Showing posts with label violin. Show all posts
Showing posts with label violin. Show all posts

Sunday, October 11, 2015

rehair - เพิ่มค่าตัวให้น้องโบว์

ว่าด้วยเรื่อง rehair ต่ออีกนิดนะครับ ผมเคยเล่าว่าก่อนหน้านี้ได้ทดลองเปลี่ยนหางม้าให้กับคันชักไวโอลินของน้องเมเปิล...



วันนั้นต้องรื้อเอาหางม้าคันชักไวโอลินของคุณหมอพรเทพที่ได้ใส่ไว้แล้วออกมาใช้ก่อน ผมจึงต้องหาซื้ออะไหล่มาใหม่ ซึ่งก็ได้มาแล้วครับ ทาง Violin & String Studio ซึ่งอยู่ในเชียงใหม่ส่งมาให้ทางไปรษณีย์ด่วนพิเศษ...


เค้าส่งให้ฟรีครับ ผมสั่งมา ๒ ชุด ๆ ละ ๕๐๐ บาท เป็นหางม้ายาว ๘๐-๘๒ เซนติเมตร สามารถนำมาใส่คันชักไวโอลินและวิโอล่าขนาด 4/4 ได้เลย....


แกะออกมาให้เพื่อน ๆ ดูหน่อยนะ ปลายด้านนึงมัดด้ายและใส่กาวมาแล้ว... 


เป็นการหาประสบการณ์ในการใส่หางม้าให้คันชักไวโอลินครั้งที่สามของผม...



ก็ยังไม่เป็นที่พอใจซักเท่าไร ผมคิดว่าต้องเตรียมเครื่องไม้เครื่องมือให้ดีกว่านี้ แต่อย่างไร มันก็ดีขึ้นเรื่อย ๆ ครับ เช้าวันนี้ผมขึ้นรถสองแถวจากห้างฉัตรนำไปให้คุณหมอพรเทพที่โบสถ์โมทนา ถนนห้างฉัตร....


ระหว่างนั่งรอรถที่ศาลาริมทาง...ขอถ่ายรูปน้องโบว์ที่กำลังจะจากอ้อมอกไปไว้เป็นที่ระลึก...



อยากให้เพื่อน ๆ ลองฝึก rehair ดูนะ ลงทุนแค่ ๕๐๐ บาทจะสามารถเปลี่ยนน้องโบว์สุดที่รักให้กลายเป็นคันชักราคาเป็นพันได้เล้ย!!

Wednesday, September 23, 2015

rehair - รื้อหางม้าเก่า

เริ่มงานเปลี่ยนหางม้าให้น้องเมเปิล... ช่างเหอะต้องรื้อหางม้าเก่าออกก่อน ท่านเจ้าของร้าน String & Violin Studio เป็นห่วงกลัวว่าผมจะแกะ frog ออกไม่ได้!


ไม่ลองไม่รู้...ไม่ดูไม่เห็น!  ผมใช้กรรไกรตัดหางม้าเก่าออก...


อยากรู้ว่าเป็นหางม้าจริงหรือหางม้าสังเคราะห์ ผมคว้าไฟแช็คมาจุดไฟเผา...


ไม่มีกลิ่นเหม็นเหมือนพลาสติกไหม้แฮะ! หางม้าถูกไฟเผากลายเป็นขึ้เถ้า สัมผัสดูได้ แสดงว่าเป็นหางม้าจริง แต่น่าจะเป็นหางม้าเกรดต่ำเพราะรู้สึกว่าเส้นจะใหญ่  (ไม่รู้ว่าตัดมาจากม้าลำปางหรือม้าของอาจารย์ไกรหรือเปล่า?....ฮา)


จากนั้นก็ต้องแกะทางด้าน frog ออกมา ซึ่งใช่ว่าจะง่าย  พอดีมีน้ำยาอเนกประสงค์ตัวเก่งช่วย...ช่างเหอะฉีดลงไปก่อน มันจะช่วยให้ดึงชิ้นส่วนที่ติดแน่นออกได้ง่ายขึ้น ข้อสำคัญคือเวลาดึงต้องมือเบา นั่นไง...ออกมาแล้วจ้า


เจ้าชิ้นไม้เล็ก ๆ ที่อัดไว้ก็หัวแข็งเหมือนกัน แต่ก็ดื้ออยู่ได้ไม่นาน ออกมาแล้วดูสภาพอาจใช้ไม่ได้อีก ต้องเหลาตัวใหม่ไว้ใช้แทน


ถึงอย่างไรก็ต้องรวบรวมใส่ไว้ในที่เก็บ อย่าให้หล่นหายเป็นอันขาด!


ตรงปลาย (tip) ยิ่งเอาหางม้าเก่าออกยาก เพราะเค้าอัดลิ่มไว้แน่น รวมทั้งยังเป็นจุดที่บอบบางด้วย...


ไม่ใช้แรงงัด...ผมต้องใจเย็น อาศัยน้ำยาอเนกประสงค์เป็นตัวช่วย ในที่สุดลิ่มและหางม้าก็ออกมาโดยปลายคันชักไม่เสียหาย


เสร็จไปอีกหนึ่งขั้นตอน ต่อไปก็ต้องหาแท่นไม้สำหรับวางคันชักที่เคยทำไว้ให้ได้...อยู่ไหนเอ่ย?

Tuesday, September 22, 2015

rehair - หาซื้อหางม้า

สมัยทำงานเป็นมือเปียโนอยู่ที่กาดสวนแก้ว ผมซื้อไวโอลินเก่าขนาด 1/2 จากโรงเรียนดนตรีสยามกลการของ อ.วินัย สว่างงามมา ๑ คัน พอน้องเมเปิลโตขึ้นจนเปลี่ยนมาใช้ไวโอลินขนาด 1/2 ผมจึงให้นักเรียนยืมใช้มาเรื่อย ๆ   คันชักสำหรับไวโอลิน 1/2 มีขนาดอย่างที่เห็น...



วันก่อนผมสังเกตได้ว่าเสียงไวโอลินของน้องเมเปิลไม่หนักแน่นเลยแม้แต่น้อย จึงได้ขอคันชักมาดู พบว่าหางม้าหมดสภาพตั้งนานแล้ว ทั้งสกปรกทั้งเหลือน้อย อย่างเนี้ยจะให้เสียงดีได้อย่างไรกัน!!


ต้องเปลี่ยนหางม้าให้ใหม่ครับ ผมบอกให้นักเรียนทิ้งคันชักไว้ แล้วเริ่มหาซื้อหางม้า ไปถามร้านอคูสติคที่ถนนทุ่งโฮเต็ล เชียงใหม่ ปรากฏว่ามีหางม้าไวโอลินราคา ๖๐๐ บาท, ๑,๕๐๐ บาท และ ๒,๐๐๐ บาท ก็เลยไม่ซื้อ เพราะขอตังค์พ่อน้องเมเปิลไว้แค่ ๕๐๐ บาทเอง อิอิ 

พบกับเว็บ String & Violin Studio บอกว่า "หางม้า (Horse hair) สำหรับคันชักไวโอลิน นำเข้าจากมองโกเลีย เป็นหางม้าธรรมชาติสีขาวแท้ เกรด A  ซึ่งมีขนาดความหนาใกล้เคียงกันแถบทุกเส้น ขนาดความยาวประมาณ 31 นิ้ว  รัดมุมเรียบร้อยทำให้ง่ายต่อการเปลี่ยนหางม้าด้วยตัวเอง..."

ภาพจาก violinandstring.com
ใช้ได้เลยล่ะ... ราคาชุดละ ๕๐๐ บาท ผมสั่งออนไลน์ทันที ๒ ชุด!!  ไม่นานนักก็ได้รับโทรศัพท์จากเจ้าของร้านสอบถามด้วยความเป็นห่วงว่าเคยเปลี่ยนหางม้าเองหรือเปล่า?  ถ้าไม่เคย...ส่งไปให้ทางร้านเปลี่ยนน่าจะดีกว่า ผมรู้สึกขอบคุณที่เป็นห่วง ตอนนั้นตอบอ้อมแอ้มไปว่าเคยเปลี่ยน ก็เคยเปลี่ยนจริง ๆ แหละ คือเปลี่ยนหางม้าคันชักไวโอลินของคุณหมอพรเทพ ซึ่งไม่เป็นที่น่าพอใจนัก แต่ก็ได้บทเรียนมาก คิดว่าเปลี่ยนครั้งต่อไปจะต้องดีกว่าเดิมอย่างแน่นอน ช่างเหอะก็เป็นอย่างเนี้ยแหละ คือเรียนรู้จากการลองผิดลองถูก ครั้งนี้ก็เช่นกัน!

ร้านและ studio อยู่ที่เชียงใหม่ ผมตกลงว่าจะไปซื้อเองที่ร้านบนถนนช้างคลาน แต่เพื่อน ๆ สั่งทางเว็บก็ได้ครับ รู้สึกว่าไม่คิดค่าส่งด้วยนะ

เรื่อง rehair คงอีกยาว...เดี๋ยวเขียนต่อนะครับ!

Friday, November 21, 2014

ฝึกเล่นไวโอลินแบบง่าย ๆ สไตล์ลุงน้ำชา ๘

เพื่อน ๆ ที่รักครับ... ผมรู้สึกแย่จังเลยที่การเขียนเรื่องการฝึกเล่นไวโอลินแบบง่าย ๆ สไตล์ลุงน้ำชาของผม มันไม่ก้าวหน้าเอาซะเลย!


  
เข้าใจว่าคงเป็นเพราะความไม่มั่นใจในตัวเองด้วยประการหนึ่ง ผมเกรงว่าเขียนไปแล้วอาจไม่ถูกต้อง ก็เลยหันไปเขียนเรื่องการท่องเที่ยวและงานช่าง(เหอะ) เสียเป็นส่วนใหญ่...


เย็นวานนี้ผมมีโอกาสได้ขึ้นไปนั่งบนดาดฟ้าดูพระอาทิตย์ตกดิน ทำให้คิดถึงชีวิตที่เหลือเวลาอีกไม่มากนัก!


ได้ทบทวนถึงสิ่งที่ไม่ก้าวหน้า อาจเป็นเพราะตัวเองคิดมากไป จึงไม่กล้าเขียนไม่กล้าแสดงออก เมื่อได้เห็นคลิปที่ครูสอนไวโอลินบางคนโพสต์ไว้ในยูทูปซึ่งบางครั้งก็ไม่ถูกต้องนัก ผมคิดได้ว่าน่าจะไม่เสียหายอะไร หากจะเขียนเรื่อง "ฝึกเล่นไวโอลินแบบง่าย ๆ สไตล์ลุงน้ำชา" ต่อ!  อิอิ วันนี้ก็เลยอยากเขียนต่อ!

หลังจากสอนเด็กน้อยให้ฝึกเล่นไวโอลินมา ๔-๕ ปี ผมเห็นได้ว่ามีนักเรียนน้อยคนที่ประสบความสำเร็จ หลายคนต้องทิ้งไวโอลินยกธงขาวไม่สู้ต่อ จึงอยากจะบอกไว้ก่อนว่าการเรียนเครื่องสายจักต้องมีใจรักจริง ๆ  มากด้วยมานะและอดทน เพราะมันไม่ง่ายเหมือนการเล่นอูคูเลเล่ ซึ่งกดนิ้วเดียวก็เล่นคอร์ดได้แล้ว

และขอย้ำในที่นี้อีกครั้งว่า เรียนไวโอลินหรือวิโอล่าสมควรยืนมากกว่านั่ง ครูก็ต้องยืนสอน! (ยกเว้นเวลาเล่นเปียโน)

ภาพจากภาพยนต์เรื่อง Music of The Heart
ไวโอลินมิใช่เป็นแค่เพียงเครื่องดนตรีที่นำมาหนีบไว้ใต้คาง แต่จะต้องเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายซึ่งเคลื่อนไหวด้วยสัมผัสจากปลายนิ้วและคันชักที่อ่อนไหว การลากคันชักไปบนสายทำให้เกิดเสียงก็จริง แต่จะทำอย่างไรให้เป็นเสียงนั้นถ่ายทอดอารมณ์และความรู้สึกออกมาด้วย

อีกอย่างหนึ่งคือ นักเล่นเครื่องสายน่าจะร้องเพลงได้(ดี)ด้วย ร้องออกจากปากไม่ได้ก็ให้ร้องในใจ ผู้ที่ร้องเพลงเพี้ยนหรือหาคีย์ไม่เจอ ถ้ามาเล่นไวโอลินก็จะเพี้ยนและยากที่จะประสบความสำเร็จ  คนไม่กล้าร้องเพลงจะเป็นคนที่สีไวโอลินด้วยความไม่มั่นใจด้วยเช่นกัน

นอกจากนั้นแล้ว ผมยังมีความเห็นว่าคนเล่นเครื่องสายควรคิดและฝึกในระบบ Moveable Do มากกว่าระบบ Fixed Do  (เอาละซิ ชักยุ่งแล้ว!) 

หนูน้อยทั้งหลาย เมื่อได้หัดสีรถไฟกันแล้ว ควบคู่กันไป...เจ้าจะต้องหัดร้องเพลงด้วยนะ เริ่มง่าย ๆ ก่อนด้วยการร้อง โด เร มี ฟา โซ ลา ที โด้ โดยใช้โน้ตตัวกลมก่อนแล้วค่อยเปลี่ยนไปเป็นโน้ตตัวดำ  จะให้โดอยู่เสียงไหนก็ได้ ย้ายคีย์ไปเรื่อย ๆ อย่าให้เพี้ยน โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือระหว่างเสียง มี-ฟา และ ที-โด้

นักเรียนเครื่องสายควรกล้าที่จะร้องออกเสียงดัง ๆ  ถ้าร้องเพลงตรงเสียง...เวลาเล่นเครื่องสายก็จะไม่เพี้ยน! หรือเพี้ยนน้อย!!

กล้ามั้ย กล้ามั้ย!

Wednesday, November 09, 2011

Fingering Tape


ผมได้ข้อสรุปแล้วว่า...การติดเทปบน fingerboard ของไวโอลินหรือเครื่องสายอื่น ๆ นั้นเหมาะที่จะใช้กับเด็กน้อยทั้งหลาย ส่วนเด็กโตระดับมัธยม...บางคนอาจไม่จำเป็นต้องติดให้  น้องเจ้าขา (ภาพบน) ยังเล็กอยู่ ผมต้องติด fingering tape ให้บนไวโอลินขนาด 1/8  โดยใช้เทปที่หาซื้อได้จากร้านขายเครื่องเขียนทั่ว ๆ ไป รู้สึกว่าจะเป็นเทปที่ใช้สำหรับงานตกแต่ง ซึ่งมีวางจำหน่ายรวมอยู่กับเทปประเภทอื่น ๆ  มีหลากสีและหลายขนาดครับ แต่ผมเลือกใช้ขนาดเล็กสุดซึ่งมีความกว้าง ๕ ม.ม.




เพื่อน ๆ อาจเลือกใช้เทปสีต่างกันสำหรับตำแหน่งวางนิ้วแต่ละนิ้ว แต่ผมซื้อเทปสีแดงไว้ใช้แค่ม้วนเดียวเอง...

อ่อ...เห็นมีเทปสำหรับติดบน fingerboard โดยเฉพาะ เค้าประกาศขายบนเว็บในราคาม้วนละ $8.95  คุยไว้เสียดิบดีว่าเป็นเทปที่ออกแบบพิเศษ ทนทาน ติดง่าย เอาออกก็ง่าย ปราศจากกรด ไม่เป็นอันตรายต่อเนื้อไม้ ความกว้างของเทปคือ 1/8" (หรือที่ภาษาช่างเรียกว่า ๑ หุน) มีความยาวทั้งสิ้น 100" (สองเมตรครึ่ง) สามารถใช้ติดไวโอลินได้มากถึง ๘ คัน 


หุหุ ม้วนละเกือบ ๓ ร้อยบาท...ใช้งานได้แค่นั้นเองเหรอ!  ใช้เทปอย่างที่ผมใช้ก็ได้ คุณสมบัติก็ไม่ต่างกันซักเท่าไหร่  ติดง่าย เอาออกง่ายเหมือนกัน ถูกตังค์กว่ากันเยอะ!  


ภาพนี้เป็นการติด fingering tape ที่ดูแล้วขัดตา กล่าวคือระยะห่างจาก nut ถึงเทปตำแหน่งนิ้วหนึ่งมีความกว้างน้อยกว่าจากนิ้วหนึ่งไปนิ้วสอง ซึ่งขัดกับความเป็นจริง อิอิ...แถมยังติดเบี้ยวซะอีก

วันนี้ขอแนะนำวัสดุที่สามารถนำมาทำเป็น fingering tape  พรุ่งนี้จะพูดต่อเรื่องระยะห่างครับ...

Tuesday, January 25, 2011

ดัดหย่อง…

ไวโอลินตัวใหม่ของน้องมะเหมี่ยว อะไร ๆ ก็ดีหมด ยกเว้นหย่อง! คงเป็นเพราะไวโอลินถูกปล่อยให้หย่องตั้งอยู่ในลักษณะเอน (นิด ๆ) มานานโดยที่ไม่ได้ลดสายไว้  ไม้เริ่มบิดตัว!!!  แม้จะยังไม่มาก ถ้าหากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่แก้ไขก่อนนำไปใช้งาน โอกาสที่หย่องจะเสียรูปก็ยิ่งจะมีมากขึ้น!!


ผมใช้วิชา “ช่างเหอะ” อีกครั้ง เพียงแค่นำไปอาบน้ำพอให้เย็นใจ แล้วนำไปวางไว้ใต้เครื่องพิมพ์เลเซอร์ HP ซึ่งมีน้ำหนักพอที่จะกดทับให้หย่องกลับสู่สภาพตรงเช่นเดิม


หลังจากถูกล็อคตัวอยู่ใต้เครื่องพิมพ์อยู่ ๓-๔ วันเต็ม ๆ เจ้าหย่องก็ได้รับอิสรภาพอีกครั้ง (โชคดีที่ไม่มีหนูหรือแมลงสาปมาแทะ อิอิ) ตรงและพร้อมที่จะรองรับน้ำหนักของสายที่จะพาดผ่าน  ผมนำกลับเข้าสู่ตำแหน่งที่มันเคยอยู่ ยกสายขึ้นใส่ แล้วตั้งสายด้วยความระมัดระวัง…


ไวโอลินของน้องมะเหมี่ยวสามารถส่งเสียงได้อีกครั้ง เสียงดีทีเดียว ผมเองยังไม่มีประสบการณ์ในเรื่องของไวโอลินเท่ากับท่านผู้พันฯ ก็ได้แต่ลองสีดูตามประสาช่างเหอะ คือ สีสาย 4 (สายปล่อย) ถ้าเสียงออกมาดังชัดเจน มีมิติ ก็ถือว่าใช้ได้ในระดับหนึ่งแล้ว จากนั้นก็ลองสีสาย 1 ใน position สูง ๆ ฟัง harmonics ถ้าเสียงมีความสมดุลกับสายอื่น ๆ เสียงกลม ไม่บี้แบน ไม่มีอาการแตกพร่า และไม่มีความถี่แปลกปลอม ผมยิ้มออกแล้วครับ…

ค่อย ๆ ตั้งสายให้ได้ที่ ผมต้องคอยทดสอบให้ดีว่าหย่องตั้งตรง ไม่เอนไปข้างหน้าหรือข้างหลัง อืมม์…รู้สึกว่าสายจะสูงไปสักหน่อย น่าจะฝนหย่องลงอีกนิด แต่ผมก็ยังไม่อยากทำตอนนี้ เพราะอยากให้เจ้าของไวโอลินได้ลองเล่นดูก่อน   ก่อนเก็บเข้ากล่อง ผมใช้ Buff Up ของ Amway เช็ดถูทำความสะอาดจนขึ้นเงาอย่างที่เห็นในภาพ

รู้สึกยินดีกับน้องมะเหมี่ยวที่ได้เป็นเจ้าของไวโอลินดี  ในราคาไม่แพง ขอให้รักษาให้ดี ๆ นะ

Saturday, January 15, 2011

ไวโอลินมือสอง

หาซื้อไวโอลินมือสองทางอินเทอร์เน็ตดีไหมเอ่ย? เป็นเรื่องของคนที่ชอบวัดดวงอ่ะ ตาดีได้ตาร้ายเสีย บางคนพอได้ยินผมพูดถึงเรื่องซื้อไวโอลินทางอินเทอร์เน็ตก็จะถามว่า “แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าดีหรือไม่ดี”  ผมก็ไม่รู้ว่าจะตอบอย่างไร ได้แต่บอกว่าผู้ซื้อต้องเตรียมใจไว้ด้วย สำหรับกรณีที่สินค้าอาจจะไม่ดีเท่าที่คาดหวัง…

ถึงอย่างไร ทุกวันนี้ผมก็ยังคงชอบเข้าดูเว็บที่มีเครื่องดนตรีมือสองจำหน่ายอยู่เป็นประจำ ผมเป็นคนกล้าได้กล้าเสียครับ เมื่อตัดสินใจว่าจะซื้อ…ก็จะติดต่อขอซื้อโดยไม่ลังเล อย่างเช่นเจ้าแกรนด์คลาสสิกที่ผมได้เขียนเล่าให้ฟังก่อนหน้านี้…

วันนี้อยากจะคุยเรื่องไวโอลินมือสองที่ผมซื้อทางเน็ต…


เจ้าไวโอลินขนาด 3/4 ตัวที่ให้น้องมะเหมี่ยวใช้อยู่นี้ ผมประมูลมาจากเว็บประมูลเว็บหนึ่ง จำไม่ได้แล้วว่าชื่อเว็บอะไร ผู้ขายบอกว่าลูกสาวเปลี่ยนไปใช้ขนาด 4/4 จึงนำเจ้าตัวนี้มาให้ประมูลกัน เป็นการประมูลก็ไม่ยากครับ แค่เคาะราคาไว้แล้วรอผลเมื่อปิดประมูล ปรากฏว่าผมประมูลได้!!!
รายการสินค้าหมายเลข #2846169
รายการ : ไวโอลิน ขนาด 3/4
ราคาสินค้า     720.00  บาท
ค่าจัดส่ง     70.00 บาท
ค่าประกันภัย     0.00 บาท
รวมจำนวนเงินที่ผู้ซื้อจะต้องชำระ     790.00 บาท
ผู้ขายเป็นคนใจดีมาก ท่านบอกผมว่า “สำหรับสินค้าที่ส่งไปให้ (พี่เกรงว่าส่งแบบธรรมดาน้องจะไม่ได้รับสินค้าในสภาพเดิม ส่วนราคาที่แพงกว่าพี่จะเป็นผู้ชำระเองค่ะ)…”

ไวโอลินตัวนี้ถูกส่งมาให้ทางไปรษณีย์ เมื่อเปิดกล่องออกดูก็ไม่ผิดหวัง ผมได้ไวโอลินขนาด 3/4 สภาพดีพร้อมกล่องมาในราคา ๘๒๐ บาท (บวกค่าโอนเงินอีก ๓๐ บาท)

อีกคันหนึ่งเป็นไวโอลินเก่ามาก จำไม่ได้แล้วว่าผมไปเจอประกาศขายที่ไหน (น่าจะเป็น thaisecondhand.com) ผู้ขายบอกว่าไวโอลิน Antonius Stradivarius Cremonensis ของคุณพ่อซึ่งซื้อมาตั้งแต่ปี ๒๕๐๐ ไม่ได้ใช้แล้ว แขวนไว้ประดับบ้านเฉย ๆ จึงอยากขายให้ผู้ที่นำเอาไปใช้งาน ในราคา ๒,๕๐๐ บาท มีภาพให้ดูด้วย (แต่ไม่ชัด) ผมเป็นเสือปืนไวครับ โทรศัพท์ถึงผู้ขายทันที บอกว่าขอซื้อในราคา ๒,๐๐๐ บาท ถ้าตกลงจะโอนเงินให้ แล้วขอให้ส่งสินค้าให้ทางขนส่งเอกชน จ่ายเงินปลายทาง ผู้ขายตกลงขายให้ผมก็โอนเงินทันที…

แล้วผมก็ได้เจ้าไวโอลินต้วนั้นมาอยู่ในอ้อมกอด ไวโอลินที่ผลิตใน Czechoslovakia เป็นของเลียนแบบที่โทรมมาก สายรัดหางปลาชำรุดใช้การไม่ได้ หย่องก็หมดสภาพแล้ว ส่วนไม้คันชักยังมีรูปทรงดีอยู่ แต่หางม้าเหลืออยู่น้อยมาก (หางม้าสีดำ มิได้สีขาวเหมือนที่เคยเห็น) ส่วนสีดำที่เคลือบ finger board ก็ลอกไปเกือบครึ่งส่วน คงเป็นเพราะถูกใช้งานหนัก ผมเข้าใจว่าคุณพ่อของผู้ขายต้องเป็นนักเล่นไวโอลินอาชีพที่ใช้ไวโอลินคันนี้มาชั่วชีวิต ต่อมาตกเป็นของลูกชาย แล้วมาเป็นของผมในที่สุด ในกล่องแข็งที่บรรจุไวโอลินมา มีสายของยุโรปสำรองอยู่ ๓ สาย และคอนแเท็คที่ใช้คีบกับหย่องแล้วมีสายต่อไปเข้าเครื่องขยายเสียงอีก ๑ ชุด


ไวโอลินคันดังกล่าว ผมเคยซ่อมให้สีได้แล้ว แต่เสียงไม่ดีเลย เคยแกะออกมาเป็นชิ้น ๆ แล้วซ่อมคอให้กลับเข้าที่ ใช้สายไฟสำหรับเดินเครื่องปรับอากาศเป็นสายรัดหางปลา ตอนนี้ผมกำลังรอให้มีตังค์ซื้อ sound post, หย่อง และสาย ตั้งใจว่าจะปรับปรุงให้ดีกว่าเดิมครับ ถามว่าเสียเงินไปประมาณ ๒,๑๐๐ บาท (รวมค่าโอนเงินและค่าส่งสินค้า)  ผมพอใจหรือไม่?  เพื่อน ๆ พอเดาใจผมได้มั้ย?

แล้วก็มาถึงวันที่ ๗ ที่ผ่านมาไม่กี่วันมานี้เอง ผมได้เจอประกาศ “ขายไวโอลินเก่าราคาถูกๆ” ในเว็บ thaisecondhand.com  บรรยายว่า “มี 3 ตัว ขายตัวละ 1,500 บาท พร้อมกล่องอย่างดี 2 ตัว อีกตัวไม่มีกล่อง ถ้าซื้อทั้ง 3 ตัว คิด 4,000 บาท ทำจากเมืองจีน ขนาดกลางและขนาดใหญ่ เป็นของลูกสาวที่เคยเล่นตอนเป็นเด็ก เก็บไว้เฉยๆเสียดายของ อยากขายให้คนไปใช้ประโยชน์ได้ในราคาถูกๆ สนใจติดต่อได้ทุกเวลาค่ะ” อ่ะ…เพิ่งลงประกาศได้ ๔-๕ ชั่วโมงเอง ผมโทรติดต่อผู้ขายทันที สามทุ่มก็สามทุ่มเหอะ ไม่รอแล้ว ได้ทราบว่าเป็นไวโอลิน  4/4 หนึ่งตัวและ size รองลงไปอีกสองตัว เจ้าของอายุ ๒๕ ไม่ได้เล่นแล้ว ขณะนี้กำลังศึกษาอยู่ที่ประเทศอังกฤษ  ผมติดต่อขอซื้อตามราคาที่ประกาศคือ ๓ คัน ๔ พันบาท ขอเพียงให้จัดส่งให้โดยผมจะโอนเงินให้ก่อนพร้อมค่าส่ง แม้ตัวเองจะไม่มีเงิน..แต่งานนี้ผมใจถึงครับ!!

ผู้ขายตกลงขายแล้ว…ว่างั้นเหอะ เพียงแต่บอกว่าไม่เคยส่งของ จึงขอต้องเวลาสอบถามเรื่องการส่งสินค้าก่อน แล้วจะแจ้งให้ทราบ คืนนั้นผมนอนหลับอย่างมีความสุขด้วยความหวังที่จะได้ต้อนรับไวโอลินเก่าอีกตั้ง ๓ คันมาอยู่ร่วมกับน้องระริน น้องเริงร่า และแม่เรไรในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

วันรุ่งขึ้น…ตกเย็นแล้วยังไม่ได้ข่าว ผมร้อนใจ จึงได้โทรไปยังผู้ขาย ผู้ขายบอกว่าได้โทรไปคุยกับลูกสาวแล้ว เค้าไม่ยอมให้ขาย บอกว่ายังจะกลับมาเล่นอยู่ ต้องขอโทษด้วยจริง ๆ  แป้ว! งานนี้ต้องผิดหวัง!

เมื่อวาน ผมเห็นประกาศว่า “ไวโอลิน ปีเก่า -ของ Suzuki Japan งานดี สวย ขายถูกครับ 3900 ครับ ส่งฟรีทั่วไทย…” ก่อนหน้านั้น ผู้ขายได้โพสต์ภาพไวโอลินที่จะขายไว้ด้วย พร้อมกับราคาที่บอกขายคือ ๔,๕๐๐ บาท ผมเห็นยี่ห้อแล้วอยากได้ทันที แต่พอดูภาพ เห็นแต่ตัวไวโอลินที่ไม่มีหย่องและสาย ผมจึงหมดความสนใจ!!

ผมเคยโทรไปคุยกับคุณเกรียงไกรมาแล้วครั้งหนึ่ง สอบถามเรื่อง harmonica ยี่ห้อ Hohner ทำให้พอจะทราบว่าผู้ขายซื้อสินค้ามือสองจากญี่ปุ่นเข้ามาจำหน่าย ตัวผู้ขายเองก็ยอมรับว่าไม่ค่อยรู้เรื่องเครื่องดนตรีเท่าใดนัก แม้ตอนนี้ไวโอลินซูซูกิจะลดราคาลงมาเป็น ๓,๙๐๐ บาทแล้ว ผมก็ไม่สนใจครับ…

อ่อ…วันนี้ มีไวโอลินขายอีกคันหนึ่ง ผู้ขายเขียนว่า “ไวโอลิน สภาพดีมาก ตามรูปครับ ซื้อจากปักกิ่ง ผมเล่นเปียโน ตอนนั้นไปเรียนที่ปักกิ่ง ไม่มีเปียโนเล่น เลยอยากจะหัดไวโอลิน เพื่อนที่เป็นคนอเมริกัน ที่เล่นไวโอลินเป็น (และเป็นคนสอนด้วย) พาไปซื้อ และเลือกตัวนี้ให้ สุดท้าย ไม่ค่อยได้เล่นอยู่ดีครับ สภาพยังใหม่ๆอยู่ ขาย 3,500 บาท ครับ….”


อืมม์… ถ้าผมเป็นผู้ที่กำลังมองหาไวโอลินไว้ใช้สักคันนึง ผมคงจะลองติดต่อผู้ขายดู เพราะราคาพอซื้อได้ มี shoulder rest ให้ด้วย อยากได้เหมือนกันนะ เพราะผมชอบไวโอลินที่ไม้แผ่นหน้ามองเห็นลายชัดเจน แต่พอดีผมมีไวโอลินอยู่แล้วและกระเป๋าแห้งด้วย ก็เลยทำเป็นไม่สน!!  นำมาเขียนเล่าให้เพื่อน ๆ อ่าน แก้เซ็งเพราะ hard disk กลับบ้านเก่าอ่ะ…

โปรดใช้วิจารณญาณในการรับชม เอ้ย ในการซื้อขายด้วย...