Showing posts with label การเจ็บป่วย. Show all posts
Showing posts with label การเจ็บป่วย. Show all posts

Saturday, August 19, 2017

มันกลับมาอีกแล้ว!

กลับมามีปัญหาด้านสมองอีกครั้ง หลายวันแล้วที่ผมมีอาการมึนศีรษะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคืออาการซวนเซเมื่อลุกจากที่นอนใหม่ ๆ  เอาล่ะสิ!  โลกที่เคยสดใสกลับขมุกขมัวลงอีก ผมไม่ชอบอาการเช่นนี้เลย


ภาพสีจริงของเส้นเลือดแดงในสมองที่ได้รับรางวัลชนะเลิศจากการประกวดของเวลล์คัมทรัสต์ - ที่มา MGR Online
คุณหมอเคยบอกผมว่า ขณะนอนหลับหากความดันโลหิตต่ำเกินไป สมองอาจมีเลือดไปเลี้ยงไม่พอ...

แต่ก่อนที่บ้านเคยมีเครื่องวัดความดันแบบดิจิตอล ตอนนี้ไม่มีแล้ว...ทุกวันนี้ไม่รู้เลยว่าความดันโลหิตเป็นเช่นไร? เมื่อคืนนี้ผมไปค้นในตู้ เจอเครื่องวัดความดันโลหิตแบบ manual ที่เคยซื้อไว้นานแล้ว...


ยี่ห้อ HICO ผลิตในญี่ปุ่น....



แต่ก็ใช้งานไม่ได้เพราะยางผ้ารัดแขนและลูกบีบเสื่อมสภาพ...


สรรพสิ่งไม่จีรัง สังขารคนเราก็เช่นกัน ความฝันที่จะได้ท่องโลกอีกนาน ๆ ของผมเริ่มสลาย!

Wednesday, August 09, 2017

ขาเกือบหายแล้ว

หลังจากที่ผมประสบอุบัติเหตรถจักรยานยนต์ล้มได้รับบาดเจ็บจนเดินไม่ได้! ถึงวันนี้เกือบครบ ๓ เดือนแล้ว...


โชคดีที่ขาไม่หักแต่ก็รุนแรงไม่น้อย...


เป็นเวลา ๒ เดือนกว่าที่ผมต้องสาวตัวขึ้นบันได้ ขยับทีละขา รู้สึกเจ็บแป๊บ ๆ ที่หัวเข่าข้างขวาทุกครั้งที่ก้าวเดิน...


ผมไม่ได้กินยารักษากระดูกและกล้ามเนื้อ ได้แต่ทายาที่มีผู้ให้มา....


พอบรรเทาขึ้นหน่อย เริ่มเดินได้แบบโขยกเขยก ผมก็นำจักรยานไปปั่นที่เชียงใหม่ หลังจากนั้นก็ไปพิษณุโลก อยุธยา และแพร่ ยังต้องอดทนกับความเจ็บปวด กลับมาบ้านก็โหนตัวขึ้นบันไดทีละขั้น...


พอดีมีผู้ให้ "ยาน้ำมันตราวังว่าน" ผลิตโดยวังน้ำเขียวฟาร์มอินเตอร์ จังหวัดนครราชสีมา ขนาด ๖๐ ซีซีมา ๑ ขวด...


ใช้ฉีดบริเวณหัวเข่าวันละหลายครั้ง...


วันนี้มีข่าวดี ผมสามารถเดินขึ้นบันไดแบบคนปกติ โดยไม่ต้องโหนกับราวได้แล้วครับ...

Saturday, October 04, 2014

ไม่สบาย

วันนี้คงพอจะพูดได้ว่า "ไม่สบาย" ผมรู้สึกปวดเนื้อปวดตัว มึนศีรษะ คอแห้ง และตัวร้อน อาจเป็นเพราะเมื่อวานนี้ทำงานที่ต้องใช้แขนขวามากไปหน่อย!

ถึงอย่างไร...เช้านี้ผมก็ต้องผืนสังขารทำความสะอาดห้องเรียน


ลืมบอกไปว่า เมื่อวานนี้แขวนภาพ "ลุงน้ำชากำลังเล่นแอคคอร์เดียน" ไว้ตรงบันไดทางขึ้นชั้นลอย ผมอยากจะต้อนรับผู้มาเยือนด้วยรอยยิ้ม......


คุณพ่อของน้องอินดี้ถ่ายภาพนี้ด้วยกล้อง Canon 450D  ตอนพานักเรียนไปฝึกไวโอลินที่สวนป่าแม่เมาะ  ท่านอุตส่าห์ทำกรอบวิทยาศาสตร์มาให้อย่างดีเลย (บานใหญ่ขนาดนี้คงหมดหลายตังค์)


ขณะลงไปเปิดประตูหน้าไว้รอรับนักเรียน ผมแหงนหน้าดูผลงานทาสีที่ได้ทำไว้...



ยังงงอยู่ว่าทำไปได้อย่างไร โดยใช้บันไดอลูมิเนียมที่เห็น ตอนเหยียบขึ้นบนซี่บันไดล่างสุด มันรับน้ำหนักผมไม่ได้  หลุดออกไปเลย! ดีนะที่ผมไม่หกขะล้ม...


ไหน ๆ ก็ถือกล้องลงไปด้วยแล้ว ขอถ่ายภาพซากหอยที่ติดอยู่ตรงรางเหล็กหน่อย....


ป้ายร้าน "เปียโน" ด้วย  ตัวหนังสือไม่สวยเลยนิ!


อินดี้มาเรียนตอน ๑๐ โมงครึ่ง สอนเสร็จแล้วผมก็บึ่งรถไปซื้อก๋วยเตี๋ยวลูกทุ่งให้พี่ชาย ตอนบ่ายสอง เมเปิ้ลกับน้องชายมาเรียน ผมสอนเสียงดัง นักเรียนไม่รู้หรอกว่าครูกำลังไข้ขึ้น! หัวแทบระเบิด!

เมื่อกี้วัดความดัน ก็ปกตินะ คุณหมอพรเทพเคยบอกว่า ถ้ามีไข้ชีพจรจะเต้นเร็วกว่าปกติ!


ไม่เป็นไร!  เดี๋ยวเปิดดูหนังสักเรื่อง...ไข้ก็คงจะลด อิอิ

Thursday, September 25, 2014

ไม่กลัวเข็ม

เมื่อวันที่ ๒๗ สิงหาคม ผมเขียนเรื่อง "ปวดเมื่อย" บอกเพื่อน ๆ ว่า "จากการใช้แขนทำงานหนักอย่างต่อเนื่อง ทำให้ผมมีอาการปวดเมื่อยอย่างมาก บริเวณข้อศอกขวาบวมอย่างเห็นได้ชัด...."


ในเว็บผู้จัดการ ผมก็ได้เห็นภาพข้อศอกซ้ายของบอริส เบคเกอร์ อดีตนักเทนนิสชาวเยอรมันวัย ๔๖ บวมเช่นกัน...



เช้าวันนี้ไปโรงพยาบาล คุณหมอใช้เข็มเจาะแล้วดูดเลือดออกมา...

  
เหมือนกับทุกครั้งที่ไปเจาะเลือดประจำปีหรือไปบริจาคโลหิต ผมจะจ้องมองทุกขั้นตอน...ดูปลายเข็มเจาะทะลุผิวหนังเข้าไป แล้วโลหิตสีแดงถูกดูดออกมา เป็นคนไม่กลัวเข็ม...ผมไม่ต้องเบือนหน้าหนี!


ดูดออกไปประมาณ 15 cc. ครับ...


คุณหมอผู้ใจดีบอกว่าถ้ายังบวมขึ้นมาอีกก็ให้ผมไปเจาะได้อีก...

ตอนนี้ข้อศอกผมกลับมาบวมอีกแล้วคร้าบบบ....

Wednesday, June 09, 2010

ยังมีหวัง…

เช้าวันนี้ผมจัดอาหารเช้าให้พี่ชายตามปกติ สิ่งแรกที่ผมให้พี่ชายคือ “น้ำผลไม้” คำพูดที่จะใช้บ่อย ๆ คือ “เอ้า…ล้างลำไส้ก่อน” พร้อมกับยื่นแก้วน้ำผลไม้ให้พี่ชายดื่มด้วยหลอดดูด  แล้วกลืนลงคอเสียงดัง "อึก ๆ”  เมื่อใกล้หมดผมก็จะบอกว่า “เอาให้ดังป้อดเลย"  พี่ชายผมก็จะดูดน้ำผลไม้จนหมดแก้วเสียงดังป้อดดดดดด...

จากนั้นผมก็จะทิ้งช่วงหน่อยนึง ให้พี่ชายได้ลุกขึ้นนั่งกินอาหารเช้าที่จัดเตรียมไว้ให้บนโต๊ะกลมเล็ก ๆ ที่สามารถดึงเข้าชิดขอบเตียงได้ รายการอาหารก็ไม่มีอะไรมาก แค่เพียงข้าวโอ้ตใส่นมถั่วเหลือง ขนมปังโฮลวีท ๑ คู่ และกาแฟเย็น ๑ แก้ว  ส่วนใหญ่ก็จะกินเหลือ กินหก คล้ายกับเด็กที่ถูกพ่อแม่เอาใจจนไม่เห็นคุณค่าของอาหารที่เหลือคาถ้วยคาชาม แต่กรณีพี่ชายผมนั้นคงเป็นเพราะการสั่งงานของสมองมากกว่า

เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ผมพาพี่ชายไปหาหมอที่คลีนิกบ้านฟ่อน  พี่ชายยังเดินไม่ได้ แม้แต่จะเหยียดขาตรงเพื่อรับน้ำหนักตัวเองก็ทำไม่ได้ ผมต้องประคองปีก ยกและอุ้มเดินไปขึ้นรถ ลงรถ เดินไปนั่งรอคุณหมอได้ที่ม้ายาว...


คุณหมอให้ยาตัวเดิม และให้ความหวังว่าพี่ชายของผมจะมีชีวิตอยู่ได้อีกหลายปี…

เย็นวันอังคาร คุณน้อย (แม่น้องเดียร์) ก็กรุณามาเยี่ยมถึงบ้านพร้อมกับขนมจีบและซาลาเปา สิ่งที่วิเศษสุดที่คุณน้อยได้นำมาให้คือ “กำลังใจ” ซึ่งทำให้พี่ชายผมเกิดความหวังที่จะอยู่อย่างไม่ไร้ค่า แม้ว่าตัวเองจะเดินไม่ได้ก็ตาม…

ขอกราบขอบคุณคุณน้อยและผู้ที่ห่วงใยทุกท่านมา ณ ที่นี้ด้วย