Monday, October 27, 2014

บานเกล็ดหน้าต่าง


ห้อง workshop ผมได้ทำช่องหน้าต่างเอาไว้แบบหยาบ ๆ คือกำหนดความกว้างได้ แต่ความสูงต้องถูกบังคับให้พอดีกับโครงเหล็กที่ทำจากเตียงเก่า....


วัสดุทุกอย่างก็ใช้ของเก่าทั้งสิ้น ผมเก็บกระจกเหลือใช้มาจากบ้านเก่าปงแสนทอง เอามาวางทิ้งไว้บนโต๊ะ ปล่อยให้ตากแดดตากฝนอยู่หลายเดือน... 


วันนี้ถึงเวลาขอพื้นที่โต๊ะคืน (หุหุ ใช้ศัพท์การเมือง) ผมจะต้องนำกระจกที่วางเกะกะไปใช้กับหน้าต่างที่ได้ทำไว้นานแล้ว ก่อนอื่นต้องไปแกะเจ้ารางกระจกบานเกล็ดอลูมิเนียมมาจากหน้าต่างห้องเรียนดนตรีที่ชั้นลอยออกมาก่อน...

รางกระจกบานเกล็ดและมือหมุน (ภาพแทน)
ไม่ยากครับ แค่ถอดกระจกออก แล้วใช้ไขควงขันสกรูยึดซึ่งมีข้างละ ๖ ตัวออก ก็ได้เจ้ารางกระจกบานเกล็ดเก่า ๆ มาใช้แล้ว...


พอดีวงกบหน้าต่างที่ทำไว้มีความสูงน้อยกว่า จึงจำเป็นต้องใช้เลื่อยมือตัดให้สั้นลง จากที่เคยใช้กระจก ๑๒ แผ่น เหลือแค่เพียง ๗ แผ่น...


ตัดเสร็จก็ทำความสะอาด แล้วนำไปติดตั้งโดยใช้สว่านเจาะตรงรูที่มีอยู่ แล้วยึดติดกับวงกบโดยใช้สกรูข้างละ ๔ ตัว...




 ติดตั้งเรียบร้อยทั้ง ๒ ข้าง ผมก็นำกระจก ๗ แผ่นไปล้างให้สะอาด....



จากนั้นก็นำไปใส่กับรางกระจก  เรียบร้อยแล้วจ้า!


มือหมุนที่ถอดมาใช้งานไม่ได้ จะต้องซื้อตัวใหม่มาใช้ ผมปล่อยเอาไว้อย่างเนี้ยก่อนละกัน....


ความสูงของวงกบน้อยไปหน่อย เลยทำให้กระจกแผ่นล่างสุดไม่เข้าที่...


เป็นความผิดพลาดที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เก็บของเก่าใช้ก็อย่างงี้แหละ!!

Sunday, October 26, 2014

ซ่อมก๊อกน้ำ

ตั้งแต่ย้ายมาอยู่บ้านห้างฉัตร ก๊อกน้ำอ่างล้างหน้าชั้นล่างเปิดสุดแล้ว มีน้ำไหลออกมาแค่ที่เห็น...


ผมปล่อยทิ้งไว้ปีกว่า ไม่ได้ซ่อมให้ใช้งานได้ เพราะจุดนั้นยังปรับปรุงไปไม่ถึง พอดีบนดาดฟ้าผมติดตั้งอ่างล้างหน้าไว้นานแล้ว วันนี้นึกอยากจะใส่ก๊อกน้ำและต่อน้ำเข้า ผมนำก๊อกน้ำตัวใหม่ (ซื้อจาก Global House) ออกมาใส่...


ใส่เสร็จแล้วมองไปมองมา คิดว่าไม่น่าจะเหมาะ เพราะมันใหม่และดีเกินไป ควรจะนำไปใช้กับอ่างล้างหน้าข้างล่างมากกว่า ด้วยเหตุนี้ผมจึงต้องแกะก๊อกน้ำตัวเก่าซึ่งมีอาการไหลกะปริบกะปรอยออกซ่อมเพื่อนำมาใส่แทน  แกะออกมาแล้ว....จึงรู้สาเหตุที่ทำให้น้ำไหลไม่สะดวก!!


ดูกันให้ชัด ๆ เห็นเศษขยะเข้าไปอุดทางน้ำ...


ดึงออกซะก็หมดเรื่อง...


แกะเอาเจ้าพลาสติกออกมา เพื่อทำความสะอาดภายใน...


เท่าที่สังเกต ถ้าเป็นก๊อกน้ำทั่ว ๆ ไปจะไม่มีแผ่นพลาสติกที่มีรูตรงกลางอย่างนี้ใส่ไว้ แต่ก๊อกสำหรับอ่างล้างหน้าทำไมถึงมี?  เป็นคำถามที่น่าขบคิด!  ไปค้นหาคำตอบในเน็ตก็ไม่เจอ อืมมมม...ถ้าให้เดา ผมคิดว่าเจ้าแผ่นนี้คงบังคับให้น้ำต้องพุ่งแรงผ่านรู เกิดเสียงซ่าเวลาเปิดก๊อก  ไม่รู้จริง ๆ เพราะผมไม่ได้เป็นผู้ออกแบบผลิตภัณฑ์ อิอิ   ผมใส่แหวนพลาสติกกลับเข้าไปตามเดิม แล้วนำก๊อกน้ำขึ้นไปใส่อ่างล้างหน้าบนดาดฟ้า  เรียบร้อยแล้วครับ...


ถ้าเพื่อน ๆ เจอปัญหาอย่างนี้  คงซ่อมเองได้ ไม่ต้องไปซื้อก๊อกตัวใหม่มาเปลี่ยนให้เสียเงินเปล่า... 

Saturday, October 25, 2014

กฤตภาค

ผมเป็นคนรุ่นเก่า ตอนเป็นเด็กเคยนำสมุดวาดเขียนหรือสมุดเก่ามาใช้เก็บข้อมูลและข่าวสารต่าง ๆ โดยตัดข่าวหรือรูปภาพจากหนังสือพิมพ์หรือนิตยสารมาแปะไว้ด้วยกาวซึ่งทำใช้เองจากแป้งมัน...




ผมรู้จักคำว่า "clipping" ซึ่งแปลว่า "การเล็มออก" และ"ข่าวสารที่ตัดจากหนังสือพิมพ์หรือนิตยสาร" แต่ถ้าก่อนหน้านี้บอกผมว่า "กฤตภาค" ผมคงต้องส่ายหัว เพราะไม่รู้จักจริง ๆ

Longdo Dict ให้ความรู้ไว้ว่า...
กฤตภาค (Clipping) นับว่าเป็นวัสดุสารนิเทศของห้องสมุดอย่างหนึ่ง เป็นการนำข้อความหรือบทความที่ตัดจากหนังสือพิมพ์และวารสารฉบับล่วงเวลา โดยผู้ที่ต้องการจะเก็บบันทึกบทความ ข้อความที่น่าสนใจ บทบรรณาธิการ จดหมายถึงบรรณาธิการ ภาพถ่าย การ์ตูน รวมถึงเรื่องราวที่ยังไม่มีการรวบรวมจัดพิมพ์เป็นหนังสือ ฯลฯ มักรวบรวมเก็บเข้าแฟ้มไว้เป็นคอลเล็กชัน โดยจะมีการจัดเก็บด้วยหัวเรื่อง หรือวิธีการจำแนกอื่น เช่น ชื่อสิ่งพิมพ์ เลขหน้า วัน เดือน ปี นำมาให้หัวเรื่อง จัดเก็บเข้าแฟ้ม โดยเรียงสำดับตามตัวอักษร เก็บไว้ในตู้จุลสาร เพื่อนำมาใช้ค้นคว้าและอ้างอิง นอกจากนี้ยังสามารถเป็นประโยชน์ในการจัดนิทรรศการ หรือรวบรวมเพื่อให้ทราบแนวโน้มความสนใจของประชาชนในเรื่องและช่วงเวลาต่างๆ ได้อีกด้วย
การจัดทำกฤตภาค ทำโดยการนำข่าวสารที่ต้องการจัดเก็บมาตัดเก็บมาเฉพาะส่วนที่ต้องการ นำไปผนึกลงบนกระดาษเปล่า และแจ้งถึงแหล่งที่มาของข้อเท็จจริงไว้ที่หัวกระดาษเพื่อใช้อ้างอิงได้ โดยมีวัตถุประสงค์ จัดทำเป็นเครื่องมือช่วยผู้ใช้ให้สามารถค้นหาข้อมูลปลีกย่อยที่ปรากฏในสิ่งพิมพ์ เพื่อช่วยในการค้นหาได้อย่างรวดเร็ว นอกจากการจัดเก็บกฤตภาคไว้ใน "ตู้กฤตภาค" แล้วนั้น ปัจจุบันยังได้มีการนำเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์เป็นเครื่องมือช่วยจัดเก็บกฤตภาคได้โดย การจัดเก็บโดยวิธีบันทึกลงบนฐานข้อมูลคอมพิวเตอร์ ด้วยอุปกรณ์บันทึกภาพ (Scanner) เมื่อต้องการใช้จะต้องสืบค้นและอ่านผ่านระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งช่วยให้สามารถสืบค้นได้อย่างรวดเร็ว ลดความซ้ำซ้อน  ลดปัญหาการใช้กระดาษ และลดปัญหาพื้นที่จัดเก็บได้อีกวิธีหนึ่ง
อ้างอิง : แม้นมาส ชวลิต. (2549). คู่มือบรรณารักษ์ (ฉบับปรับปรุงแก้ไข) เล่ม 1. กรุงเทพฯ: บรรณกิจ. [บรรณารักษ์และสารสนเทศศาสตร์] 



กว่าผมจะมารู้จักคำว่า "กฤตภาค" ก็ใกล้จะลงโลงแล้ว! หุหุ

Friday, October 24, 2014

พริกขี้หนู

เช้านี้ผมขึ้นไปบนดาดฟ้า เห็นน้ำขังอยู่บนพื้น แสดงว่าเมื่อคืนที่ผ่านมามีฝนตก อาจเป็นฝนสั่งฟ้าก็ได้เพราะฤดูหนาวได้โผล่หน้าเข้ามาให้เห็นแล้วตั้งแต่เมื่อสัปดาห์ก่อน...

ในสวนครัว ผมเคยนำพริกขึ้หนูและกระเพรามาลงไว้..



วันนี้ถือโอกาสเก็บผลผลิตซะหน่อย...


พริกขี้หนูสวนอย่างเนี้ย นอกจากเผ็ด ยังให้กลิ่นหอมอีกด้วย...


ในสมุดเก็บภาพเล่มเก่า ผมมี clipping เรื่อง"พริกขี้หนู"จากคอลัมน์ "สมุนไพรชาวบ้าน" ตัดเก็บเอาไว้  เห็นว่ามีประโยชน์จึงได้สแกนและนำภาพมาโพสต์ดังนี้...


ช่วงที่ผ่านมาผมว่างเว้นการอัพเดท"บล็อกช่างเหอะ"ไปนาน ต้องขออนุญาตเขียนย้อนหลังนะครับ...

Thursday, October 23, 2014

หมาวัด

หลายครั้งที่ผมเดินเข้าไปในวัดแล้วเผชิญหน้ากับหมาวัด (ถ้าเรียกว่าสุนัขวัดก็คงฟังไม่เข้าท่า) แต่เท่าที่สังเกต ถ้ามีแค่ตัวสองตัวก็มักจะไม่ดุ อาจเห่าพอเป็นพิธีแล้วเงียบไป แต่ถ้ามีหลายตัว เพื่อน ๆ ต้องระวังให้ดี  "หมาหมู่" มักจะดุ! 




อย่างที่วัดศรีชุม วันนั้นคุณเดชเพื่อนผมคงจะรู้สึกเสียวน่องไม่น้อย เมื่อเจ้าเขี้ยวขาวเข้าประชิดตัว!!


บ่ายวันนี้ผมขี่จักรยานไปถ่ายรูปวัดห้างฉัตร....



จอดรถไว้ใต้เงาไม้...


เห็นป้ายไวนิลติดไว้ที่รั้ว...



จากวัดห้างฉัตร ผมไปวัดเตาปูน เจ้าถิ่น ๒ ตัววิ่งเข้ามาทักทายแล้วผละไป...



คุณโฆฆะบุรุษได้เขียนไว้น่าสนใจใน bloggang.com ว่า...
หมาวัดมันก็มีเขตแดนของมัน และในแต่ละวัดจะมีหลายเขตแดน ทุกแดนมีจ่าฝูงและลูกฝูง แถมหมาวัดยังมีหลายเกรด มีหมาหลวงพ่อ หมาหลวงพี่ หมาหน้าเมน หมาหน้าโบสถ์ รับรองได้ว่าถ้าคุณเอาหมาโตไปปล่อยมันก็จะต้องหนีไปอยู่ที่อื่นเพราะถูกหมาวัดไล่กัด แต่ถ้าคุณเอาหมาเด็กไปปล่อย มันอาจจะไม่หนีเพราะมันจะถูกกัดตายภายในไม่กี่นาที โชคดีอาจจะมุดกุฏิ หรือหลบอยู่ตามโพรงก็อาจจะอยู่ได้หลายวัน และอาจจะโชคดีมีพระหรือเณรช่วยเอาไว้ แต่ก็หวังยากเพราะพระและเณรในวัดมีสองพวก พวกแรกเป็นพระบวชประจำ กับพวกบวชตามฤดูกาลเป็นระยะเวลาสั้น ๆ พวกนี้ส่วนมากจะรักหมา แต่ก็ต้องสิกขาลาเพศออกไปตามกำหนดเวลา ส่วนพวกแรกพระประจำ พวกนี้บอกตามตรงว่าหวังพึ่งได้น้อยเพราะที่อยู่วัดเพราะไม่มีหนทางไปไหน  ยกเว้นบางวัดอย่างวัดชลประทาน จะมีระบบเลี้ยงหมาค่อนข้างดี มีระเบียบ แต่วัดส่วนใหญ่ไม่มี วัดไหนถ้าเจ้าอาวาสรักหมาก็โชคดีไป ท่านก็จะออกกฎระเบียบให้พระลูกวัดดูแล แต่ก็อย่างว่าละครับ หมาวัดมีเยอะ ยุกยาอาหารก็มีจำกัด หมาวัดจึงมีเอกลักษณ์เป็นหมาวัด คือสกปรก เป็นขี้เรื้อนหนังกลับแทบจะทุกตัว
อย่างเจ้า Al วัดพระธาตุกู่สี่ขันธ์ตัวนี้ก็ขี้เรื้อนกินเหมือนกัน...


ถึงอย่างไร เป็น "หมาวัด" ก็ยังดีกว่าเป็นสุนัขรับใช้คนโกงชาติครับ!

Friday, October 17, 2014

ผัดถั่วฝักยาวสไตล์ลุงน้ำชา

แม้สิ้นหวังกับการปฏิรูปประเทศไทย หลังจากเงียบมานาน ผมขอปิดปากต่อไป เพื่อน ๆ อย่าหาว่าไม่รักบ้านรักเมืองเลยนะ จริง ๆ แล้วผมต่อสู้เรียกหาความยุติธรรมมาตั้งแต่อายุยังไม่ถึง ๒๐ ด้วยซ้ำ เคยลงทุนเขียนรถเก๋งตัวเองเพื่อต่อต้านสินค้าญี่ปุ่นเมื่อปี ๒๕๑๕  วิ่งฝ่าดงกระสุนที่ท้องสนามหลวงเมื่อวันที่ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๑๖ ผมเป็นเดือดเป็นร้อนทุกครั้งที่เห็นสังคมถูกเอาเปรียบ แต่วันนี้ผมต้องขอ "ขาบอยู่" ลูกเดียว!   

ควักเงินที่เหลือค่อย ๆ จ่ายเลี้ยงชีพไปวัน ๆ โดยไม่รู้ว่าอีกกี่ปีจะได้หยุดกินหยุดหายใจ ผมไม่กลัวหรอกว่าเศรษฐกิจปีแพะจะโหดร้ายแค่ไหน เพราะรู้วิธีประคองตัวให้อยู่รอดด้วยการกินอยู่อย่างพอเพียง ไม่สุรุ่ยสุร่ายฟุ่มเฟือย วันนี้ขอคุยเรื่องอาหารราคาประหยัดหน่อยนะครับ...

ถ้าเพื่อน ๆ ได้ขี่รถเข้าไปในชนบท อาจเห็นคนนำผักหรืออาหารสำเร็จมาวางขายไว้ที่หน้าบ้าน หยุดแวะซื้อเลยนะ เพราะจะถูกมาก ผักหญ้าก็สดแถมยังได้เยอะ อย่างพะโล้เนี่ยก็ถุงละ ๑๐ บาทเอง! 


มะเขือพวงและพริกขี้หนูสวนถุงละ ๕ บาท...


ถั่วฝักยาวมัดละ ๕ บาท ผมซื้อไว้ ๒ มัด  นำมาผัดตามสไตล์ลุงน้ำชาดังนี้...
  • ล้างถั่วฝักยาวให้สะอาด แช่น้ำไว้ก่อนแล้วล้างอย่างน้อย ๓ ครั้ง
  • หั่นแล้วล้างอีกที
  • ใส่น้ำมันลงกระทะในปริมาณพอเหมาะ (อย่าให้มาก) ตั้งกระทะจนร้อนแล้วนำถั่วลงผัด 
  • เหยาะน้ำปลา เติมน้ำขลุกขลิก ใช้ฝาครอบ เพียงครู่เดียวก็เอาขึ้น


ได้แล้วครับ ล้นชามเลย!


ไม่ต้องใส่ผงชูรสหรือกระเทียม ผัดกันแบบง่าย ๆ น้ำปลาก็ไม่ต้องใส่มากเพราะจะเค็มจัด ส่งผลร้ายต่อไต!

อาหารต้นทุน ๑๐ บาทถ้วยนี้ กินกับข้าวกล้องร้อน ๆ เคี้ยวกรุบ ๆ รับรองว่าอร่อยฮับ!!

Friday, October 10, 2014

กระเป๋ากล้อง AMBICO

วันก่อนไปซื้อผ้าชามัวร์ไมโครไฟเบอร์จากห้างโลตัสมา ๑ ผืน เป็นสินค้าลดราคา ผมจำไม่ได้แล้วว่าราคาเท่าไหร่  รู้แต่ว่าไม่ถึง ๓๐ บาท...


พอได้มาก็มีเรื่องให้ใช้ทันที พอดีไปพบกระเป๋ากล้องเก่าวางซุกไว้ใต้บันไดชั้นล่าง จำได้ว่าเค้าใช้ใส่กล้องวิดีโอที่ผมประมูลมาลองใช้เมื่อ ๑๐ ปีที่แล้ว ตัวกล้องผมไม่ได้ใช้ (เสียเงินเปล่า) ตัวกระเป๋าก็ดูเก่ามากเพราะฝุ่นจับ...


เกิดความคิดที่จะนำกระเป๋าไปใช้ใส่เจ้า Nikon D50 พร้อมกับเลนส์ ๒ ตัว คิดว่าอย่างน้อยก็ขอทุนคืนสัก ๓-๔ ร้อยบาทหากไม่ต้องซื้อของใหม่  ผมทำความสะอาดโดยการใช้ผ้าชามัวร์ชุบน้ำหมาด ๆ เช็ด......


ความสดใสกลับคืนมาทันที...


ไม่ได้นำกระเป๋าไปซัก เพราะจะเสีย...


แต่ถอดสายสะพายออกไปซักได้...


ผมมีกระเป๋าใส่กล้องใบใหญ่สำหรับทริปที่ไม่ใช่ travellin' light แล้วครับ...


ว่าแต่หนาวนี้จะได้ไปไหนหรือเปล่าเนี่ย?  

Wednesday, October 08, 2014

พระจันทร์สีเลือด

บ้านห้างฉัตรของผมหันหน้าไปทางทิศใต้ ถ้ามองไปทางเมืองลำปางจะเป็นทิศตะวันออก...


คืนนี้จะเกิดจันทรุปราคาเต็มดวงเป็นครั้งสุดท้ายของปี ถ้าจะเฝ้าชมผมต้องขึ้นไปบนดาดฟ้าแล้วมองไปทางท้องฟ้าด้านทิศตะวันออก  เช่นเดียวกับคืนวันที่ ๑๐ สิงหาคมเมื่อผมขึ้นไปถ่ายภาพ "ซูเปอร์ฟูลมูน (Super full moon) 


วันนี้เห็นบอกว่าจะเกิดปรากฏการณ์ "พระจันทร์สีเลือด" ด้วย ฟังแล้วน่ากลัว นักดาราศาสตร์อธิบายว่าเป็นเพราะแสงสะท้อนจากโลกทำให้ดวงจันทร์ไม่มืดมิด...แต่จะมีสีแดง!! 

ภาพจากอินเทอร์เน็ต
๖ โมงเย็น ผมขึ้นไปบนดาดฟ้า เห็นเด็กหนุ่มโรงกลึง(คูหาริมสุด) ๒ คนขึ้นไปยืนอยู่แล้ว เราต่างมองไปยังขอบฟ้าทิศตะวันออก ปรากฏว่าฟ้าปิด พระจันทร์ไม่โผล่หน้าออกมาให้เห็น! เฝ้าดูอยู่นานพอสมควร...สองช่างเหล็กสิ้นความอดทน เดินกลับเข้าประตูไปก่อน ส่วนช่างเหอะยืนรอต่ออีกพักนึงก็ต้องบอกลาด้วยอีกคน!

อยากเห็นครับ เมื่อฟ้าไม่เปิดผมจึงต้องอาศัยเฝ้าดูทางเว็บของสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (NARIT) แล้วจับภาพมาให้เพื่อน ๆ ดูด้วยดังนี้...








 

ตอนจับเต็มดวงไม่ทันได้ดู ไม่รู้ว่าพระจันทร์สีเลือดจริงหรือเปล่า?