Showing posts with label ซ่อมไวโอลิน. Show all posts
Showing posts with label ซ่อมไวโอลิน. Show all posts

Thursday, September 24, 2015

rehair - ฝึกทำชนัก ๑

ที่ปลายหางม้าทั้ง ๒ ด้านจะถูกมัดรวมกันด้วยเส้นด้าย แล้วหยอดด้วยกาว หรือใช้ยางสนลนไฟ เชื่อมให้ปลายหางม้าติดกัน จากนั้นจึงนำไปใส่ที่ปลายคันชักและใน frog แล้วอัดด้วยลิ่มไม้...

ผมไม่รู้เหมือนกันว่าจะเรียกวิธีทำเช่นนั้นว่าอย่างไร?  ไปเปิดในพจนานุกรม เห็นคำว่า knot แปลว่า ปม, เงื่อน, กระจุก, ตาไม้, ทำให้เป็นทองแผ่นเดียวกัน ฯลฯ  อยากจะหาคำสั้น ๆ ที่ใช้สื่อความหมายได้...ผมเจอคำว่า "ชนัก" ซึ่งหมายถึง "เครื่องผูกคอช้าง ทำด้วยเชือกเป็นปมหรือห่วงห้อยลงมา เพื่อให้คนขี่คอใช้หัวแม่เท้าคีบกันตก"  คิดว่าเข้าท่าดี...จึงอยากนำมาใช้เรียกวิธีมัดหางม้าคันชัก เพื่อให้เขียนง่ายขึ้น! คงไม่ถูกต้อง...แต่ก็ขอเป็นที่เข้าใจกันในที่นี้ก็แล้วกัน 

รื้อหางม้าเก่าออกมาแล้วนำมาพิจารณาดูชนักอย่างที่เห็นในภาพ...


เอาหละ...เรามาฝึกมัดชนักกันดีฝ่า!  ใช้เจ้าหางม้าเก่าที่ตัดออกนั่นแหละ นำมาทบรวมกันเพื่อให้ได้ขนาดพอ ๆ กับหางม้าที่จะนำมาเปลี่ยนใหม่......


ก่อนอื่นต้องหายางสน (rosin) แตก ๆ ที่ไม่ใช้แล้วมาบดเตรียมไว้ด้วยดังนี้


จัดหาด้ายเหนียว ๆ, กรรไกร, ไฟแช็ค แล้วเตรียมใจให้พร้อม  ผมทดลองทำชนัก ๒ วิธี วิธีแรกเริ่มด้วยการมัดปลายหางม้าด้วยเส้นด้ายเหนียว ๆ...


จากนั้นใช้กรรไกรตัดแต่งปลายหางม้า..  


แล้วนำไปชุบกับผงยางสน...


ลนด้วยความร้อนจากไฟแช็ค (ระวังอย่าให้ไหม้เด้อ)...


ใช้ปลายนิ้วคลึงให้ปลายหางม้าติดกันเป็นก้อน (จะใช้กรรไกรเล็มแต่งอีกเล็กน้อยก็ได้)...


ใช้ได้แล้วครับ!  ถ้าได้หางม้าใหม่มา เราก็จะทำชนักอย่างเนี้ย แล้วนำไปใส่ที่ปลายคันชักหรือใน frog (ทำแบบลวก ๆ ตอนตี ๔ เพื่อจะถ่ายรูปนำมาประกอบ ่่จึงดูไม่ประณีตเท่าที่ควร)... 


 เดี๋ยวค่อยมาฝึกอีกวิธีนึงนะ!

Friday, October 26, 2012

เจ้านกน้อย...




คุณหมอใจดีท่านหนึ่งไว้วางใจให้ซ่อมไวโอลินจีนยี่ห้อ "Lark" อายุประมาณ ๒๐ ปี   ช่างเหอะเห็นว่าอาการเสียไม่เหลือบ่าฝ่าแรง จึงอาสาที่จะซ่อมให้... 

ก่อนอื่นต้องพูดถึงคำว่า Lark ก่อน มันอยู่ในเนื้อเพลง The Sound of Music ซึ่งขับร้องโดย Julie Andrews (ดาราที่ผมชื่นชอบมาก ๆ)  เนื้อเพลงท่อนหนึ่งมีว่า...
To laugh like a brook when it trips and falls 
Over stones on its way
To sing through the night
Like a lark who is learning to prey 
Lark คือนกชนิดหนึ่ง ตัวเล็ก ร่าเริง และร้องเสียงไพเราะ ในสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ ๑ กล่าวว่า Larks = นกกระจาบฝน  (nók grà-jàap fon)   

ผมขออนุญาตเรียกไวโอลินยี่ห้อ Lark ของคุณหมอว่า "เจ้านกน้อย" ก็แล้วกัน...


รัง...เอ๊ย กล่องของเจ้านกน้อยยังดูแข็งแรงอยู่เลย!


อาการป่วยมีดังนี้..

  • เอ็นยึดหางปลา (Tail Gut) หายไป ตัวหางปลายังอยู่
  • คันชักไม่มีหางม้า ตัวไม้คันชักยังดีอยู่
  • ไม่มีสาย
  • ไม่มียางสน
แค่นั้นเองครับ  ผมไปซื้อ "เอ็นยึดหางปลา (Tail Gut)"  ที่ร้านสกุลไทย ราคา ๖๐ บาท  เหลือเส้นสุดท้ายพอดี! 



ทีแรกได้คุยกับคุณหมอว่าจะเปลี่ยนสายชุดละพันกว่าบาทให้ แต่มาคิดดูอีกที...ผมว่าน่าจะลองใช้สายธรรมดาราคาชุดละ ๒๐๐ บาทใส่ไปก่อน

คุณหมอบอกว่าอยากจะนำเจ้านกน้อยกลับมาฝึกเล่นอีก ดังนั้นถ้าใช้สายคุณภาพดีไปเลย ผู้เล่นอาจจะไม่กล้าเล่นหนัก ๆ หรือบางครั้งการตั้งสายที่ยังไม่ชำนิชำนาญก็อาจทำให้สายใดสายหนึ่งขาดได้ ถ้ายังงั้นก็เสียดายแย่!   ผมจึงนำสายไวโอลินยี่ห้อ For-Tune ใส่ให้ก่อน...


จริง ๆ ด้วย ตอนเปลี่ยนสายใหม่...เสียงเจ้านกน้อยไม่ดีเลย แต่พอสีด้วยการลงโบว์หนัก ๆ และปล่อยให้ไวโอลินได้ปรับตัว เสียงก็เริ่มดีขึ้น! 

อ่อ... ผมลืมบอกไปว่า sound post ยังคงอยู่ในที่ของมัน มิได้ล้มหรือตกหายไป ตำแหน่งอยู่ใต้หย่องพอดี ผมไม่ได้ปรับแต่งอะไรเลย!  ส่วน fine tuners นั้นมีอยู่แค่ ๒ ตัว...


ใช้การได้แล้วครับ ค้างอยู่แค่คันชักเท่านั้นที่ยังไม่ได้ซ่อม!!


นึก ๆ แล้วผมก็อยากจะสั่งหางม้ามาลองใส่ดู (rehair)

Thursday, October 25, 2012

ซ่อมเอ็นยึดหางปลา


เมื่อวันที่ ๑๘ ตุลาคม ผมเขียนเรื่อง "ซ่อมไวโอลินอีก ๒ คัน"  มีอยู่คันหนึ่งซึ่งผมต้องซื้อ "สายรัดหางปลา" หรือ "สายรั้งหางปลา" มาเปลี่ยน 


เมื่อเปลี่ยนอะไหล่ตัวใหม่ให้ไปแล้ว...ผมก็ขอตัวเก่าซึ่งใช้การไม่ได้เก็บเอาไว้!  

จำได้ว่าเคยเขียนเรื่องเกี่ยวกับ "ไวโอลินตั้งเสียงไม่ได้"  ตอนนั้นผมช่วยซ่อมไวโอลินให้มะเหมี่ยว โดยถอดสายรัดหางปลาจากไวโอลิน 3/4 ของผมให้นักเรียนไป  ไวโอลินของผมใช้การไม่ได้ตั้งแต่นั้นมา  วันนี้ีระหว่างที่นั่งมองเจ้าสายรัดหางปลาพิการ...จู่ ๆ ผมก็เกิดความคิดที่จะทำให้มันใช้งานได้ แล้วนำไปใส่ให้เจ้าไวโอลิน 3/4 ซึ่งเดี้ยงมาเป็นปี...    

น้ากาแฟได้แนะนำไว้ว่า...
"เอ็นยึดหางปลา (Tail gut) มีแยกจำหน่ายครับ เส้นหนึ่งก็อยู่ประมาณห้าหกสิบไม่เกินร้อย แต่ถ้าเกิดไม่อยากเปลี่ยนก็ยังมีเทคนิคหนึ่งที่พอช่วยให้ใช้เส้นเดิมได้ ในกรณีที่เกลียวเสีย คือใช้กาวร้อนหรือกาวช้าง หยอดลงไปบริเวณเกลียวเอ็นยึดหางปลากับปลอกทองเหลือง ทิ้งไว้ซักพักให้กาวแห้ง ให้มันยึดติดตายตัวไปเลย ต้องระวังอย่าให้กาวหกไปโดนหางปลาหรือส่วนอื่น ก็จะสามารถใช้งานเอ็นยึดหางปลาเส้นเดิมได้ตามปกติ (ถ้ามีตังค์แล้วเกิดอยากเปลี่ยนก็ต้องตัดให้ขาดแล้วค่อยเปลี่ยนเส้นใหม่)"
จริงด้วย...เรียกเจ้าสายนี้ว่า "เอ็นยึดหางปลา (Tail gut)" ถูกต้องที่สุด!

ก่อนอื่นผมต้องหาน๊อตขนาดเล็กให้ได้ก่อน เจอมันอยู่ในเคส notebook เก่า...ผมใช้คีมปากนกแก้วดึงเจ้าขาพลาสติกรองรับบอร์ดออก และ้แกะเอาน๊อตทองเหลืองตัวเล็ก ๆ ที่เห็นนั่นออกมาใช้


นี่งัย...ขันมันเข้าไปตามเกลียวของเอ็นยึดหางปลา (Tail gut) ได้เลย


ไม่ค่อยมั่นใจ...เกรงว่ามันจะไม่แข็งแรงพอ  ผมหยอดกาวร้อนลงไปนิดนึง..ตามคำแนะนำของคุณน้ากาแฟ.


เอ็นยึดหางปลาใช้งานได้แล้วครับ...


ประหยัดตังค์ไปได้ ๖๐ บาท!

Thursday, October 18, 2012

ซ่อมไวโอลินอีก ๒ คัน

มีคนนำไวโอลินมาให้ผมซ่อม ๒ คัน ทั้งสองเป็นเครื่องใหม่ นับเป็นข้อเตือนใจให้ทำการตรวจสอบไวโอลินให้ดี ทันทีที่ได้รับเครื่องซึ่งร้านค้าส่งมาให้  หากมีปัญหาจะได้ส่งคืนหรือทำการแก้ไขได้โดยพลัน...

ไวโอลินคันที่ ๑ ขนาด 4/4 ใหม่แกะกล่อง (ผมไม่ได้ถ่ายภาพไว้) อาการเสียคือไม่สามารถตั้งสายได้  เคยมีประสบการณ์มาแล้วครั้งหนึ่งกับการซ่อมไวโอลินของมะเหมี่ยว...ผมแกะหางปลาออกมาดู ปรากฏว่าต่างกับไวโอลินของมะเหมี่ยวตรงที่คราวนี้ปลอกโลหะซึ่งหมุนเข้าไปตามสายเอ็นที่เป็นเกลียวหลุดหายไปเลยตัวนึง...


ไม่ยากอ่ะ...บี่งแมงกะไซค์ไปซื้ออะไหล่มาเล้ย ๖๐ บาท


เปลี่ยนสายรัดหางปลาแล้วใส่กลับเข้าที่...


ตั้งสายได้ตามปกติแล้ว ถ่ายรูปมาให้เพื่อน ๆ ดูหน่อย ไวโอลินระดับนี้ (ประมาณ ๒ พันบาท) ดูก็รู้ว่าเป็นการผลิตจำนวนมาก ไม่มีความละเอียด หาได้ปรับแต่งอย่างถูกต้องก่อนนำออกจำหน่าย...

ทีนี้มาดูไวโอลินอีกคันนึงนะครับ ใหม่เหมือนก้น แต่เป็นไวโอลินขนาด 3/4 อาการคือ sound post ล้ม!


มันไม่ใช่แค่ล้มธรรมดาเท่านั้น กล่าวคือตัว sound post ทำมาค่อนข้างจะสั้นกว่าที่ควรจะเป็น และความเอียงที่ปลายทั้งสองด้านก็ไม่ได้ทำด้วยความพิถีพิถัน ช่างเหอะได้พยายามตั้งดูแล้ว ไม่สำเร็จครับ  ตั้งล้ม ๆ อยู่หลายครั้ง ขนาดตั้งสายให้ตึงเพื่อกดไม้แผ่นหน้าลงไปแล้ว มันก็ยังหลวมอยู่  ผมขึ้นสายจนตึงแล้วเผลอตัว มัวแต่จ้องมอง sound post ขณะใช้มือซ้ายหมุนลูกบิด หุหุ...สายขาดครับ!

ถ้ามีไม้ sound post เป็นอะไหล่...ผมก็คงจะตัดใส่ใหม่ ให้ยาวกว่าเจ้าตัวนี้ แล้วฝนกระดาษทรายให้ความเอียงตรงปลายให้ดีกว่านั้น แต่ทว่า "ช่างเหอะ" ไม่มีอะไรเลย ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรจริง ๆ

ถ้าผมจะเพียรตั้งเจ้าเตี้ยแบบสู้ไม่ถอย ก็คงจะได้อยู่ แต่ sound post จะล้มได้ง่ายมาก...เอาไปใช้ได้ไม่นานเดี๋ยวก็ล้มอีก!  แล้วจะทำอย่างไร? ส่งกลับคืนไปอย่างนั้นก็คงไม่ดี!  คงจะต้องใช้วิชา "ช่างเหอะ" ซะแล้ว

พอดีผมมีเศษ sound post สั้น ๆ เหลืออยู่  จึงได้นำมาตัดแล้วต่อให้เจ้าเตี้ย โดยใส่กาวแล้วใช้ปากกาอัดทิ้งไว้ทั้งคืน



ด้วยความสูงที่เพิ่มขึ้น เจ้า sound post สวมรองเท้าส้นสูงก็สามารถยันกับไม้แผ่นหลังและแผ่นหน้าได้อย่างแข็งแรง


ใส่สาย ๑ ที่ขาดไป...แล้วตั้งสาย  ใช้ได้แล้วครับผม!

เพื่อน ๆ อย่าได้นำวิธีการซ่อมเช่นนี้ไปใช้เด้อ เดี๋ยวเค้าจะว่าเอา อิอิ

Tuesday, January 25, 2011

ดัดหย่อง…

ไวโอลินตัวใหม่ของน้องมะเหมี่ยว อะไร ๆ ก็ดีหมด ยกเว้นหย่อง! คงเป็นเพราะไวโอลินถูกปล่อยให้หย่องตั้งอยู่ในลักษณะเอน (นิด ๆ) มานานโดยที่ไม่ได้ลดสายไว้  ไม้เริ่มบิดตัว!!!  แม้จะยังไม่มาก ถ้าหากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่แก้ไขก่อนนำไปใช้งาน โอกาสที่หย่องจะเสียรูปก็ยิ่งจะมีมากขึ้น!!


ผมใช้วิชา “ช่างเหอะ” อีกครั้ง เพียงแค่นำไปอาบน้ำพอให้เย็นใจ แล้วนำไปวางไว้ใต้เครื่องพิมพ์เลเซอร์ HP ซึ่งมีน้ำหนักพอที่จะกดทับให้หย่องกลับสู่สภาพตรงเช่นเดิม


หลังจากถูกล็อคตัวอยู่ใต้เครื่องพิมพ์อยู่ ๓-๔ วันเต็ม ๆ เจ้าหย่องก็ได้รับอิสรภาพอีกครั้ง (โชคดีที่ไม่มีหนูหรือแมลงสาปมาแทะ อิอิ) ตรงและพร้อมที่จะรองรับน้ำหนักของสายที่จะพาดผ่าน  ผมนำกลับเข้าสู่ตำแหน่งที่มันเคยอยู่ ยกสายขึ้นใส่ แล้วตั้งสายด้วยความระมัดระวัง…


ไวโอลินของน้องมะเหมี่ยวสามารถส่งเสียงได้อีกครั้ง เสียงดีทีเดียว ผมเองยังไม่มีประสบการณ์ในเรื่องของไวโอลินเท่ากับท่านผู้พันฯ ก็ได้แต่ลองสีดูตามประสาช่างเหอะ คือ สีสาย 4 (สายปล่อย) ถ้าเสียงออกมาดังชัดเจน มีมิติ ก็ถือว่าใช้ได้ในระดับหนึ่งแล้ว จากนั้นก็ลองสีสาย 1 ใน position สูง ๆ ฟัง harmonics ถ้าเสียงมีความสมดุลกับสายอื่น ๆ เสียงกลม ไม่บี้แบน ไม่มีอาการแตกพร่า และไม่มีความถี่แปลกปลอม ผมยิ้มออกแล้วครับ…

ค่อย ๆ ตั้งสายให้ได้ที่ ผมต้องคอยทดสอบให้ดีว่าหย่องตั้งตรง ไม่เอนไปข้างหน้าหรือข้างหลัง อืมม์…รู้สึกว่าสายจะสูงไปสักหน่อย น่าจะฝนหย่องลงอีกนิด แต่ผมก็ยังไม่อยากทำตอนนี้ เพราะอยากให้เจ้าของไวโอลินได้ลองเล่นดูก่อน   ก่อนเก็บเข้ากล่อง ผมใช้ Buff Up ของ Amway เช็ดถูทำความสะอาดจนขึ้นเงาอย่างที่เห็นในภาพ

รู้สึกยินดีกับน้องมะเหมี่ยวที่ได้เป็นเจ้าของไวโอลินดี  ในราคาไม่แพง ขอให้รักษาให้ดี ๆ นะ