Monday, March 09, 2015

อ่านเรื่องผี!

ผมรู้ตัวดีว่าไม่ค่อยมีโอกาสได้หยิบหนังสือขึ้นมาอ่าน!  หนังสือใหม่ก็ไม่เคยซื้อมาประดับหิ้งหนังสือแม้แต่เล่มเดียว ครั้นจะคุยเรื่องหนังสือก็รู้สึกอายหนอนหนังสืออย่างคุณ bimbalo หรือคุณเมธี!


ชอบอ่านเรื่องผีเป็นที่สุด วันนี้ผมอดไม่ได้ที่จะพูดถึง "หนังสือชุดภูติผีปีศาจไทย" ของ "เหม เวชกร" ซึ่งเพิ่งได้อ่านจากหน้าจอคอมพิวเตอร์  (โชคดีที่ยังมีไฟล์ pdf วรรณกรรมเก่า ๆ ให้ผมได้หามาอ่าน)....

ในหนังสือ "ผู้ไม่มีร่างกาย" คุณจุลศักดิ์ อมรเวช หรือ จุก เบี้ยวสกุล ได้เขียนคำนิยมไว้ว่า...
เรื่องผีของครูเหมไม่ใช่เรื่องผีโหดอำมหิตที่ไล่ล่าคร่าชีวิตผู้คนอย่างไร้เหตุผล แต่เป็นเรื่องความห่วงหาอาทรของดวงวิญญาณที่มีความผูกพันกับชีวิตในโลกมนุษย์จนมิอาจตัดใจลาจากไปได้ง่าย ๆ และบางเรื่องก็เป็นเรื่องรักระหว่างสองภพที่อ่านแล้วซาบซึ้งตรึงใจไม่น้อย...
ที่สำคัญที่สุดคือภาพประกอบเรื่องซึ่งท่านเขียนเองด้วย ศิลปินแห่งชาติท่านหนึ่งถึงกับบอกว่า เรื่องผีของครูเหมนี้ แค่เห็นภาพประกอบก็ขนลุกเสียแล้ว...

อยากให้เพื่อน ๆ ลองดูภาพประกอบที่ทำให้ขนลุก...

















บรื้ออออ...น่ากลัวครับ ผมขอแนะนำให้หา "ผู้ไม่มีร่างกาย" มาอ่าน!!

Monday, March 02, 2015

คำตอบจาก olddreamz

หลังจากเคยสงสัยว่า ใครหนอ ส่งหนังสือลมใต้ปอดให้อ่าน? ตอนนี้กระจ่างแล้วครับ!


เช้าวันนี้ผมได้พบกับคุณเดชาจิตรกรผู้รักความสันโดด...สมความตั้งใจ


คุณเดชาบอกว่าที่ส่งหนังสือ "ลมใต้ปอด" ให้อ่าน ก็เพราะเห็นว่าผมชอบการท่องเที่ยวแนวผจญภัยและการเป็น busker เช่นเดียวกับคุณภราดลผู้เขียน... 

ภาพจากโปสเตอร์คนค้นโลก
ส่วนตัวผมแล้วยังคิดด้วยว่ารูปร่างหน้าตาของคุณภราดลนั้นดูคล้ายกับคุณเดชาสมัยเป็นหนุ่มนักกีต้าร์อยู่ไม่น้อย


ก่อนเดินทางกลับลำปางผมไม่ลืมที่จะถามถึง "เว็บ olddreamz" ให้ผู้สนใจที่อยากรู้  ได้คำตอบว่าตอนนี้ไม่มีไฟล์อยู่บน server อีกแล้ว!! ส่วน domain name ก็ไม่ได้ต่ออายุ  ผมได้เสนอให้เพื่อนผู้เป็นเจ้าของ olddreamz หันมาใช้พื้นที่บน wichai.net ของผมเป็นที่เก็บ... 

คิดว่าเว็บดี ๆ อย่าง olddreamz น่าจะอยู่ใน cyber world ต่อไปอีกนานเท่านานเพื่อเป็นประโยชน์ต่อสังคมแห่งการเรียนรู้!  

Friday, February 27, 2015

เต็นท์หลังใหม่

เต็นท์อายุ ๓๐ปีของผมชำรุดเสียแล้ว!! 


มันเป็นเต็นท์ที่ป้า Alice Bennett ส่งมาให้จาก Canada ผมเคยนำไปด้วยตอนปั่นจักรยานไปสิงคโปร์ ค่ำลงก็แวะหลบเข้าข้างทางตั้งเต็นท์นอน ตอนขากลับก็กางพักริมชายหาด ในออสเตรเลียผมใช้พักแรมหลายแห่ง เป็นเต็นท์แบบสามเหลี่ยม (Pup Tent) นอนคนเดียว มีน้ำหนักเบา พกสะดวก จำได้ว่าครั้งล่าสุดผมอัดมันใส่เป้พาไปเที่ยวลาวด้วย แต่ไม่มีโอกาสได้นำออกมาใช้งาน 

ช่วงปลายปีที่ผ่านมา ผมวางแผนที่จะเดินทางไปเมืองปายและแม่ฮ่องสอน จีงได้นำเอาเจ้าเต็นท์ดังกล่าวออกมาผึ่งแดด ปรากฏว่าพื้นพลาสติกหมดอายุซะแล้ว มันขาดเป็นทางยาวอย่างที่เห็น ผมจับตรงไหนก็ขาดตรงนั้น!...


เสียดายมากแต่ก็ต้องทำใจ ใช้งานมันมามากแล้ว ผมพับเก็บใส่ถุงไว้ตามเดิม ตั้งใจว่าจะเก็บไว้เป็นอนุสรณ์ของการเดินทางที่ผ่านมา...


อยากได้เต็นท์หลังใหม่แต่ไม่มีปัญญาซื้อของแพง ผมตัดสินใจซื้อเต็นท์โดม (ราคา ๒๙๙ บาท) จากห้างแมคโครมาใช้...


วันนี้เพิ่งมีโอกาสได้นำออกมาดู...



ไม่เคยใช้เต็นท์แบบโครงไฟเบอร์....ผมขอทดลองตั้งดูก่อน


บางจังเลย อย่างเนี้ยกางไม่กี่ครั้งคงจะขาด!


โครงไฟเบอร์ก็ดูไม่แข็งแรง...


ศึกษาจากคำแนะนำที่ให้มา...


มีสมอให้มา ๔ ตัวแต่เล็กจัง! เจอดินแข็งคงงอ...







ดู ๆ แล้วคิดว่า... ใช้งานสัก ๑๐ ครั้งก็น่าจะพังแล้วล่ะ!!

Thursday, February 26, 2015

ส.ค.ส. จากเฟิ่งหวง

ร้านเปียโนยังไม่เปิด! คงต้องใช้เวลาอีกหลายเดือนเพราะผมกลายเป็นเรือเกลือไปแล้ว ทุกวันนี้ใครผ่านไปผ่านมาก็จะเห็นประตูปิดอยู่เสมอ เวลาบุรุษไปรษณีย์นำจดหมายมาส่ง ถ้าไม่ต้องเซ็นรับ เค้าจะใส่ไว้ที่ตู้รับจดหมาย...


เมื่อวานนี้มีจดหมาย ๒-๓ ฉบับ ผมดึงออกมาดูเห็นว่าเป็นจดหมายทวงหนี้ทั้งน้านน.!  ปกติไม่เปิดฝาตู้ออกมา เพราะพ่อโพสต์แมนจะสอดจดหมายคาไว้ให้ที่ช่องรับ แค่ดึงออกมาเท่านั้น แต่วันนี้มีอะไรมาดลใจให้ผมเปิดฝา แต่ก็ไม่เห็นอะไรอยู่ในตู้ กำลังจะปิดอยู่แล้วก็มีเสียงในสมองบอกให้ผมเอานิ้วล้วงเข้าไปควานสำรวจ  โห! พบไปรษณียบัตร ๑ ฉบับนอนหลบอยู่ข้างในนั้น!!!


เป็นไปรษณียบัตรซึ่งคุณเมธีส่งมาให้จากเมืองจีนตั้งแต่ปีที่แล้วเพื่อสวัสดีปีใหม่...


คุณเมธีส่งข่าวให้ทราบว่าได้ไปพักผ่อนปีใหม่ที่เมืองจีน (อีกแย้ว) คราวนี้ไปมณฑลหูหนาน ไปเยือนหลายเมือง หนึ่งในนั้นคือ "เฟิ่งหวง หรือ Phoenix" เมืองของชนกลุ่มน้อยเผ่าเมี่ยว (Miao) ซึ่งอยู่อย่างสงบ กับธรรมชาติและวัฒนธรรมปิด...  

อ่านแล้วผมรู้สึกตาร้อนขึ้นมาทันที คนอะไรเที่ยวได้เที่ยวดี!!  

ขอขอบคุณคุณเมธีด้วยความยินดียิ่งนัก ต้องขอโทษด้วยที่ผมไม่รอบคอบ ทำให้ ส.ค.ส. ปีใหม่ตกค้างอยู่ในตู้รับจดหมายนานเกือบ ๒ เดือน...

ขอบคุณพระเจ้า ถึงอย่างไรผมก็ยังได้รับ!

Wednesday, February 25, 2015

วิธีดูแลสมอง

จากปากทางเข้าบ้านสบตุ๋ย ตำบลปงแสนทอง เข้าไปประมาณ ๒๐๐ เมตร มีบ้านหลังใหญ่หลังหนึ่งซึ่งเจ้าของสร้างห้อง ๑ คูหาไว้ด้านหน้าแล้วเปิดเป็นร้านก๋วยเตี๋ยว...

ผมเห็นปิด ๆ เปิด ๆ แล้วเลิกไป (เข้าใจว่าคงจะเหนื่อย และอาจคิดได้ว่าตัวเองมีอายุมาก ฐานะก็ดีอยู่แล้ว) มีคนมาเช่าขายก๋วยเตี๋ยวต่อ แต่ก็อยู่ได้ไม่นาน!!  จนกระทั่ง "ป้าจัน" แม่ค้ารูปร่างใหญ่เสียงดังได้ย้ายจากหน้าวัดสบตุ๋ยมาเช่าต่อ ตั้งแต่นั้นร้านนี้ก็เปิดมาโดยตลอด เป็นจุดที่ชาวบ้านมาแวะซื้อผักผลไม้และของแห้งเพื่อนำไปปรุงอาหาร...  


หลายวันก่อนเจอลุงเสื้อเหลืองคนหนึ่งพูดเล่นว่าอายุ ๔๘ ก่อนที่จะเฉลยความจริงว่า ๘๔  ผมได้ยินตัวเลขแล้วตาลุก บอกแกว่า"อย่างอี้...อยู่เป๋นร้อยปี๋ปู้นน้อ"


ผมเห็นคุณลุงซื้อน้ำพริกลาบ ๕ บาทแล้วเดินตัวปลิวข้ามถนนไปยังรถถีบ... 


คว้าจักรยานได้ ก็ปั่นลิ่วออกสู่ถนนใหญ่ทันที...


ย้อนกลับมาดูตัวเอง...ผมคงไม่มีโอกาสมีชีวิตถึงวันที่ได้ใช้เลข ๘ นำหน้าอายุอย่างแน่นอน เพราะทุกวันนี้หัวใจได้เริ่มออกอาการอ่อนล้าและสมองมึนชา หลงลืมอยู่เป็นประจำ!! 

พอดีเคยอ่านเรื่องเกี่ยวกับวิธีดูแลสมอง ขณะนั่งรอพบหมอที่หน้าห้องทำฟัน โรงพบาบาลห้างฉัตร (ขออภัยที่จำชื่อหนังสือและผู้แต่งไม่ได้) ผมคิดว่ามีประโยชน์ จึงอยากนำมาให้เพื่อน ๆ ได้อ่านดังนี้...  


วิธีดูแลสมอง
  1. ขับถ่ายระหว่างเวลา ๐๕.๐๐ - ๐๗-๐๐ น.
  2. กินอาหารเช้าระหว่าง ๐๗.๐๐ - ๐๙.๐๐ น. เพื่อให้เลือดรับสารอาหารไปเลี้ยงสมอง และกินโยเกิต+นมสด+น้ำผึ้ง+มะนาว ระหว่างเวลา ๑๓.๐๐ - ๑๕.๐๐ น. เพื่อเปลี่ยนขยะในลำไส้เล็กให้เป็น ปี 12 แล้วส่งไปบำรุงสมอง
  3. ล้างระบบดูดซึมด้วยสูตรมะละกอดิบต้มน้ำชงชา
  4. ใช้กระเจี๊ยบแดงแห้งหรือสด ต้มกับพุทราจีน ใช้ดื่มน้ำเพื่อล้างหลอดเลือดเป็นประจำ
  5. กินน้ำกระชาย แล้วกินน้ำใบบัวบกตาม จะส่งบำรุงสมองได้โดยตรง และผลไม้ชื่อลูกไข่เน่าเป็นผลไม้ที่บำรุงสมองได้ดีมาก หรือคื่นฉ่าย เม็ดบัว ลูกแปะก้วย
  6. ออกกำลังกายสม่ำเสมอ...
เพื่อน ๆ ต้องหันมาเอาใจใส่กับสุขภาพตัวเองให้มาก ๆ นะ จะได้แข็งแรงเหมือนกับคุณลุงนักปั่นจักรยานคนนั้น!

Sunday, February 22, 2015

เศร้าใจ...


เช้าวันนี้ขอบอกตรง ๆ ว่าผมรู้สึกหดหู่ใจมาก เมื่อได้อ่านข่าวเกี่ยวกับนักปั่นจักรยานชาวชิลี ซึ่งเสียชีวิตบนถนนมิตรภาพ จังหวัดนครราชสีมา เมื่อบ่ายวานนี้...


เพื่อน ๆ ที่รักครับ ผมคิดว่าทุก ๆ คนที่ได้ทราบเรื่องนี้ คงรู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับนักปั่นวัย ๔๘ ปีผู้นี้  ภาพและข่าวทำให้ผมเศร้าใจจนสุดบรรยาย...


ทั้งนี้เป็นเพราะผมรักการขี่จักรยานท่องโลกเป็นชีวิตจิตใจ มันเป็นความฝันของผมมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว แม้ว่าตัวเองจะทำไม่ได้ (โอกาสไม่อำนวย) แต่ก็เข้าใจและชื่นชมนักปั่น ผมเคยดาวน์โหลดเรื่องราวของนักปั่นท่องโลกหลายคนมาอ่าน แม้ในเว็บ wichai.net ของผมก็ยังมีเพจที่ชื่อว่า "cycling the world"  (คลิกอ่านได้ที่นี่) มาโดยตลอด...


เวลาพบเห็นนักปั่นท่องโลก ผมก็อยากจะเชิญให้เค้ามาพักที่บ้าน แม้ว่าจะถูกปฏิเสธเพราะความไม่ไว้ใจจากนักเดินทาง  เมื่อไม่กี่วันมานี้ผมยังได้เขียนถึงนักปั่นที่พบเจอบนเส้นทางไปอุทยานแห่งชาติดอยขุนตาล (อ่านได้ ที่นี่) เดินทางมาแล้ว ๕ ปี..เขาพยายามหลีกเลี่ยงซุปเปอร์ไฮเวย์ หาเส้นทางเล็ก ๆ ค่อย ๆ ปั่นไปเรื่อย ๆ


นักปั่นผู้เสียชีวิตคือคุณ Juan Francisco Guillermo ชาวชิลีผู้พยายามสร้างสถิติใหม่ให้กับ Guinness World Record ด้วยการปั่นผ่าน ๕ ทวีป ระยะทาง ๒๕๐,๐๐๐ กิโลเมตรโดยใช้เวลา ๕ ปี...

อนาถใจแท้ ๆ เพื่อน ๆ ดูภาพจักรยานที่พังยับ และรถพ่วงที่ให้ลูกชายวัย ๒ ขวบนั่งมาสิครับ!!



สำนักข่าวเอบีซีนิวส์ได้รายงานว่า... 
Chilean cyclist's quest to bike around the world in five years has ended with his death in a road accident in northeast Thailand, police said Sunday.  Juan Francisco Guillermo, 47, was hit by a pickup truck and immediately killed Saturday on a highway in Nakhon Ratchasima province.
According to police and accounts on social media, Guillermo was attempting to set a Guinness World Record by cycling 250,000 kilometers (155,350 miles) on five continents in five years. His journey started in November 2010 and was scheduled to end in November this year.
Guillermo's wife from Hong Kong, who was on another bicycle with their 2-year-old son, suffered a slight sprain in the accident, said police Col. Torsak Thammingmongkol. It was not clear how long they had accompanied Guillermo in his round-the-world cycling odyssey.     



ออกเดินทางเมื่อเดือนพฤศจิกายน ๒๕๕๓ ด้วยเป้าหมาย ๒๕๐,๐๐๐ กิโลเมตรภายในเวลา ๕ ปี ใกล้ถึงเส้นชัยอยู่แล้ว อีกแค่ ๙ เดือนเอง!!  จากป้ายที่เค้านำติดรถไปด้วย ทำให้ทราบว่าการเดินทาง ๔ ปีกว่าที่ผ่านมา ยางแบน ๗๙๓ ครั้ง ต้องเปลี่ยนยางนอก ๒๐๑ เส้น ยางใน ๓๒๘ เส้น ได้ภรรยา ๑ คน และพระเจ้าประทานลูกชายให้อีก ๑ คน (เป็นการเดินทางที่ไม่มีสปอนเซอร์อย่างเป็นทางการ ใครจะสนับสนุนทุนทรัพย์หรือที่พักก็ได้)


ผมยิ่งเศร้าใจเมื่อได้อ่านทราบว่าก่อนหน้านั้น ๓ พ่อแม่ลูกได้แวะพักที่วัดป่าธรรมอุทยาน อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่นนานเกือบ ๑ สัปดาห์  คุณ Juan ประทับใจถึงกับปรารภว่าหากเขาเสียชีวิตให้นำกลับไปที่นั่น ฤาว่าเขาจะรู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับตัวเอง!!   ภาพถ่ายจากผู้จัดการออนไลน์ทำให้ได้เห็นตอนที่นักปั่นยังมีชีวิตอยู่...


เข้าใจว่าคงจะอาศัยสถานีตำรวจเป็นที่พัก...


ตอนปั่นจักรยานไปมาลัคกา ประเทศมาเลเซีย...ผมก็ต้องขออาศัยป้อมตำรวจเป็นที่นอนอย่างนี้แหละ (ยุคนั้นยังไม่มีกล้องดิจิตอล ถ้าไม่งั้นคงมีภาพมาเป็นหลักฐานแบบนี้)....



 เสียใจด้วยจริง ๆ ครับ ขอให้ดวงวิญญาณของนักปั่นผู้กล้าไปสู่สรวงสวรรค์ด้วยเทอญ...

(ขอขอบคุณภาพจาก manager online)