Showing posts with label passport. Show all posts
Showing posts with label passport. Show all posts

Thursday, June 22, 2017

หนังสือเดินทางฉบับสุดท้าย

ผมไปทำหนังสือเดินทางที่ศาลากลางจังหวัดพิษณุโลกเมื่อวันที่ ๑๖ มิถุนายน ๒๕๖๐ เห็นป้ายเขียนบอกไว้ว่าจะได้รับหนังสือเดินทางภายในเวลาไม่เกิน ๗ วัน...


เชื่อถือได้ครับ เพราะวันนี้ที่ ๒๒ ผมก็ได้รับหนังสือเดินทางฉบับใหม่เรียบร้อยแล้ว นำมาเปรียบเทียบกับฉบับที่แล้ว เห็นความแตกต่าง ๒ อย่างคือ สีปกเข้มขึ้น และมีจำนวนหน้าเพิ่มจากเดิมอีก ๑๖ หน้า 


พาสปอร์ตเล่มใหม่ของผมหมดอายุวันที่ ๑๖ มิถุนายน ๒๕๖๕  ถึงตอนนั้นคนถือก็แก่หง่อมเดินไม่ไหวแล้ว ผมจึงกล่าวได้ว่านี่คือ "หนังสือเดินทางฉบับสุดท้าย" ของผมอย่างแน่นอน...

การถ่ายภาพทำหนังสือเดินทางไม่มีการใช้โปรแกรมหน้าสวย เป็นเช่นไรก็ออกมาเช่นนั้น ผมขอนำภาพจากทั้งฉบับเก่าและใหม่มาเทียบกัน เพื่อได้เห็นความจริงของชีวิต 


ผ่านมาอีก ๕ ปี แก่ลงขนาดไหน...


จากนี้ไปอีก ๕ ปี ผมจะมีโอกาสถือหนังสือเดินทางฉบับสุดท้ายไปเที่ยวต่างประเทศได้อีกซักแค่ไหนก็ไม่รู้?

Monday, June 19, 2017

ทำหนังสือเดินทางที่พิษณุโลก

อยู่ลำปาง...จะทำพาสปอร์ตหรือหนังสือเดินทาง ง่ายที่สุดก็คือเดินทางขึ้นเชียงใหม่แล้วไปทำที่ศูนย์ราชการจังหวัด ถนนโชตนา แต่ผมเลือกที่จะนั่งรถไฟไปทำที่จังหวัดพิษณุโลก เพราะอยากกลับไปเยือนเมืองสองแควอีกสักครั้งในชีวิต...



นั่งรถไฟฟรีขบวน 408 ผมเอาจักรยานพับไปด้วย ออกจากสถานีห้างฉัตรก่อนเที่ยง ถึงสถานีพิษณุโลกเกือบ ๖ โมงเย็น ปั่นจักรยานเข้าที่พักก่อน พรุ่งนี้เช้าค่อยออกไปทำหนังสือเดินทาง... 


สำหรับที่พิษณุโลกต้องไปที่ศาลากลางจังหวัดครับ บนทางหลวงหมายเลข 12 ผมปั่นจักรยานข้ามสะพาน...


พอลงสะพานไปก็เห็นป้ายชี้ทางไป "สำนักงานหนังสือเดินทาง" อยู่ซ้ายมือ บอกให้เลี้ยวไปทางขวา...


ศาลากลางจังหวัดหาไม่ยากเลย อาคารที่เห็นอยู่ด้านหลังนั่นไง...


เอาจักรยานจอดหลบไว้แล้วเดินขึ้นบันไดไป เจ้าหน้าที่เห็นตาแก่เดินขากระเผลกก็ยิ่งชี้ทางให้เป็นอย่างดี ผมไปถึงเมื่อเวลาประมาณ ๐๘.๑๕ น.


ขนาดผมไปเช้าแล้วนะ ยังมีคนนั่งรอรับบัตรคิวอยู่แล้วตั้งหลายคน...


เค้าทำงานตรงเวลาครับ พอ ๘.๓๐ น. เจ้าหน้าสาวก็มาเปิดช่องให้ยื่นบัตรประชาชนเพื่อรับบัตรคิว...


ผมได้คิวที่ ๗ ขั้นตอนไม่ยุ่งยาก สาวอีกคนนึงบอกให้ไปยืนวัดความสูง (หุหุ ความสูงผมลดลงไป ๑ เซ็นต์ติเมตร... เหลือแค่ ๑๗๘) จากนั้นก็แจกใบให้กรอกข้อมูลผู้ขอหนังสือเดินทาง กรอกนิดเดียวครับ...


เสร็จแล้วก็ถือเอกสารแค่ที่เห็นเข้าไปนั่งรอที่เก้าอี้ในห้องแอร์ รอให้เค้าเรียก....


ไม่นานครับ พอชุดแรกลุกไป ผมก็ถูกเรียกให้เข้าไปสแกนลายนิ้วมือ ๔ นิ้ว (ซ้าย-ขวา) และนิ้วโป้ง ๒ ข้างพร้อมกัน จากนั้นก็ถอยหลังออกห่างนิดนึงให้เค้าถ่ายรูป... 


ไม่ต้องกรอกรายละเอียดอะไรอีก นอกจากเซ็นและเขียนชื่อด้วยปากกาหมึกดำ เจ้าหน้าที่จะถามถึงหนังสือเดินทางเล่มเก่า ผมนำไปด้วยก็หยิบยื่นให้ เค้าเอาไปบันทึกอะไรนิดหน่อยแล้วคืนให้ ก็เป็นอันว่าเสร็จ เหลือขั้นตอนสุดท้ายคือไปจ่ายเงินที่ห้องกระจกด้านซ้ายมือ...

ค่าธรรมเนียมหนังสือเดินทาง ๑,๐๐๐ บาท ค่าส่งไปรษณีย์ EMS ๔๐ บาท เจ้าหน้าที่ถามว่าเอาซองใส่ด้วยหรือเปล่า? ผมปากหนักไปหน่อยไม่ได้ถามราคา รีบบอกว่าเอา เลยต้องเสียอีก ๒๕ บาทสำหรับซองพลาสติกที่เห็น แพงไปหน่อยแต่ก็ดี เพราะมีเบอร์โทรศัพท์ hotline สถานทูต/สถานกงศุลไทยทั่วโลกพิมพ์ไว้  ชำระเงินเรียบร้อยแล้วก็ไม่มีอะไรอีก กลับไปนอนรอรับหนังสือเดินทางที่บ้านได้เลย 


ทำหนังสือเดินทางที่พิษณุโลกง่ายและรวดเร็วมากครับ  แค่ ๙ โมงเช้าก็เสร็จแล้ว!

Thursday, May 18, 2017

ว่าด้วยเรื่องหนังสือเดินทาง

Google ปฏิทินแจ้งเตือนมาว่า "หนังสือเดินทางเหลืออายุแค่ ๖ เดือน ในวัน พฤ. 18 พ.ค. 2017" เป็นอันว่าต่อไปจะใช้เดินทางไปต่างประเทศไม่ได้แล้วเป็นส่วนใหญ่ ลาวก็ไปไม่ได้ จะมีก็แค่กัมพูชาที่ยังกำหนดอายุหนังสือเดินทางไว้อย่างน้อย ๔ เดือน... 

ผมเคยถือหนังสือเดินทางมาแล้วรวมทั้งหมด ๖ ฉบับ เล่มที่เห็นในภาพมีขนาดใหญ่กว่าเพื่อน และมีรอยตัดตรงมุมนั้นเป็นเล่มที่ ๒...


สำหรับหนังสือเดินทางเล่มแรกนั้นทางการได้ยึดคืนไปแล้วเมื่อมันหมดอายุและติดต่อทำเล่มใหม่ จำได้ว่าตอนทำหนังสือเดินทางเล่มแรกนั้นยากลำบากมาก ผมต้องไปติดต่อที่ทำการอำเภอเมืองจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งตอนนั้นยังเป็นอาคารไม้สองชั้นอยู่หน้าเรือนจำ สำหรับผู้ชายก็ต้องมีหลักฐานเกี่ยวกับการเกณฑ์ทหารไปแสดงด้วย...


ยื่นรูปถ่าย เอกสาร ค่าธรรมเนียมให้เจ้าหน้าที่แล้วต้องรอเป็นเดือนครับกว่าจะได้หนังสือเดินทางเล่มแรกมาถือไว้ ผมใช้แค่เดินทางไปพม่า-บังกลาเทศ-อินเดีย


ในภาพจะเห็นหนังสือเดินทางเล่มแรกซึ่งวางไว้ใกล้กับหนังสือ Across Asia on the Cheap ของ Lonely Planet....


ตอนทำหนังสือเดินทางฉบับที่ ๒ ผมจำไม่ได้ว่าทำที่ไหน รู้แต่ว่าเค้าออกให้เมื่อวันที่ ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๒๗ หมดอายุเมื่อวันที่ ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๓๒ เล่มนี้รับงานหนักหน่อย ผมใช้เดินทางไปปากีสถาน ยุโรป ออสเตรเลีย และประเทศเพื่อนบ้าน หมดอายุเมื่อครบ ๕ ปีก็ยังสามารถไปต่ออายุได้อีก ๕ ปี ถึงวันที่ ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๓๗...



หลังจากนั้นรู้สึกว่าการทำหนังสือเดินทางก็ง่ายขึ้น มีหน่วยบริการเคลื่อนที่มาตั้งทำหนังสือเดินทางให้ในต่างจังหวัด ที่ลำปางผมเคยทำ ๒ ครั้ง (ที่โรงเรียนบุญวาทย์และที่ว่าการอำเภอ) ช่วงหลังไปทำที่ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ จะเห็นได้ว่ารูปเล่มของหนังสือเดินทางตั้งแต่ฉบับที่ ๓ ถึง ๖ นั้นมีขนาดเล็กลง...

สรุปแล้วผมถือหนังสือเดินทางมาแล้วทั้งหมด ๖ ฉบับ รวมอายุใช้งานต่อเนื่องก็ ๓๕ ปี ฉบับล่าสุดซึ่งกำลังจะหมดอายุในอีก ๖ เดือนข้างหน้าก็อาจใช้เดินทางไปไหนไม่ได้อีก!

ถ้ายังอยากจะเดินทางไปต่างประเทศต่อ ก็ต้องทำหนังสือเดินทางอีกเล่ม และมันจะเป็นครั้งสุดท้ายในชีวิตอย่างแท้จริง!