพูสีอยู่บนเนินเขา ปั้มน้ำมันที่เห็นในภาพนั่น...ผมเคยเดินผ่านมาแล้วหลายรอบ!

ทบทวนความหลังย้อนกลับไปเมื่อเดือนเมษายน ๒๕๕๑ ตอนนั้นตั้งใจจะแบกเป้ไปหลวงพระบาง... ผมนั่งรถเมล์เขียว (Green Bus) ไปลงที่ทุ่งช้าง แล้วอาศัยรถทหารไปลงชายแดน ขอผ่านด่านห้วยโก๋น เพื่อไปหลวงพระบาง เจ้าหน้าที่ ตม. ไทยบอกว่าด่านน้ำเงินของลาวยังไม่เปิดเป็นด่านสากล ผมจึงหมดโอกาสได้ข้ามไปลาว  ทริปหลวงพระบางก็ต้องถูกยกเลิกไปในที่สุด!

เวลาผ่านมาได้หลายปี ปัจจุบันนี้นักท่องเที่ยวจากไทยสามารถเดินทางเข้าสู่ลาวโดยผ่านด่านห้วยโก๋นและด่านน้ำเงินได้แล้ว  จะขับรถยนต์ หรือขี่จักรยานไปก็ได้  คุณมุด ส้มบางมด ได้เขียนไว้ใน thaimtb.com ว่า...
....อ.ทุ่งช้าง-50-ด่านห้วยโก๋น (อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.น่าน) -2-ด่านน้ำเงิน เมืองเงิน-38-เมืองหงสา(ออกจากหงสา~8กม.จะเจอสามแยกเลี้ยวซ้ายไปห้วยสิง)-35-ห้วยสิง (ปากห้วยยาง) -ภูสามพัน- หลัก62 Q TAN- รวม 30  -บ.ห้วยทรายขาว-บ้านนาไฮ-บ้านน้ำงิ้ว-ปากเลือง-รวม~65-  เซียงแมน - ข้ามน้ำโขงไปหลวงพระบาง.... 
ใช้เวลาปั่นประมาณ ๔-๕ วันก็จะได้เห็นพระธาตุพูสี!  แล้วเจ้ายักษ์จะไปไหวมั้ยเนี่ย?


วันนี้ผมสอบถามพนักงาน Green Bus แล้ว ได้คำตอบว่าถ้าเอาจักรยานใส่ใต้ท้องรถไปด้วย เค้าคิดค่าระวาง ๕๐ บาท + น้ำหนักของอีกกิโลกรัมละ ๕ บาท   แต่ถ้าเป็นจักรยานพับใส่กระเป๋า (อย่างที่ผมนำไปเชียงแสนใน FB Trip)  ก็ไม่ต้องเสียตังค์เพิ่ม

อืมมมม์...ถ้าจะปั่นทางไกล คงหลีกเลี่ยงการใช้ touring bike ไม่ได้

ไม่รู้เหมือนกันว่าเจ้ายักษ์จะมีงานเข้าหรือเปล่า?

Wednesday, October 02, 2013

หลอดไฟ LED

ที่มาของภาพ - futuretechled.blogspot.com
ผมได้อ่านที่คุณ Champ เขียนเรื่อง "Let there be light" ลงใน facebook แล้ว รู้สึกชอบใจในข้อมูลเกี่ยวกับหลอดไฟ LED และบทสรุปที่ว่า...
1879-2013 : 134 ปีแห่งการประดิษฐ์หลอดไฟ เปลี่ยนแปลงไปประมาณ 3 Generation + 3 เทคโนโลยี
1879 Carbonized Incandescent light bulb
1903 Gas-based lighting Fluorescent
1968 Light-emitting diode (LED)
จากไส้คาร์บอน (Carbon) เปลี่ยนเป็นอัดแก๊สเรืองแสง (fluorite) และเปลี่ยนเป็นสารกึ่งตัวนำ (Solid-state) ในที่สุด ผมรู้สึกขอบคุณ, เป็นหนี้บุญคุณ "พระเจ้า" ทั้ง 3 คน ; Thomas A. Edison, Peter Cooper Hewitt, และ Henry Joseph Round ที่สร้างแสงสว่างขึ้นมา 
(ขอบคุณความรู้จากคุณ Champ)

วันนี้ผมไป Global House  ซื้อหลอดไฟ LED ยี่ห้อ Philips กลับมาใช้ ๑ หลอด (ราคา ๑๙๙ บาท)


เป็นหลอดขนาด 5W ซึ่งให้ความสว่าง 350 lumen เท่ากับหลอดไส้ขนาด 40 W ข้างกล่องเขียนบอกอายุการใช้งานถึง ๑๕ ปี สามารถประหยัดพลังงานได้ถึง 85%  

ผมลองใช้กับโคมไฟที่ลูกศิษย์ไวโอลินให้ไว้  โห! มันให้ความสว่างได้อย่างพอเพียง!!


สว่างขึ้นไปถึงบนเพดานเลยล่ะ...


ตัวหลอดก็ไม่ร้อน สามารถใช้มือล้วงลงไปสัมผัสได้...


อ่านโน้ตอ่านหนังสือได้สบายเล้ย...


ผมเห็นท่าจะต้องเปลี่ยนมาใช้หลอด LED ให้มากขึ้นแล้วหละ...

ข้อสำคัญคือมันใช้ได้ตั้ง ๑๕ ปี  กว่าจะเปลี่ยนหลอดใหม่... ผมคงตายพอดี!

Tuesday, October 01, 2013

Pudu Hostel, Kuala Lumpur

ในบล็อก"ฟังลุงน้ำชาคุย(โม้)"  ช่วงนี้กำลังเขียนเรื่อง Freight train to Singapore ผมได้เล่าเรื่องการหาที่พักในกรุงกัวลาลัมเปอร์ ไว้แล้ว...

พอดี วันนี้ได้เจอแผ่นพับของ Pudu Hostel ซึ่งเป็นที่พักราคาประหยัดอีกแห่งหนึ่งสำหรับนักเดินทางแบกเป้ จึงอยากนำมาโพสต์ให้เพื่อน ๆ ได้เก็บไว้เป็นข้อมูลที่พักในมาเลเซีย...



อยู่ในทำเลดี คือใกล้ China Town, Heritage Sites, Central Market, ถนนคนเดินและสถานีรถไฟฟ้า ค่าที่พักก็ใช้ได้ครับ (เป็น dorm bed ยิ่งประหยัด) ราคาที่บอกไว้คืนละ ๑๒ ริงกิต ปัจจุบันนี้อาจขึ้นเป็น ๑๕  ริงกิต แต่ยังนับว่าไม่แพง สำหรับการพักในเมืองหลวงอย่างกัวลาลัมเปอร์แค่คืนละ ๑๕๐ บาท!


Twin Tower ก็อยู่ไม่ไกลครับ...


หวังว่าข้อมูลนี้คงมีประโยชน์นะครับ...

Monday, September 30, 2013

India Tourist Map


ตอนไปอินเดีย ผมบินจากกรุงธากา ประเทศบังคลาเทศ ไปลงที่ กัลกัตต้า สมัยนั้นหนังสือคู่มือท่องเที่ยว Lonely planet เล่มหนา ๆ อย่างที่คุณเมธีเคยให้ผมยืมยังไม่ถูกพิมพ์จำหน่าย (มีแต่เล่มบาง)  อินเทอร์เน็ตก็ยังไม่เคยได้ยินชื่อ ส่วนกูเกิ้ลยิ่งไม่ต้องพูดถึง!

ไม่ว่าที่ไหน...พอไปถึง ผมจะต้องเดินหา Tourist Office ก่อน เพื่อขอแผนที่และแผ่นพับข้อมูลการท่องเที่ยว แทบทุกที่เค้าจะเตรียมไว้แจกฟรีให้นักท่องเที่ยว  ผมยังคงเก็บ "The Right Place" Tourist Map ของอินเดียไว้  มันเก่ามากแล้ว...

วันนี้อยากจะสแกนมาให้เพื่อน ๆ ได้ดูเสียหน่อย...  








ผมอยากไป Kashmir น่ะ  ถ้าจะโดนแขกหลอกอีกสักครั้ง คงไม่เป็นไร อิอิ!

Friday, September 27, 2013

เรียนรู้จากหลังเวที


เมื่อคืนวาน...ผมได้ไปเล่นแอคคอร์เดียนงานนอกอีกงานหนึ่ง!

เพื่อน ๆ อย่าเพิ่งแปลกใจนะว่าทำไมพักนี้ผมถึงได้มีงานติดต่อกัน ๒-๓ วัน?  จริง ๆ แล้วไม่มีอะไรหรอก เพียงแต่ว่าปีนี้ มีข้าราชการระดับบิ๊ก ผู้ชื่นชอบในวิถีโคบาลและดนตรีแนว country ว่าจ้างวงดนตรี "สหายเก่า" ของคุณเหลาให้ไปบรรเลงในงานเกษียณ  ผมก็เลยถูกหิ้วไปด้วย  (ทุกปีไม่มีอย่างนี้หรอก)

งานใหญ่เมื่อคืนนี้ จัดที่โรงแรมบุษน้ำทองซึ่งอยู่ใกล้ ๆ สี่แยกนาก่วม  บนเวทีมีการประกวดโคบาล โชว์ควงปืนควงแซ่ (ยังดีนะที่ไม่ควบม้าขึ้นบนเวที  อิอิ)  การแสดงมีหลายชุด  นักดนตรีรับจ้างอย่างผมได้แต่นั่งรอปฏิบัติหน้าที่อยู่หลังเวที  มองแสงสีและวงล้อชีวิตของแต่ละคนไปเรื่อย ๆ....


นักดนตรีบางคนอาจอยากจะพักสายตามากกว่า....


คิด ๆ ดู... ผมก็น่าจะหยุดพักชีวิตเช่นนี้ได้แล้ว!  เบื่ออ่ะ!  

ขอคุยเรื่อง "ช่างเหอะ" ดีกว่า...   

เป็นเรื่องปกติ ที่ผมจะไม่ปล่อยให้เวลาและโอกาสผ่านไปอย่างไร้ประโยชน์ เมื่อได้พบเห็นสถานที่ใหม่ การก่อสร้างใหม่ ก็จะต้องสำรวจว่ามีอะไรเป็นความรู้เชิงช่างได้บ้าง อย่างเช่น หลังเวทีคืนนี้ ผมได้เรียนรู้การกั้นผนังด้วยไม้สำเร็จรูป (แบบที่มีขายในห้างวัสดุก่อสร้างใหญ่ ๆ) การใช้ไม้ประกบโดยร้อยสกรูเพิ่มความแข็งแรง รวมถึงการใช้เหล็กเย็บยิงตาม joint ต่าง ๆ 


ข้างหลังเวทีมีปลั๊กไฟอยู่บนผนังริมเสา ผมรู้สึกว่ารูปแบบของการเดินสายและวางอุปกรณ์ไฟฟ้าอย่างนี้ น่าจะเหมาะสมกับการปรับปรุงระบบไฟฟ้าที่บ้านห้างฉัตรของผม.... 


ไม่ต้องตีตะปูตอกกิ๊ปเหมือนการเดินสายไฟยุคเก่า แต่ใช้รางเก็บสายไฟพีวีซีแทน การติดตั้งเต้าเสียบแบบนี้ก็เป็นทางเลือกให้สามารถใช้อุปกรณ์คุณภาพดีได้!

นอกจากงานเดินสายไฟก็ยังมีงานสี ผมใช้มือลูบที่เสาเพื่อสัมผัสพื้นผิว เอ๊ะ..รู้สึกว่ามันลื่นมือเหมือนกับสีน้ำมันที่ผมใช้ทาผนังห้องน้ำ แต่ดูดี ๆ แล้วมันไม่ใช่ น่าจะเป็นสีน้ำอะครีลิคแบบกึ่งเงามากกว่า...  

คืนนี้ผมได้เรียนรู้ทั้งงานช่างไม้และช่างสีจากหลังเวที 


เลิกงานแล้ว! ผมเห็นถ้วยแบ่งถูกวางทิ้งไว้ที่หลังฉาก (ไม่รู้ว่าใครนำไปวางไว้ที่นั่น นับเป็นความมักง่าย ไม่คิดถึงหัวอกพนักงานเก็บถ้วยเก็บชาม)  ผมช่วยเก็บนำไปวางรวมไว้กับถ้วยชามบนโต๊ะ ก่อนที่จะสะพายแอคคอร์เดียนเดินจากมา

คนเราถ้าคิดถึงคนอื่นให้มาก ๆ  ทุกชีวิตจะดีขึ้น สังคมก็จะน่าอยู่ยิ่งขึ้น!

Thursday, September 26, 2013

16:9

กล้อง Sony DSC-W110 ตัวที่ใช้ถ่ายภาพลงบล็อกจะตั้งขนาดภาพให้เป็น 16:9 ก็ได้!  ผมคิดว่าบางครั้งการปรับเปลี่ยนในสิ่งที่ซ้ำซากจำเจ อย่างเช่น เคยลงแต่ภาพขนาด 600 x 450 pixels มาตลอด หากเปลี่ยนไปเป็น 600 x 338 pixels เสียบ้าง ก็อาจช่วยลดความน่าเบื่อหน่ายลงได้! 

วันนี้...หลังจากสิ้นสุดการทาสีห้องน้ำชั้นล่าง (รอบสุดท้าย) ผมตั้งกล้องให้ถ่ายแบบ 16:9 แล้วเก็บภาพมารายงานเพื่อน ๆ


เป็นไงบ้างครับ?  ห้องน้ำชั้นล่าง...ผมทาเพดานให้เป็นสีฟ้า และทาผนังกับคานให้เป็นสีน้ำเงิน  


ในขณะที่ห้องน้ำชั้นบนผมทาเพดานและคานด้วยสีน้ำเงิน ส่วนผนังเป็นสีฟ้า...


 ทั้งนี้ทั้งนั้น ผมก็ยังคงชื่นชอบกับการใช้สีน้ำมันอยู่เหมือนเดิม...


อ่อ...ที่ห้างฉัตรมีตลาดนัดทุก ๆ วันพุธ เย็นวันนี้ผมนำกล้องไปเก็บภาพมาด้วย...







ภาพที่แปลกตาช่วยลดความจำเจลงได้บ้างใช่มั้ยครับ?