Showing posts with label คันชัก. Show all posts
Showing posts with label คันชัก. Show all posts

Sunday, October 11, 2015

rehair - เพิ่มค่าตัวให้น้องโบว์

ว่าด้วยเรื่อง rehair ต่ออีกนิดนะครับ ผมเคยเล่าว่าก่อนหน้านี้ได้ทดลองเปลี่ยนหางม้าให้กับคันชักไวโอลินของน้องเมเปิล...



วันนั้นต้องรื้อเอาหางม้าคันชักไวโอลินของคุณหมอพรเทพที่ได้ใส่ไว้แล้วออกมาใช้ก่อน ผมจึงต้องหาซื้ออะไหล่มาใหม่ ซึ่งก็ได้มาแล้วครับ ทาง Violin & String Studio ซึ่งอยู่ในเชียงใหม่ส่งมาให้ทางไปรษณีย์ด่วนพิเศษ...


เค้าส่งให้ฟรีครับ ผมสั่งมา ๒ ชุด ๆ ละ ๕๐๐ บาท เป็นหางม้ายาว ๘๐-๘๒ เซนติเมตร สามารถนำมาใส่คันชักไวโอลินและวิโอล่าขนาด 4/4 ได้เลย....


แกะออกมาให้เพื่อน ๆ ดูหน่อยนะ ปลายด้านนึงมัดด้ายและใส่กาวมาแล้ว... 


เป็นการหาประสบการณ์ในการใส่หางม้าให้คันชักไวโอลินครั้งที่สามของผม...



ก็ยังไม่เป็นที่พอใจซักเท่าไร ผมคิดว่าต้องเตรียมเครื่องไม้เครื่องมือให้ดีกว่านี้ แต่อย่างไร มันก็ดีขึ้นเรื่อย ๆ ครับ เช้าวันนี้ผมขึ้นรถสองแถวจากห้างฉัตรนำไปให้คุณหมอพรเทพที่โบสถ์โมทนา ถนนห้างฉัตร....


ระหว่างนั่งรอรถที่ศาลาริมทาง...ขอถ่ายรูปน้องโบว์ที่กำลังจะจากอ้อมอกไปไว้เป็นที่ระลึก...



อยากให้เพื่อน ๆ ลองฝึก rehair ดูนะ ลงทุนแค่ ๕๐๐ บาทจะสามารถเปลี่ยนน้องโบว์สุดที่รักให้กลายเป็นคันชักราคาเป็นพันได้เล้ย!!

Sunday, September 27, 2015

rehair - เปลี่ยนหางม้า

น้องเมเปิลมาเรียนไวโอลินวันเสาร์  ผมรับปากนักเรียนว่าจะเปลี่ยนหางม้าคันชักไวโอลินให้...ในขณะเดียวกันก็อยากจะเขียนเรื่อง "การเปลี่ยนหางม้าสไตล์ช่างเหอะ" ลงบล็อก  แรก ๆ เขียนไว้ค่อนข้างละเอียด พร้อมบันทึกภาพประกอบทุกขั้นตอน แต่เมื่อถึงเวลาเร่งรัด...เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ผมเปลี่ยนหางม้าให้เมเปิลโดยไม่มีโอกาสเก็บรายละเอียด!

หลังจากรื้อหางม้าเก่าออกมาแล้ว...ต้องหาเครื่องมือให้ได้ก่อน สิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้คือ "หวี"


เครื่องมืออื่น ๆ อย่างเช่นกรรกงกรรไกร คีมสารพัดปาก ฯลฯ ไม่ต้องพูดถึง เพราะต้องมีอยู่แล้ว อีกอย่างหนึ่งที่ต้องหาให้ได้คือ"ที่วางคันชัก"...

ภาพจากอินเทอร์เน็ต (ขออภัยทำชื่อที่มาหาย)
ผมเคยทำไว้อย่างง่าย ๆ จากเศษไม้ที่มีอยู่ ในที่สุดก็หาเจอ ต้องรีบไปคว้าเศษไม้จากดาดฟ้ามาทำต่ออีกนิด...




คิดว่าถ้าเป็นครูหนิงจะทำได้เนียนกว่านี้เยอะ แต่ผมเป็นเพียง "ช่างเหอะ" ผู้มีนิสัยสุกเอาเผากิน ทำแค่พอใช้งานได้ก่อนเป็นพอ! 

เมื่อเดือนที่แล้ว... ผมสั่งซื้อหางม้าคันชักไวโอลินมาจากห้าง Peterson ๑ ชุด (๕๐๐ บาท)


เอาไปเปลี่ยนให้คันชักไวโอลินของคุณหมอพรเทพซะแล้ว ผมเมล์ไปสั่งซื้อเพิ่มอีก ๒ ชุด แต่ห้าง Peterson บอกว่าสินค้าหมด!!  เลยอดซื้อ!!  ไปดูที่ร้านอคูสติค (เชียงใหม่) มีหางม้าไวโอลินราคาถูกสุดคือ ๖๐๐ บาท ผมไม่ซื้อ กลับลำปางมือเปล่า 

แล้วจะทำอย่างไร? เมื่อต้องเปลี่ยนหางม้าให้เมเปิลใช้ในวันเสาร์!  รื้อสิครับ! ผมแกะหางม้าที่ใส่ให้กับคันชักไวโอลินคุณหมอพรเทพออก เพื่อจะนำมาใส่ให้กับคันชักไวโอลินน้องเมเปิลก่อน! ได้บอกคุณหมอพรเทพว่าจะนำคันชักไปมอบให้ที่โบสถ์ในวันอาทิตย์ ต้องกราบขออภัย แล้วจะสั่งอะไหล่มาเปลี่ยนให้ใหม่นะครับ...

ไม่ต้องกลัวว่าหางม้าที่แกะออกมาจากคันชักไวโอลินของคุณหมอพรเทพว่าจะใช้ไม่ได้ เพราะไวโอลินขนาด 1/2 ของเมเปิลมีคันชักสั้นกว่า ต้องตัดหางม้าออกอยู่แล้ว!

ได้อะไหล่มาผมก็เริ่มนำปลายด้านหนึ่งเข้าใส่ในช่องทางด้าน frog ก่อน (เพื่อน ๆ สามารถเลือกที่จะใส่ด้าน frog หรือด้าน tip ก่อนก็ได้ทั้งนั้น)  ไม่ต้องทำชนัก (ถ้าไม่เข้าใจให้กลับไปอ่านตอนก่อน ๆ) เพราะมันมีอยู่แล้ว แค่เอาใส่เข้าไปแล้วอัดด้วยลิ่มไม้ (wooden plug) ที่เก็บไว้ (โชคดีที่ยังไม่หาย 555...)


ประกอบชิ้นส่วนอื่น ๆ เข้าที่ รวมทั้งเจ้าลิ่มไม้บาง ๆ ที่อยู่ใต้หางม้า ตัวนี้ผมต้องเหลาใหม่ มันทำหน้าที่อัดหางม้าให้เรียงตัวออกไปจนเต็ม...


ช่างไวโอลินชาวญี่ปุ่นคนหนึ่งบอกว่าต้องปรับปริมาณหางม้าทางด้านสาย E ให้หนาหน่อย เพราะใช้งานมากกว่า  ยากหน่อยนะตรงเนี้ย... ผมทำได้ไม่ดีเพราะมือสั่น (อิอิ) 


ใส่หางม้าทางด้าน frog แล้ว ก็นำคันชักไปวางในที่วางคันชัก...


เตรียมอุปกรณ์สำหรับทำชนัก (อีกแย้ว) ขั้นตอนต่อจากนี้ต้องทำอย่างใจเย็น ดึงปลายมาทาบกับทางด้านปลายคันชัก แล้วใช้หวีค่อย ๆ หวี.......


ตรงนี้แหละที่ว่าทำไมมันยากส์  ทำอย่างไรให้เส้นหางม้าเรียงตัวให้เป็นระเบียบที่สุด?


จากนั้นก็ทำชนักปลายหางม้าทางด้าน tip ของคันชัก พันด้วยเส้นด้ายหรือลวดทองแดงให้ห่างจากรูประมาณ ๑ หุน...


หลังจากตัดแต่งหางม้าให้ดี ปลดทางด้าน frog ออก (อย่าให้หางม้าบิดตัว..พันกัน)  บรรจงใส่ปลายหางม้าลงในรูที่ปลายคันชักแล้วอัดด้วยลิ่มไม้ที่เก็บไว้  (เบา ๆ มือหน่อยเด้อ ผมไม่มีภาพประกอบแล้วครับ)

เรียบร้อยดีแล้วก็ใส่ frog กลับเข้าที่ ขันหางม้าให้ตึง แล้วค่อย ๆ ใช้หวี (comb) หวี ๆๆๆ...ช่วงหลังนี้ผมเขียนไม่ละเอียด เพื่อน ๆ ไปหาอ่านในเว็บอื่น ๆ ละกัน!  ได้หางม้าใหม่แล้ว ต้องถูยางสนให้คันชักใช้งานได้ตามปกติ

เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา... รู้สึกว่าน้องเมเปิลจะพอใจกับหางม้าใหม่เช่นเดียวกับอินดี้


"เสียงดีขึ้นเยอะเลย" แม่สาวน้อยพยักหน้าเห็นด้วยกับช่างเหอะ!


จ้างเค้า rehair เสียเงินเป็นพันนะครับ ลองมาฝึกทำเองดีมั้ย?

Friday, February 21, 2014

ฝึกเล่นไวโอลินแบบง่าย ๆ สไตล์ลุงน้ำชา ๘

อีกครั้งหนึ่งที่ต้องออกตัวว่าเขียนเรื่องนี้เพื่อเล่าถึงสิ่งที่ผมคิดขึ้นเองในขณะสอนให้เด็ก ๆ เล่นไวโอลินเท่านั้น  ผมไม่ขอพูดในเรื่องวิชาการหรือหลักปฏิบัติ อย่างเช่น ท่ายืน ท่านั่ง เรื่องของการจับคันชักไวโอลิน (holding the violin bow) ฯลฯ   เพราะใน cyber world  มีเว็บมากมายทั้งไทยและเทศที่สอนเรื่องเหล่านี้อยู่


ภาพจาก netanimations.net

แบบฝึกหัดแรกผมตั้งชื่อไว้ว่า "ขับรถไฟ" ก่อนให้เด็ก ๆ เริ่มฝึก ผมอยากแนะนำให้ผู้ปกครองช่วยกันทำ "ตัวช่วยฝึก" โดยใช้วัสดุเหลือใช้ที่พอหาได้  ในที่นี้ผมใช้กระดาษแข็งจากกล่องพัสดุไปรษณีย์เก่า...






ใช้วิธีง่าย ๆ ไม่ต้องสิ้นเปลือง สร้างกล่องให้มีร่องตรงกลาง เพื่อบังคับให้ bow เคลื่อนที่ตรง ๆ ไม่โค้งไปมา


มาเริ่มฝึกสีรถไฟกันเลย...


เริ่มวางคันชักใกล้ ๆ กับ frog ลงกับสาย ๒ ของไวโอลิน เตรียมตัวที่จะเล่นโน้ต "A" (ไม่เรียกว่า " ลา" เพราะผมจะใช้ระบบ movable doh ไปตลอด)  คิดว่ารถไฟกำลังจอดอยู่ที่ "สถานีนครลำปาง" สถานีข้างหน้าคือ "สถานีเชียงใหม่" ซึ่งอยู่ปลายสุดของคันชัก พอได้ยินนับว่า พร้อม-ไป... ก็ให้ออกรถเลยนะ คือให้นักเรียนดึงคันชักช้า ๆ เกิดเสียง เอ.....................ต่อเนื่อง  (ขั้นแรกนี้ยังไม่ต้องนับจังหวะ)  พอรถไฟวิ่งถึงสถานีเชียงใหม่ก็ "หยุด" 

ระหว่างที่รถไฟเคลื่อนที่ สายตาให้จ้องจับว่าหางม้า (ล้อรถไฟ) วิ่งไปตามสาย A (รางรถไฟ) อย่างราบเรียบด้วยความเร็วคงที่ และตรง คือ "ไม่ตกราง"


ถึงตอนนี้...นักเรียนต้องรู้จักบังคับข้อมือขวาแล้วล่ะ  ถ้าขืนทำข้อมือแข็งทื่อเหมือนท่อนไม้ รับรองว่ารถไฟตกรางแน่ ๆ  

พอรถจอดที่สถานีเชียงใหม่ ยังไม่ต้องยกคันชักออก เพราะจะต้องวิ่งกลับสถานีนครลำปาง  เอ้า! พร้อม-ไป  นักเรียนดันคันชักไปข้างหน้าช้า ๆ ให้ราบเรียบ สม่ำเสมอ และตรง (ไม่ตกราง) เช่นเดียวกัน   

พอรถถึงสถานีนครลำปางก็จอด ตั้งหลักที่จะวิ่งกลับไปสถานีเชียงใหม่อีกครั้ง...

ฝึกสีไปมาเฉพาะบนสาย A โดยอาศัยตัวช่วยที่ได้ทำไว้หลาย ๆ รอบ พยายามลากคันชักให้ช้าที่สุดเท่าที่จะทำได้  ให้สม่ำเสมอ ไม่กระตุก เสียงไม่ขาด ๆ หาย ๆ  ที่สำคัญคือต้องไม่ตกราง :)

อย่าเพิ่งใจร้อน  ให้สีอย่างนี้ก่อน... 

เอ๊............หยุด (สถานีเชียงใหม่)    เอ๊............หยุด (สถานีนครลำปาง)
เอ๊............หยุด (สถานีเชียงใหม่)    เอ๊............หยุด (สถานีนครลำปาง)
เอ๊............หยุด (สถานีเชียงใหม่)    เอ๊............หยุด (สถานีนครลำปาง)
เอ๊............หยุด (สถานีเชียงใหม่)    เอ๊............หยุด (สถานีนครลำปาง)

เมื่อยแล้วก็พักได้นะ  พักแล้วก็ฝึกต่อ ต้องขยันฝึกจนกว่าจะขับรถไฟได้ดี สามารถเดินรถ ไป-กลับระหว่างสถานีนครลำปางกับสถานีเชียงใหม่ได้อย่างราบรื่น และไม่ตกราง!! 


บทเรียนแรก นักเรียนต้องใช้เวลาฝึกจนกว่าจะขับรถไฟได้ดี!