Tuesday, September 24, 2013

สแกนฟิล์ม 120

ผมไม่มี iPad ใช้!  แต่เพิ่งจะรู้ว่ามันสามารถทำหน้าที่สแกนฟิล์มได้ โดยใช้แอปที่ชื่อ film scanner 
ที่มา - lomography.com
ฟิล์ม negative ที่ผมเก็บไว้จำนวนหนึ่ง มีทั้งฟิล์ม 135 และ 120  สำหรับเจ้าฟิล์ม 135 นั้น ผมสามารถใช้สแกนเนอร์ที่มีอยู่สแกนออกมาได้แล้ว  (เขียนไว้ใน "  คืนชีวิตให้ฟิล์มสไลด์")

ฟิล์มขาวดำ 135
ผลสแกนฟิล์ม 135 ออกมาเป็นที่น่าพอใจ...



เจ้าฟิล์ม 120 ที่มีอยู่ ผมถ่ายโดยใช้กล้อง Lubitel (มอบให้ป้าจิ๊กเป็นที่ระลึกไปแล้ว ไม่รู้ว่าจะเอาไปทิ้งอ่ะเปล่า อิอิ)  ส่วนใหญ่เป็นภาพครอบครัวสมัยที่อยู่บ้านทุ่งโฮเต็ล และภาพสุดท้ายถ่ายในคืนวันเลี้ยงส่งอาจารย์โจกลับอเมริกา...

ผมอยากนำเจ้าฟิล์ม 120 มาสแกนด้วยเครื่องสแกนที่มีอยู่  โดยใช้วิธีเดียวกับการสแกนฟิล์ม 135 แต่ไม่สำเร็จ... ปวดเฮดอีกแล้ว!


ต้องหาวิธีสแกนฟิล์มขนาดใหญ่อย่างนี้ให้ได้...


ในที่สุดก็ทำได้ โดยเปลี่ยนไปสแกนแบบธรรมดา เหมือนที่ทำกับเอกสารหรือรูปภาพทั่วไป เพียงตั้งความละเอียดให้สูง ในโหมด Photo  ก็จะได้ภาพออกมาดังนี้...


จากนั้นก็ให้เป็นหน้าที่ของโปรแกรม PhotoShop 

ผมเปิดภาพออกมา...


คลิกที่ Adjustments....


แล้วคลิกที่ Invert...


ภาพจะเปลี่ยนจาก negative เป็น positive ทันที...


จากนั้นก็ปรับแต่งขนาดของภาพให้ได้ตามที่ต้องการ เพิ่มความคมชัดซะหน่อยด้วย Adjustments ได้มาแล้วดังนี้...


จะให้เป็นภาพขาวดำหรือภาพซีเปียก็ได้...


ตอนนี้สแกนได้หมดครับทั้งฟิล์ม 135 และ 120

Monday, September 23, 2013

ต่อสายเบส...


ค่ำวันนี้ผมไปเล่นแอคคอร์เดียนกับวงดนตรี "สหายเก่า" ซึ่งมีคุณเหลาเป็นหัวหน้าวงและเล่น double bass...   ผมได้เห็นสายเบส (สาย ๒ - D ) ซึ่งขาดเมื่อตอนที่เล่นดนตรีด้วยกันที่ร้าน Cowboy Corner แล้วผมช่วยต่อให้ โดยอาศัยหลักของการต่อสายเปียโน


ผ่านมาแล้วหลายปี ทุกวันนี้คุณเหลาก็ยังคงใช้สายเส้นเดิม ไม่ได้เปลี่ยนใหม่...


แปลกใจที่มันยังคงใช้งานได้อยู่...ผมจึงถือโอกาสถ่ายรูปมาให้เพื่อน ๆ ดูซะหน่อย!


วิธีต่อสายเปียโน... ศึกษาได้จากภาพต่อไปนี้

ที่มา - หนังสือ Piano Servicing, Tuning, & Rebuilding by Arthur A. Reblitz

เพื่อน ๆ สามารถนำหลักการเดียวกัน ไปใช้ต่อสายเบสหรือสายเชลโลที่ขาดได้...

วันนี้เอาง่าย ๆ อย่างนี้แหละ อิอิ

Sunday, September 22, 2013

การแก้ไขภาพกลับด้าน...

เมื่อวานนี้ ผมเขียนเรื่อง "มองเชียงใหม่ผ่านฟิล์มสไลด์"  ไว้ในบล็อก "ฟังลุงน้ำชาคุย"  โดยใช้ภาพซึ่งสแกนได้จากฟิล์มสไลด์ที่มีอยู่  แต่การสแกนฟิล์มของผมบางครั้งก็สับสน วางกลับด้าน...ทำให้ภาพออกมากลับซ้ายเป็นขวาเหมือนภาพในกระจกเงา!


ถ้าเป็นภาพวิวทิวทัศน์อย่างภาพข้างบน หากสแกนออกมากลับด้านก็คงไม่เป็นไร ผ่านมาหลายสิบปี...ผมคงบอกไม่ได้ว่าภาพไหนเป็นภาพที่ถูกต้องตามความเป็นจริง?


ส่วนภาพหนุ่มแบกเป้ในเมืองการาจี ประเทศปากีสถาน ถ้าสแกนออกมากลับด้านผมจะรู้ทันที เพราะจำได้...


แต่รูปนางงามบนขบวนแห่ไม้ดอกไม้ประดับ ซึ่งมีป้ายร้านเป็นตัวหนังสือกลับด้านอยู่ด้านหลัง รวมทั้งคำว่า FUJI บนเสื้อของเจ้าหนุ่มที่ยืนอยู่ข้าง ๆ นั่น มันเหมือนมองภาพในกระจกเงา อย่างเนี้ยปล่อยไว้ไม่ได้!! 


วิธีแก้ไขนั้นง่ายมากครับ โดยใช้โปรแกรม PhotoShop  เพียงแค่เปิดภาพกลับด้านที่ต้องการแก้ไขออกมา แล้วคลิกที่ Rotate Canvas...


จากนั้นก็คลิกที่ Flip Canvas Horizontal...


พริบตาเดียว... เจ้าภาพในกระจกเงาก็พลิกกลับทันที!!


ใช้ได้แล้ว!  ต้องขอบคุณโปรแกรมดี ๆ อย่าง PhotoShop ครับ

Saturday, September 21, 2013

วางไปเรื่อยก่อน...


ผมยอมควักเงินพันกว่าบาทประมูลเครื่องสแกนเนอร์ยี่ห้อ Epson GT-8400UF มาใช้ด้วยความอยากได้ซึ่งอัดแน่นอยู่เต็มอกมานาน พูดได้ว่ามัน "แน่นอก" ทุกครั้งที่เห็นฟิลม์สไลด์และฟิล์ม negative ทั้งสีและขาวดำกระจัดกระจายอยู่ทั่วไป...   

ได้เครื่องมาแล้วก็พยายามศึกษาวิธีใช้งาน อะไร ๆ ก็ดีทุกอย่างนะ ยกเว้นอย่างเดียวคือ มันไม่มีเจ้าแผ่น adapter สำหรับวางฟิลม์เพื่อสแกน...


ไม่เคยเห็นของจริงมาก่อน แต่ถ้าจะตัดกระดาษแข็งมาทำเองก็คงไม่ยาก  เพราะดูในภาพแล้ว...สามารถกะความกว้างยาวและขนาดช่องสำหรับวางสไลด์หรือ filmstrip ได้  เพียงแต่ต้องให้มันอยู่ตรงกลาง (สีเหลืองในภาพข้างบน)จริง ๆ เท่านั้น   ผมเองยังไม่มีเวลาทำ...จึงต้องใช้วิธีกะด้วยสายตา วางแผ่นสไลด์ ๒ แผ่นเรียงกันอย่างที่เห็นในภาพ!


คลิกที่ Preview...


เจ้าสแกนเนอร์ก็เริ่มทำงาน (เสียงดังอืด ๆๆ) ถ้าวางถูกตำแหน่ง มันจะตีกรอบพื้นที่ที่จะสแกนให้เองหมด แต่เราก็ยังสามารถใช้ mouse คลิกแล้วลาก ปรับให้มันสแกนตามตามที่ต้องการได้


ฉลาดเป็นบ้า...เจ้าเครื่องนี้!  ให้ดูตามกรอบเส้นประ ถ้าออกมาอย่างในภาพต่อไปนี้ ก็คลิกที่ Scan ได้เลย!


พอสแกนเสร็จ ยกฝาขึ้น อย่าเพิ่งรีบเอาสไลด์ออกพร้อมกันทีเดียวนะครับ เตรียมสไลด์ที่จะสแกนต่อไปไว้ ๒ บาน แล้วค่อย ๆ เขี่ยสไลด์ที่วางอยู่ออกก่อน ๑ บาน จากนั้นก็ใส่บานใหม่เข้าไปแทน เสร็จแล้วจึงค่อยเขี่ยสไลด์บานที่เหลือออก ใส่บานใหม่เข้าไปแทน ใช้นิ้วค่อย ๆ บรรจงปรับให้ตรงและต่อกันสนิท   ปิดฝาแล้วกด Preview ได้เลย...

หุหุ วันนี้ผีขยันเข้าสิง ผมนำสไลด์ที่มีอยู่ออกมาสแกนได้ตั้ง ๒๓๐ บาน...

ขนาดวางไปเรื่อยนะเนี่ย! 

Friday, September 20, 2013

ทาสีพื้นปูน...


คุณบิมถามว่างานสีเป็นอย่างไรบ้าง?  ผมก็อยากจะบอกว่า "  ยังมือเปื้อนสีแทบทุกวัน"....

ทุกวันนี้เครื่องดนตรีแทบไม่ได้จับ นอกจากตอนสอนอินดี้และเมเปิล หรือตอนซ้อมกับวงดนตรีคนเฒ่า (หายเงียบไปหลายสัปดาห์)  ผมเปลี่ยนไปจับแปรงทาสีและค้อนตอกตะปูแทน!! กลางคืนก็ทำงานกับเครื่องคอมพ์ฯ  หาวิธีสแกนฟิล์ม(แข่งกับคุณบิม) ไปเรื่อย ๆ 



ผมต้องขอบคุณคุณแม่น้องเอแคร์อีกครั้ง สำหรับสี SuperCote สีน้ำเงินที่ให้ไว้ ผมนำมาใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพจริง ๆ   ได้สีดี ๆ...แปรงดี แม้คนทาจะไม่ดี อย่างน้อยผลงานก็ยังออกมาดูดี  ผมใช้สีกระป๋องนี้ทาราวบันไดตั้งแต่ชั้นล่างยันดาดฟ้า...


ใช้ทาเพดานห้องน้ำชั้นสาม...


ทำตามที่ใจชอบ แม้จะมีบางคนหาว่าใช้สีผิดประเภท ผมทาพื้นระเบียงชั้น ๓ ด้วยสีน้ำมันผสมน้ำมันสนเหมือนที่ฝรั่งเค้าทำกัน ทารอบแรกโดยผสมน้ำมันสนให้มาก ๆ เพื่อเนื้อสีจะได้ซึมลงในพื้นปูน...


อย่าลืมขัดและทำความสะอาดพื้นก่อนนะ และสีที่ใช้ก็ควรปราศจากสารปรอทด้วยครับ....


รอให้แห้งแล้วทาทับอีก ๒ รอบ ก็จะได้พื้นที่สวยงามและทำความสะอาดง่าย...

บ่ายวันนี้ผมขัดฝาและเพดานห้องน้ำชั้นล่าง...แล้วทาสีน้ำเงิน 


เป็นการลงสีรอบแรก ผมต้องรอให้แห้ง แล้วค่อยทาทับอีก ๑ รอบ


เพดานก็กะว่าจะทาสีฟ้าอย่างที่ใช้ทาผนังห้องน้ำชั้น ๓....

ผมต้องทำงานอย่างรวดเร็ว เพราะสีผสมน้ำมันสนค่อนข้างเหม็น แม้จะปิดจมูกด้วย mask แล้วก็ตาม ตอนนี้สีซึ่งเปิดใช้มาเหลืออยู่แค่นี้เองครับ (ยังมีอีก ๑ กระป๋องที่ยังไม่ได้เปิด)    


 งานสียังคงมีต่อเนื่องฮับ...

Thursday, September 19, 2013

คืนชีวิตให้ฟิล์มสไลด์...




เมื่อวันที่ ๒๗ พฤษภาคม ๒๕๕๗๖ ผมได้เขียนเกี่ยวกับเรื่อง Scanner ยี่ห้อ Epson รุ่น GT-8400UF  ซึ่งประมูลได้มาในราคา ๑,๕๕๐ บาท  ผมสะเพร่านำไปเสียบไฟ 220V  ทั้ง ๆ ที่เครื่องใช้ไฟ 110V  ตามที่ได้เขียนเล่าไว้ใน "ความผิดพลาดกับสแกนเนอร์ตัวใหม่..."  


โชคดีที่ยังสามารถแก้ไขให้ใช้งานได้  วันต่อมาผมได้เขียนเรื่อง "ทดลองสแกนฟิล์ม"  นับเป็นครั้งแรกในชีวิตที่มีโอกาสได้ทดลองสแกนฟิล์ม เป็นความฝันที่ผมมีมานาน นับตั้งแต่สมัยที่เครื่องสแกนเนอร์ชนิดสแกนฟิล์มยังราคาตัวละหมื่นกว่าบาท...

ตอนที่ย้ายบ้าน พาเจ้าสแกนเนอร์ Epson ตัวนี้มาอยู่ห้างฉัตร สายไฟเอย adapter เอย...กระจัดกระจายไปคนละทิศคนละทาง  วันนี้ผมเพิ่งจะมีโอกาสนำมันขึ้นมาประกอบเพื่อใช้งานอีกครั้ง  (ใช้เวลานาน...กว่าจะหาสายไฟและอุปกรณ์ได้ครบ)


ประกอบเสร็จ ผมก็เปิดเครื่อง อ้าว! driver ดันไปอยู่ใน hard disk อีกตัวนึง...หาไม่เจอ! เครื่องใช้งานไม่ได้!  ต้องเข้าไปค้นหา driver ในอินเทอร์เน็ต ดาวน์โหลดได้มาครั้งแรก...คนละเวอร์ชั่นติดตั้งไม่สำเร็จ ต้องดาวน์โหลดอีกตัว (ขนาด 10.4MB)  คราวนี้สำเร็จ...ทำให้เจ้าสแกนเนอร์ตัวนี้ทำงานได้


ผมต้องหาวิธีการสแกนฟิล์มด้วยตนเอง เพราะคู่มือที่ดาวน์โหลดได้เป็นภาษาญี่ปุ่น ประจวบกับไม่มีเฟรมที่ใช้สำหรับใส่แผ่นฟิล์มหรือสไลด์  จึงต้องลองผิดลองถูก...

ผมทดลองวางสไลด์ลงในตำแหน่งที่คิดว่าเหมาะสม....


แหม!  หลังจากที่ผมกด preview...เจ้าสแกนเนอร์ช่างฉลาดเหลือเกิน มันหาพื้นที่ ๆ เป็นรูปภาพได้เอง ผมแค่ตั้งค่ากำหนดขนาดว่าจะให้ออกมาขนาดไหน  ถูกต้องแล้วสั่งให้มันสแกนได้เลย....



สามารถตั้งค่าให้โปรแกรมมันลบฝุ่นละอองออกไปโดยอัตโนมัติได้ด้วย การสแกนก็รวดเร็วกว่าเจ้า Canon Lide 20 หลายเท่า  วันนี้ดีใจจริง ๆ เมื่อได้เห็นผลจากการทดลองนำฟิล์มสไลด์เก่า ๆ เปื้อนฝุ่นออกมาสแกน...


ภาพแม่น้ำปิงไหลหลาก ต้นฉบับเก่ามากครับ ได้ขนาดนี้ก็นับว่าวิเศษแล้ว!  ลองสแกนสไลด์ไปเที่ยวกรุงการาจี ปากีสถาน มาให้เพื่อนดูสัก ๒-๓ บาน...




ถ้าเพื่อน ๆ ได้เห็นต้นฉบับแล้วจะรู้สึกทึ่งกับเจ้าเครื่องสแกนตัวนี้มาก ๆ เลยล่ะ  ผมเคยหมดหวังเรื่องการชุบชีวิตให้ฟิล์มเหล่านั้นมานานแล้ว วันนี้ผมประสบความสำเร็จในสิ่งที่ไม่คาดคิด

เอ้า... ลองสแกนสไลด์ไปเยือนกรุงเอเธนส์อีกสัก ๓ บาน ได้มาแล้ว ผมก็ใช้ PhotoShop ช่วยอีกหน่อย ออกมาแจ๋วกว่าต้นฉบับเลยล่ะ...




ถ้าได้รูปประกอบจากฟิล์มสไลด์เก่า ๆ ผมก็มีเรื่องให้เขียนอีกมากมาย!

Wednesday, September 18, 2013

Travellin' light ไปพม่า - ได้นาฬิกาแล้ว!

ทุกครั้งที่เดินทาง...ผมจะดูเวลาจากโทรศัพท์มือถือเครื่องเก่าที่นำไปด้วย บางครั้งแบตหมดเสียก่อน...ทำให้ดูเวลาไม่ได้ ยิ่งต้องบันทึกการเดินทางซึ่งต้องลงรายละเอียดเรื่องเวลา ผมจึงทำได้แค่เดาหรือแอบดูนาฬิกาของคนข้าง ๆ 

เมื่อวานนี้ ผมรื้อลิ้นชักโต๊ะทำงาน ล้วงไปถึงก้น (ก้นลิ้นชักนะ อิอิ)  มือไปคลำเจอวัตถุแปลกปลอมเข้าอย่างหนึ่ง (แหม พูดเหมือนหมอควานหามะเร็งต่อมลูกหมากเลยนะเนี่ย!)  ผมดึงมันออกมาดู...


อ๊ะ! ลืมไปสนิทเลยสำหรับนาฬิกาเรือนนี้ หน้าปัทม์ทรงกลม สายหนังแท้สีน้ำตาล มองยี่ห้อไม่ชัด  ผมหมุนเม็ดมะยมขันลาน ๒-๓ รอบ...เข็มเริ่มขยับเดินทันที!  ดึงเม็ดมะยมขึ้น... ผมตั้งเวลาให้ตรง  


อืมมมม์... ตั้งแต่เลิกไปสอนแทนพี่ชายที่โรงเรียนเพ็ญจิตตพงษ์ ผมก็ไม่ได้ผูกนาฬิกาอีกเลย เจ้าเรือนนี้มาได้ยังไง?  ผมยังนึกไม่ออกจริง ๆ   ยกขึ้นดูใกล้ ๆ....โห! นาฬิกาโบราณยี่ห้อ Rolex ซะด้วย!! เป็นแบบเรียบง่าย ไม่มีวันที่  (vintage จริง ๆ)

ดูด้านหลัง ผมเห็นคำว่า Royce อยู่ตรงกลาง (ชื่อรุ่นหรือเปล่าไม่รู้?) มีคำว่า water-resistant, shock-resistant และ antimagnetic สลักไว้โดยรอบ 



พยายามหาคำตอบว่าเจ้า Rolex เรือนนี้มันมาได้อย่างไร  ในที่สุดผมก็พอจะเชื่อได้ว่าต้องเป็นนาฬิกาเก่าของคุณ Sid ที่เค้าไม่ใช้แล้ว ถูกทิ้งไว้ในลังเครื่องมือ ผ่านมาหลายปีดีดัก...แต่ก็ยังใช้งานได้!   ผมทดลองนำขึ้นมาผูกเข้ากับข้อมือซ้าย  ว้าว...พอดีเลย!  ยกขึ้นดูเวลา...ยังตรง ทำงานได้ดีเหมือนเจ้าโตของผม!  ดีจัง....เดินทางครั้งหน้า มีนาฬิกาใช้แล้ว! 

ผมนำเจ้า Rolex รวมไว้ใน belongings list สำหรับ Travellin' light ไปพม่าทันที!