Friday, August 11, 2017

Nikon D100

ตอนผมเดินทางไปย่างกุ้ง-อินเล คุณเมธีได้มอบกล้องนิคอน D50 ให้ผมใช้ฟรี ๆ บอกแค่เพียงให้เอาไปดูแลต่อ  นับว่าเป็นกล้องดิจิตอลแบบ single-lens reflex ตัวแรกและตัวเดียวที่ผมมีใช้มาเกือบ ๑๐ ปีเห็นจะได้...


ผมชอบการถ่ายภาพที่มองผ่านช่อง viewfinder มาก ๆ เคยเขียนว่า "ได้ยินเสียงชัตเตอร์ลั่น...นับเป็นความสุขอย่างบอกไม่ถูก! ทริปไปอินเลผมได้ใช้เจ้า D50 ที่คุณเมธีมอบให้ ยังประทับใจไม่ลืม แม้ตอนนั้นยังคงใช้ระบบ auto ในการบันทึกภาพ..."



ใช้มาหลายปี ผมแค่เปลี่ยนยางรองตาครั้งนึง นอกนั้นก็ไม่ต้องทำอะไร แบตเตอรี่ก็ยังคงเก็บไฟได้ดีจนถึงทุกวันนี้  ช่วงหลังสามารถถ่ายแบบ manual ได้ก็ยิ่งมีความสุขกับการกดชัตเตอร์เจ้า D50 ผมนำไปเก็บภาพกิจกรรมต่าง ๆ หลายครั้ง...


เมื่อเดือนพฤศจิกายน ๒๕๕๖ ผมประมูลเลนส์ซูมยี่ห้อ Tokina 60-300 mm มาตัวนึง นำมาใช้กับเจ้า D50 ในลักษณะแบบเลนส์มือหมุน


สามารถซูมได้ไกล...



ทำให้สนุกยิ่งขี้นในการถ่ายรูป แต่เวลาเดินทางแบบ travellin' light หรือใช้จักรยานพับ ผมก็เอาเจ้า D50 ไปด้วยไม่ได้ ต้องทิ้งให้อยู่บ้านอย่างเดียวดาย...


วันที่ ๔ ตุลาคม ๒๕๕๙ ผมได้รับเมลจากคุณชัยแจ้งว่า "ผมมีเลนซ์ Nikon AF NIKOR 28-200mm.  F3.5-5.6 เห็นว่าคุณลุงน้ำชามีกล้อง Nikon 50D เผื่อว่าต้องการเลนซ์ระยะดังกล่าวนี้ ผมยินดีมอบให้เป็นอภินันทนาการครับ สภาพใช้งานได้ดี ตามภาพถ่ายที่ผมแนบมาด้วย..."

ภาพจากคุณชัย

ภาพจากคุณชัย
ผมโชคดี มีคนเมตตา ในที่สุดก็ได้เลนส์ Nikon ใหม่เอี่ยมมาอีกตัวนึง คุณชัยส่งให้ผมฟรี ๆ เจ้า D50 จึงใช้เลนส์ ๓ ตัว สองตัวหลังใช้งานในลักษณะมือหมุน  จริง ๆ แล้วผมก็พอใจกับสิ่งที่มีอยู่ทั้งหมด ไม่คิดว่าอยากจะได้อะไรเพิ่มอีก! 

แต่พอดีเมื่อต้นเดือนดันไปเห็นประกาศในเว็บประมูลว่า "NIKON D100 มือสอง สภาพดี ใช้ได้ปกติ อุปกรณ์มี แบต แท่นชาร์จ สายสะพาย..."  กิเลสก็กระโดดเข้าหาทันที ผมคิดว่าถ้าได้ D100 เฉพาะ body มาอีกตัว เลนส์ที่มีอยู่ก็จะได้ใช้งานได้ดีกว่า บางทีกล้อง Nikon D100 อาจสามารถทำให้เลนส์ที่คุณชัยให้มาทำงานในรูปแบบ auto focus ก็ได้...

ภาพจากผู้ขาย
โชคดีอีกนั่นแหละ ผมไปซ่อมและตั้งสายเปียโนที่โรงแรมภราดร  ๒ หลังพ่อเลี้ยงให้ตังค์มา ๒,๐๐๐ บาท ผมตัดสินใจประมูลซื้อได้มาในราคา ๒,๑๐๐ บาท วันนี้ได้รับสินค้าแล้วครับ...


ผมดีใจมาก อยากได้จริง ๆ ครับ อยากให้รางวัลกับชีวิตตัวเองในขณะที่มีเวลาเหลืออีกไม่มากนัก  เพื่อน ๆ อย่าหาว่าผมสุรุ่ยสุร่ายเลยนะครับ



สภาพยังดีมากเลย ผมไม่แน่ใจว่าจะมีข้อขัดข้องอะไรหรือเปล่า?



เดี๋ยวทดสอบแล้ว จะเล่าให้เพื่อน ๆ ฟังนะครับ!
                                         

Thursday, August 10, 2017

ปัญหาของเปียโนที่ไม่ได้ตั้งเสียงหลายปี

ไปเมืองแพร่... ผมมีภาระกิจคือซ้อมเพลงกับพ่อเลี้ยงและตั้งสายเปียโน ผมจำเป็นต้องเปลี่ยนเป้จากใบเล็กเป็นขนาดกลางเพราะต้องใช้ใส่เครื่องมือและโน้ตบุ๊ค การปั่นจักรยานพับจากสถานีเด่นชัยไปแพร่ ผมจึงมีเป้ที่หนักกว่าเดิมถึง ๔ กิโลกรัมแบกไปด้วย เป็นเรื่องที่ไม่แนะนำเพราะอาจทำให้หลังเสียได้!


แต่ผมก็ฝืนทำ และเดินทางไปถึงโรงแรมภราดรอย่างปลอดภัยได้ในที่สุด


มีเปียโนให้ผมซ่อมและตั้งเสียงอยู่ ๒ หลัง หลังหนึ่งยี่ห้อ Yamaha สภาพค่อนข้างเก่า...


อีกหลังนึงยี่ห้อ Challen รู้สึกว่าพ่อเลี้ยงจะซื้อมาได้ ๖-๗ ปีแล้ว ตั้งเสียงตอนมาส่งแล้วก็ไม่ได้ทำอีกเลย...


ไม่ต้องสงสัยเลยว่านอกจากเสียงจะเพี้ยนแล้ว ยังต่ำลงกว่ามาตรฐานถึงครึ่งเสียง...


ทำความสะอาด action ด้วย blower ก่อนตั้งเสียง.... 


เพื่อน ๆ ที่รักครับ... เปียโน Challen มี tuning pins ที่แน่น (นับเป็นข้อดีของเปียโนระดับนี้) ขณะตั้งสายต้องใช้แรงบิดค้อนจูนมากกว่าการตั้งสายเปียโนเก่า ๆ อย่างเจ้ายามาฮ่า ผมคิดไว้แล้วว่าด้วยแรงดึงของสายที่ไม่ได้รับการจูนมาหลายปีแล้วยังต้องตั้งให้เสียงสูงขึ้นกว่าครึ่งเสียง ในช่วง octave สูง ๆ (ตั้งแต่ C5) คงไม่สามารถ in tune ได้นานนัก เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริงสำหรับเปียโนที่ไม่ได้ตั้งเสียงหลายปีครับ ยิ่งถ้าเป็นเปียโนคุณภาพต่ำ บางครั้งเสียงเพี้ยนหลังจากช่างจูนหิ้วกระเป๋าออกจากบ้านไปเลยก็เป็นได้! 

แต่ช่างเหอะยังไม่ไปไหน สามารถ retune ให้ได้เสมอ บางครั้งผ่านไปเป็นปีแล้วก็ยังแวะไปดูให้อีก!  

Wednesday, August 09, 2017

ขาเกือบหายแล้ว

หลังจากที่ผมประสบอุบัติเหตรถจักรยานยนต์ล้มได้รับบาดเจ็บจนเดินไม่ได้! ถึงวันนี้เกือบครบ ๓ เดือนแล้ว...


โชคดีที่ขาไม่หักแต่ก็รุนแรงไม่น้อย...


เป็นเวลา ๒ เดือนกว่าที่ผมต้องสาวตัวขึ้นบันได้ ขยับทีละขา รู้สึกเจ็บแป๊บ ๆ ที่หัวเข่าข้างขวาทุกครั้งที่ก้าวเดิน...


ผมไม่ได้กินยารักษากระดูกและกล้ามเนื้อ ได้แต่ทายาที่มีผู้ให้มา....


พอบรรเทาขึ้นหน่อย เริ่มเดินได้แบบโขยกเขยก ผมก็นำจักรยานไปปั่นที่เชียงใหม่ หลังจากนั้นก็ไปพิษณุโลก อยุธยา และแพร่ ยังต้องอดทนกับความเจ็บปวด กลับมาบ้านก็โหนตัวขึ้นบันไดทีละขั้น...


พอดีมีผู้ให้ "ยาน้ำมันตราวังว่าน" ผลิตโดยวังน้ำเขียวฟาร์มอินเตอร์ จังหวัดนครราชสีมา ขนาด ๖๐ ซีซีมา ๑ ขวด...


ใช้ฉีดบริเวณหัวเข่าวันละหลายครั้ง...


วันนี้มีข่าวดี ผมสามารถเดินขึ้นบันไดแบบคนปกติ โดยไม่ต้องโหนกับราวได้แล้วครับ...

Tuesday, August 08, 2017

รองเท้าคู่ละ ๓๐๐ บาท

อาจารย์ราเชนทร์ (ต้นสน) เคยยกรองเท้าหนังอย่างดีจากอิตาลีให้ผม ๑ คู่ หนังแท้ทรงหัวแหลม ยี่ห้อ Salvatore Ferragamo... 


ผมเคยใส่ไปลาว มันกัดเท้าจนเดินไม่ได้ ตอนหลังต้องซื้อรองเท้ามือสองยี่ห้อ Clarks รุ่น Active Air ในราคา ๓๐๐ บาท มาใส่!  ใช้มาหลายปีแล้วครับ ตอนได้มาใหม่ ๆ ก็ยังสภาพดูดี ผมใส่ลุยไปทั่ว ปั่นจักรยานก็สบาย...





หลังจากกลับจาก "FB Trip ไปอยุธยา" ผมเห็นได้ว่าตอนนี้เจ้ารองเท้าคู่ละ ๓๐๐ บาทของผมใกล้จะพังแล้ว!



น่าจะใช้ได้อีกซัก ๒-๓ ทริป ก่อนที่จะถูกปลดระวาง!

Tuesday, August 01, 2017

เกษมการช่าง

พาเจ้า Banian ไปอยุธยา... ขึ้นรถไฟแล้วผมลืมไปว่ายังไม่ได้หยอดน้ำมันโซ่จักรยาน!


ลงอุตรดิตถ์ ผมปั่นจักรยานถึงตลาดคลองโพบนถนนบรมอาสน์


มีร้านจักรยานอยู่ ๒-๓ ร้าน ผมแวะหาซื้อน้ำมันหยอดโซ่แต่ไม่มีขาย! ร้านนึงชี้ไปที่น้ำมันจักรซิงเกอร์แล้วบอกให้ผมซื้อไปใช้แทน ไม่เอาเพราะมันใสเกินไป  ผมมาที่ร้านเกษมการช่าง...นายช่างยกกาน้ำมันเครื่องให้ดูแล้วบอกว่าไม่มีขาย


ไม่เห็นจำเป็นต้องซื้อน้ำมันมาหยอดเอง ผมตัดสินใจให้ร้านเกษมการช่างช่วยทำ....


แม่บ้านซึ่งเป็นช่างจักรยานเช่นกันออกมาพาเจ้าเพื่อนยากเข้าไป ผมบอกว่าคอมันรู้สึกจะหลวม ๆ ขอปรับแต่งแล้วหยอดน้ำมันโซ่ให้ด้วย 


นั่งรออยู่หน้าร้าน ผมมองดูรถโบราณและรถพับที่ตั้งโชว์ไว้...



ไม่นานนักช่างจักรยานหญิงก็นำเจ้า Banian ออกมาให้ เธอคิดค่ามือและค่าหยอดน้ำมันโซ่แค่ ๒๐ บาทเอง!


พร้อมที่จะลุยต่อแล้วครับ!!

Tuesday, July 18, 2017

คิดถึงปากีสถาน


ดูหนังเรื่อง Drone (2017) แล้วให้คะแนน 6/10   แต่วันนี้ผมไม่ได้คุยเรื่องหนังนะ ขอแค่นำภาพจากฉากเริ่มต้นในภาพยนต์ ซึ่งบอกว่าเป็นเมือง Miramshah ในปากีสถานมาให้เพื่อน ๆ ดูเท่านั้น...








"ปากีสถาน" เป็นอีกหนึ่งประเทศที่ผมชอบ เคยคิดว่าสักวันหนึ่งอาจได้กลับไป เพื่อเยือนหุบเขา (Hunza Valley) แต่ช่วงหลังได้ทราบถึงความขัดแย้งและเห็นด้วยว่าคนไทยต้องเสียเงินค่าทำวีซ่าประมาณ ๑,๕๐๐ บาท จึงได้หมดความสนใจ...

พอดีมาเห็นภาพเมือง Miramshah ในหนัง Drone ทำให้อดคิดถึงปากีสถานที่เคยไปไม่ได้ อย่างนั้นเลยหละ!...ภาพที่คุ้นตาคือก้อนอิฐถูกวางทับไว้บนหลังคา หออะซานอยู่ท่ามกลางบ้านทาสีสดต่างกันทำให้ดูเหมือนลูกกวาดกระจัดกระจาย ถนนหนทางที่มีผู้คนเดินพลุกพล่าน กองขยะ ฯลฯ   

เคยไปแค่การาจี (1) อยากรู้ว่า Miramshah (2) อยู่ตรงไหน? ผมเข้าไปดูใน google maps แล้วทราบว่าเมืองนี้อยู่ขึ้นไปทางเหนือถึง ๑,๓๐๐ กิโลเมตร ห่างจากพรมแดนปากีสถาน-อัฟกานิสถานประมาณ ๑๗ กิโลเมตร...


ขอนำภาพ "เมืองการาจี" จากฟิล์มสไลด์ของผมมาลงไว้ด้วยดังนี้...





 



สำหรับผมแล้ว "ปากีสถาน" คงมีเสน่ห์อยู่ไม่น้อย...