Tuesday, October 23, 2012

ต่อภาพด้วย Photoshop




เพื่อนผมคนหนึ่งเคยมอบภาพขาวดำให้ไว้ ๑ ใบ โดยเขียนสลักหลังไว้ว่า...
ด้วยความรักเพื่อน "Hotel Field"
From ไอ่ Meachan
6 May '79
(ลายเซ็น)

วันนี้ผมนึกสนุก...อยากทำภาพของเพื่อนคนนี้มาเปรียบเทียบให้เห็นว่าเมื่อเวลาผ่านไป ๓๐ กว่าปี เขาจะมีใบหน้าที่เปลี่ยนแปลงไปมากน้อยขนาดไหน?  ไม่ยากครับ!  แค่เข้าไปใน FB ของเพื่อนรูปหล่อ แ้ล้วหา copy รูปมา ๑ บาน จากนั้นก็นำภาพมา crop ด้วยโปรแกรม Photoshop ให้มีขนาดเท่ากัน เมื่อได้ไฟล์ทั้งสองแล้ว...ก็ใช้โปรแกรม Photoshop เรียกภาพมาต่อเข้าด้วยกัน

วิธีทำคือ คลิกที่เมนู File > Automate > Photomerge จะได้หน้าต่างนี้ออกมา...


เลือก Use > Files แล้วคลิกที่ Browse...  เรียกไฟล์ภาพที่เตรียมไว้ออกมาดังนี้


คลิก OK ก็จะได้หน้าต่างนี้ออกมา...


ใช้เม้าส์ลากภาพเล็ก ๆ ที่อยู่ข้างบนลงมาที่จอข้างล่างเลย ผมเลือกภาพสีก่อนละกัน....


จากนั้นก็ลากภาพขาวดำลงมาต่อกัน...


คลิก OK ก็จะได้ภาพซึ่งต่อเข้าด้วยกันแล้วดังนี้...


คลิกที่ File >  Save for Web...  แล้วกด Save  (ตั้งชื่อไฟล์ตามต้องการ และตั้งชนิดของไฟล์ให้เป็น jpg.) ถ้าอยากจะทำกรอบก็ไปที่  Image > Canvas Size... > แล้วเพิ่มขนาดส่วนที่จะให้เป็นกรอบตามต้องการ จะได้ภาพดังนี้... 


Save ไว้ได้เลยครับ...

ผมทำมาให้ดูเป็นตัวอย่างอีกภาพนึง เป็นภาพผมและเพื่อน ๆ ซึ่งเรียนด้วยกันที่แผนกช่างไฟฟ้าวิทยาลัยเทคนิคภาพพายัพ (ตีนดอย) 

ภาพขาวดำถ่ายเมื่อต้นปี ๒๕๑๒  ส่วนภาพสีถ่ายเมื่อไม่กี่วันนี้เอง...
ทำไม่ยากครับ...สนุกดีด้วย!  

Sunday, October 21, 2012

ซ่อมซิงค์พัดลมซีพียู



คอมพิวเตอร์(ประกอบเอง)ของผม มีพัดลมซีพียู (socket 775) ที่สกปรกมาก ๆ  วันหนึ่งผมแกะออกมาล้างและทำความสะอาด ปรากฏว่าตอนใส่กลับ...ผมเห็นมีตัวล็อคพลาสติกหักไป ๑ ตัว แต่ที่เหลืออีก ๓ ตัวยังคงยึดซิงค์พัดลมให้อยู่กับบอร์ดได้ดีอยู่  ผมไม่ได้แก้ไขอะไร คงประกอบแล้วใช้งานคอมพิวเตอร์ต่อไป...

แล้ววันหนึ่ง มีเสียงเตือนดังปีบ ๆ ออกลำโพง แล้วคอมพ์ฯ ก็แฮ้งค์ไปดื้อ ๆ  ผมพบว่าซิงค์พัดลมอ้าหลุดออกจากซีพียู ทำให้ความร้อนขึ้นสูง โชคยังดีที่ซีพียูยังไม่เสีย  ช่างเหอะดีใจ...รีบขี่แมงกะไซค์เข้าเมืองไปหาซื้อตัวล็อคมาเปลี่ยน  แต่ไม่มีขาย...ต้องซื้อทั้งซิงค์และพัดลมตัวใหม่มาเปลี่ยน  (ราคา ๘๐ บาท)

เวรกรรมแท้ ๆ ยังไม่ทันได้ใช้งาน ตัวล็อคพลาสติกตัวนึงเกิดหักขึ้นมาอีก!  ผมต้องใช้สกรูยึดแทนอย่างที่เห็นในภาพ...



ก็อีหรอบเดิม คือใช้งานไปได้สักระยะนึง พัดลมหลุดอีก!! ตัวล็อคพลาสติกหักหมด!

ขาดคอมพิวเตอร์ไม่ได้...ต้องรีบซ่อมโดยเร็ว!  ผมไม่อยากออกไปซื้ออะไรอีกแล้ว  ค้นหาสกรูมาได้ ๔ ตัว พร้อมทั้งน๊อต แหวนโลหะ และแหวนสักหลาด...



ใช้คีมปากนกแก้วหักขาและตัวล็อคออกให้หมดเลย จากนั้นก็ใช้สกรู ๔ ตัวยึดซิงค์เข้ากับบอร์ด โดยใช้ฉนวน(แหวนสักหลาด)รองทั้งสองด้าน ค่อย ๆ ใช้ไขควงขันทีละนิด ๆ  สลับกันไป 

ขันเพียงแค่ตึงมือเท่านั้นนะครับ ไม่ต้องให้แน่นเหมือนขันน๊อตล้อรถยนต์! 



ตรวจสอบให้ดี ๆ ก่อนว่าซิงค์พัดลมถูกยึดแน่นหนา ไม่ขยับไปมา และไม่มีส่วนไหนลัดวงจร จากนั้นจึงค่อยเปิดเครื่องใช้งาน...

ใช้ได้เลยล่ะ! พัดลมทำงานตามปกติ ไม่ต้องกลัวอีกแล้วว่าตัวซิงค์จะหลุดออกจากซีพียูดังที่ผ่านมา...

นอกจากนั้น ผมยังนำ sound card "Audidy 2" รุ่น Platinum กลับมาติดตั้งด้วย... 



 เป็น sound card ที่ผมซื้อไว้ใช้นานแล้ว  เสียงดีทีเดียวครับ!

Thursday, October 18, 2012

ซ่อมไวโอลินอีก ๒ คัน

มีคนนำไวโอลินมาให้ผมซ่อม ๒ คัน ทั้งสองเป็นเครื่องใหม่ นับเป็นข้อเตือนใจให้ทำการตรวจสอบไวโอลินให้ดี ทันทีที่ได้รับเครื่องซึ่งร้านค้าส่งมาให้  หากมีปัญหาจะได้ส่งคืนหรือทำการแก้ไขได้โดยพลัน...

ไวโอลินคันที่ ๑ ขนาด 4/4 ใหม่แกะกล่อง (ผมไม่ได้ถ่ายภาพไว้) อาการเสียคือไม่สามารถตั้งสายได้  เคยมีประสบการณ์มาแล้วครั้งหนึ่งกับการซ่อมไวโอลินของมะเหมี่ยว...ผมแกะหางปลาออกมาดู ปรากฏว่าต่างกับไวโอลินของมะเหมี่ยวตรงที่คราวนี้ปลอกโลหะซึ่งหมุนเข้าไปตามสายเอ็นที่เป็นเกลียวหลุดหายไปเลยตัวนึง...


ไม่ยากอ่ะ...บี่งแมงกะไซค์ไปซื้ออะไหล่มาเล้ย ๖๐ บาท


เปลี่ยนสายรัดหางปลาแล้วใส่กลับเข้าที่...


ตั้งสายได้ตามปกติแล้ว ถ่ายรูปมาให้เพื่อน ๆ ดูหน่อย ไวโอลินระดับนี้ (ประมาณ ๒ พันบาท) ดูก็รู้ว่าเป็นการผลิตจำนวนมาก ไม่มีความละเอียด หาได้ปรับแต่งอย่างถูกต้องก่อนนำออกจำหน่าย...

ทีนี้มาดูไวโอลินอีกคันนึงนะครับ ใหม่เหมือนก้น แต่เป็นไวโอลินขนาด 3/4 อาการคือ sound post ล้ม!


มันไม่ใช่แค่ล้มธรรมดาเท่านั้น กล่าวคือตัว sound post ทำมาค่อนข้างจะสั้นกว่าที่ควรจะเป็น และความเอียงที่ปลายทั้งสองด้านก็ไม่ได้ทำด้วยความพิถีพิถัน ช่างเหอะได้พยายามตั้งดูแล้ว ไม่สำเร็จครับ  ตั้งล้ม ๆ อยู่หลายครั้ง ขนาดตั้งสายให้ตึงเพื่อกดไม้แผ่นหน้าลงไปแล้ว มันก็ยังหลวมอยู่  ผมขึ้นสายจนตึงแล้วเผลอตัว มัวแต่จ้องมอง sound post ขณะใช้มือซ้ายหมุนลูกบิด หุหุ...สายขาดครับ!

ถ้ามีไม้ sound post เป็นอะไหล่...ผมก็คงจะตัดใส่ใหม่ ให้ยาวกว่าเจ้าตัวนี้ แล้วฝนกระดาษทรายให้ความเอียงตรงปลายให้ดีกว่านั้น แต่ทว่า "ช่างเหอะ" ไม่มีอะไรเลย ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรจริง ๆ

ถ้าผมจะเพียรตั้งเจ้าเตี้ยแบบสู้ไม่ถอย ก็คงจะได้อยู่ แต่ sound post จะล้มได้ง่ายมาก...เอาไปใช้ได้ไม่นานเดี๋ยวก็ล้มอีก!  แล้วจะทำอย่างไร? ส่งกลับคืนไปอย่างนั้นก็คงไม่ดี!  คงจะต้องใช้วิชา "ช่างเหอะ" ซะแล้ว

พอดีผมมีเศษ sound post สั้น ๆ เหลืออยู่  จึงได้นำมาตัดแล้วต่อให้เจ้าเตี้ย โดยใส่กาวแล้วใช้ปากกาอัดทิ้งไว้ทั้งคืน



ด้วยความสูงที่เพิ่มขึ้น เจ้า sound post สวมรองเท้าส้นสูงก็สามารถยันกับไม้แผ่นหลังและแผ่นหน้าได้อย่างแข็งแรง


ใส่สาย ๑ ที่ขาดไป...แล้วตั้งสาย  ใช้ได้แล้วครับผม!

เพื่อน ๆ อย่าได้นำวิธีการซ่อมเช่นนี้ไปใช้เด้อ เดี๋ยวเค้าจะว่าเอา อิอิ

Tuesday, October 16, 2012

เปลี่ยนบานประตูห้องน้ำ


ประตูห้องน้ำืั้ที่บ้านถูกใช้งานมานานกว่าสิบปี  ก่อนหน้านั้นมันก็ถูกใช้งานมาแล้วหลายปี เพราะว่าผมซื้อบานประตูนี้มาจากร้านขายสินค้ามือสองที่เชียงใหม่  สรุปได้ว่าเจ้าประตูบานนี้คงอยากจะปลดระวางตัวเองเต็มที จึงแสดงออกด้วยอาการปิดไม่ได้!


บานพับตัวล่างโดนน้ำมาโดยตลอด  ขึ้นสนิมจนไม่สามารถยึดบานประตูไว้ได้!


ช่างเหอะถอดบานประตูออกแล้ว นั่งคิดว่าจะทำอย่างไรดี?

ในที่สุดก็ตัดสินใจที่จะเปลี่ยนบานประตูใหม่เป็นแบบพีวีซีอย่างหนา (อย่างบาง...เคยใช้มาแล้ว ๓ บานพังหมด!  เข็ดจนตาย!)  ผมไปดูบานประตูที่ห้างไทวัสดุ พนักงานสาวบอกว่า "ถ้าลุงใช้อย่างหนาก็ตกบานละ ๙๙๐ บาท"  ผมไปดูสินค้าแล้ว...ก็ใช้ได้นะ แต่มีปัญหาอยู่ตรงที่ว่า ผมไม่มีรถปิคอัพจะไปบรรทุกของมาบ้าน  ถ้าจะให้ทางห้างฯ จัดส่ง..ก็จะต้องเสียค่าส่งเพิ่มอีก ๑๐๐ บาท ซึ่งถ้าซื้อสินค้าเยอะ ๆ แล้วให้เค้าไปส่งคราวเดียวก็ยังคุ้มอยู่ ...

ผมคิดถึงคุณปิว มือแบนโจ :ซึ่งเคยอาสาว่าถ้ามีอะไรจะให้ช่วยขนก็อย่าได้เกรงใจ แต่คราวนี้ผมเกรงใจจริง ๆ เพราะเคยรบกวนอยู่บ่อย ๆ ซื้อบานประตูมาใส่ห้องพี่ชายก็คุณปิว ไปเล่นแอคคอร์เดียนก็คุณปิว!

แล้วผมก็คิดถึงร้านอิวหลีขึ้นมาทันที ความจริงก็เป็นร้านที่ผมมักจะอุดหนุนอยู่แล้ว เคยเขียนไว้ในบล็อกฟังลุงน้ำชาคุยด้วยซ้ำว่า...
ผมไปซื้อวัสดุอุปกรณ์สำหรับงาน DIY ที่บริษัท อิวหลีพาณิชย์ ตรงถนนฉัตรไชย ร้านนี้ขายของยุติธรรมหน่อย ไม่เหมือนอีกหลาย ๆ ร้านที่ผมต้องซื้อเพราะความจำเป็น.... 


อีกประการหนึ่งคุณแม่ของน้องเอแคร์(นักเรียนไวโอลิน)ก็ทำงานอยู่ที่นั่น ผมแอบหวังว่าบางทีท่านอาจจะช่วยได้ในเรื่องการส่งสินค้า สาย ๆ วันศุกร์ที่ ๑๒...ผมออกไปดูบานประตูพีวีซีที่อิวหลี พนักงานขายพาผมไปดูบานประตูอย่างหนา บอกว่าราคา ๑,๒๖๐ บาท (ขนาด ๗๐ X ๑๘๐)  อืมมม..แพงกว่าที่ไปดูที่ไทวัสดุ ๒ ร้อยกว่าบาท แต่สินค้าคงจะเกรดดีกว่า พอพนักงานขายบอกว่าหน่วยราชการมักจะเจาะจงใช้เแต่ประตูพีวีซียี่ห้อ BATHIC พร้อมกับชี้ให้ดูป้ายโฆษณา BATHIC ที่อยู่บนผนังด้านขวามือ .

เหมาะเลย...ผมคิดในใจ แต่ปัญหาก็อยู่ที่ไม่มีรถมาขนสินค้าไปเอง พนักงานขายใจดีก็บอก "ถ้าไม่รีบ ก็ไปส่งให้ได้...."  ผมบอกว่าไม่รีบ แล้วสั่งสังกะสีมุงหลังคาขนาด ๕ ฟุตอีก ๕ แผ่นเพื่อให้ไปส่งทีเดียวเลย  แถมยังซื้อสีน้ำมันยี่ห้อปลาทองอีก ๑ แกลลอน (๓๕๐ บาท) หิ้วติดมือกลับบ้านด้วย

ที่บ้าน...ผมต้องเตรียมงานเพื่อรองรับบานประตูพีวีซีบานใหม่   โห...เป็นเรื่องยากมาก ๆ เลยครับ  ผมวัดดูวงกบแล้วพบว่ามันมีความกว้างน้อยกว่า ๗๐ ช.ม.  อย่างงั้นจะใช้กับบานประตูขนาดมาตรฐานได้อย่างไร?



ผมต้องใช้กบไฟฟ้าไส ซึ่งก็ใช่ว่าจะไสได้ตลอดแนว ส่วนที่กบไสไม่ได้...ผมก็ต้องใช้สิ่วปากแบนขนาด ๑  นิ้วแทน ระหว่างทำ...ผมนึกถึงกบตัวเล็ก ๆ คม ๆ ที่คุณไพสิทธิ์ใช้ทำไวโอลิน!

ทีแรกผมสั่งบานประตูขนาดสูง ๑๗๐ ซ.ม. เพราะเห็นว่าถ้าใช้บานประตูขนาด ๒๐๐ ซ.ม.ก็จะใส่ไม่ได้ ผมคิดว่าจะทำไม้วงกบตัวบนใหม่ โดยลดลงมาให้เหมาะกับบานขนาด ๑๗๐ ซ.ม. ทำไปทำมา...เห็นว่าไม่ได้การแน่  ประตูสูง ๑๘๐ ซ.ม. เลยหัวผมไปนิดเดียว!!  ผมจึงไปขอเปลี่ยนขนาดใหม่ให้เป็น ๗๐ ซ.ม. X ๒๐๐ ซ.ม. เค้าคิดเงินเพิ่มอีก ๗๐ บาท  (โชคดีที่สินค้ายังไม่ทันได้มาส่ง)

ทีนี้่ผมก็ต้องมาแก้ปัญหาว่่าทำอย่างไรถึงจะให้ใส่บานประตูขนาด ๗๐ ซ.ม. X ๒๐๐ ซ.ม.ได้?  คงต้องสกัดพื้นคอ-นก-รีด เอ้ย คอนกรีตออกอย่างเดียวครับ!!

Before

After
งานค่อนข้างหนักทีเดียว ไหนจะแต่งวงกบด้วยกบไฟฟ้าและสิ่ว ผมยังต้องสกัดพื้นออกอีก!


เย็นวันจันทร์บานประตูมาส่งให้แล้วครับ อ้าว...ไหงเป็นยี่ห้อ Polywood หละ?  ผมต้องไปดูในใบเสนอราคาถึงได้รู้ว่าเป็นยี่ห้อนี้จริง ๆ ไม่ใช้ BATHIC  อิอิ หลงดีใจมาได้หลายวัน เพราะเข้าไป search ในเว็บแล้วเห็นว่าประตูพีวีซีของ BATHIC แพงกว่านี้  หุยฮา...นึกว่าได้ของถูก!


โอเคครับ...ใช้ได้ สมราคาของมันแล้วหละ  มีมาตรฐาน มอก. ติดมาด้วย


เพื่อน ๆ ลองดูปริมาณขี้กบที่อยู่ในถุงซิครับ มากขนาดเนี้ย...ผมจะต้องแต่งวงกบออกขนาดไหน!!

ในที่สุด ผมก็ติดตั้งบานประตูพีวีซีบานใหม่ได้สำเร็จ...



งานดัดแปลงของเก่านั้น ยากกว่างานติดตั้งของใหม่จริง ๆ  เล่นเอาปวดไปทั้งตัวเลย...อิอิ  

Saturday, October 13, 2012

ฝึกเล่นไวโอลินแบบง่าย ๆ สไตล์ลุงน้ำชา ๖

เมื่อวันที่ ๒๔ กรกฎาคม ๒๕๕๕  ผมเขียนเรื่อง ฝึกเล่นไวโอลินแบบง่าย ๆ สไตล์ลุงน้ำชา ๕
ถึงเรื่อง"การจัดหาไวโอลิน" แล้วผมก็หยุดไป วันนี้ขอคุยต่อนะครับ...  

การสั่งซื้อไวโอลินทางเน็ตเป็นเรื่องที่ผมไม่ค่อยอยากแนะนำสักเท่าไหร่ เพราะผู้ซื้อไม่มีโอกาสได้เห็นเครื่อง หรือได้ทดลองเสียงด้วยตนเอง เมื่อสั่งมาแล้ว...เกิดไม่เป็นที่พอใจ จะเปลี่ยนเครื่องก็ทำได้ไม่ง่ายนัก   ถ้าจะสั่ง...ควรสั่งซื้อเครื่องมียี่ห้อ กับห้างฯ ที่เชื่อถือและไว้ใจได้มากกว่า

เมื่อได้เครื่องดนตรีมาแล้ว...ผมก็จะทำดังนี้:-
  • ดูสภาพกล่องก่อนเลย ต้องไม่มีตำหนิ ไม่บุบ ไม่มีรอยปริ ซิปต้องรูดได้คล่อง
  • เปิดกล่อง...แล้วสำรวจดูว่ามีอุปกรณ์ให้มาครบหรือไม่  คันชักใหม่จะต้องปรับความตึงของหางม้าได้เป็นปกติ ตัวไม้ต้องไม่อ่อนและบิดตัวง่าย  หางม้าเต็ม เรียงตัวและอยู่ในสภาพดี  ยางสนที่ให้มาก็ต้องไม่แตกหรือบิ่น (ควรเป็นยางสนซึ่งค่อนข้างดี)

  • ตรวจสอบสภาพของเครื่องอย่างละเอียด ดูตำแหน่งของหย่องด้วย  เครื่องดีมียี่ห้อเค้าจะปรับแต่งหย่องมาให้เสร็จ ผู้ซื้อไม่ต้องทำอะไรอีก!

  • สายไวโอลินต้องใหม่ สภาพดีทุกสาย และต้องใส่สายมาอย่างถูกวิธีด้วย  (กรุณาดูภาพประกอบ) 
ที่มา - Maia Bang Violin Method Part 1
  • ตัวปรับละเอียด (fine tuners) ต้องหมุนปรับได้ดี  ส่วนที่รองคาง (chin rest) ก็ต้องยึดแน่นอยู่กับตัวเครื่อง...ไม่หลวม!

  • สำรวจดู sound post ด้วยนะครับ...

  • ไม้แผ่นหลังไม่ควรมีรอยตำหนิ


อ่า... เมื่อพอใจในรูปลักษณ์และความสมบูรณ์ของอุปกรณ์ต่าง ๆ แล้ว เราก็มาลองทดสอบเสียงกันหน่อย เนื่องจากตอนนี้ยังสีไม่ได้ เพราะคันชักยังไม่ได้ถูยางสน เพื่อน ๆ ก็ลองใช้นิ้วดีดแบบดีดกีต้าร์หรืออูคูเลเล่ก็ได้ ดีดแค่เพียงเบา ๆ นะ  เสียงของไวโอลินตัวใหม่จะต้องดังชัดเจน (ไม่มีเสียงอื่นปน)  เมื่อยกตัวไวโอลินขึ้นมาฟังใกล้ ๆ หู...จะต้องได้ยินความกังวานและเสียงที่สดใส  (ถ้าเป็นเช่นนั้น ก็พอจะยิ้มได้แล้ว)

การทดสอบที่สาย G (เสียงต่ำ) จะบอกได้ค่อนข้างชัดเจน  สามารถใช้ทดสอบในเบื้องต้นว่าไวโอลินตัวนี้เสียงดีแค่ไหน ไวโอลินไม่ดี...เสียงจะทึบ ฟังแล้วรู้สึกได้เลย!  อย่างไรก็ตาม...เจ้าของไวโอลินกรุณาอย่าตั้งความหวังไว้สูงเกินว่า ไวโอลินระดับ ๒-๓ พันจะมีเสียงเทียบเคียงกับไวโอลินระดับ ๒-๓ หมื่นนะครับ ขอให้พอใจในสิ่งที่มีอยู่ แล้วพยายามฝึกหัดไปเรื่อย ๆ  อีกหน่อย...เก่งแล้วก็ค่อยหาซื้อไวโอลินแพง ๆ มาเล่น!

อ่อ...ไวโอลินมือสองก็มีประกาศขายทางเน็ตอยู่บ่อย ๆ  ถ้าอยากซื้อ...ต้องสอบถามผู้ขายให้ดีก่อนนะ  การโทรศัพท์ไปสอบถามรายละเอียดกับผู้ขายอาจช่วยลดความเสี่ยงลงได้บ้าง!  ผมเคยสั่งซื้อไวโอลินมือสองให้น้องมะเหมี่ยว ถ้าจำไม่ผิด...ราคา ๓,๐๐๐ บาท ปรากฏว่าใช้ได้เลยครับ!.

สภาพกล่องใช้ได้ เป็นแบบเหลี่ยมซะด้วย!
สภาพโดยรวมก็เหมาะสมกับราคา
ไม้แผ่นหลังยังแจ๋ว!
มีตำราซูซูกิรวมเล่มให้มาด้วย เฉพาะตำราก็หลายตังค์แล้ว...
เอาหละ เพื่อน ๆ พอใจกับไวโอลินที่ได้มาแล้วใช่ไหม?  เดี๋ยวจะได้เริ่มฝึกกันแล้วครับ!

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
หมายเหตุ - สิ่งที่ผมเขียนเป็นเพียงการถ่ายทอดประสบการณ์ที่ได้รับจากการสอนไวโอลินเด็ก ๆ ให้เพื่อนสมาชิกได้อ่าน มิใช่เป็นตำราจากนักเล่นไวโอลินหรือผู้เชียวชาญทางนี้โดยเฉพาะ ผู้อ่านควรวิเคราะห์และเลือกที่จะเชื่อเฉพาะส่วนที่เป็นจริงและถูกต้องตามหลักสากลเท่านั้น  

Friday, October 12, 2012

Traveling Light


เมื่อวันอังคาร ผมเขียนเรื่อง "ซ่อมเชลโล...หมด ๔ บาท!"  ผ่านมาได้ ๒ วัน ผมดันหาเจอเจ้ายาง endpin ที่หลุดหายไป!  


สภาพยับเยินอย่างที่เห็น ผมจึงไม่นำมาใช้ คิดว่าคงต้องใช้เจ้ายาง ๔ บาท อย่างที่เล่าให้เพื่อน ๆ ฟัง แต่แล้วไม่รู้ว่าทำไมมันช่างบังเอิญเสียเหลือเกิน...เช้าวันนี้ผมเกิดไปเจอยางสวมปลายขาตั้งกล้องขนาดเล็กเข้าจนได้!


รู้สึกว่าใช้ได้ดีกับแม่เรไรของผมซะด้วย...


วันนี้อยากคุยเรื่อง backpack ใบใหม่ของผม!  สืบเนื่องมาจากการได้สอนชั่วคราวที่โรงเรียนลำปางกัลยาณี ทำให้ผมได้เงินพิเศษมาก้อนหนึ่ง ผมเคยบอกว่ารู้สึกเหนื่อยและเครียดกับงานดังกล่าวมาก ๆ ถ้าสิ้นสุดภาระหน้าที่และได้รับเิงินค่าจ้างมา...ผมก็อยากจะขอเจียดไปซื้อเป้ใหม่สักใบ เพื่อให้รางวัลกับตัวเอง!


"เจ้าแรด" (ที่เห็นในภาพ) คือเป้ใบเก่าที่ใช้มาเกือบ ๒๐ ปีแล้ว ซื้อมาจากบริษัทสื่อเดินทาง (ร้านจำหน่ายอุปกรณ์แค้มปิ้งแถว ๆ แยกมักกะสัน กรุงเทพฯ) มันใช้บรรจุของได้มากทีเดียว ผมไปเวียดนามและพม่าเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา...อัดไปทั้งเต๊นท์ ถุงนอน และเสบียงอาหาร หนักประมาณ ๒๐ กิโลกรัมเห็นจะได้!

ตอนไปพม่าเมื่อเดือนมิถุนายน ก็ใช้เป้ใบเดียวกัน (แต่ไม่นำเต๊นท์ไปด้วย) ผมเริ่มจะรู้สึกว่ามันใหญ่เกินไปซะแล้ว ไม่เหมาะสำหรับนักเดินทางวัยหกสิบอัพอย่างผม  สภาพของเป้ก็เก่่ามาก หลังจากสะพายเดินฝ่าสายฝน...ผมยังพบว่าหนังสือและเอกสารที่เก็บไว้ข้างในเปียกหมด!    

ผมได้ไปเห็นนักท่องเที่ยวสาวชาวญี่ปุ่นคนหนึ่งที่อินเล (Inle)  เธอมีเป้เล็ก ๆ ติดตัวไปด้วยเพียงใบเดียว รู้สึกว่าจะคล่องแคล่วดีเหลือเกิน ต่างกับนักเดินทางฝรั่งซึ่งใช้เป้ขนาดใหญ่ การเดินทางเช่นนั้น...ผมน่าจะพูดได้ว่า "Traveling Light" คือพยายามลดน้ำหนักข้าวของที่นำไปด้วยให้เหลือน้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้...

พูดแล้ว....ทำให้ผมคิดถึงเพลง "Traveling Light"  ของ Cliff Richard  (เพลงแรกที่หัดเล่นกีต้าร์)...
I got no bags and bags to slow me down.  Well. I'm travelin so fast,  my feet ain't touching the ground. Traveling light, traveling light.  Well, I just can't wait to be with my baby tonight......

ด้วยเหตุนี้ ผมจึงตั้งใจไว้แต่แรกว่าถ้าซื้อเป้ใบใหม่ จะต้องเป็นเป้ที่มีขนาดเล็กกว่าเดิม  ซึ่งก็ได้มาแล้ว...เป็นเป้ที่ผลิตในเวียดนาม ยี่ห้อ Deuter  รุ่น Futura  ขนาด ๔๕ + ๑๐ ลิตร สีเขียว... 


ราคา ๘๙๐ บาท เสียค่าส่งอีก ๕๐ บาท ค่าโอนเงิน ๓๐ บาท รวมแล้วต้องควักกระเป๋า ๙๗๐ บาท...




มีผ้าคลุมกันฝนด้วยครับ...


ถ้าจะเดินทางท่องโลกอีกครั้งด้วยเป้ใบใหม่ ผมคงต้องร้องเพลง  "Traveling Light" ไปด้วย อิอิ