Sunday, January 04, 2015

Lenovo IdeaTab A1000

เพิ่งคุยกับคุณลุงบิมซึ่งเป็นหนอนหนังสือตัวจริงว่า มีไฟล์อีบุ๊คส์เก็บไว้มากมายทั้งที่เป็น pdf และ epub ผมเปิดอ่านกับ pc รู้สึกไม่ค่อยสะดวก อยากจะหาอุปกรณ์สักตัวมาใช้เก็บไฟล์เหล่านั้นไว้ แล้วพกพาติดตัวไปนั่งอ่านที่ไหนก็ได้ตามใจชอบ... 

ภาพจาก amazon.com
เข้าไปศึกษาจากเว็บต่าง ๆ ผมรู้สึกว่าอยากได้เจ้า kindle ซึ่งถนอมสายตาและชาร์จไฟครั้งนึงใช้อ่านได้นานเป็นเดือน ก็มี Kindle Touch, WiFi+3G (with Special Offers) (Certified Refurbished) ราคา ๕,๙๙๐ บาท เป็นขาวดำ ถ้าจะอ่านนิตยสารสีสวย ก็ต้องขยับไปใช้ Kindle Fire ที่แพงจนจับไม่ลง บางคนแนะนำให้ใช้ ipad ราคาเป็นหมื่น หุหุ ถ้ามีกะตังค์ก็น่าจะดี!! สำหรับผมหมดสิทธิ์!

แต่ก็อยากหาอะไรไว้อ่านไอ้บุ๊คหรืออีบุ๊ค ในที่สุดผมก็ตัดสินใจประมูลแท็บเล็ตมือสองยี่ห้อ Lenovo รุ่น Idea Tab A1000 มาใช้ในราคา ๑,๘๒๐ บาท (ราคาของใหม่ปัจจุบันนี้อยู่ที่ ๓,๐๐๐ บาท)


ใส่ sd card สูงสุดได้ 32 GB คิดว่าน่าจะเก็บหนังสือและนิตยสารได้เป็นพันเล่ม ผมชาร์จไฟตอนกลางคืน แล้วใช้อ่านหนังสือได้ทั้งวัน ใส่ซิมเป็นโทรศัพท์ก็ได้ด้วย ต่อเน็ตได้เฉพาะ 2G  รับสัญญาณ wifi ได้ดีพอใช้...

ผมโหลด "The Notebook" ของ Nicholas Sparks มาอ่านอย่างไม่รีรอ....


นอนอ่านก็ได้...


ถ้าดูหนังแล้วมาอ่านหนังสืออีกที จะได้อรรถรสมากขึ้นครับ!

Saturday, January 03, 2015

cowboy corner 2015


ควันหลง Happy New Year 2015 ยังคงไม่จางหายไป วันนี้ผมมีโอกาสได้เข้าเมืองไปถ่ายภาพร้าน Cowboy Corner ของคุณปิวมาฝากเพื่อน ๆ ผู้รักเพลงคาวบอย และการตกแต่งร้านสไตล์ลูกทุ่งตะวันตก...



ของเล่นใหม่ที่ได้เห็นในวันนี้คือ double bass ตัวใหญ่...



เก้าอี้ร้านตัดผมเป็นที่นั่งหลับของคุณปิวมือแบนโจเจ้าของร้าน...



ดูเมนูอาหารและเครื่องดื่มหน่อยนะครับ... 




วันนี้ผมนำที่แขวนอุปกรณ์รูปปืนไปให้คุณปิวเป็นของขวัญปีใหม่ ๒๕๕๘... 



ร้านคุณปิวมี button accordion ด้วย...


อ้าว...รูปวงดนตรี The Cactus ยังอยู่หรือเนี่ย?  มือแบนโจกับมือกีต้าร์จากโลกนี้ไปแล้ว ยังคงเหลือแต่มือดับเบิลเบสซึ่งไม่รู้ว่าจะตามไปเมื่อไหร่!! 


ก็แล้วแต่วงล้อชีวิตจะหมุนไปก็แล้วกัน....


ไอเดียกระฉูดสำหรับการนำฝาขวดเบียร์มาปูเรียงบนพื้นโต๊ะ...


 \\

เคาน์เตอร์บาร์จากการออกแบบของมือแบนโจอันดับ ๑ ของลำปาง...


  


ถ้าเพื่อน ๆ ผ่านไปทางสามแยกโรงน้ำแข็ง ก็แวะไปอุดหนุนคุณปิวได้นะครับ...

Thursday, January 01, 2015

สวัสดีปีใหม่

สวัสดีปีใหม่ ๒๕๕๘ 


ผมขอส่งความสุขเนื่องในวาระดิถีขึ้นปีใหม่ ๒๕๕๘ มายังเพื่อน ๆ ที่รัก "ขอให้ทุกคนมีสุขภาพแข็งแรงทั้งกายและใจ ก้าวหน้าในหน้าที่การงาน และแคล้วคลาดจากภัยอันตรายทั้งปวง" 

ผมเองไม่ได้เฉลิมฉลองหรือไปร่วมเค้าท์ดาวน์กับใครที่ไหน นอกจากช่วงหัวค่ำคุณเอกโทรมาชวนให้ไปกินข้าวด้วยที่ร้าน "ครัวของกิ๋นลำ"  ๔ ทุ่มก็กลับมาถึงบ้านแล้ว....


ตอนออกจากบ้าน ผมถ่ายภาพร้านเปียโนยามราตรีไว้ ๑ บาน...


ก่อนที่จะเดินไปยังจุดนัดพบซึ่งอยู่ไม่ไกล...


อาหารพื้นเมืองเช่นเคย...


แกงแค แกงอ่อม ออเดิฟเมือง และลาบคั่ว...



คุณเอกสั่งเม็ดมะม่วงให้ผมเป็นพิเศษ...


เมื่อหยิบเม็ดมะม่วงเข้าปาก ปลายลิ้นได้สัมผัสของเก่า มันทำให้ผมคิดถึงศัพท์ภาษาอังกฤษคำว่า "stale"  อาจพูดได้ว่ากลิ่นเหม็นหืนของถั่วหรือเม็ดมะม่วงเป็นตัวบอกให้รู้ว่าร้านอาหารนั้นขายดีหรือไม่ดี!

เป็นเพราะเศรษฐกิจย่ำแย่ ซึ่งปีนี้จะยิ่งหนักหนาสาหัส!! ถึงอย่างไรก็ขอสวัสดีปีใหม่ครับ...

Wednesday, December 31, 2014

๔๐ + ๑๕

วันนี้เป็นวันสุดท้ายของปี ๒๕๕๗ ทีแรกผมตั้งใจจะไปซื้อเสบียง แต่รถราบนถนนซุปเปอร์ไฮเวย์มีมากเหลือเกิน ผมจึงตัดสินใจยังไม่เข้าเมือง...



มื้อกลางวัน...พี่ชายบอกว่าอยากกินก๋วยเตี๋ยว ผมจึงควบมอเตอร์ไซค์มุ่งไปร้านก๋วยเตี๋ยวลูกทุ่ง ระหว่างทางต้องผ่านร้านขนมจีนน้ำยาเจ้าประจำ


แวะซื้อขนมจีนน้ำยา ๒ ชุด ๆ ละ ๑๕ บาท ผมถามแม่ค้าว่าวันนี้ไม่หยุดหรือ? เธอตอบว่ายัง...พรุ่งนี้ค่อยหยุด!


เที่ยงวันพอดี...คนเยอะไม่เยอะ เพื่อน ๆ ดูขบวนรถที่ออกมาสิครับ ตรงสี่แยกไฟแดงโน่น ผมเห็นรถติดยาวมาจนถึงหน้าร้านก๋วยเตี๋ยว....


ผมซื้อก๋วยเตี๋ยวเส้นเล็กหมู ๑ ถุง (๔๐ บาท) กลับมาให้พี่ชายผู้พอใจกับลูกชิ้นหมูขนาดยักษ์ที่มีอยู่เพียงลูกเดียว...



พี่สิทธิ์ผิวขาวเหมือนหยวกกล้วย ผมดกดำ (เพราะไม่ต้องคิดมาก).... 


ตรงกันข้ามกับน้องชายหัวหงอกซึ่งถ่ายรูปของพี่ชายเอาไว้ แล้วรีบขึ้นบันไดไปจัดการกับอาหารของตัวเอง ขนมจีนน้ำยาราคา ๑๕ บาท ถุงเดียวเต็มชาม...


พร้อมถั่วงอกและถัวฝักยาวน่ากิน..


ผ่านไปอีก ๑ มื้อ พี่ชายกิน ๔๐ บาท น้องชายกิน ๑๕ บาท รวมเป็น ๕๕ บาท! 

Tuesday, December 30, 2014

ทำชั้นวางหนังสือจากเศษไม้...


เวลาขึ้นไปบนดาดฟ้า ผมชอบมองไปยังหนองน้ำหลังบ้าน แอบดูทรวดทรงของต้นไม้ต้นที่คุณเดชาบอกว่างดงาม เห็นใบไม้เริ่มเปลี่ยนเป็นสีเหลือง แสงแดดอ่อนสาดส่องทั่วท้องทุ่งซึ่งอยู่ห่างออกไปไกล ๆ มันเป็นบรรยากาศเหมันตฤดูที่ผมรัก...

เจ้าราแป้งตัวก่อปัญหาให้กับสวนครัวของคุณ bimbalo มันเล่นงานต้นไม้บนดาดฟ้าของผมด้วยเหมือนกัน แต่พออากาศหนาว มะเขือพวงก็เริ่มมีผลให้เห็น...


วันนี้เจอแผ่นไม้ ๒ แผ่น...ผมนำมันมาทำเป็นชั้นวางหนังสือในห้อง workshop


ทำจากเศษไม้เหลือทิ้งจริง ๆ ผมแค่ใช้เลื่อยตัดให้ได้ขนาด เซาะร่องให้เข้ากับโครงเหล็กเตียงเก่า ยึดติดด้วยกาวตะปู แทนการตอกด้วยตะปูหรือยึดด้วยสกรู... 


ถ้าหาไม้ได้อีก ก็จะนำมาทำอย่างนี้แหละ!!

Saturday, December 27, 2014

วันแห่งการค้นพบ!

ความหนาวมาเยือนได้ไม่กี่วันก็ถอยกลับไป เหลือทิ้งไว้แค่อากาศเย็นสบาย ๆ...


เช้าวันนี้สวมเพียงเสื้อสำลีแขนยาว ไม่ต้องง้อเสื้อไหมพรมเหมือนวันก่อน ผมชงกาแฟร้อน ๑ ถ้วยแล้วนำขึ้นไปละเมียดบนดาดฟ้า ขณะเฝ้าดูพระอาทิตย์ขึ้น!



เริ่มงานตกแต่งร้านเปียโน ผมเริ่มรื้อค้นลังใส่ของซึ่งนำมาจากบ้านปงแสนทองบ้างแล้ว วันก่อนได้ "ช้อนยักษ์" กลับคืนมา...


แล้วก็ยังเจอเจ้าภาชนะรูปวัวน่ารักซึ่งยังคิดไม่ออกว่าจะใช้เก็บอะไรดี...




วันนี้ผมเจอไขควงไฟฟ้าไร้สาย Black & Decker ที่เก็บมาจากเชียงใหม่ มันใช้งานไม่ได้เพราะไม่มีแบตเตอรี่... 


ผมไปค้นเจอ adapter จ่ายไฟ 13.5 V 1A จากกองสัมภารก จำไม่ได้แล้วว่าเคยใช้กับเครื่องอะไรแน่ ถ้าให้เดาคงเป็น printer Canon... 


รื้อเครื่องออกมาแล้วต่อสายไฟจาก adapter เข้ากับขั้วของถาดแบตเตอรี่ ทดลองแล้วปรากฏว่าใช้ได้แฮะ!


ผมใช้เทปพันสายให้แนบติดตัวเครื่อง ละสายไว้ให้ยาวหน่อย เพื่อจะได้ลากขึ้นไปใช้งานได้สูง ๆ


ซ่อมไขควงไฟฟ้าได้แล้ว ผมยังไปเจอลูกบิดประตูเก่าอยู่ในลังกระดาษ ทีแรกก็ไม่ได้คิดว่าจะนำมาใช้ เพราะกุญแจไม่มีดอก แต่แล้วอยู่ ๆ ก็ไปคว้ากล่องกุญแจออกมาลองหยิบดอกเก่า ๆ ออกมาไข ปรากฏว่าผ่านไปแค่ ๔-๕ ดอกก็เจอตัวที่ใช้ไขได้...มี ๓ ดอกซะด้วย!!


ผมก็เลยนำไปใส่กับบานประตูห้อง green workshop บนดาดฟ้า...



โห...วันนี้เป็นวันแห่งการค้นพบจริง ๆ !