Saturday, May 23, 2015

ซ่อมการ์ดจอคอมพิวเตอร์

ว่างเว้นจากการเขียนบล็อก "ช่างเหอะ" ซะนาน ผมรู้สึกอายที่จะแก้ตัวว่าคอมพิวเตอร์เสีย ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวผมก็กลับมาเขียนย้อนหลังเพื่อเติมเต็ม วันนี้เริ่มด้วยเรื่องการซ่อมการ์ดจอคอมพิวเตอร์ก่อนเลยนะ!

อาการเสียของเจ้า PC ของผมคือเกิดอาการแฮ้งค์ ทีแรกผมคิดว่าแรมพัง ตรวจสอบแล้วปรากฏว่าไม่ใช่  พอดี hard disk มี bad sector ก็เลยไปโทษว่าเป็นเพราะ hard disk  แต่ในที่สุดผมก็เจอสาเหตุที่แท้จริง


การ์ดจอมีปัญหาครับ เป็นการ์ดยี่ห้อ HIS pci-e 512 MB ที่ผมซื้อมาใช้งานได้ ๕-๖ ปีเแล้ว พัดลม ระบายความร้อนมีรอยแตกตรงกลางใบพัด...


 เมื่อใบพัดทำงานไม่ปกติ ความร้อนของการ์ดจอก็ขึ้นสูง จนก่อปัญหาให้กับส่วนอื่น... 

  
ผมผิดเองที่ไม่เคยถอดการ์ดจอออกมาทำความสะอาดเลย ฝุ่นมากขนาดนั้น ถ้าผมถอดออกมาดูแล หยอดน้ำมันหล่อลื่นซะหน่อย มันก็คงไม่เสีย...


การ์ดจอเสียก็ทำอะไรต่อไม่ได้ เนื่องจากไม่มี VGA on board ผมต้องซ่อมหรือไม่ก็ซื้อตัวใหม่ จำได้ว่าตอนนั้นซื้อมาจาก advice ในราคาพันกว่า ปัจจุบันนี้สามารถหาซื้อการ์ดจอขนาดเดียวกันได้ในราคา ๖-๗ ร้อยบาท แต่ผมก็ไม่อยากเสียตังค์ ขอชุบชีวิตให้มันดีกว่า!

ไปค้นกล่องสัมภารกเจอการ์ดจอ VGA slot ซึ่งเสียแล้วเข้าพอดี มี heat sink และพัดลมติดอยู่ ถอดเอามาใช้น่าจะได้ ลองวางทาบดูแล้วเกือบจะพอดี ต้องใช้ตะไบแต่งคลีบอลูมิเนียมออกเพียงนิดหน่อย....


สามารถใช้รูล็อคที่มีอยู่แล้วอย่างพอเหมาะพอเจาะ...


หลังจากติด heat sink ผมก็ต่อสายไฟให้พัดลม แล้วนำการ์ดใส่กลับเพื่อทดลอง ปรากฏว่าใช้ได้ครับ พัดลมหมุน เครื่องทำงานตามปกติ แต่ทว่าความร้อนยังคงขึ้นสูง ผมแหย่นิ้วเข้าไปสัมผัสกับแผง รู้สึกว่าร้อนจี๋  คิดว่าถ้าขืนใช้ต่อ..พอความร้อนเกินพิกัด เครื่องก็จะแฮ้งค์หรือเกิดอาการจอฟ้าอีก!  ต้องอาศัยวิชา "ช่างเหอะ" อีกแย้ว ผมไปซื้อซิลิโคนสำหรับทา CPU หรือ Thermal Compound จากร้านคอมพ์ฯ ใกล้บ้านมา ๑ หลอด (๓๕ บาท)


ฉีดใส่ค่อนข้างหนักมือ จากนั้นก็นำ heat sink มาวางให้พอดีทีเดียว จัดการล็อคทันทีโดยไม่ให้ขยับหรือดึงออก


จากนั้นก็นำการ์ดไปใส่ slot เปิดเครื่องทดลองอีกครั้ง....


เปิดเครื่องใช้งานครึ่งค่อนวัน...ความร้อนก็ไม่ขึ้นสูง ลองเอานิ้วเข้าไปแตะตรงจุดเดิม พบว่าแค่อุ่น ๆ เท่านั้น! ความร้อนของการ์ดจอถูกระบายได้ดีกว่าเดิมด้วยซ้ำ!

ตอนนี้คอมพิวเตอร์ของผมใช้งานได้ตามปกติแล้วครับ

Friday, May 22, 2015

ห้างฉัตร-กรุงเทพ

พ.ร.บ. ผู้สูงอายุ พ.ศ. ๒๕๔๖ กำหนดให้รถ บขส. ลดราคาค่าโดยสารให้ผู้สูงวัยครึ่งนึง (ไม่รวมค่าธรรมเนียม)  ทำให้ผมเลือกที่จะนั่งรถ ปอ. ๒ ของ บขส. อยู่บ่อยครั้ง!

เวลาที่เหลืออยู่ในช่วงบั้นปลายชีวิต ผมอยากนั่งรถ ปอ.๒ ไปลงหมอชิตแล้วต่อรถไปเที่ยวต่างจังหวัด แต่ปัญหาอยู่ที่ว่าผมจะไปขึ้นรถที่สถานีขนส่งลำปางซึ่งอยู่ห่างจากบ้านถึง ๑๐ กว่ากิโลเมตรได้อย่างไร?  วันนี้มีคำตอบซึ่งแก้ปัญหาได้แล้ว เมื่อไปพบที่จำหน่ายตั๋วรถ บขส. 99 อยู่ตรงข้ามกับตลาดห้างฉัตร!


มีรถไปกรุงเทพฯ เพียงวันละ ๑ เที่ยว เป็นรถ ปอ.๒ ตามที่ต้องการพอดี ผมสามารถจองตั๋วโดยใช้สิทธิ์ผู้สูงวัยได้ที่นั่น


คนขายตั๋วบอกว่า รถจากเชียงใหม่จะแวะไปรับเวลาทุ่มครึ่ง ผมสามารถนั่งไปลงที่สถานีขนส่งหมอชิตแล้วต่อรถไปที่ไหนก็ได้ที่อยากไป

มีทางเลือกใหม่ ๆ ให้อีกแย้ว!

Thursday, May 21, 2015

อย่าเลือกใช้สีราคาถูก

วันที่ ๖ มิถุนายนที่จะถึงนี้...ก็จะครบ ๒ ปีที่ได้ย้ายมาอยู่บ้านห้างฉัตร ห้องดนตรีบริเวณระเบียงชั้นลอยก็ยังไม่แล้วเสร็จซักที ดูเหมือน"ช่างเหอะ"จะอืดอาดเป็นเรือเกลือมาโดยตลอด!


เกิดขยันขึ้นมา...วานนี้ผมหยิบแปรงทาสีลงไปขยับงานต่อ เปิดฝากระป๋องสีน้ำมันสีเขียวยี่ห้อปลาทองออกมาใช้


อยากแนะนำว่า ถ้าเป็นไปได้...เพื่อน ๆ อย่าซื้อสีพวกนี้มาใช้นะครับ ราคากระป๋องละ ๓๒๐ บาท มันถูกก็จริง แต่ใช้งานแล้วไม่เป็นที่น่าพอใจ ปริมาณสีก็ไม่เต็มเหมือนสียี่ห้อดี ๆ แถมเนื้อสีไม่ข้นซะอีก (หุหุ ความจริงผมก็ไม่กล้าซื้อสีดี ๆ มาใช้เพราะมันแพง แต่พูดได้ว่ามันดี ก็เพราะเคยใช้สี superCote ที่คุณแอ้มให้มา พอเปิดฝาออกมาก็เห็นว่ามีสีเนื้อเข้มข้นอยู่เต็ม เวลาทายิ่งรู้สึกได้)

ไหน ๆ ก็ซื้อมาแล้ว... ผมเริ่มใช้ด้วยการทาเหล็กโครงหลังคาที่ยื่นออกไป



เสร็จแล้วก็หิ้วกระป๋องสีขึ้นไปบนดาดฟ้า ใช้มือลูบบานประตูห้อง workshop ซึ่งทาด้วยสีอย่างดี เห็นว่ายังคงสดใสอยู่เหมือนเดิม!


ผมลองใช้สีปลาทองทาผนังระเบียง รู้ทันทีว่าไม่ได้เรื่อง...


 ถ้าเป็นงานสี เพื่อน ๆ ต้องใช้ของดีหน่อยนะครับ!

Wednesday, May 20, 2015

คิดถึงคุณไพสิทธิ์

ทุกวันนี้ในลำปางมีโรงเรียนสอนเครื่องสายเพิ่มขึ้น ผมแอบหวังว่าต่อไปคงมีมือไวโอลินใหม่ ๆ มากขึ้น มือเชลโลก็จะหาได้ไม่ยากอีกต่อไป ในขณะเดียวกันก็หันมามองตัวเอง ไม่รู้ว่าเป็นคนสอนเครื่องสายมาได้อย่างไร ทั้ง ๆ ที่จับไวโอลินก็เฉพาะตอนที่สอนนักเรียนเท่านั้น เมือถึงระดับยาก ผมต้องปล่อยให้นักเรียนทำเอง หุหุ สิ่งที่กำลังทำอยู่คงไม่สามารถเรียกได้ว่าเป็น "การสอน" อีกต่อไป!  

 

ผมยังมีนักเรียนไวโอลินเหลืออยู่ ๒ คนคือ"อินดี้และเมเปิ้ล" ซึ่งตอนนี้ก้าวข้ามจากเล่ม ๔ ไปเล่นเพลงในตำราซูซูกิเล่ม ๕  ผมไม่ได้หวังว่าทั้งสองคนจะจับไวโอลินอย่างถูกต้องสวยงาม เพราะมันเลยขั้นตอนของการแก้ไขไปแล้ว แต่อยากให้ได้ศึกษาการเล่นที่แตกต่างออกไป อยากเสริมให้รู้ทฤษฎีดนตรี และสามารถบรรเลงร่วมกันได้อย่างไม่แข็งกระด้างหรือปราศจากอารมณ์ เท่านั้นก็พอแล้ว!!

ประกาศสอนฟรีก็ไม่เห็นมีใครมาเรียนเพิ่ม คงสิ้นแล้วสำหรับความหวังที่จะมีวงเครื่องสายของเด็ก ๆ สักวงหนึ่ง! (น่าจะไปอยู่กับ Tony ที่สุมาตรา อินโดนีเซีย...อิอิ)

วันนี้คิดถึงคุณไพสิทธิ์ ต้องขอขอบพระคุณที่มอบไวโอลิน handmade เสียงดีมาให้ผมได้ใช้ เพราะไวโอลินคันนี้ ทำให้ผมมีกำลังใจที่จะสอนต่อไป!

Tuesday, May 12, 2015

วินาทีแห่งความเป็นความตาย

เมื่อ ๕ ปีก่อนผมเขียนเรื่อง"รถต๋ำกั๋น" เล่าว่า..."ถนนดี ๆ ที่หน้าบ้านผม เดี๋ยวก็มีเสียงโครม แล้วตามมาด้วยภาพคนเจ็บลงไปนอนแน่นิ่งอยู่กับพื้นคอนกรีต!!"



เพื่อน ๆ ที่รักครับ การใช้รถใช้ถนนในบ้านเรานั้นอันตรายจริง ๆ แค่ช่วงวันหยุดติดต่อกันหลาย ๆ วันอย่างช่วงเทศกาลสงกรานต์ก็มีคนตายบนท้องถนนนับร้อย!  นักปั่นจักรยานอยู่ริมทางก็ยังโดนคนเมาขับรถยนต์ชนตายอย่างอเนจอนาถ

เช้าวันนี้บนทางหลวงหมายเลข 11 เชียงใหม่-ลำปาง ข้างหน้าบ้านผมก็เกิดอุบัติเหตุขึ้นอีก...


ปกติแล้วทุก ๆ เช้าจะมีลุงคนหนึ่งเดินข้ามถนนมาจากสถานีตำรวจ หลายคนมองด้วยความเป็นห่วงเพราะรถยนต์ที่วิ่งผ่านแล่นเร็วมาก บริเวณนั้นนับเป็นจุดอันตรายสำหรับผู้ที่จะเดิมข้ามถนนไปมา! วันนี้นับเป็นโชคร้ายของคุณลุง ผมเห็นแกโดนรถปิคอัพชน...นอนแน่นิ่งอยู่กลางถนน!!


จากระเบียงชั้นสาม ผมถ่ายภาพวินาทีแห่งความเป็นความตายมาเป็นอุทาหรณ์สำหรับผู้ใช้รถใช้ถนน...


นานแค่ไหนกว่ารถพยาบาลจะมาถึง?  ไม่นานนัก...ผมเห็นรถอาสาสมัครกู้ภัยเทศบาลวิ่งมาจอดแล้วลงมือช่วยเหลือทันที


มันเป็นวินาทีแห่งความเป็นความตายจริง ๆ 




 



หลังการปฐมพยาบาลก็นำตัวคนเจ็บส่งโรงพยาบาล ผมภาวนาขออย่าให้คุณลุงเป็นอะไรมากเลย!

Monday, May 11, 2015

แหล่งเรียนรู้ สวนรุกขชาติห้างฉัตร

เมื่อวันที่ ๑๑ มีนาคม ๒๕๕๘ ผมเขียนเรื่อง "FB Trip ไปดอยฮาง – สวนรุกขชาติห้างฉัตร" แล้วสัญญาว่าจะกลับไปที่นั่นอีกครั้งเพื่อหาข้อมูลเพิ่มเติม...



วันนี้ผมขอนำภาพส่วนที่อยู่ลึกเข้าไปมาให้ดูอีก จากประตูทางเข้า ถ้าเพื่อน ๆ ขี่จักรยานหรือขับรถตรงเข้าไป ก็จะไปถึงศูนย์ข้อมูลและทรัพยากรป่าไม้  มีป้ายตั้งอยู่ด้านหน้า


หันไปทางด้านซ้าย ตามที่ป้ายชี้บอกว่าเป็นศูนย์ข้อมูลจัดแสดงนิทรรศการ และบ้านพักนักท่องเที่ยว...


ผมมองเห็นความห่อเหี่ยวแห้งแล้ง ที่นี่คงปราศจากกิจกรรม ไม่มีนักท่องเที่ยวใดมาติดต่อขอพักเป็นแน่ โครงการนั้นสวยหรูและมีประโยชน์ ผมขอยกย่องในดำริของผู้บริหาร แต่คิดว่าปัญหาที่ทำให้ต้องหยุดชะงัก คงเป็นเพราะระบบการศึกษาของบ้านเรามากกว่า....


สวนรุกขชาติห้างฉัตรเป็นปอดธรรมชาติที่กว้างขวาง กอปรด้วยไม้ใหญ่หลากหลาย มีสระน้ำ เรือนเพาะชำ และอาคารสถานที่ อยู่ติดถนนใหญ่ ไม่ไกลจากตัวเมือง บุคลากรก็พร้อมสรรพ เหตุใดถึงไม่มีผู้สนใจเข้าไปพักผ่อนและศึกษาหาความรู้?

เมื่อปราศจากผู้ใช้บริการ สถานที่ก็รกร้าง ปราศจากการพัฒนา ได้แต่ปล่อยให้ผ่านไปวัน ๆ


ผู้ปกครองไม่เคยพาลูกหลานไปดูนิทรรศการที่ให้ความรู้เกี่ยวกับทรัพยากรป่าไม้ ไม่เคยพาครอบครัวไปพักผ่อนหรือนั่งกินข้าวร่วมกันในศาลาที่เค้าจัดทำไว้ให้  ยิ่งครูบาอาจารย์ก็ยิ่งแล้วใหญ่! ผมเห็น FB ของอาจารย์สุทินนำความแตกต่างของการเรียนรู้ระหว่างเด็กไทยกับเด็กนอกมาให้ดู เห็นได้ว่านักเรียนของเราเน้นแต่ในตำรา โอกาสที่จะได้ออกปฏิบัติ ได้ทดลองและร่วมสนทนาถกเถียงมีน้อยมาก....


ทั้ง ๆ ที่เรามีสถานที่ ๆ จะให้ความรู้และประสบการณ์แก่เยาวชนอยู่ใกล้ตัว...


อย่างอาคารแสดงนิทรรศการในสวนรุกขชาติห้างฉัตรก็ดูเงียบเหงา...

















มีโอกาสผมจะเข้าไปขออนุญาตพาเด็ก ๆ ไปเล่นไวโอลิน แล้วศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับทรัพยากรป่าไม้ไปด้วย...