Tuesday, August 20, 2013

ซ่อมกล้องถ่ายรูป...

วันนี้ ผมขอเขียนต่อเรื่องกล้อง Sony DSC-W55  ซึ่งได้เล่าไว้ใน "Travellin' light ไปพม่า - แบตฯ สำรอง" ว่าประมูลมาเพราะอยากได้แบตเตอรี่เพื่อสำรองเอาไว้...

ผู้ขายเขียนไว้ชัดเจนว่า Sony DSC-W55 (โฟกัสเสีย)  พร้อมกับลงตัวอย่างภาพที่ถ่ายได้ไว้ให้ดูด้วย...



วันนี้ผมทาสีห้องน้ำเสร็จ ก็มานั่งพักที่หน้าคอมพ์ฯ  ลองหยิบเจ้า DSC-W55 ขึ้นมาทดลองถ่ายภาพ ปรากฏว่าอะไร ๆ ก็ทำงานดีหมด สวิชปิดเปิดได้  เลนส์ยื่นเข้ายื่นออก ปุ่มปรับได้ทุกโหมด แต่ภาพออกมาไม่ชัด!

ที่ผมเขียนไว้เมื่อวานว่า "  เข้าใจว่าแรงกระแทกคงทำให้กลไกหรือชิ้นส่วนข้างในเคลื่อนหรือชำรุด ทำให้โฟกัสไม่ได้...."     วันนี้ผมชักไม่แน่ใจซะแล้ว!!  ตอนกดชัตเตอร์ถ่ายรูปพัดลม...ผมสังเกตเห็นการทำงานของกล้องเป็นปกติ   แต่แปลกจัง!  ภาพที่ออกมาทำไมถึง blur อย่างนี้...


ภาพเบลอ ๆ อย่างนี้ทำให้คิดถึงสมัยที่ใช้กล้องฟิล์ม ตอนนั้นผมถ่ายไป ๑ ม้วน แล้วเอาไปฟิล์มไปล้างที่ร้านถ่ายรูปตรงประตูชัย ภาพออกมาครบ ๓๖ ภาพ แต่ไม่ชัดแม้แต่ภาพเดียว เจ้าร้านอัดรูป...ทั้ง ๆ ที่เห็นว่าภาพมันเบลอขนาดนั้น ก็ยังอัดให้ทุกภาพ ขนาดจัมโบ้ซะด้วย!  รวมแล้ววันนั้นผมต้องควักเงินจ่ายเกือบ ๓ ร้อยบาท สำหรับอัลบั้มภาพซึ่งดูไม่ได้มา ๑ อัลบั้ม!

หลังจากเจอปัญหาภาพถ่ายไม่ชัดจากกล้อง  DSC-W55  วันนี้ผมนำอัลบั้มนั้นออกมาดูอีกที....


ภาพถ่ายที่บ้านแอร์พอร์ทวิลล่า มีรูปแม่กับเจ้าหลง...


มีรูปแม่กำลังกรวดน้ำด้วย....


ภาพแม่กำลังดูทีวี...


ตอนนั้น ผมรู้ว่าภาพที่ออกมามีลักษณะคล้ายแผ่นพลาสติกบังอยู่ข้างหน้า (ตั้งแต่ภาพแรกจนภาพสุดท้าย)นั้นเป็นเพราะเลนส์หน้ากล้องสกปรก มีฝ้าบดบัง หลังจากทำความสะอาดเลนส์ให้ใส กล้องก็ถ่ายภาพออกมาเป็นปกติ...

สงสัยว่าอาการหน้าเลนส์สกปรกอาจเกิดกับเจ้า Sony DSC-W55... ผมยกกล้องขึ้นตรวจสอบหน้าเลนส์ โห...ดูไม่ใสเลยนี่นา!!  เป็นไปได้หรือเปล่า? ว่ามันทำให้ภาพที่ถ่ายออกมาเป็นอย่างที่ผู้ขายบอกว่า "โฟกัสเสีย"

ผมทำความสะอาดด้วยผ้าเช็ดเลนส์ชุบน้ำอุ่น(ไม่มีน้ำยาล้างเลนส์)...พยายามเช็ดกระจกเลนส์ให้ใสให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้  แม้จะไม่พอใจนัก...แต่ก็อยากทดลองดูก่อน ผมกดชัตเตอร์ถ่ายภาพเจ้าพัดลมตัวเดิม  ได้ภาพออกมาดังนี้...


เฮ้...ชัดขึ้นเยอะเลย!  งั้นลองหันไปถ่ายภาพรูปแม่บนผนังสี soft linen ดูหน่อย....


เออแน่ะ สีผนังตรงกับของจริงเลย ดีกว่าที่ผมถ่ายด้วยกล้อง Sony DSC-W110 ซะอีก!!


งั้นลองก้มลงถ่ายภาพกางเกงที่สวมอยู่ดูหน่อย  ชัดขนาดมองเห็นคราบสีที่ติดอยู่!!...


ผมลองถ่ายเจ้า DSC-W110  ที่วางอยู่หน้าคอมพ์ฯ....


แสงแฟลชอาจจ้าไป!  งั้นลองถ่ายโหมด "ถ่ายใกล้" ดูหน่อย... เห็นแม้กระทั่งขี้ฝุ่นรอบ ๆ กรอบเลนส์!!


ถึงอย่างไร...ผมยังไม่แน่ใจว่าการซ่อมแบบเส้นผมบังภูเขาครั้งนี้จะสำเร็จหรือไม่ เนื่องจากแบตฯ หมดพอดี...ไม่สามารถทดสอบต่อได้  คงต้องชาร์จแบตฯ แล้วมาลุ้นกันอีกที!

วันที่ ๒๑ สิงหาคม ๒๕๕๖... เช้านี้ผมทดลองกล้องอีกครั้ง ก็ต้องพบกับความผิดหวัง!  ภาพที่ออกมาแม้จะชัดขึ้นแต่ก็เส้นเล็ก ทำให้เหมือนดูโทรทัศน์สีรุ่นแรก ๆ! 


หันกลับมาถ่ายตัวเอง ลายเส้นยิ่งเห็นชัด!


เข้าใจว่ากล้องคงเสียจริง ไม่สามารถนำไปใช้ได้อย่างที่เมื่อวานนี้นึกดีใจครับ!  ถ้ามันมีอาการเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย ผมคงจะใช้แต่แบตเตอรี่และอะไหล่อื่น ๆ เท่านั้น

ผมน่าจะเปลี่ยนหัวข้อบล็อกซะใหม่ว่า "พยายามซ่อมกล้องถ่ายรูป" อิอิ

Monday, August 19, 2013

Travellin' light ไปพม่า - แบตฯ สำรอง

ผมเคยคุยกับเพื่อน ๆ เกี่ยวกับทริปซึ่งได้ตั้งชื่อไว้ว่า "Travellin' light ไปพม่า" แม้การเดินทางจะยังอยู่ห่างไกลถึงเดือนเมษาฯ ปีหน้าโน่น แต่ผมก็มีความสุขที่จะได้วางแผน และตระเตรียมสิ่งของที่จะนำไปด้วย...

ต้องเล็ก บาง และเบา...ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า ข้าวของเครื่องใช้ ตลอดจนกล้องถ่ายรูปที่จะนำไปเก็บภาพการไปเยือนพม่า (คิดว่าเป็นครั้งสุดท้าย)  ขนาดไป ๗ วัน...ผมยังถ่ายภาพกลับมาเกือบพันบาน คราวหน้านี้ทัวร์ ๒ สัปดาห์เต็ม แถมกะไปหาเพื่อน ๆ ชาวพม่าที่เคยรู้จักทั้งในพุกาม อินเล และเมืองอื่นๆ  อย่างน้อยผมคงจะเก็บภาพมาได้กว่า ๒ พันบาน!  ด้วยกล้องถ่ายรูปที่ได้เตรียมไว้แล้ว  (ตามที่เขียนไว้ในหัวข้อ  Sony DSC-W110)  


กล้อง Sony ซึ่งประมูลได้มาในราคา ๘๕๐ บาท มีคุณสมบัติครบตามต้องการ ที่ถูกใจมาก ๆ ก็คือ memory stick ขนาด 8 GB ทำให้กดชัตเตอร์ได้โดยไม่ต้องกังวลว่าหน่วยความจำจะเต็ม ที่ยังเป็นห่วงก็เห็นจะได้แก่ "แบตเตอรี่"  ผมเคยคิดเล่น ๆ ว่าถ้ามีแบตฯ สำรองไปอีกสักก้อน ก็คงจะทำให้เก็บภาพได้คล่องตัวยิ่งขึ้น  หากชาร์จทิ้งไว้ตอนกลางคืนให้เต็มทั้ง ๒ ก้อน คงจะใช้เก็บภาพได้ทั้งวัน....

เมื่อเร็ว ๆ นี้ผมได้เจอประกาศในเว็บประมูล เป็นกล้อง Sony DSC-W55 


โฟกัสเสีย ถ่ายภาพได้ แต่ภาพที่ได้จะเบลอ แบตเตอรี่ยังดีอยู่ มาพร้อมอุปกรณ์ครบกล่อง ได้ไปถ้าไม่ได้เอาไปซ่อม เอาไปเป็นอะไหล่ แค่แบตก็คุ้มแล้วครับ 
ผมเข้าไปเช็คราคาแบตเตอรี่ Sony (ของแท้) พบว่าราคาก้อนละพันกว่าบาท จึงคิดว่าประมูลเอาดีกว่า ต้องออกแรงสู้ไม่น้อยกว่าจะประมูลได้มาในราคา ๔๑๐ บาท รวมค่าโอนเงิน ๓๐ บาทและค่าส่งสินค้า ๔๐ บาท รวมแล้วผมต้องจ่ายไป ๔๘๐ บาท  วันนี้พัสดุมาถึงมือแล้วครับ...


กล่องล่างนะ ผมเปิดดูด้วยความไม่แน่ใจว่าเจ้า battery จะใช้กันได้หรือเปล่า? (ต้องลุ้นจนตัวโก่ง อิอิ)

สภาพยังดูใหม่ อุปกรณ์และคู่มือ ผู้ขายส่งมาให้แบบยกกล่อง...


จริงอย่างที่ผู้ขายแจ้งไว้ในประกาศว่า "  มีรอยตกกระแทก 1 จุด..." 


เข้าใจว่าแรงกระแทกคงทำให้กลไกหรือชิ้นส่วนข้างในเคลื่อนหรือชำรุด ทำให้โฟกัสไม่ได้...ผมไม่คิดที่จะแกะออกดู!  สิ่งที่ผมอยากได้จริง ๆ คือ battery  แต่ก็ยังมี memory stick ขนาด 1 GB, adapter ที่ช่วยให้เสียบอ่านการ์ดใน card reader ได้ และ charger แถมพ่วงมาอีก



คุ้มครับ... ตอนนี้ผมได้อุปกรณ์ถ่ายภาพครบแล้ว เล็กและเบา!  พร้อมแบตสำรอง สามารถเก็บไว้ในกระเป๋ากางเกงได้สบาย!!

Saturday, August 17, 2013

วิธีดูแลรักษาเปียโน


ผมเคยเปิด "ไทยประเสริฐมิวสิคเฮ้าส์" ที่บ้านถนนทุ่งโฮเต็ล งานบริการอย่างหนึ่งนอกเหนือจากรับสอนและทำเพลงก็คือ "ตั้งสายเปียโน"  

วันนี้ผมค้นเจอจดหมายเก่าที่เคยเขียนถึงลูกค้า จึงอยากนำมาเก็บไว้ในบล็อก"ช่างเหอะ" เพื่อระลึกถึงความหลังสมัยจับค้อนจูนเปียโน!

จดหมายฉบับนี้พิมพ์ด้วยโปรแกรมเวิร์ดราชวิถี
ผมได้อ่านที่เคยเขียนเมื่อ ๓๐ ปีที่แล้ว...รู้สึกตลกดีแฮะ!.
เรียน ท่านเจ้าของเปียโน ที่นับถือ
เปียโนเป็นเครื่องดนตรีที่มีค่ามาก จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องดูแลรักษาอย่างถูกต้องและสม่ำเสมอ
การทำความสะอาดเปียโนนั้น ควรใช้ผ้านุ่ม ๆ เช็ดตาม keys เพื่อขจัดคราบเหงื่อและรอยนิ้ว อย่าปล่อยให้มีฝุ่นสะสมมาก เพราะอาจทำให้ action ต่าง ๆ ทำงานไม่คล่องและติดขัดได้ ไม่ควรปล่อยให้รอยสกปรกจากนิ้วมือติดบนเนื้อไม้นาน ๆ เพราะจะทำความสะอาดได้ยาก และทำให้เปียโนเก่าเร็ว ควรหลีกเลี่ยงการวางแก้วน้ำหรือของหนักบนเปียโน หากที่บ้านมีหนูและแมลงสาบชุกชุม จักต้องระวังมิให้เข้าไปอาศัยทำรังอยู่ในเปียโน เพราะส่วนประกอบที่บอบบางจะถูกกัดกินเป็นอาหาร และสายจะเป็นสนิม ควรหมั่นตรวจเช็คบ่อย ๆ ด้วยการเปิดฝาด้านบนออกดู หากได้กลิ่นปัสสาวะ แสดงว่ามีผู้บุกรุกในเปียโนของท่านแล้ว
เปียโนประกอบด้วยสายขนาดต่าง ๆ จำนวนมาก ที่ถูกขึงระหว่างหลักกับ tuning pins เกลียวละเอียดที่ฝังลงในเนื้อไม้หลาย ๆ ชั้น เปียโนราคาแพง ๆ ส่วนประกอบเหล่านี้จะถูกออกแบบและสร้างอย่างดี ทำให้ tuning pins สามารถต้านแรงดึงอันมหาศาลของสายเปียโนได้เป็นอย่างดี ทำให้สายไม่หย่อนง่าย ๆ เสียงจึงไม่เพี้ยนเร็ว ส่วนเปียโนทั่ว ๆ ไป และเปียโนที่เก่ามาก ๆ หรือที่ tuning pins ถูกตอกเนื่องจากการตั้งสายที่ไม่ถูกวิธีมาก่อน สายที่ตั้งไว้ก็จะต้องลดหย่อนลงตามกาลเวลา มากหรือน้อยขึ้นอยู่กับสภาพของ tuning pins การเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิโดยทั่ว ๆ ไป  รวมทั้งช่วงห่างระหว่างการตั้งสายแต่ละครั้ง  (เปียโนที่ไม่ได้รับการตั้งสายเป็นเวลานาน ๆ เสียงจะตกลงมาก ซึ่งบางครั้งอาจถึงเกือบครึ่ง step  หากขึ้นเสียงให้ได้ standard จะยังไม่สามารถรักษาระดับไว้ได้นานเหมือนเปียโนที่ได้รับการตั้งเสียงอย่างสม่ำเสมอ)
กำหนดการตั้งสายเปียโนนั้นขึ้นอยู่กับเปียโน และความประสงค์ของท่านเป็นหลัก โดยทั่วไปแล้วเพียงปีละครั้งก็ใช้ได้ นอกเสียจากในกรณีที่ท่านต้องการรักษาระดับเสียงที่ถูกต้องให้ได้มากที่สุด (เพื่อส่งเสริมด้าน ear training แก่ผู้เล่น)แล้ว ควรตั้งสายทุก ๆ 6 เดือน
สำหรับ heater ที่มีอยู่ในเปียโนนั้น เพื่อใช้ควบคุมอุณหภูมิและระดับความชื่นในเปียโนของท่าน ในหน้าฝนจะช่วยได้มากทีเดียว (ในหน้าร้อน ถ้าอากาศร้อนมาก จะ off ไว้ก่อนก็ได้)
เปียโนได้ถูกออกแบบมาให้เล่นได้ทั้งนุ่มนวลและรุนแรง จึงไม่ต้องกลัวที่จะกดแรง ๆ ลงบน keys (ถ้าท่านเล่นตามเพลงที่กำหนด)  การเล่นเปียโนมาก ๆ มิได้ทำให้เสื่อมสภาพเร็ว แต่การปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ค่อยได้เล่น กลับจะทำให้ฝืดและชิ้นส่วนบางอย่างเสื่อมได้ง่าย หากท่านรักเปียโนของท่าน ควรเล่นอย่างสม่ำเสมอ รวมทั้งคอยดูแลรักษา ทำความสะอาด เพื่อให้เปียโนเป็นเครื่องดนตรีและเครื่องประดับบ้านที่มีค่าไปนานแสนนาน
ขอขอบคุณอย่างยิ่งที่ท่านได้กรุณาให้ทางไทยประเสริฐมิวสิคเฮ้าส์ได้ตั้งเสียงและตรวจซ่อมเปียโนของท่าน หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ท่านคงจะเพลิดเพลินกับการเล่นเปียโนที่มีอยู่ หากมีปัญหาใด ๆ เกิดขึ้น โปรดแจ้งให้ทราบทันที
ไทยประเสริฐมิวสิคเฮ้าส์
เกือบลืมไปว่าครั้งหนึ่งผมเคยหากินด้วยการรับจ้างตั้งสายเปียโน 

Friday, August 16, 2013

วิธีกำจัดหนู


เมื่อวันที่ ๕ เมษายน ๒๕๕๒ ผมนั่งรถเมล์จากท่ารถในเมืองโกตาบารูไปยังสถานีรถไฟ Wakaf Bharu เพื่อจองตั๋วรถไฟไปกัวลาลัมเปอร์.... 


ลงจากรถเมล์ที่เมือง Wakaf Bharu ผมเดินตรงไปยังสถานีรถไฟ ระหว่างทาง...เห็นหนูนอนตายอยู่กลางถนน!


ปกติแล้ว...ผมเป็นคนกลัวหนู (แมลงสาบด้วย) เห็นแล้วเป็นต้องออกห่าง แต่ที่ Wakaf Bharu ผมกลับเดินเข้าไปถ่ายรูปหนูผู้น่าสงสารใกล้ ๆ คิดในใจว่าบ้านเมืองเค้าก็ไม่ค่อยสะอาดเหมือนบ้านเราเน๊าะ!

จริงครับ...ที่บ้านใหม่ห้างฉัตรมีข้าวของรกมาก เป็นที่โปรดปรานของหนู ตอนกลางคืนผมได้ยินเสียงมันแทะกล่องกระดาษเสียงดังน่ากลัว  ความอดทนของผมสิ้นสุดลงในเช้าวันหนึ่งเมื่อได้เห็นถุงข้าวเหนียวบนโต๊ะอาหารมีรอยถูกหนูแทะ!  ต้องกำจัดมันออกไป มีอยู่ ๒-๓ วิธี คือใช้กาวดักหนู, ใช้เหยื่อกำจัดหนู และใช้กับดัก ซึ่งยังไม่รวมถึงการใช้เครื่องไล่หนูด้วยคลื่นเสียง...

ผมเลือกใช้กับดักเพราะไม่อยากให้มันตาย มีหมูปิ้งเป็นเหยื่อ...ผมวางกับดักไว้ใกล้ ๆ กองสัมภารก  

คืนแรกผ่านไป ยังคงไม่มีวี่แววเจ้าหางยาว! พอเข้าคืนที่สอง ผมต้องสะดุ้งตื่นกลางดึก เมื่อได้ยินเสียงลั่นของกับดัก!  เช้านี้ไปดู ก็เห็นหนูวัยซะรุ่นตัวหนึ่งวิ่งพล่านอยู่ในที่คุมขัง...มันคงตกใจไม่น้อย!


ทั้งเกลียดทั้งกลัว...แต่ผมก็อยากถ่ายภาพประกอบ ต้องลงทุนเข้าใกล้เพื่อถ่ายรูป


เจ้าพาหะนำโรคจะรู้หรือเปล่าว่าผมกำลังจะพามันอพยพไปอยู่ที่ใหม่...


"ไอ้หนู...ไม่ต้องกลัว ข้าไมฆ่าเอ็งหรอก"   ผมพูดเสียงดัง!


ประมาณ ๑๑ โมงได้เวลาพามันไปตั้งรกรากใหม่แล้ว...


มีที่ดินสวยงาม กว้างเป็นร้อยไร่ อยู่ใกล้วัดซึ่งห่างจากบ้านผมแค่บิดคันเร่งมอเตอร์ไซค์ไม่กี่ที...


ไปถึงอาณาจักรใหม่ของเจ้าหนู ผมเอากับดักออกจากกล่อง เตรียมปล่อยมันออกไป...


หนูกัดคนได้นะครับ ต้องระวังหน่อย...


"  เอ้า...ไปได้แล้ว!"  ผมสั่งในขณะเปิดกับดักให้หนูวิ่งออกไป


เจ้าหนูออกไปแล้ว มันวิ่งหายเข้าไปในพงหญ้า!


ลาก่อน Mickey!

Thursday, August 15, 2013

ตัวอย่างข้อสอบทฤษฏีดนตรีสากล เกรด 3

ข้อสอบทฤษฏีเกรด 3 ยากไหมเอ่ย?  วันนี้ผมขอนำตัวอย่างข้อสอบของ Royal School of Music เมื่อ ๓๓ ปีก่อนมาให้เพื่อน ๆ ที่สนใจเรื่องทฤษฏีดนตรีสากลได้ดูหน่อยนะครับ...







สามารถคลิกดูภาพใหญ่ได้นะครับ หวังว่าคงเป็นประโยชน์อยู่บ้างไม่มากก็น้อย...


Wednesday, August 14, 2013

การปฏิบัติตัวหลังผ่าตัดตา

ในบล็อก "ฟังลุงน้ำชาคุย" ผมเคยเขียนเรื่องที่ผมสายตาสั้นมาก ๆ แล้วโชคดีได้รับการผ่าตัดเปลี่ยนเลนส์โดยคุณหมอพงษ์ศักดิ์ อนุจารี ทำให้ผมกลายเป็นคนที่สามารถมองเห็นได้ชัดเจนโดยไม่ต้องสวมแว่นตา... 

คุณหมอพงษ์ศักดิ์ ผู้มอบโลกใหม่อันสดใสให้ผม
คงจะไม่ผิดถ้าจะบอกว่าผมได้ชีวิตใหม่ที่มองโลกได้ชัดเจนแจ่มใส ก็เพราะการผ่าตัดเปลี่ยนเลนส์จากมือคุณหมอพงษ์ศักดิ์แท้ ๆ!  เมื่อเดือนที่แล้วผมก็แนะนำอาจารย์หมูให้ไปตรวจสายตากับคุณหมอพงษ์ศักดิ์ เพื่อจะได้พบกับชีวิตใหม่เช่นเดียวกับผม แต่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าอาจารย์หมูจะทำตามหรือเปล่า!

นอกจากนั้น เมื่อเร็ว ๆ นี้ ผมก็ยังได้พาพี่ชายไปตรวจที่คลีนิกคุณหมอพงษ์ศักดิ์ ช่างรวดเร็วดีจัง...คุณหมอนัดให้พี่สิทธิ์เข้ารับการผ่าตัดเปลี่ยนเลนส์เช่นเดียวกับผม ในช่วงปลายเดือนกันยาฯ หน้านี้...

พอดีเจอแผ่นพับที่ได้รับแจกจากโรงพยาบาลลำปางในเรื่อง "การปฏิบัติตัวหลังผ่าตัดตา" ผมเห็นว่าเป็นข้อมูลที่มีประโยชน์  สำหรับผู้ประสบปัญหาเรื่องสายตาแล้วไม่กล้าไปพบจักษุแพทย์เพราะกลัวเรื่องการผ่าตัด อยากจะบอกว่าไม่ใช่เรื่องที่น่ากลัวแต่อย่างใด  ตามปกติหลังจากได้รับการผ่าตัด คนไข้จะต้องนอนโรงพยาบาลต่ออีก ๑ คืน หากวันรุ่งขึ้นไม่มีอาการแทรกซ้อนก็กลับบ้านได้  กลับไปอยู่บ้านก็ต้องปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด...เพื่อจะได้หายเป็นปกติและกลายเป็นคนตาดีในที่สุด!]

เพื่อน ๆ ลองอ่านแผ่นพับที่ผมสแกนมาให้ดูหน่อยนะครับ...

ที่มา - แผ่นพับจากโรงพยาบาลลำปาง 




ตัวเองทราบแล้ว ยังจะได้นำไปบอกต่อให้ผู้อื่น (โดยเฉพาะคนเฒ่าคนแก่) ได้อีกด้วย...

Tuesday, August 13, 2013

ความสุขเล็ก ๆ น้อย ๆ กับจอ LED


ในการทำงานกับคอมพิวเตอร์... ผมใช้จอ LCD ยี่ห้อ View Sonic (๑๙ นิ้ว) มาประมาณ ๖ ปีเห็นจะได้  เป็นจอธรรมดารูปสี่เหลี่ยม ตอนซื้อผมต้องจ่ายเกือบ ๕ พันบาท (อยากเปลี่ยนจากจอ  CRT มาใช้ LCD จ่ายแพงก็ต้องยอม)

สมัยนั้นยังไม่มี wide screen ผมได้ใช้จอ LCD รูปร่างอย่างที่เห็นในภาพมาตลอด จนกระทั่งมีจอ LCD ที่เป็นจอกว้าง (wide screen) ออกจำหน่าย ผมเคยไปดูที่ร้านแล้ว เห็นว่าจอ 16 : 9 ทำให้ดูภาพยนต์ได้อรรถรสยิ่งขึ้นจริง ๆ เพราะมันเหมือนกับที่ผมเคยดูหนังใหญ่ซึ่งใช้พิล์ม ๗๐ มม. อย่างเช่น เรื่อง Ben-Hur  ฉายที่โรงหนังสุริวงศ์ไม่มีผิด... 


ดูหนังได้มันส์ครับ จอ widescreen แต่ตอนออกใหม่ ๆ ราคาค่อนข้างแพง ผมไม่มีปัญญาซื้อ...ต้องใช้เจ้า ViewSonic เรื่อยมา

ยังไม่ทันจะได้ซื้อจอ LCD widescreen มาใช้ ก็เกิดมีจอประเภท LED ออกมาอีกแล้ว เห็นพูดกันว่ามันให้ภาพที่คมชัดกว่า จอมีขนาดบางและกินไฟน้อยด้วย ผมเฝ้าติดตามมาเรื่อย ๆ หวังสักวันคงจะได้เปลี่ยนไปใช้จอ LED กับเค้าบ้าง... 

วันนี้พอดีได้รับเงินค่าประกันการใช้ไฟฟ้าที่บ้านเก่า (ปงแสนทอง) คืนมา ๒,๐๐๐ บาท ผมจึงขอให้รางวัลตัวเองอีกสักอย่าง ด้วยการไปซื้อจอ LED ยี่ห้อ Acer ขนาด ๑๙.๕ นิ้วมาจากร้าน Advice


เพื่อน ๆ อย่าหาว่าผมสุรุ่ยสุร่ายเลยนะครับ  ผมเหนื่อยมามากแล้ว ขอให้ได้มีความสุขกับการทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์เพิ่มอีกหน่อยก็พอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการเปิดดูภาพยนต์ชื่นชอบที่โหลดไว้

ผมไม่ต้องการจอยักษ์ขนาด ๓๐-๔๐ นิ้ว หรือรุ่น 3D ราคาเป็นหมื่นหรอกครับ แค่ตัวละ ๓ พันบาทก็พอใจแล้ว เราแกะกล่องกันเลย...


ประกอบเข้ากับขาตั้ง...


ต่อสายเข้าคอมพ์ฯ ทาง port DVI (ไม่ใช้ port VGA) ผมทดลองเปิดเครื่อง มันทำงานเป็นปกติ ไม่มี dead pixel ให้เห็น คิดว่าคงจะประหยัดไฟกว่าเดิม เพราะเห็นใช้ไฟจาก adapter ตัวเล็กนิดเดียว เครื่องก็ไม่ร้อนด้วย...


ลองเปิดหนังเรื่อง Attack on the Iron Coast  (1968) แสดงนำโดย Lloyd Bridges ดูหน่อย...


ได้แค่นี้ก็พอใจแล้วครับ...