Saturday, July 21, 2018

โรงพยาบาลจำปาสัก


คนลาวเรียกโรงพยาบาลว่า "โฮงหมอ"  ผมเคยมีโอกาสได้ไปที่โรงพยาบาลจำปาสักครั้งนึง เมื่อเดือนตุลาคม ๒๕๖๐ 


คุณหมอบรรพตแห่งโรงพยาบาลมโนรมย์ได้เขียนไว้น่าสนใจมาก ผมขออนุญาตนำมาแชร์ด้วยความขอบคุณ ดังนี้....
"โรงหมอจำปาสัก" ขนาด ๒๐๐ - ๓๐๐ เตียง เป็นโรงพยาบาลประจำแขวงจำปาสัก เปรียบเหมือนโรงพยาบาลศูนย์ของไทย รับผิดชอบประชากรประมาณ ๑ ล้านคนในเขตจำปาสักและใกล้เคียง มีแพทย์ ๔๐ คน พยาบาล ๑๕๐ คน และมี specialist สาขาต่าง ๆ เช่น เด็ก สูติ อายุรกรรม ศัลยกรรม จักษุ 
ผู้ป่วยนอกต่อวันประมาณ ๑๐๐ - ๑๕๐ คน คนไข้แต่ละวันน้อยมาก ทั้ง ๆ ที่เป็นโรงพยาบาลศูนย์ คิดว่าน่าจะเกิดจากประชากรน้อย (ลาวมีประชากรทั้งหมดประมาณ 6 ล้านคน)  และการเข้าถึงบริการยากเนื่องจากขาดหลักประกัน (มีหลักประกันสุขภาพแค่ 40%) รวมทั้งการเดินทางลำบาก จะสังเกตได้จาก คนไข้จะมาถึง รพ. ประมาณ ๑๐.๐๐ น. - ๑๑.๐๐ น. เนื่องจากเดินทางไกล ต่างจากคนไทยซึ่งมากันแต่เช้า
มีเอกชนมาตั้ง ward พิเศษให้ โดยเก็บค่าห้องจากผู้ป่วย ทำคล้าย ๆโรงแรม แต่มีหมอและพยาบาลจาก รพ. จำปาสักมาดูแล
โรคส่วนใหญ่ยังเป็นโรคติดเชื้อ เช่น มาลาเรีย ไข้เลือดออก ปอดอักเสบ แต่โรคมะเร็งพบน้อยมาก
พร้อมกับนำภาพมาให้เพื่อน ๆ ดูด้วยครับ...


ห้องฉุกเฉินพร้อมรถ Ambulance

 


 

ได้ขึ้นไปดูถึงใน ward แต่ผมไม่กล้าถ่ายรูปครับ!

Friday, July 20, 2018

แหล่งโบราณสถานเวียงตาล


หนังสือ "เจ้าพ่อขุนตาน" พิมพ์แผนที่อุทยานประวัติศาสตร์เจ้าพ่อขุนตานไว้ในหน้า ๕...

วงกลมแดง = ตำแหน่งโบราณสถานที่ตรวจพบ
เส้นทึบสีน้ำเงินและเส้นปะสีเหลือง = แนวขอบกำแพงเมือง-คูเมือง เวียงตาลโดยสังเขป
เป็นแผนที่โดยสังเขป แสดงแนวเขตกำแพงเมือง-คูเมืองและโบราณสถานของแหล่งโบราณสถานเวียงตาล หมู่ที่ ๕ บ้านหัววัง อำเภอเวียงตาล อำเภอห้างฉัตร จังหวัดลำปาง 

จุดวงกลมแดงในแผนที่ระบุตำแหน่งโบราณสถานเวียงตาลไว้ดังนี้...
  • โบราณสถานหมายเลข ๑
  • บ่อน้ำโบราณ
  • วัดกอกชุม
  • กู่ไก่แจ้
  • กู่เวียงลม
  • กู่ช้างเผือก


นับว่าเป็นเรื่องที่น่าสนใจยิ่ง ผมเข้า google earth เปิดดูภาพถ่ายดาวเทียมเห็นได้ชัดถึงบริเวณโบราณสถานซึ่งยังไม่มีข้อมูลระบุไว้อย่างละเอียด...


ผมสัญญาว่าจะออกไปถ่ายภาพและอัพเดทข้อมูลใน google maps ให้ภายในเร็ววันนี้...

Wednesday, July 18, 2018

ตำนาน FB Trip

จักรยานพับคันแรกของผมยี่ห้อ Coyote  ซื้อต่อมาจากครูหนิงในราคา ๒,๐๐๐ บาท เมื่อปี ๒๕๕๖ มีล้อขนาด ๑๖ นิ้ว...


ตอนนั้นมีความคิดที่จะท่องเที่ยวด้วยจักรยานพับโดยตั้งชื่อทริปว่า "FB Trip" ผมยังไม่มีประสบการณ์เกี่ยวกับรถจักรยานพับ แค่อยากจะนำมันใส่กระเป๋าจักรยานขึ้นรถเมล์ หรือรถไฟไปปั่นเที่ยวตามเมืองต่าง ๆ ผมเริ่มต้นด้วยการซื้อกระเป๋ายี่ห้อใส่จักรยานมาจากร้านบันเทิงจักรยาน


ประเดิมทริปแรกด้วยการไปเชียงแสนเมื่อวันที่ ๙ เมษายน ๒๕๕๖...


นี่คือสภาพของเจ้า Coyote ในวันที่ปั่นจากบ้านห้างฉัตรไปสถานีขนส่งลำปาง...


ถึงเชียงแสนผมเริ่มเห็นข้อดีของการใช้จักรยานพับ เพราะมันช่วยให้ผมหาที่พักได้อย่างง่ายดาย...


จากนั้นก็ปั่นเที่ยวชมเมืองได้ทันที...


จากเชียงแสนผมตั้งใจว่าจะปั่นไปเชียงของ แต่แล้วก็มีปัญหาทำให้ต้องเลิกล้มความคิด เมื่อเจ้ากล้อง Olympus mju 20 มีอันต้องกลับบ้านเก่า ประจวบกับเจ้า Coyote ก็ทำท่าไม่ดี เครื่องไม้เครื่องมือก็มิได้มีติดตัวไปด้วย... 


ผมตัดสินใจนำจักรยานขึ้นรถเมล์เล็กจากเชียงแสนไปลงพะเยาแล้วต่อเมล์เขียวกลับลำปาง ได้เห็นข้อดีของการใช้จักรยานพับเพิ่มขึ้นอีก คือไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นจนทำให้ปั่นจักรยานต่อไม่ได้ เราก็พับมันแล้วเปลี่ยนไปขึ้นรถโดยสารได้เลย...  


ผมหาประสบการณ์ท่องเที่ยวด้วยจักรยานพับระยะสั้น ๆ อีก ๒-๓ ทริป เช่นนำขึ้นรถเมล์เขียวไปลงเชียงใหม่แล้วปั่นเที่ยวเวียงกุมกาม หรือไปเมืองลับแลและน้ำตกแม่พูล


ในที่สุดก็ถึงเวลาเปลี่ยนจักรยาน ผมตัดสินใจสั่งซื้อเจ้า Banian Haima H9 จักรยานพับ ๙ สปีด ล้อ ๒๐ นิ้ว เฟรมอลูมิเนียม ชุดเกียร์ SRAM ล้อแบริ่ง จากเว็บ My-80 Bike หลังจากดูรีวิวของเฮียเป้ใน YouTube  แล้วเริ่มต้นด้วยการพาเจ้า Banian ขึ้นรถไฟฟรีไปปั่นที่เชียงใหม่


จากนั้น FB Trip อื่น ๆ ก็ตามมา ผมเริ่มมีีความคล่องตัว พับหรือกางจักรยานได้อย่างรวดเร็ว รู้ด้วยว่าจะหอบหิ้วขึ้นรถอย่างไร หรือจะเอาไว้ที่ไหนดี  


ยิ่งเที่ยวก็ยิ่งมีประสบการณ์ ผมไปหลายจังหวัด ลาวก็ไป ครั้งล่าสุดไปไกลถึงมะละกา กำลังจะได้ลงเรือข้ามไปปั่นบนเกาะสุมาตรา อินโดนีเซีย อยู่แล้วเชียว...


ที่เล่ามาคือความเป็นมาของ FB Trip การเดินทางท่องโลกด้วยจักรยานพับสไตล์ลุงน้ำชา ผมเชื่อว่าจักรยานและสัมภาระอย่างที่เห็นจะพาเราไปได้สุดขอบฟ้า!

Tuesday, July 17, 2018

ดูแลจักรยานก่อนออกเดินทาง

ผมมีเจ้า Banian เป็นเพื่อนคู่ใจมาตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ๒๕๕๘ หุหุ... เกือบ ๓ ปีแล้วสินะ! 


เคยคิดอยากจะได้เพื่อนใหม่อย่างเจ้า Java IRA 


แต่ตอนนี้ผมเปลี่ยนใจแล้วครับ บอกตัวเองว่าอายุมากแล้ว...จะอยู่ปั่นจักรยานได้อีกสักกี่ปี? สรุปได้ว่าหากเป็น FB Trip ก็จะใช้เจ้า Banian นี่แหละ ถ้า go abroad by land ไม่ว่าจะปั่นทางไกล นำขึ้นรถไฟ หรือลงเรือ ก็ใช้กระเป๋าเป้ติดตะแกรงหลังราคาถูกของจีนที่มีอยู่ โดยมีเต๊นท์ไปด้วยเผื่อต้องนอนริมทาง...


หากเป็น FB Trip ระยะสั้น ๆ วันสองวันก็เปลี่ยนไปใช้เป้สะพายหลัง (backpack) ขนาดย่อม หรือถ้าจะนั่งเครื่องไปไกล ๆ อย่างเช่นศรีลังกา ฟิล่ิปปิน หรือบังกลาเทศ ก็จะพกพาสัมภาระรูปแบบเดีียวกัน ถอดตะแกรงหลังออก มีแค่ backpack น้ำหนักไม่เกิน ๗ กิโลกรัม เพื่อจะได้นำติดตัวขึ้นเครื่องได้โดยไม่ต้องเสียตังค์ค่า load กระเป๋า ผมจะนำเงินไปจ่ายเป็นค่านำจักรยานขึ้นเครื่องในอัตราอุปกรณ์กีฬา (เข้าใจว่า ๗-๘ ร้อยบาท) แทน ลงเครื่องแล้วก็นำจักรยานออกปั่นได้เลย...

ก่อนออกเดินทางไปมะละกาเมื่อเดือนเมษาที่แล้ว สิ่งที่ผมทำคือตรวจเช็ค ทำความสะอาด และหยอดน้ำมันเจ้าเพื่อนยาก แม้จะราคาไม่ถึงหมื่น..เจ้า Banian สามารถปลดเร็วได้ทั้งล้อหน้าล้อหลัง!



ทำความสะอาดแล้วตรวจเช็คให้ดี...



ดอกยางยังพอไปไหว แต่หลังจากทริปนี้คงต้องเปลี่ยนใหม่!


 

สิ่งที่ต้องทำอีกอย่าง (a must) คือการหยอดน้ำมันโซ่...


ผมใช้น้ำมันหยอดโซ่ของจีนยี่ห้อ Cylion สั่งจากลาซาด้าราคาร้อยกว่าบาท....



ทำความสะอาดเฟืองและอุปกรณ์ชุดเกียร์ให้เอี่ยมอ่องด้วย...


รักจักรยานของเราให้มาก ๆ แล้วมันจะอยู่กับเราไปอีกนานครับ!

Monday, July 16, 2018

ความจริงเกี่ยวกับจักรยานพับ

พูดถึงเรื่อง "การปั่นจักรยานท่องโลก"  สำหรับคนสูงวัยเช่นผม...ยังไง ๆ ก็คิดว่าใช้จักรยานพับล้อ 451 ขนาด ๒๐ นิ้วนั้นดีที่สุด!



ถ้าจะให้ดีก็ต้องใช้จักรยานสเปคสูงกว่าเจ้า Banian ของผมอีกสักหน่อย เพราะมีแค่ ๙ สปีดไม่สามารถขึ้นเขาได้ดี  เท่าที่ผ่านมาพอเจอเส้นทาง uphill ติด ๆ กันก็ต้องลงจูงซะแล้ว 


ควรใช้จักรยานที่มีจานหน้า ๒ จาน อย่างน้อยก็ทำให้ปีนเขาเก่งขึ้น อย่างเจ้า Java IRA ผมคิดว่าใช้ได้เลย จักรยานพับเฟรมโคโมลี่ 18 สปีด Shimano Sora ตะเกียบคาร์บอน ล้อ 451 ขนาด ๒๐ นิ้ว อานเจล Selle Royal  น้ำหนักไม่รวมบันได ๑๐.๗๙ กิโลกรัม แต่มันแพงกว่าเจ้า Banian ของผมเท่าตัวนะครับ!!... 

Java IRA - ภาพจาก aimbike.com
หากยังหนุ่มแน่นและต้องการเดินทางไกลด้วยจักรยานตลอดเส้นทาง ก็ต้องใช้จักรยานอย่างเนี้ยครับ...


การท่องโลกด้วยจักรยานพับ (Folding Bike) นั้นเหมาะสำหรับผู้สูงอายุที่เดินทางแบบไม่เร่งรีบ ใช้มันเป็นยานพาหนะเชื่อมต่อระหว่างรถโดยสารหรือรถไฟกับเมืองต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี ผมได้ทดลองทำมาแล้ว พบว่ามันสามารถพาไปสุดขอบฟ้าได้จริง...หากเรากล้าพอ! 


ใช้จักรยานพับที่ไม่ติดตะแกรงหลัง ผมมีเพียงเป้สะพายหลัง (backpack) ขนาดกลาง อย่างเช่นตอนปั่นจากช่องเม็กไปจำปาสัก อย่างนั้นจะคล่องตัวที่สุด แต่มีข้อเสียคือนำไปได้เฉพาะของใช้จำเป็นเท่านั้น เสบียงและของอย่างอื่นต้องไปหาซื้อเอาตามทาง (สำหรับเป้ผมขอแนะนำให้ใช้ที่คุณภาพดีกว่านี้หน่อย ของที่ผมใช้อยู่ราคาแค่ใบละ ๒๕๐ บาทเอง!)...


นั่งรถไฟ รถตู้ หรือรถยนต์โดยสาร ผมหิ้วจักรยานพับและเป้ไปด้วยกันได้เลย ไม่ต้องจ่ายค่าระวาง ถ้าขึ้นรถตั้งแต่ต้นทางก็ยิ่งสบาย...


ผมเคยนั่งรถยนต์จากอุตรดิตถ์ไปบ้านโคกโดยมีจักรยานพับใส่ใต้ท้องรถไปด้วย ค่าโดยสารแค่ ๙๕ บาท ส่วนเจ้า Banian ขึ้นฟรี...


ถึงบ้านโคก ผมลงที่สามแยก.... unfold จักรยานแล้วปั่นต่อไปด่านภูดู่ ง่ายกว่านี้ไม่มีแล้ว!


เช่นเดียวกัน...พอลงจากรถไฟที่สถานีสุไหงโก-ลก ผมก็ปั่นตรงไปด่านได้เลย


ผมปั่นจักรยานจาก Rantu Panjang ไป Pasir Mas 


พอถึงสถานีรถไฟ ผมตีตั๋วไปลง Gemas แกล้งทำเฉยเกี่ยวกับจักรยานพับ พอขึ้นรถซึ่งเป็นตู้นอน เจ้าหน้าที่มาเก็บค่าจักรยานอีก ๑๐ ริงกิตหรือประมาณ ๑๐๐ บาท ผมก็จ่ายให้โดยดี...


ลงรถไฟที่ Gemas ตอนเช้ามืด...ผมปั่นจักรยาน ๘๐ กิโลเมตรต่อไปยังมะละกา!


น่าเสียดายยิ่งนักที่บ้านเมืองเปลี่ยนแปลงไปชนิดหน้ามือเป็นหลังมือ... มันไม่เหลือภาพเมืองเก่าอย่างในอดีตให้เห็นอีกแล้ว!

ภาพถ่ายในอดีต ด้วยกล้องฟิล์ม
เข้าถึงตัวเมือง ผมไม่ได้กดชัตเตอร์เก็บภาพแม้แต่บานเดียว! ปั่นจักรยานไปสถานีขนส่งแล้วตีตั๋วรถโดยสารกลับ Rantau Panjang ในคืนนั้นเลย!  ผมนำจักรยานขึ้นเก็บใต้ท้องรถด้วยตนเอง พอถึงปลายทางก็เอามันลงมา unfold  ปั่นผ่านด่านมาเลย์และด่านไทยแล้วตรงไปหาของกินที่ตลาดสดสุไหงโก-ลก....ทุกอย่างดูง่ายไปหมด!

สรุปแล้ว "จักรยานพับ" เป็นคำตอบสำหรับนักท่องโลกด้วยจักรยานสูงวัยเช่นผมจริง ๆ ครับ...