Sunday, September 09, 2018

Gould meets Menuhin

นักเปียโนและนักไวโอลินในดวงใจของผมคือ Glenn Gould และ Yehudi Menuhin คิดว่าเพื่อน ๆ ผู้ชื่นชอบดนตรีคลาสสิกคงจะรู้จักดี 


Glenn Gould ภาพจากวิกิพีเดีย - ขอขอบคุณ

Yehudi Menuhin ภาพจากวิกิพีเดีย - ขอขอบคุณ
อะไรจะเกิดขึ้นสองนักดนตรีเอกโคจรมาพบกัน? คำตอบมีให้รับรู้ได้จากอัลบั้ม "Gould meets Menuhin" ผมเพิ่งไปค้นเจอไฟล์เก่า ๆ ที่ได้เก็บไว้ตั้งแต่สมัยจัดรายการเพลง "คุยก่อนนอนกับลุงน้ำชา" ที่สถานีวิทยุ Smooth Radio 104.50 MHz วันนี้ได้นำเอาซีดีมาเปิดฟังแล้วมีความสุขมากครับ ลึก ๆ แล้วรู้สึกเสียดายที่เหลือโอกาสอีกไม่นานนักที่จะได้เสพผลงานดี ๆ ของคตีกวีและนักดนตรีที่มีชื่อเสียงเช่นนี้
Bach Violin Sonata BMV 1017  I. Siciliano. Largo
  II. Allegro
  III. Adagio
  IV. Allegro
Beethoven Violin Sonata, Op.96  I. Allegro moderato
  II. Adagio espressivo
  III. Scherzo. Allegro - Trio
  IV. Poco allegretto
Schoenberg Phantasy for Violin and Piano, Op.47  Grave - Piu mosso - Meno Mosso - Lento -Grazioso - Tempo I - Più mosso -
  Scherzando - Poco tranquillo - Scherzando - Meno mosso - Tempo I
 

นอกจากจะได้รับฟังเพลงบรรเลงเพราะ ๆ จากนักเปียโนและนักไวโอลินผู้ยิ่งใหญ่แล้วเพื่อน ๆ ยังได้สัมผัสถึงความแตกต่างของเพลง ๓ สมัยด้วยกัน คือ บาโร้ค, คลาสสิก และศตวรรษที่ ๒๐

แนะนำให้ฟังครับ ไม่มีไฟล์ก็บอกอีเมลมานะครับ ผมจะส่งให้...

Saturday, September 08, 2018

ฺBusking trip to Australia - เตรียมเครื่องดนตรี

ผ่านเลยมาถึงวันนี้ ผมต้องยอมรับว่าคิดผิดที่ใช้ "ซึง" เป็นเครื่องดนตรีที่เล่นเปิดหมวกในช่วงเดินทางท่องเมืองจิงโจ้เมื่อปี ๒๕๓๑  ผมไม่เคยคิดถึงเจ้า harmonica หรือ accordion ซึ่งน่าจะเป็นเครื่องดนตรีที่ดีกว่า ข้อดีของฮาร์โมนิก้าคือตัวเล็กนิดเดียว...ใส่กระเป๋ากางเกงก็ได้ !


ส่วน accordion นั้น ผมเป็นนักเล่นเปียโนอาชีพอยู่แล้ว ถ้าหันมาฝึกเล่น piano accordion ก็น่าจะทำได้ดีกว่าการเล่นซึงซึ่งไม่เคยเล่นมาก่อน น่าเสียดายที่ตอนนั้นผมไม่ได้คิดที่จะเล่นเจ้าเครื่องดนตรีมหัศจรรย์ตัวนี้เลย!


ยังด้อยประสบการณ์ในการเล่นดนตรีเปิดหมวก ผมเลือกใช้ "ซึง" ซึ่งวิกิพีเดียกล่าวว่า...
"ซึง" เป็นเครื่องดนตรีประเภทดีด ที่ชาวไทยทางภาคเหนือนิยมนำมาเล่นร่วมกับปี่ซอ หรือปี่จุม และ สะล้อ ซึงมี ๔ สาย แต่แบ่งออกเป็น ๒ เส้น ๆ ละ ๒ สาย มีลักษณะคล้าย กระจับปี่ แต่มีขนาดเล็กกว่า ความยาวทั้งคันทวนและกะโหลกรวมกันประมาณ ๘๑ ซม. 

จำได้ว่าผมขับรถมาสด้าพาแม่ปราณีไปซื้อซึงที่บ้านบ่อสร้าง อำเภอสันกำแพง ได้มาในราคาตัวละ ๑๒๐ บาท เจ้าตัวที่เห็นในภาพนี้แหละ....



ทุกวันนี้มันถูกเก็บไว้ที่บ้านของ Jean ใน Adelaide ครับ!

Wednesday, September 05, 2018

ความคิดเห็นของผม

ขอคุยเรื่องคอมพ์ฯ ต่อ... เนื่องจากมีผู้อยากให้ผมได้ออกความเห็นเกี่ยวกับเรื่องคอมพิวเตอร์มือสองที่ประกาศขายใน facebook รายหนึ่ง...



ต้องขออนุญาตนำรูปลงประกอบด้วยนะครับ หวังว่าคงไม่สร้างความโกรธเคืองให้กับผู้ขาย เพราะถึงอย่างไรภาพนี้ก็มีโฆษณาอยู่ตามหน้าเฟสแล้ว ขอออกตัวก่อนว่าสิ่งที่ผมจะพูดเป็นแค่ความเห็นของผู้ใช้คอมพิวเตอร์ในการทำงานมานับตั้งแต่เครื่องรุ่นแรก ๆ ที่ใช้ซีพียู Intel 8088 ความเร็ว 8 MHz  เครื่องละ ๒๕,๐๐๐ บาท จนถึงเครื่องล่าสุดซึ่งใช้ซีพียู AMD A10-9700  ๔ คอร์ ๔ เทรด ความเร็ว 3.5 / 3.8 GHz

ช่วงเกือบ ๓ ทศวรรษที่ผ่านมา เคยหาซื้อหรือประมูลเครื่องและอุปกรณ์มือสองมาใช้มากมาย ด้วยความที่อยากจะประหยัดเงินนั่นแหละ ผมจึงได้เห็นความเปลี่ยนแปลงในตลาดฮาร์ดแวร์มาตลอด ทั้งพัฒนาการด้าน hardware และ software มันรวดเร็วมากจริง ๆ สินค้าตกรุ่นเป็นว่าเล่น เงินรวมแล้วเป็นแสนที่ผมจ่ายไปกับเรื่องนี้ช่างไม่คุ้มค่าเอาเสียเลย ทุกวันนี้ผมมีอุปกรณ์เก่าที่ใช้งานไม่ได้อยู่เต็มบ้าน ฮาร์ดดิสก์เกือบ ๒๐ ตัว บางตัวซื้อมา ๒-๓ พัน ถ้าเอาไปขายร้านรับซื้อของเก่าก็ได้แค่ตัวละ ๒๐ บาท

ใช้ของเก่า...แม้ว่าอุปกรณ์จำพวกเมนบอร์ดจะทนทาน แต่ก็ล้าสมัยเร็ว ก่อนหน้าที่เว็บประมูลจะปิดไป ผมเห็นสินค้าที่พ่อค้าไปเหมามาจากญี่ปุ่นประกาศขายมากมาย เฉพาะเคสของ Fujisu ที่ใช้ซีพียู ๒ คอร์ ความเร็ว 3 GHz ราคาไม่กี่ร้อยบาทเอง

ทีนี้มาดูสเปคของเครื่องที่อยากให้ผมออกความเห็น เค้าเขียนบอกไว้แค่เพียงว่า "Fujisu FMV Esprimo  Intel Core2 - ram DDR2 2 Gb สามารถเพิ่มได้ถึง 4gb - hdd 160 gb - มี DVD RW - จอ LCD 17 นิ้ว - พร้อม mouse และ keyboard  ทั้งชุดราคา ๒,๙๙๙ บาท ค่าส่งอีก ๓๔๑ บาท"

เพื่อน ๆ ที่รักครับ ผมไม่ใช่คนมีตังค์ ต้องอาศัยกินน้อยใช้น้อย กัดฟันประหยัดทุกอย่างเพื่อให้สามารถท่องเที่ยวได้ในสไตล์ลุงน้ำชา แล้วยังต้องตัดใจเฉือนเนื้อตัวเอง เลือกซื้ออุปกรณ์คอมพิวเตอร์สเปคดี ๆ มาใช้งาน ทั้งการท่องเที่ยว ทำเว็บ อ่าน e-book ดูหนังฟังเพลง เป็นการให้อาหารสมองที่ผมต้องการมากกก...

อย่างที่เห็นในภาพข้างบนเป็นจอ LCD ขนาด ๑๗ นิ้วซึ่งออกมาในยุคแรก ๆ (รูปทรงเกือบจะเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัส) ของผมก็เคยซื้อมาใช้ครับ จำได้ว่าตอนนั้นราคา ๔ พันกว่าบาท ทุกวันนี้เลิกใช้แล้ว จะยกไปขายร้านของเก่าก็คงได้ไม่กี่ตังค์

ได้ข้อสรุปมาว่า ถ้าทำงานกับคอมพิวเตอร์ผมจะต้องใช้จอ wide screen มีความละเอียด (resolution) สูง เพื่อให้ได้ภาพที่คมชัด ไม่สั่นไหว ไม่ทำร้ายสายตา เวลาดูหนังหรืออ่านหนังสือต้องให้ชัดเจนเหมือนดูรูปภาพบนแผ่นกระดาษ สุขภาพของเราอย่าปล่อยให้ถูกทำร้ายเพราะอยากใช้ของประหยัด ๆ ผมคิดว่าชีวิตคนเรานั้นสั้นยิ่งนัก จึงให้รางวัลตัวเองด้วยการสั่งจอ Dell Ultrasharp ราคา ๗ พันกว่าบาทมาใช้ (ทุกวันนี้ก็ยังต้องผ่อนกับลาซาด้าอยู่เลย) 

แค่เรื่องจอภาพอย่างเดียวก็พอบอกได้ถ้าเป็นผมจะซื้อเครื่องมือสองชุดนี้หรือไม่?  ขอเสริมอีกนิดว่า HDD ขนาด 160 Gb รุ่นเก่า ๆ อย่างนั้น นอกจากจะช้าแล้ว ยังไม่พอใช้เก็บไฟล์ซึ่งมีมากมายมหาศาล!  ของผม 3 TB ยังไม่พอใช้เลยครับ  แรมก็เหมือนกัน ถ้าเป็น DDR2 2 Gb บัสต่ำ ๆ บางครั้งเครื่องมันอืดจนอยากจะโยนทิ้งเลยก็ว่าได้!!

ทุกวันนี้คอมพิวเตอร์ราคาถูกมาก เงิน ๓ พันกว่าบาทที่จะนำไปซื้อของเก่ายุคพระเจ้าเหา ถ้าตัดใจเพิ่มอีกสักเท่าตัว ก็หาซื้อเครื่องใหม่แบรนด์เนม สเปคดี ๆ ราคาไม่ถึงหมื่นได้แล้วครับ...

หรือจะตัดใจซื้อ Microsoft  Surface Go แท็บเล็ต 2-in-1 ราคาหมื่นกว่าบาทไปเลย! ครั้งเดียวจบ...

ภาพจาก bananastore.com

 จะมัวไปนั่งงมโข่งอยู่ทำมายยยย.... (อิอิ)

Friday, August 31, 2018

AMD A10-9700

วันนี้เขียนเรื่อง "การประกอบคอมพิวเตอร์ด้วยตนเอง" ต่อนะครับ หลังจากที่ได้เตรียมเมนบอร์ด ASRock ไว้รอซีพียูคู่รักไว้แล้วระยะนึง...


A320M-HDV เมนบอร์ดยี่ห้อ ASRock ที่ผมตัดสินใจเลือกใช้นั้น สนับสนุนซีพียู socket AM4 AMD A-Series และ Ryzen Series  ทีแรกผมก็อยากได้ Ryzen Series แต่เข้าไปสำรวจดูแล้วพบว่ามีตั้งแต่ตัวละ ๒,๗๙๐ บาท (Ryzen3 1200) ขึ้นไปจนถึง ๑๑,๕๐๐ บาท (Ryzen7-2700X)


CPU AMD Ryzen3 1200 - ภาพจาก advice - ขอขอบคุณ

งบไม่พอ...ผมต้องเหลือเงินไว้ซื้อแรมอีก ๑ ตัว จึงได้ตัดสินใจที่จะใช้เจ้า AMD A8-9600 หรือไม่ก็ AMD A10-9700

 CPU AMD A8-9600 - ภาพจาก advice (ขอขอบคุณ)

AMD A8-9600 ซีพียู ๔ คอร์ ๔ เทรด  Frequency : 3.1 GHz - Turbo Frequency : 3.4 GHz ราคา ๑,๗๙๐  บาท  ส่วน AMD A10-9700 ก็ ๔ คอร์ ๔ เทรดเหมือนกัน แต่ Frequency : 3.5 GHz Turbo Frequency : 3.8 GHz  ตั้งแต่ผมเล่นคอมพ์ฯ มาก็ยังไม่เคยสัมผัสเครื่องที่มีความเร็ว 3.5 GHz  งั้นขอเลือกตัวนี้ก็แล้วกัน ผมรอจนได้เวลานาทีทองราคาลดลงเหลือ ๒,๐๔๐ บาท ก็สั่งซื้อให้มันมาอยู่เป็นเพื่อนเจ้า ASRock ทันที....

 CPU AMD A10-9700 - ภาพจาก advice (ขอขอบคุณ)
รวดเร็วปานกามนิตหนุ่ม เจ้า AMD มาแล้วกั๊บ...


Advice แพ็คมาให้เป็นอย่างดี  ทำงานกับอุปกรณ์ที่บอบบางอย่างนี้...ผมต้องมือเบาและทะนุถนอมอย่างสุด ๆ ในกล่องมีพัดลมและ heatsink ที่ใส่ silicon มาให้เรียบร้อย...


ขั้นตอนที่สำคัญที่สุดคือตอนใส่ CPU ลงใน slot เพื่อน ๆ ต้องดูให้ดีว่าถูกทิศทางหรือเปล่า อย่าฝืนเป็นอันขาด ความผิดพลาดแค่เพียงเสี้ยววินาทีเดียวอาจทำให้ CPU ใหม่ชำรุดได้ทันที แม้การรับประกันจะมีถึง ๓ ปี แต่การเสียหายอันเกิดจากความผิดพลาดของผู้ใช้ก็ไม่สามารถเคลมได้ ก่อนล็อค heatsink และพัดลมเข้ากับ CPU ต้องแน่ใจเรื่องหน้าสัมผัสและตำแหน่งที่ถูกต้องด้วยนะครับ ถ้าหากประกอบเข้าด้วยกันอย่างระมัดระวังแล้ว ความเสียหายก็จะไม่บังเกิด หลังจากนั้นก็ต่อสาย connector รวมทั้ง power supply ให้เรียบร้อย จากนี้ก็เหลือเพียงรอ Ram (DDR4 - 2400) ซึ่งเป็นอุปกรณ์ตัวเล็กที่สุดแต่แพงโครตมาใส่เท่านั้น!!


ใกล้จะได้ลองประกอบใช้งานแล้วครับ!

Tuesday, August 28, 2018

ASROCK A320M-HDV

หลังจากที่ระบบ shopping online ถูกนำมาใช้ การสั่งวัสดุอุปกรณ์เพื่อนำมาอัพเกรดหรือประกอบคอมพิวเตอร์ตัวใหม่ก็สามารถทำได้โดยง่าย เพียงแค่นั่งคลิกสั่งซื้ออยู่ที่บ้าน...

ภาพจากอินเทอร์เน็ต

หลังจากสมัครเป็นลูกค้าของ advice... ผมก็เริ่มวางแผนว่าจะประกอบคอมพิวเตอร์ด้วยสเปคขนาดไหนดี ถึงจะไม่เกินงบ ก่อนอื่นก็ต้องมาดูก่อนว่าที่บ้านพอมีของเก่าอะไรที่นำมาใช้ได้บ้าง? 



ที่หาได้มีแค่เพียงเคสเก่าแบบ ATX พร้อม DVD Rom และ Power Supply Unit ยี่ห้อ Raidmax RX-500AF ขนาด 500W (วัตต์เต็มและมี connector สำหรับ hard disk แบบ SATA ถึง ๖ ตัว)  

ภาพจาก .advice.co.th
คิดว่านำมาใช้กับคอมพ์ฯ ตัวใหม่ที่กำลังจะประกอบได้ จากนั้นก็มาคิดกันว่าจะใช้เมนบอร์ดแบบไหนดี? ทีแรกว่าจะใช้ Intel 1150 หรือ 1155 แล้วใช้ cpu พวก i3 แต่ทำไปทำมาผมกลับหันไปเป็นสาวก AMD อีกครั้งด้วยการเลือกใช้บอร์ด AM4 


นับว่าเป็นเมนบอร์ดตัวแรกที่ผมซื้อใหม่แบบแกะกล่อง โดยเลือกบอร์ดรุ่นใหม่ที่ถูกที่สุดของ ASROCK คือ A320M-HDV ซึ่งสนับสนุนซีพียู AMD Socket AM4 A-Series APUs (Bristol Ridge) and Ryzen Series CPUs (Summit Ridge)  หน่วยความจำ DDR4 2400 สามารถใส่ได้สูงสุดถึง 32GB  สเปคที่น่าสนใจคือ...
Graphics Integrated AMD Radeon™ R-Series Graphics in A-series APU
DirectX 12, Pixel Shader 5.0
Max. shared memory 2GB
Three graphics output options: D-Sub, DVI-D and HDMI
Supports Triple Monitor
Supports HDMI with max. resolution up to 4K x 2K (4096x2160) @ 24Hz / (3840x2160) @ 30Hz
Supports DVI-D with max. resolution up to 1920x1200 @ 60Hz
Supports D-Sub with max. resolution up to 2048x1536 @ 60Hz
Supports Auto Lip Sync, Deep Color (12bpc), xvYCC and HBR (High Bit Rate Audio) with HDMI Port (Compliant HDMI monitor is required)
Supports HDCP with DVI-D and HDMI Ports
Supports Full HD 1080p Blu-ray (BD) playback with DVI-D and HDMI Ports
Audio 7.1 CH HD Audio (Realtek ALC887 Audio Codec)
Operating System Support Microsoft® Windows® 10 64-bit
นำมาใส่ในเคส ATX ที่มีอยู่ได้เลยครับ ผมตัดสินใจเลือกเจ้า ASROCK A320M-HDV ตัวนี้แหละ รอจนได้เวลา "นาทีทอง" ราคาลดลงถึง ๑,๓๔๐ บาทก็สั่งซื้อทันที



ได้แล้วครับ เอามาลูบ ๆ คลำ ๆ ก่อนก็ยังดี  ผมทำอะไรไม่ได้เพราะไม่มี CPU และ RAM!

Monday, August 27, 2018

ชีวิตกับคอมพิวเตอร์

คอมพิวเตอร์เครื่องแรกของผมใช้ CPU Intel 8088-2 ความเร็ว 8 MHz ซื้อมาในราคา ๒๕,๐๐๐ บาท...

ภาพจาก ndr-nkc.de - thanks!


จอภาพเป็นแบบ Monochrome มีตัวหนังสือสีเขียวกระพริบแว๊บ ๆ  ด้านหน้าเคสมีช่องใส่แผ่นฟลอปปีดิสก์ (floppy disk) ขนาด ๕.๒๕ นิ้ว ตัวเครื่องหนักอึ้ง...!

ภาพจากวิกิพีเดีย - ขอขอบคุณ
เมนบอร์ดก็มีขนาดใหญ่มั่ก ๆ

ภาพจากวิกิพีเดีย - ขอขอบคุณ
หลังจากนั้นผมก็ใช้คอมพิวเตอร์มาอย่างต่อเนื่อง เมื่อเปลี่ยนระบบปฏิบัติการ (Operating System) เป็น Windows ผมก็เริ่มต้นจาก Windows 3.1 แล้วขยับไปเป็น Windows 95, Windows98, Windows Me 
ช่วงที่ใช้ Windows Me นั้น ผมกลับไปทำงานอยู่ที่เชียงใหม่ เริ่มทำเว็บ wichai.net เสียค่าอินเทอร์เน็ตความเร็วต่ำชั่วโมงละ ๑๐ กว่าบาท ครั้นกลับมาอยู่บ้านปงแสนทองที่ลำปางผมถึงได้ใช้ Windows XP 


เสียตังค์ค่าอุปกรณ์ทั้ง hardware และ software ไปมากมาย ฮาร์ดดิสก์ที่ซื้อมาใช้ก็มีทั้งใหม่และมือสองเสียแล้วนำมากองรวมกันได้กว่า ๒๐ ตัว!  


ใช้คอมพิวเตอร์ทำงานหลายอย่าง ทั้งทำเว็บ เขียนโน้ตเพลง ทำสถานีวิทยุ ห้องสมุดออนไลน์ ฯลฯ  ผมใช้อินเทอร์เน็ตของ TOT, CAT และ 3BB  ไม่ยอมตกยุค...ผมเริ่มเขียนบล็อกตามสมัยนิยมด้วย Windows Vista


ย้ายมาอยู่ห้างฉัตรพร้อมกับอุปกรณ์ที่ต่อเองทั้งหมด ผมใช้เน็ตของ TOT แล้วเปลี่ยนเป็น 3BB  ต่อมาสมัครใช้แบบ Fiber ความเร็ว 20 Mbs  ทาง 3ฺฺBB อัพสปีดให้เรื่อย ๆ จนเป็น 50 Mbs ถึงทุกวันนี้  


นานนับสิบปีที่ผมต่อเครื่องคอมพิวเตอร์ใช้เองโดยประมูลอุปกรณ์มือสองมาจากเว็บประมูลมาใช้ จำได้ว่าเมนบอร์ดก็มีหลายตัว และ CPU ความเร็วต่างกัน ผม upgrade มาเรื่อย ๆ แต่ไม่เคยได้ใช้เมนบอร์ดใหม่ชนิดแกะกล่อง...

เมื่อเดือนกันยายน ปีที่แล้ว ผมประมูลเครื่องแบนด์เนมยี่ห้อ Lenovo รุ่น Idea Centre มาจากเว็บประมูล  Spec คือ CPU Intel Pentium G3260 4G (3.30 GHz 3M Cache) Memory DDR3: 4GB  Storage 500GB  Graphics NVidia Geforce GT 705M 1GB  OS: Windows 10 Pro นับเป็นคอมพิวเตอร์ที่ดีที่สุดของผม  แต่เครื่องเร็ว 3.30 GHz ก็ยังใช้งานไม่เป็นที่น่าพอใจนัก ผมคิดว่ามันน่าจะเร็วกว่านั้น...

เดือนเมษายนที่ผ่านมา ผมปั่นจักรยานไปถึงมะละกาแล้วต้องเดินทางกลับ ไม่ได้นั่งเรือไปอินโดนีเซีย...



มีเงินส่วนที่เตรียมไว้ใช้กับการท่องโลกเหลืออยู่ประมาณ ๖ พันบาท ผมคิดว่าไหน ๆ เราก็ประกอบเครื่องคอมพิวเตอร์ได้เอง เหตุไฉนจึงไม่ให้รางวัลตัวเอง ปลอบใจตัวเองที่ผิดหวังจากการท่องเที่ยว ด้วยการทำคอมพ์ดี ๆ ไว้ใช้สักตัว จะได้เขียนบล็อก ทำภาพ ทำเว็บ หรือใช้ดูหนังฟังเพลงโดยไม่ต้องรำคาญใจ ด้วยเหตุนี้ผมจึงได้เริ่มวางแผนงานที่จะประกอบคอมพิวเตอร์ตัวใหม่ให้ดีที่สุดเท่าที่งบประมาณจะอำนวย...

เดี๋ยวจะเล่าให้ฟังนะครับว่าผมใช้อุปกรณ์อะไรบ้าง เผื่อว่าเพื่อน ๆ จะได้อัพเกรดเครื่องของตัวเอง!

Sunday, August 26, 2018

VLC - ปรับเสียงให้ดีขึ้น

ขอเขียนเกี่ยวกับ VLC Media Player อีกซักวันนะครับ... 


สามารถปรับเสียงให้น่าฟังขึ้นอีกด้วย เพื่อน ๆ เข้าไปที่ Audio Effect คลิกที่ Equalizer - Enable จะเห็นตัวเลื่อนให้ปรับระดับความดังในย่านความถี่ต่าง ๆ ...ปรับได้ตามใจชอบเลยครับ


หรือถ้าจะใช้ค่าที่เค้าตั้งไว้ให้เลยก็ได้....


ใช้หูฟังก็ปรับอย่างเนี้ย...


ถ้าจะให้กะหึ่มทั้งเสียงเบสและเสียงแหลมก็แค่คลิกเดียวครับ...


เพื่อน ๆ ลองดูนะครับ เผื่อว่าจะดูหนังได้มันส์ยิ่งขึ้น!

Saturday, August 25, 2018

VLC - ปรับภาพให้คมชัดขึ้น

วันนี้ว่าด้วยเรื่อง VLC โปรแกรมดูหนังฟังเพลงต่อเด้อ...


เปิดโปรแกรม VLC ฉายหนังดู ถ้าคลิกตรง menu bar เข้าไปที่ Video Effects มันจะมีที่ให้เราปรับความคมชัดของภาพบนจอ ผมลองคลิกที่ช่อง Shapen ให้ดูนะครับ....


นั่นไง.... มันมี scale ไปปรับความคมชัด!


ลองลากเจ้า index ให้เลื่อนไปทางขวาซักขีดกว่า ๆ จะพบว่าภาพที่ปรากฏบนจอนั้นคมขี้นกว่าเดิม...


พอดีผม upgrade เครื่องคอมพ์ฯ และใช้จอภาพ Dell แบบ Ultrasharp มาก่อนหน้าแล้ว จึงไม่จำเป็นต้องปรับ sharpen มิฉะนั้นแล้วมันจะดูผิดธรรมชาติอย่างที่เห็นในภาพข้างบน  เปิดดูตามปกติก็ดีแล้ว...


เอาไว้ได้หนังที่ไม่ค่อยชัดมา เวลาเปิดดูก็จะลองปรับดูครับ...

Friday, August 24, 2018

VLC ปรับซับฯ ให้ตรงกับเสียง

ตาแก่เมืองรถม้าผู้อ่อนล้าขอกลับมาเขียนเรื่อง DIY ตามประสาช่างเหอะต่อนะครับ....


อยากคุยเรื่อง VLC โปรแกรมดูหนังฟังเพลงที่ผมใช้อยู่เป็นประจำ หลังจากลองใช้ Media Player จากหลายค่ายมาแล้ว ท้ายที่สุดก็มาตกอยู่ที่ VLC นี่แหละ...


เจ้า VLC Media Player ตัวนี้มันมี feature มากมาย...บรรยายไม่หมด (ต่อไปถ้ามีเวลาผมจะค่อย ๆ นำมาบอกต่อนะครับ ต้องขออภัยด้วยหากเพื่อน ๆ รู้และใช้งานอยู่แล้วด้วย)  ทุกวันนี้เราดาวน์โหลดภาพยนต์มาดูได้ง่ายเหลือเกิน ภายในเวลา ๑ ชั่วโมงผมสามารถโหลดหนังได้ ๔-๕ เรื่องจากเว็บ YIFY 


มีหนังสารพัดเรื่องทั้งเก่าและใหม่ เรียกได้ว่าดูกันตนตาแฉะชั่วชีวิตนี้ก็ไม่หมด ไฟล์ที่ได้มาส่วนใหญ่ก็ต้องไปหา subtitle มาลงเองเพื่อให้เข้าใจได้ดียิ่งขึ้น เว็บที่จะหา subtitle ได้อย่างไม่ยากก็คือ subscene.com 


ซับไตเติ้ลที่เป็นภาษาอังกฤษนั้น มีให้ดาวน์โหลดมากกว่าเพื่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาพยนต์ใหม่ ๆ


ส่วนภาพยนต์เก่า ๆ ก็มีไม่มาก บางเรื่องอาจมีแค่ตัวเดียว หากโหลดมาใช้แล้วถ้าซับฯ ตรงกับเสียงก็ดีไปแต่บางครั้งอาจมีปัญหาที่ไม่ตรงกัน ซับไตเติ้ลอาจมาก่อนหรือมาทีหลังเสียงพูด ทำให้อรรถรสในการชมไม่เต็มร้อย วิธีแก้ให้มันตรงกันก็ต้อง resync โดยคลิกที่ Tools แล้วเข้าไปที่ Track Synchronization


จะมีช่องให้เราปรับ Subtitle track synchronization ซึ่งปกติมันจะเป็น 0.000s เราก็ปรับให้มันช้าหรือเร็ว กี่วินาทีก็ค่อย ๆ ทดลองดู... 


ต้องขออภัยที่ผมไม่ได้ capture หน้าจอให้เห็นภาพสาธิตชัดเจน เพื่อความรวดเร็วผมถ่ายภาพมาลง แต่รับรองว่าหากปรับตามที่ผมบอกแล้ว ซับฯ กับเสียงมันจะตรงกัน ดูหนังได้เพลินไปเล้ย...


VLC ยังมีลูกเล่นอีกเยอะครับ!