Thursday, February 20, 2014

ลดภาวะโลกร้อน

วันนี้ผมไปโรงพยาบาลห้างฉัตร  ได้รับยามากินต่ออีก ๒ เดือน พอดีเป็นการไปรับบริการเป็นครั้งแรก ห้องยาจึงได้มอบถุงผ้าสำหรับใส่ยาให้ด้วย...




ในกระเป๋าที่มอบให้ มีกระดาษอีกครึ่งแผ่นพิมพ์ไว้ว่า....

กระเป๋าที่ท่านได้รับนี้เพื่อ...

  1. สนับสนุนท่าน สำหรับใส่ยาประจำตัว ขอความร่วมมือนำกระเป๋านี้มาใส่ยาทุกครั้งที่ท่านมารับบริการที่โรงพยาบาลห้างฉัตร หรือโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลที่นัดท่านมาตรวจ
  2. ใส่ยาที่เหลือที่บ้านของท่าน นำมาโรงพยาบาล เพื่อเจ้าหน้าที่จะได้ตรวจสอบดูสภาพยา
  3. ช่วยกันลดการใช้ถุงพลาสติก เพื่อลดภาวะโลกร้อน
อ่านแล้วชื่นใจจัง!  ตอนนี้เป็นคนห้างฉัตรไปแล้ว...ผมขอให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ครับ!

โรงพยาบาลห้างฉัตร…

หลืองอินเดียรอบเมืองลำปางร่วงหล่นลงมากแล้ว แต่ก็ยังพอหลงเหลือให้เห็น วันนี้เป็นครั้งแรกที่ผมได้ไปตรวจรักษาที่โรงพยาบาลห้างฉัตร หลังจากที่ย้ายสัมโนครัวมาอยู่อำเภอห้างฉัตรได้กว่าครึ่งปี!

ผมและพี่ชายได้รับความเมตตาจาก รพสต.บ้านแม่กืย ช่วยเขียนใบส่งตัวให้มารักษาที่โรงพยาบาลห้างฉัตร (ขอขอบพระคุณยิ่ง) หลังจากได้ลงทะเบียนบัตรทองที่ศูนย์สุขภาพชุมชนตำบลห้างฉัตร และได้รับการอนุเคราะห์อย่างดีเยี่ยมจนได้รับสิทธิ์ วันนี้ก็ได้ฤกษ์ที่จะไปรับการบริการ เป็นครั้งแรกจริง ๆ สำหรับการไปโรงพยาบาลห้างฉัตร  ผมประทับใจนับตั้งแต่ได้เข้าไปในพื้นที่สวยงาม นับเป็นโรงพยาบาลแห่งแรกที่ผมไม่ต้องลำบากในการหาพื้นที่จอดรถเลยแม้แต่น้อย (ภาพข้างล่างนี้ถ่ายเวลาเที่ยงวัน)

เจ้าหน้าที่คนแรกให้บริการด้วยรอยยิ้ม พูดใจไพเราะ รื่นหู  เรียกพนักงานนำล้อเข็นมาให้พี่ชายได้นั่ง   โห!…เดี๋ยวนี้เค้าพัฒนาขนาดนี้แล้วหรือ?


การให้บริการถูกวางระบบไว้อย่างดีเยี่ยม ไม่ว่าจะเป็นการวัดความดันฯ การซักประวัติ การเข้าพบแพทย์ การรับยา ผมไม่ได้เห็นใบหน้าบึ้งตึงหรือได้ยินคำพูดแสลงหูจากเจ้าหน้าที่เลย นับตั้งแต่…คนงานเปลไปจนถึงนายแพทย์

ได้รับยามากินต่ออีก ๒ เดือนครับ…

ทางโรงพยาบาลออกสมุดประจำตัวผู้ป่วยความดันโลหิตสูงให้ทั้งผมและพี่ชาย…

เจ้าหน้าที่ห้องยาหน้าตาเปื้อนยิ้ม นอกจากจ่ายยาฟรีให้ผมแล้ว ยังมอบถุงผ้าสำหรับใส่ยาให้ด้วย… รู้สึกประทับใจจนอดที่จะเขียนถึงไม่ได้ ผมคิดว่าถ้ารัฐบาลมีธรรมาภิบาล ปราศจากนักการเมืองโกงกิน ข้าราชการล้วนทำหน้าที่เป็นคนของพระราชา ชาวประชาต่างทำมาหากินอย่างสุจริต ช่วยกันเสียภาษี และดูแลสังคมให้อุดมสุข ตำรวจเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฏร์จริง ๆ ไม่ใช้อาวุธเข้าเข่นฆ่าประชาชน ฯลฯ….. บ้านนี้เมืองนี้คงน่าอยู่ยิ่งนัก

จะรอดูต่อไปว่าฝันของผมจะเป็นจริงหรือไม่?

Wednesday, February 19, 2014

สังกะสีมุงหลังคา...ตอกตะปูตรงไหนดี?

Workshop บนดาดฟ้าของช่างเหอะเริ่มเป็นรูปเป็นร่างแล้วครับ...


 ต้องใช้สังกะสีขนาด ๗ ฟุต...ทีแรกผมตั้งใจจะใช้สังกะสีแบบลูกฟูกลอนเล็ก...


แต่ที่ร้านฯ ไม่มีจำหน่าย พอเค้านำสินค้ามาส่งกลับกลายว่าเป็นสังกะสีแบบนี้....



ปัญหาของผมคือ ไม่รู้ว่าจะตอกตะปูหัวเห็ดตรงไหน ตรงสันหรือบริเวณราบดี?  (the ribs or the flats)  

ผมพยายามเข้าไปค้นหาใน Google โดยใช้ภาษาไทย ปรากฏว่าไม่มีคำตอบให้ผมเลยแม้แต่เว็บเดียว โชคดีที่เปลี่ยนไปใช้ภาษาอังกฤษ จึงได้คำตอบจากเว็บ woodgears.ca  โดยมีภาพประกอบด้วยดังนี้...



นายช่างบอกว่า แม้ว่าทุกวันนี้ทางบริษัทแนะนำให้ใส่สกรูหรือตีตะปูตรงบริเวณพื้นที่เรียบใกล้ ๆ กับสัน แต่เขาเลือกที่จะยึดสกรูตรงสัน หนึ่งในเหตุผลของเขาคือ...
Water flows off the ribs on either side, and flows down the flat parts of the roof. A hole in a rib will only let in rain that falls directly on the hole or immediately above it. A hole in the flat part of the roof will potentially let in all the water that falls between the hole and the top of the roof.
(ขอขอบคุณเว็บ woodgears.ca) 

มีรูปมาอ้างอิงอีก...


เหตุผลดูเข้าท่า...แม้จะเป็นรูปลอนใหญ่  ผมเห็นด้วย!  ในที่สุดหลังคาสังกะสี "ห้องทำงานช่างเหอะ" ก็ถูกตีตะปูยึดในลักษณะนี้...




ไม่รู้ว่าทำถูกหรือเปล่า คนไม่ได้เรียนมาเนี่ย...มันลำบากจริง ๆ!!

Tuesday, February 18, 2014

วัดสบสม อ.เชียงของ

หลังจากกลับจากทริป "ฝ่าลมหนาวแอ่วลาวเหนือ" ผมมีแนวโน้มว่าอาจจะไม่เข้าลาวทางเชียงของอีก รู้สึกว่าเสน่ห์ของการนั่งเรือข้ามโขงได้ถูกสะพานมิตรภาพไทย-ลาว ๔ แย่งชิงไปจนสิ้นหมด นอกจากนั้น คำพูดของคุณเมธีที่แนะนำให้เลือกไปในที่ ๆ ยังไม่เคยไปก็ยังดังก้องหูอยู่ตลอด!!  

อย่างไรก็ดี ผมก็ยังคิดถึง "เมืองเชียงของ" อยู่เสมอ ความประทับใจตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้ไปเยือนจนถึงครั้งล่าสุดจะตราตรึงอยู่ในหัวใจผมไปอีกนานแสนนาน.... 


ยังเหลือภาพ "เมืองเชียงของ" อยู่อีกไม่น้อย วันนี้ผมขอนำรูปถ่ายที่ "วัดสบสม" มาให้เพื่อน ๆ ดูครับ...


"วัดสบสม" มีชื่ออีกชื่อว่า "วัดศรีลาเพชร์" อยู่ในระยะที่สามารถเดินไปถึงได้อย่างสบาย ๆ จากใจกลางเมืองเชียงของ เพื่อน ๆ จะใช้เส้นทางด้านหลังซึ่งติดแม่น้ำโขงก็ได้ หรือจะใช้ทางลัด เดิมข้ามสะพานไปจากตลาดสดประตูชัย ก็ไม่ลำบาก...


จะเดินมาตามถนนสายหลัก แล้วเลี้ยวซ้ายก็ได้...



วัดสบสมเป็นอีกวัดหนึ่งในเชียงของที่มีบริเวณวัดด้านทิศตะวันออกติดกับแม่น้ำโขง  ตั้งอยู่บ้านสบสม ห่างจากที่ว่าการอำเภอ ไปทางถนนสายสบสม – หาดไคร้ ประมาณ  1  กิโลเมตร  สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๕ เป็นที่ประดิษฐาน “พระเจ้าศรีสุขสม”  พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ของเมืองเชียงของ   ภายในบริเวณวัดร่มรื่นสะอาดสะอ้าน  ด้านหน้าวัดมีลานพักผ่อน  สามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์น้ำโขง และเมืองห้วยทรายของ สปป.ลาว  นอกจากนี้ในวันที่  26  มกราคม  ของทุกปี  วัดสบสมยังเป็นสถานที่จัดประเพณีสืบชะตาหลวงเมืองเชียงของ  ประเพณีเก่าแก่อันเป็นสิริมงคลแก่ประชาชนชาวเชียงของทุกปี...
นำภาพมาฝากด้วยดังนี้...










เพื่อน ๆ ได้ไปเยือนเชียงของ อย่าลืมแวะชมนะครับ!

Sunday, February 16, 2014

ฝึกเล่นไวโอลินแบบง่าย ๆ สไตล์ลุงน้ำชา ๗

เข้าไปดูเรื่อง ฝึกเล่นไวโอลินแบบง่าย ๆ สไตล์ลุงน้ำชา ซึ่งเริ่มต้นเขียนไว้ตั้งแต่วันที่ ๒๐ กรกฎาคม ๒๕๕๕ แล้ว... ผมรู้สึกแย่จัง!  เวลาผ่านไปปีกว่า เพิ่งเขียนได้แค่ ๖ ตอนเอง ผมมัวแต่เขียนเรื่องท่องเที่ยวและงานช่างเหอะ  จนลืมในสิ่งที่ได้รับปากไว้กับเพื่อน ๆ!

จริง ๆ แล้วผมก็ไม่สมควรที่เขียนเรื่อง "ไวโอลิน"  เพราะตัวเองก็ไม่เคยฝึกฝนหรือศึกษาอย่างจริงจัง ความรู้ความสามารถมีแค่หางอึ่ง มันทำให้ผมไม่ค่อยมีแรงใจที่จะเขียน (ในสิ่งที่ตัวเองไม่ถนัด) ยิ่งไปเห็นบทเรียนไวโอลินในอินเทอร์เน็ตมากมายทั้งจากครูไทยครูฝรั่ง ผมก็ยิ่งไม่กล้า...

อย่างไรก็ตาม... ผมสังเกตได้ว่ามีบางเรื่องที่เคยพูดให้เด็ก ๆ ฟัง (ไม่รู้ว่าจะเชื่อหรือเปล่า) แต่ในเว็บต่าง ๆ ไม่มีใครกล่าวถึง จึงคิดว่าน่าจะกลับมาเขียนเรื่องไวโอลินและเรื่องดนตรีได้แล้ว เผื่อจะได้เป็นประโยชน์สำหรับผู้สนใจ  เมื่อผมตายไป บางที...อาจยังพอเหลือเป็นข้อมูลสำหรับเยาวชนรุ่นหลังได้

ผมจะเขียนเรื่อง "ฝึกเล่นไวโอลินแบบง่าย ๆ สไตล์ลุงน้ำชา" ต่อไปเรื่อย ๆ นะครับ ขอเพียงความเข้าใจจากเพื่อน ๆ เท่านั้นว่า มันเป็นแค่เพียงการนำประสบการณ์เล็ก ๆ น้อย ๆ และความคิดเห็นส่วนตัวมาแลกเปลี่ยนเท่านั้น อาจไม่ถูกต้อง ไม่น่าเชื่อถือ และขัดแย้งกับหลักวิชาการ ขอให้ถือว่าอ่านสนุก ๆ เหมือนกับการอ่านเรื่องท่องเที่ยวของผมก็แล้วกัน

คราวที่แล้วพูดถึงเรื่อง "การจัดหาและการทดสอบไวโอลิน"  วันนี้ขอเขียนเรื่อง "ยางสน (Rosin)" ก่อนที่จะเริ่มบทเรียนแรกกัน...

ยางสนมีทั้งแบบกล่องสี่เหลี่ยมและแบบก้อนกลม เมื่อซื้อไวโอลินมา ส่วนใหญ่จะมียางสนให้มาด้วย เท่าที่ผมเห็น...ยางสนที่มากับไวโอลินของนักเรียนมักจะเป็นแบบกล่องสี่เหลี่ยม


ต้องใช้เวลาอธิบายเรื่อง "ยางสน" กับนักเรียน ว่าทำไมจึงต้องถูยางสน หากมียางสนที่ยังไม่ได้ใช้งานและคันชักใหม่เอี่ยมอยู่ในมือ ก็สาธิตให้เด็ก ๆ เห็นได้เลยว่าตอนยังไม่ได้ถูยางสนเป็นเช่นไร สอนเรื่องของวิทยาศาสตร์ไปด้วยว่า "เสียง" เกิดจากการสั่นของสาย การดีดทำให้สายสั่น (vibrate) สายใหญ่ก็เสียงต่ำ สายเล็กก็เสียงสูง การสีก็ทำให้สายสั่นและเกิดเสียงได้เช่นกัน

ลองให้เจ้าตัวน้อยได้ใช้คันชักที่ยังไม่ได้ถูยางสนสีไวโอลิน  ลื่น...ไร้เสียง!  ระหว่างหางม้าและสายจะต้องมี "ความฝืด" เมื่อหางม้าเคลื่อนไป...สายไวโอลินจะได้สั่นเหมือนกับการดีด

ถ้ายังงั้นก็ต้องถูยางสนก่อน แต่ยางสนใหม่มันลื่น ถูยังไงมันก็ไม่ติดหางม้า ต้องใช้กระดาษทรายถูผิวหน้าของยางสนให้สากเสียก่อน แล้วค่อยนำมาถู ถ้านักเรียนถามว่าไม่มีกระดาษทรายจะทำอย่างไร ตอบว่าใช้ปลายแหลมของโลหะขีด ๆๆๆ  พอให้ความลื่นที่หน้าสัมผัสหายไป ก็นำก้อนยางสนมาถูได้แล้ว

การถูยางสนครั้งแรก ต้องถูนาน ถูแรง ๆ ขยับไปตามหน้าสัมผัสของหางม้าจนทั่ว วิธีนี้จะใช้สำหรับการถูยางสนครั้งแรกเท่านั้น  (ผู้ใหญ่ควรทำให้)  บอกนักเรียนว่า...การถูยางสนครั้งต่อไปจะไม่มากเช่นนี้ และต้องมีวิธีการถูที่ดีด้วย...

พูดเรื่อง "ยางสน" ตามสไตล์ลุงน้ำชา...

  1. ถูด้วยสมาธิ ไม่วอกแวก ให้ใช้ "เวลา" ขณะถูยางสนอย่างมีค่า ด้วยการฝึกคล้ายกับ shadow bowing คือไหน ๆ จะถูยางสนแล้ว ก็ฝึกการลากคันชักด้วยเลย มือซ้ายจับยางสนยกขึ้นข้างหน้าให้ได้ระดับคล้ายมีไวโอลินหนีบอยู่ ผิวหน้ายางสนเป็นสายไวโอลิน มือขวาจับคันชักตามรูปแบบที่ถูกต้อง ลากหางม้าจากด้าน frog ไปให้สุดปลายแล้วลากกลับ บังคับข้อมือให้คันชักเคลื่อนที่ขนานกับลำตัว
  2. ถูกี่ครั้ง? ถ้าลากยาว กดนิ้วชี้มือขวาลงบนด้ามคันชักด้วยน้ำหนักคงที่ ให้หางม้าแนบกับผิวยางสนตลอดเวลา ผมจะให้นักเรียนนับ ๑-๒-๓... จนถึงครั้งที่ ๙ ก็พูดว่า "๙....ก้าวหน้า ๆๆ"  แค่นั้นพอ
  3. การถูยางสนมากครั้งเกิน ทำให้ฟุ้งกระจาย เลอะเทอะ และสิ้นเปลือง
  4. ควรถูยางสนเป็นประจำสม่ำเสมอ ความรู้สึกของผู้สีไวโอลินจะบอกได้ว่าถึงเวลาต้องถูยางสนแล้วหรือยัง เช่นเดียวกับคนเล่นสนุ๊กเกอร์ที่รู้ว่าเมื่อไรจะต้องฝนหัวคิว...
  5. ขณะลากคันชัก สายตาต้องมองดูก้อนยางสนที่อยู่ข้างหน้า บังคับให้หางม้าสัมผัสเนื้อยางสนถ้วนทั่ว ไม่ใช่โดนเฉพาะตรงกลาง แล้วทำให้เกิดร่องลึกลงไปทุกที ๆ  (เนื้อยางสนด้านข้างไม่ได้ถูกใช้) ผมมักจะบอกนักเรียนให้ใช้ยางสนอย่างมีประโยชน์ทุกอณู โดยอาศัย "เชิงช่าง" ถูยางสนให้ผิวหน้าก้อนยางสนเรียบอยู่เสมอ เหมือนช่างเหอะไสไม้หรือตะไบเหล็ก
  6. ยางสนดี ๆ มีผลต่อการสีเครื่องสาย 
  7. ระวังอย่าให้ยางสนตกลงพื้น
  8. ยางสนราคาแพง หากแตกเป็นชิ้น ๆ ให้ใส่รวมกันในแบบพิมพ์ แล้วนำไปตากแดดแรง ๆ มันจะหลอมติดกันเป็นก้อน สามารถนำไปใช้ได้อีก ส่วนยางสนราคาถูก (ราคาไม่ถึงร้อย) จะเก็บไปหลอมกับขี้ผึ้ง เอาไว้ใช้ในงานซ่อมแอคคอร์เดียนก็ได้...
  9. ข้อสุดท้าย ขอให้นึกถึง "ความก้าวหน้า" ก็แล้วกัน
ผมเขียนต่อให้แล้วน้าาาาาาาาาา.....

Saturday, February 15, 2014

นกยาง


เช้านี้ผมเห็นเจ้านกยางกำลังหากินอยู่บริเวณหนองน้ำหลังบ้าน ก่อนหน้านั้นมันมาเป็นคู่ (คงเป็นสองตัวผัวเมีย) ระยะหลังมานี้ผมเห็นเพียงตัวเดียว คู่ของมันอาจโดนยิงตายไปแล้วก็ได้ ผมเห็นใจเจ้าตัวที่ยังต้องผจญชีวิตอยู่อย่างโดดเดี่ยวเดียวดาย!



วิกิพีเดียกล่าวว่า..
นกยาง หรือ นกกระยาง (อังกฤษ: Heron, Bittern, Egret) เป็นนกวงศ์หนึ่ง ที่อยู่ในอันดับนกกระสา (Ciconiiformes) ใช้ชื่อวงศ์ว่า Ardeidae  มีลักษณะโดยรวม คือ เป็นนกน้ำขนาดใหญ่มีคอและขายาว มักพบเดินท่องน้ำหากินหรือยืนนิ่งบนกอหญ้าหรือพืชน้ำ คอยใช้ปากแหลมยาวจับสัตว์น้ำเล็ก ๆ หรือแมลง ขณะบินจะพับหัวและคอแนบลำตัว เหยียดขาไปข้างหลัง ทำรังรวมกันอยู่เป็นกลุ่มใหญ่บนต้นไม้ ใช้กิ่งไม้สานกันอย่างหยาบ ๆ พบทั้งหมด 61 ชนิดทั่วโลก พบในประเทศไทย 20 ชนิด 
ผมขึ้นไปบนดาดฟ้า... เก็บภาพมาให้เพื่อน ๆ ดูดังนี้







ชีวิตยังไม่สิ้นก็ต้องดิ้นไป สู้ ๆ

Thursday, February 13, 2014

ซ่อมเปียโนไฟฟ้าโรแลนด์


เมื่อวานนี้ โรงเรียนลำปางกัลยาณีนำเปียโนไฟฟ้ายี่ห้อ Roland มาให้ "ช่างเหอะ" ซ่อม  อาการคือ คีย์จม ๒ คีย์ และมีเสียงฮัมตลอดเวลา  วันนี้ช่างเหอะต้องวางมืองานไม้ไว้ก่อน หันมาซ่อมเปียโนไฟฟ้า เพราะเห็นบอกว่าจะต้องใช้งานด่วน!!

ต้องแกะออกมาตรวจซ่อมลูกเดียว พิจารณาให้ดีก่อนนะครับว่าจะต้องขันสกรูออกกี่ตัว ตรงไหนบ้าง สำหรับเจ้าโรแลนด์ตัวนี้ ต้องขันสกรูข้างใต้ออกหมด อย่าลืมหาภาชนะเก่า ๆ ใส่สกรูแยกกันไว้ จะได้ไม่ปะปนและไม่ตกหาย  โห...ข้างในสกปรกน่าดู!


ขันสกรูที่ยึดชุดคีย์บอร์ดออก จะยกขึ้นดูได้ดังนี้...


ก่อนหน้านั้น ผมคิดว่าสปริงคงจะหลุดหรือหักแล้วทำให้คีย์จม แต่เจ้าเปียโนยี่ห้อนี้กลับไม่มีสปริง เค้าออกแบบให้มีตะกั่วถ่วงไว้ตรงปลาย นอกจากทำให้น้ำหนักคีย์ใกล้เคียงกับเปียโนจริงแล้ว ยังเป็นตัวผลักให้คีย์เด้งกลับโดยไม่ต้องอาศัยสปริง...


ผมเห็นเจ้าตะกั่วถ่วงหักตกอยู่ภายในเครื่อง...


ถอดตัวตัวที่เสียออกมาได้เล้ย...


พบว่าพลาสติกหักออกจากกัน...


งานนี้ต้องอาศัยกาวร้อนอีกแล้ว...


การซ่อมก็ต้องอาศัยคีย์ชุดแรกเป็นแบบอย่าง เห็นได้ว่าเปียโนอายุมากแล้ว แม้โน้ต A ต่ำสุดซึ่งไม่ค่อยได้ทำงานก็ยังเกิดรอยร้าวให้เห็น....


ผมเพิ่งรู้ว่าเปียโนไฟฟ้า Roland ใช้ระบบ switching ซึ่งออกแบบไว้ดี มียางสีเขียวเป็นชีล (น่าจะกันฝุ่นและทนทาน) ผมถ่ายรูปมาให้เพื่อน ๆ ได้ดูด้วย...


เมื่อกาวแห้งสนิท ตรวจสอบว่าแน่นหนาดีแล้วก็ประกอบเข้าที่ ทำความสะอาด แก้ไขบริเวณแจ็ค output ฉีดน้ำยาเอนกประสงค์บริเวณสกรูด้านใต้แล้วใช้ผ้าสะอาดเช็ดถู ทำความสะอาดคีย์ทั้ง ๘๘ คีย์ให้หมดคราบ...

เสียบแอมป์แล้วลองเล่นดู ดังดีทุกคีย์ ไม่มีเสียงฮัมแล้วครับ...