Monday, January 23, 2012

ค้นพบตำราหีบเพลง...

 
รับปากไว้ว่าจะต้องสแกน "ข้ามน้ำสามทวีป" นำลงใน "หนังสือเก่าของผม" ให้แล้วเสร็จก่อนสิ้นเดือน เมื่อวานนี้ผมเร่งมือสแกนและนำขึ้นเว็บได้อีกจนถึงหน้า ๑๕๐  คิดว่าคงทำได้ทันเพราะยังเหลืออยู่เพียง ๙๔ หน้าเอง...

พูดถึงเรื่องหนังสือ โชคดีจังที่ผมค้นเจอตำราแอคคอร์เดียนของ Palmer-Hughes เล่ม ๓ แล้ว ต่อไปคงได้นำเสนอให้เพื่อน ๆ ที่สนใจเล่นหีบเพลง รวมทั้งใช้ฝึกฝนให้ตัวเองด้วย มีเพลงเพราะ ๆ อยู่หลายเพลง ดังเช่น Little Brown Jug Polka, Cielito Lindo, Fascination, Santa Lucia, ฯลฯ


นอกจากนั้น ผมยังได้เจอหนังสืออีกเล่มนึง โผล่ออกมาได้ยังไงไม่รู้  เล่มนี้ซื้อไว้ตั้งแต่สมัยทำ "ไทยประเสริฐมิวสิคเฮ้าส์" อยู่ที่เชียงใหม่โน่น...



หนังสือสารคดีท่องเที่ยวต่างแดนหนา ๒๒๐ หน้า จำหน่ายเพียงเล่มละ ๑๕ บาท อืมมม..ยุคนั้นช่างเป็นช่วงเวลาที่หนอนหนังสืออิ่มหมีพลีมันกันถ้วนหน้าจริง ๆ  ผมหยิบขึ้นมาอ่านอีกครั้งก็ยังคงได้อรรถรสอยู่เหมือนเดิม แม้ข้อมูลในหนังสือจะล้าสมัยไปแล้ว แต่ยังคงเปรียบเทียบให้เห็นความแตกต่างในความคิดของผู้นำของเค้ากับของเราได้เป็นอย่างดี  คุณบุญสม รดาเจริญ ได้เขียนว่า...

คนที่ไปเที่ยวเกาหลีใต้ ไม่ว่าจะเยือนเมืองหลวงโซลเพียงเมืองเดียว หรือมีโอกาสเที่ยวเมืองอื่น ๆ มักอดนึกถึงรัฐบาลของเขาไม่ได้ ช่างเข้าใจสร้างสถานที่ให้ชาวบ้านพักผ่อนจิตใจเพิ่มเติมอยู่เรื่อย ๆ ดีแท้   ของเก่าก็บูรณะรักษาอย่างดี ของใหม่ที่คิดว่าควรจะมีเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว ทางการก็สร้างอยู ตลอดเวลา ทำให้ชาวบ้านมีสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ และนักท่องเที่ยวเกิดความสบายใจเมื่อไปเห็นไปชม

ในใจกลางกรุงโซล มีพระราชวังเก่าแก่อยู่ใกล้ ๆ กัน ๓ วังด้วยกันคือ ต๊อคซูม กยองบ๊อค และ ชางด็อค ปราสาทบางหลังก็สร้างขึ้นใหม่ให้เหมือนของเดิม บางอาคารสร้างใหม่เอี่ยมตามแบบสถาปัตยกรรมโบราณ วังของเขาที่คุยว่าสวยนักสวยหนา รวมความงามทั้งหมดยังไม่เท่าขี้เล็บของพระบรมมหาราชวังของเรา แต่เขาดูแลรักษาของเก่าอย่างดี สวนไม้ดอกโดยรอบก็ตกแต่งสวยงามเอาใจใส่ตลอดเวลา ใครเห็นใครก็ติดใจ เพราะสบายตาสบายใจนั่นเอง ถ้าของเราดูแลกันแข็งขันอย่างนั้นมั่ง คงดีกว่าปัจจุบันหลายเท่า และนักท่องเที่ยวจะตลึงลานกว่านี้....

หุหุ อ่านแล้วทำให้คิดถึงผู้นำบ้านเรา คิดสร้างแต่หลักกิโลยักษ์ กระจาดกระบุงยักษ์ อะไรที่มันยักษ์ ๆ ในขณะที่ของดี ๆ ที่มีอยู่ กลับไม่คิดรักษาไว้



รู้สึกว่าเวลามันเดินเร็วเหลือเกิน เผลอแป๊ปเดียว เดือนมกราคมกำลังจะผ่านไป  พี่ชายผมยังไม่ยอมฟื้นฟูสภาพร่างกาย คงเลือกที่จะนอนบนเตียงไปเรื่อย ๆ ไปจนตาย ผมก็เลยไปไหนไม่ได้อยู่เหมือนเดิม!

No comments: