Sunday, December 08, 2013

ท่งเฮงกี่ & เล่าจิ้นกวง

เมื่อวานนี้คุณอ้อมาเยี่ยมเยียนผมที่บ้านห้างฉัตร พร้อมกับของฝากหลายอย่าง...


มีทั้งคุ๊กกี้จากร้านขนมกาดกองต้า หมูทุบ ปังพันหยอง และหมูหยองปรุงรสจากร้านท่งเฮงกี่ ซึ่งขายอาหารแห้งพวกกุนเชียง หมูหยองระดับเชลล์ชวนชิม

ผมลงมือชงกาแฟสดดื่มกับคุ๊กกี้ทันที พอคุ๊กกี้เข้าปาก...ผมก็ได้สัมผัสกับความหอมหวานและรสชาติอันกลมกล่อม


ชื่อร้าน "ท่งเฮงกี่" พร้อมกับโลโก้เชลล์ชวนชิม รับประกันได้ในความอร่อย สมกับเป็นของฝากจากเมืองรถม้าที่มีชื่อเสียงมายาวนาน  ร้าน "ท่งเฮงกี่" อยู่แถว ๆ สี่แยกหน้าสถานีรถไฟลำปาง ถนนสบตุ๋ย มีสินค้าให้เพื่อน ๆ ซื้อเป็นของฝากมากมาย...


ผมนึกถึงช่วงที่เล่นแอคคอร์เดียนอยู่ที่ Home of Cowboy....



มีแขกประจำหลายคนที่ชอบไปนั่งฟังเพลง country ของผม  หนึ่งในจำนวนนั้น คือ เจ้าของร้าน "ท่งเฮงกี่" เถ้าแก่เนี้ยนักฟังเพลงมักจะไปกับเพื่อนคู่ใจ ซึ่งเป็นเจ้าของร้าน "เล่าจิ้นกวง"...

วันนี้ผมขอประชาสัมพันธ์ให้เพื่อนนักฟังเพลงหน่อยนะครับ ถ้าจะซื้อของฝากต้องไป "ท่งเฮงกี่"  แต่ถ้าเป็นอุปกรณ์ไฟฟ้าก็ต้องที่ "เล่าจิ้นกวง"

Saturday, December 07, 2013

ชงกาแฟสดสไตล์ช่างเหอะ


ผมชอบประมูลของเสียมาซ่อม บางครั้งซ่อมได้ บ้างครั้งซ่อมไม่ได้ ก็ต้องยอมรับสภาพ.... สองสัปดาห์ก่อนมีเครื่องชงกาแฟ Cuizimate นำออกประมูลโดยคุณวรวุฒิ ซึ่งเขียนไว้ชัดเจนดังนี้...
เครื่องชงกาแฟสด สภาพยังใหม่อยู่ หน้าจอดิจิตอล ทดลองแล้วมันสั่งให้เครื่องชงกาแฟไม่ได้ หน้าจอติดปกติ ตั้งเวลาได้ ปุ่มก็กดได้ปกติ ใครเป็นช่างเชิญครับผม แค่แก้วทนความร้อนก็น่าจะคุ้มค่าแล้วครับ...
ผมประมูลเจ้าเครื่องนี้ได้มาในราคา ๒๒๐ บาท ผู้ขายแพ็คสินค้าส่งมาให้อย่างดี ผมเปิดออกเช็คด้วยความอยากรู้ทันทีที่ได้รับ....


ตรงตามประกาศทุกอย่างครับ ประมูลได้มาในราคาของเสีย ก่อนอื่นผมต้องตรวจสอบดูก่อนว่าเงิน ๒๒๐ บาท คุ้มหรือเปล่า? สามารถซ่อมได้ไหม?


ที่เห็นเป็นนาฬิกา หากเสียบไฟมันจะเรืองแสงสีเขียวแล้วทำหน้าที่เป็นนาฬิกาได้เลย ตั้งเวลาได้ เดินตรงสามารถเห็นในที่มืด  ผมตีให้ ๑๐๐ บาทสำหรับนาฬิกาประจำห้องครัวเรือนนี้...

ทีนี้มาดูอย่างอื่นกันอีก คุณวรวุฒิบอกว่า "  แค่แก้วทนความร้อนก็น่าจะคุ้มค่าแล้ว..."  เอ้า...ผมตีราคาให้ ๑๐๐ บาทก็แล้วกัน!


แล้วอย่างอื่น... มีอะไรมีประโยชน์อีกไหม?


กรวยที่ใช้กรองผงกาแฟตัวนี้ก็มีประโยชน์ครับ สภาพยังดี สามารถใช้งานได้อีกนาน พอดีวันนี้คุณพ่อของน้องเมเปิลซื้อผงกาแฟมาให้ ผมขอลองใช้เจ้าเครื่องนี้ชงดูสักหน่อย....


ตักผงกาแฟใส่กรวยแล้วเติมน้ำร้อน ๆ ลงไป ผมวางถ้วยเข้ารองรับกาแฟที่ไหลลง กลิ่นหอมของกาแฟสดโชยขึ้นมาเตะจมูก...


ชงดื่มได้แล้ว ๑ ถ้วย  เครื่องชงแบบอัตโนมือแบบเนี้ย ผมให้ราคาอีก ๒๐ บาทละกัน รวมแล้วจะได้ครบ ๒๒๐ บาทพอดี  

ทีนี้กันมาดูหน่อยว่าอะไรเสีย?  ผมตรวจเช็คดูแล้ว พบว่าเจ้าตัว heater ขาด ก็เลยต้มน้ำไม่ได้ อะไหล่น่าจะไม่มีขาย ผมคงต้องหาวิธีซ่อมหรือดัดแปลงตามประสา "ช่างเหอะ" อีกที...   


ว่าตอนนี้ เพื่อน ๆ อยากดื่มกาแฟสดซักถ้วยมั้ยหละ เดี๋ยวผมจะชงให้ด้วยวิธีช่างเหอะ  (ฮา)

Friday, December 06, 2013

บ้านอุดมฝุ่น


ผมเคยได้ยินชื่อ "ซอยอุดมสุข"  แหม...วันนี้อยากตั้งชื่อบ้านที่ห้างฉัตรของผมว่า "บ้านอุดมฝุ่น" เสียจัง!!



เพื่อน ๆ ลองดูปริมาณฝุ่นที่จับอยู่บนตัวเจ้า D50 ดิ.... เนี่ยขนาดแค่วันสองวันเองนะ!!!  ปริมาณรถที่วิ่งผ่านไปมาบนถนนซุปเปอร์ไฮเวย์ลำปาง-เชียงใหม่นั้นมีมากเหลือเกิน วิ่งเร็วด้วย! ทำให้ฝุ่นละอองมีมากกว่าที่บ้านปงแสนทองเป็นทวีคูณ ผมคิดว่าถ้าขืนอยู่อย่างนี้ไปเรื่อย ๆ โดยไม่มีการแก้ไข อีกหน่อยปอดผมคงต้องโอดครวญเป็นแน่แท้  สงสัยจริง ๆ ว่าบ้านข้างเรือนเคียงเค้าอยู่กันได้อย่างไร?

มันทำให้ผมคิดถึงเมืองลาว ที่ชาวบ้านปลูกบ้านอาศัยอยู่ริมถนนหลวง  ที่นั่นน่าจะมีฝุ่นน้อยกว่าที่บ้านผมซึ่งมีรถวิ่งผ่านไม่หยุดไม่หย่อน!!


ในประเทศลาว แม้จะเป็นถนนสายหลัก แต่นาน ๆ ถึงจะมีรถวิ่งผ่าน กลางค่ำกลางคืนก็เงียบสงบ ฝุ่นคงไม่ฟุ้งกระจายตลอดทั้งวัน!!

ผมไม่รู้เหมือนกันว่าคิดผิดหรือเปล่าที่มาอยู่ตรงสี่แยกห้างฉัตร!

Thursday, December 05, 2013

ตำราเปียโนสำหรับเด็กอนุบาล...

เมื่อวานนี้ผมเขียนเรื่อง "Casiotone CT-660" พูดถึงเรื่องของนักเรียนเปียโนคนใหม่ของผม...


เจ้าหนูจอมซนมาเรียนเปียโนตามหลักสูตรลุงน้ำชาได้สักประมาณ ๒ เดือนแล้ว...


ผม improvise ตำราเองในขณะสอน เพราะยังไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นอย่างไรดี จะใช้ตำราเปียโนของซูซูกิหรือก็ยังยากเกิน ตำราเปียโนที่มีโน้ตตัวโต ๆ ของยามาฮ่าหรือก็ไม่มี  ต้องหาวิธีทำอย่างไรก็ได้ เพื่อให้เด็กได้คุ้นเคยกับจังหวะและโน้ตดนตรีในระดับต้น

ผมคิดเอาเองโดยที่ยังไม่อาศัยตำรา (เสียดายที่ไม่ได้บันทึกไว้ เหมือนกับที่ผมเขียนเรื่อง "เรียนไวโอลินง่าย ๆ สไตล์ลุงน้ำชา" มาได้ไม่กี่ตอนเอง....ฮา)  ถึงวันนี้ผมคิดว่าจำเป็นต้องเริ่มนำตำรามาใช้แล้วครับ พอดีไม่มีเครื่องพิมพ์ ไม่สามารถพิมพ์ตำราให้นักเรียนได้ ผมจึงขอนำ "ตำราเปียโนสำหรับเด็กอนุบาล" หรือ "Easy Piano for Elementary Kids - Level 1-3" มาให้ได้ดาวน์โหลดกันเอง...


เป็นตำราของญี่ปุ่น หนา ๔๙ หน้า ประกอบด้วยเพลงง่าย ๆ สำหรับเปียโน และมีรูปน่ารัก ๆ ด้วย สามารถคลิกเพื่อดาวโหลดได้ ที่นี่ ครับ...


เดี๋ยวจะนำตำราเล่มอื่นมาให้อีก รวมทั้งตำรา fiddle ที่มีเพื่อนขอมาด้วย (ยังหาไม่เจอ อิอิ)...

Wednesday, December 04, 2013

Casiotone CT-660

ผมมีความสุขเมื่อได้นำภาพเก่า ๆ ออกมาดู คิดถึงเด็กอนุบาลหรือประถม ๑-๒ ที่เคยสอน...



ภาพที่เห็นคือเด็ก ๆ ที่โรงเรียนเพ็ญจิตตพงษ์(เกาะคา) เมื่อหลายปีก่อน ตอนนี้คงโตขึ้นมาก การที่ผมอัพโหลดภาพเด็กน้อยขึ้นไปเก็บไว้บน google หรือ wordpress ก็แอบหวังไว้นิด ๆ ว่าเมื่อตายไปแล้ว ภาพเหล่านั้นอาจยังคงอยู่  เหมือนอย่างเช่นภาพของน้องเมเปิล...นักเรียนไวโอลิน


ถ้าจำไม่ผิด ผมเริ่มสอนน้องเมเปิลตอนที่ยังอยู่ชั้นอนุบาล ๓ (ปลายปี) โชคดีที่มีผู้ปกครองสนับสนุน และตัวนักเรียนเองก็รักที่จะเล่นไวโอลิน เมเปิลไม่วางโบว์ยอมแพ้!  ผมจึงได้เห็นพัฒนาการของ "เจ้าแก้มโป่ง" มาโดยตลอด...


ผมเคยประกาศว่านักเรียนอนุบาลมาเริ่มเรียนฟรีได้เลย ขึ้นชั้นประถมแล้วก็ยังจะสอนต่อ...หากยังสู้ (ตอนนี้ยังไม่มีใครมาสมัคร)

เมเปิลมีน้องชาย ซึ่งปีนี้เรียนอยู่ชั้นอนุบาล ๓  เคยซนเป็นลิง...แต่วันนี้นิ่งขึ้นมาก คุณพ่ออยากให้เรียนดนตรีเหมือนพี่สาว ผมทดสอบดูแล้วเห็นว่าเรียนได้ แต่อยากให้เรียนเปียโนมากกว่า...


ผมเคยควักกระเป๋าจ่ายเงิน ๒,๐๐๘ บาทประมูลคีย์บอร์ดยี่ห้อ Casio รุ่น CT-660 มาจากคุณวรวุฒิ เป็นคีย์บอร์ดขนาดมาตรฐาน (ไม่ใช่ของโหลอย่างที่วางขายกันที่หน้าห้างบิ๊กซี) ตั้งใจว่าจะเอาไว้ไปสอนวงเครื่องสายตามสวนสาธารณะ หลังจากที่รู้ตัวว่าจะแบก accordion ไม่ค่อยไหวแล้ว อิอิ...


ตัวนี้จัดอยู่ในระดับเครื่องดนตรีดี มีคุณภาพครับ...


มี 5 octaves ใช้ได้สำหรับการฝึกหัดในเบื้องต้น น้ำหนักคีย์ก็เหมาะสำหรับเด็ก


ผมตัดใจขายต่อเจ้าคีย์บอร์ดตัวนี้ให้นักเรียนในราคา ๒,๐๐๐ บาทถ้วน เพื่อจะได้มีเครื่องดนตรีไว้ฝึกซ้อมที่บ้าน...

เวลามาเรียนก็ใช้เจ้าเปียโนไฟฟ้า Casio ของผม...


อีกไม่นานอาจมีสองคนพี่น้องเล่น duet ด้วยกัน!

Tuesday, December 03, 2013

ยังบอกไม่ได้!


ได้เวลาตากกล้วย... แสดงว่าใกล้จะถึงวันเวลาที่ผมจะได้ออกแบกเป้ผจญภัยท่องโลกอีกแล้ว! 

คำว่า "ท่องโลก"  สำหรับผมแล้ว ไม่ว่าจะไปที่ไหนมันก็คือการท่องโลก ไม่ว่าใกล้หรือไกล จะสบายหรือยากลำบาก...ได้ทั้งนั้น!


๒ อาทิตย์ในช่วงปลายปี... ปีที่แล้วผมไปหลวงพระบาง วังเวียง และเวียงจันทน์ เผลอแป๊ปเดียวก็จะครบปี  แล้วปลายปีนี้ผมจะไปไหนดีเอ่ย???

เพื่อน ๆ ช่วยแนะนำหน่อยดิ...

Friday, November 29, 2013

ถูกอย่างเปอะ!

ปัจจุบันนี้ประตูไม้สักขนาด ๘๐ x ๒๐๐ ซม. สวย ๆ ตกราคาบานละหลายพันบาท...  


วันก่อนผมขี่จักรยานยนต์แวะไปหาคุณแอ้มที่ร้านอิวหลี ตั้งใจจะสอบถามถึงนักเรียนไวโอลิน โชคดีเหลือเกินที่เป็นช่วงงาน "อิวหลีแฟร์" จัดจำหน่ายสินค้าลดราคาประจำปี  คุณแอ้มบอกว่ามีบานประตู Doric (มือสอง) จำหน่ายในราคาถูก...


บานประตู Doric ถึงแม้จะมิได้เป็นบานไม้แท้ แต่ก็เป็นบานแผ่นใยไม้อัดแข็งซึ่งมีความทนทานแข็งแรงกว่าบานประตูไม้อัดธรรมดาราคา ๖-๗ ร้อยบาท ผมกำลังมองหาบานประตูเพื่อนำไปเปลี่ยนเจ้าบานตรงระเบียงอยู่พอดี  เคยไปดูที่ Global House เห็นบานไม้แบบเป็นแผ่น ๆ ตีประกอบเข้าด้วยกันคล้ายบานประตูครัวสมัยก่อน วางขายในราคาบานละ ๑,๔๐๐ บาท อยากได้อยู่เหมือนกันแต่ยังไม่ตัดสินใจซื้อ เพราะไม่รู้ว่าจะขนกลับบ้านได้ยังไง

พอมาเจอบาน Doric... บานทึบราคาบานละ ๓๐๐ บาท!! ผู้นิยมของถูกอย่างผมถึงกับตาลุก!!  คิดในใจว่า "ถูกอย่างเปอะ!"   อย่างเนี้ยไม่ซื้อไม่ได้แล้ว!!


"อิวหลี" ใจดีจังเลย วันนี้กรุณานำสินค้ามาส่งให้ถึงที่บ้านห้างฉัตร ต้องขอขอบคุณ...


เมื่อใหร่จะมีของถูกอย่างเปอะอีก คุณแอ้มช่วยบอกด้วยเน้อ...

Thursday, November 28, 2013

ไม้เก่า

เย็นวันนี้ ผมมีโอกาสได้ไปดูไม้เก่าที่บ้านคุณแม่ครูหนิงซึ่งอยู่ซอย ๗ ถนนลำปาง-แจ้ห่ม... 


มีไม้อยู่ ๓ กอง ๆ อยู่กับดิน อย่างที่ครูหนิงได้ส่งภาพให้ผมดูก่อนล่วงหน้าแล้ว เห็นแล้วก็อยากได้มาทำอะไรเล่นแก้กลุ้ม เพื่อมิให้ต้องนั่งอยู่กับ rocking chair เหมือนคนแก่บางคน!




เกิดความคิดในการปรับปรุงบ้านที่ห้างฉัตรหลายชิ้นงานด้วยกัน  ๒-๓ ปีต่อนี้ไป..ผมน่าจะมีอะไรให้ทำได้อย่างต่อเนื่อง บล็อกช่างเหอะของลุงน้ำชาก็จะได้ไม่เงียบเหงา

ไม้เก่า ๆ อย่างนี้ ผมหามานานแล้วครับ!

Wednesday, November 27, 2013

กล้องถ่ายวิดีโอ

ผมว่าจะเขียนถึงคุณอรรถสิทธิ์มานานแล้ว ตั้งแต่ได้รับน้ำใจจากชายคนนี้... 


ปัจจุบันนี้ social network ทำให้คนเราได้พบกันและมีโอกาสได้ช่วยเหลือเกื้อกูลกันทั้ง ๆ ที่ไม่เคยได้พบหน้ากันมาก่อน บางครั้งได้เห็นเพียงแค่รูป หรือติดต่อกันทางอีเมล แต่ผมก็รู้ได้ว่าเขาเป็นกัลยาณมิตรคนหนึ่ง วันนี้ผมขออนุญาตนำภาพจาก Google+ ของคุณอรรถสิทธิ์มาลง แต่ไม่บอกว่าชายรูปหล่อคนนี้ทำงานที่ไหน และรู้จักกับลุงน้ำชาได้อย่างไร เพียงแต่จะเขียนถึงสิ่งที่คุณอรรถสิทธิ์ได้มอบให้...

หลังจากที่ได้รู้จักเป็นเพื่อนในโลกไซเบอร์มาพักนึง คุณอรรถสิทธิ์ก็บอกผมว่ามีพัดลมดูดอากาศอย่างดีจะมอบให้  ด้วยความซาบซึ้ง..ผมได้ตอบไปว่ายังไม่มีความจำเป็นที่จะต้องใช้พัดลมดังกล่าว  ต่อมาคุณอรรถสิทธิ์ก็เสนอที่จะมอบกล้องถ่ายวิดีโอไว้ให้ผมได้ใช้สำหรับงานสอน หรืออะไรก็ตามที่มีประโยชน์ต่อผู้อื่นอีก  ถึงตอนนี้ผมคิดถึงชั้นลอยที่ใช้เป็นที่สอนเด็ก ๆ และเป็นที่ฝึกซ้อมของวงดนตรี 60+  ขึ้นมาทันที!  วาดภาพว่าถ้าติดตั้งกล้องถ่ายวิดีโอไว้ แล้วเปิดบันทึกการเรียนการสอน ตลอดจนการฝึกซ้อมไปเรื่อย ๆ เป็นชั่วโมง จากนั้นก็นำไฟล์มาตัดต่อ เก็บส่วนที่ดี ๆ มีประโยชน์ ทำเป็นคลิปแล้วนำขึ้นโพสต์  (ไม่ประสงค์จะโอ้อวด แต่เพื่อผู้สนใจจะได้นำไปศึกษา) ผมจึงตอบรับน้ำใจจากคุณอรรถสิทธิ์ด้วยความยินดียิ่ง  

คุณอรรถสิทธิ์กรุณาส่งกล้องมาให้อย่างรวดเร็วทาง EMS  ผมได้รับไว้ตั้งนานแล้ว...


นี่ไงครับ... กล้องที่คุณอรรถสิทธิ์มอบให้  Handycam ยี่ห้อ Sony สภาพใหม่พร้อมแบตเตอรี่ซึ่งเก็บไฟได้ดีเยี่ยม!!


ทุกอย่างทำงานปกติ  กล้องถ่ายชัดเจน ซูมได้ไกล.... 


ผมทดลองถ่ายภาพนิ่ง ปรากฏว่าใช้งานได้ดี แม้จะซูมสุด ๆ  แต่พอจะถ่ายภาพเคลื่อนไหว เจ้าเครื่องก็บอกผมให้ผมใส่ตลับเทปเสียก่อน  ผมต้องหันไปศึกษาเพิ่มเติมจากคู่มือซึ่งดาวน์โหลดได้จากอินเทอร์เน็ต ทราบว่าต้องใช้ตลับเทปวิดีโอแบบมินิใส่ไว้ใน compartment ที่เห็นในภาพ ซึ่งจะต้องเบา ๆ มือมาก ๆ อย่าดันเข้าไป แค่งับฝาลง...มันก็ค่อย ๆ เลื่อนกลับเข้าไปเอง!


เป็นเรื่องใหม่ที่ผมต้องศึกษาอีกมาก ทั้งในเรื่องการใช้งานและการถ่ายภาพยนต์ ผมยังไม่เคยมีประสบการณ์มาก่อน  ตอนนี้ผมก็ยังไม่ได้ทดลองใช้บันทึกภาพการบรรเลงของเด็ก ๆ เพราะยังไม่รู้ว่าจะหาซื้อเจ้าตลับเทปที่ว่าจากที่ไหน เอาไว้หาซื้อได้แล้ว..ผมจะเล่าให้ฟังอีกนะครับ

วันนี้ต้องขอขอบพระคุณคุณอรรถสิทธิ์อีกครั้ง

Monday, November 25, 2013

Seven Golden Men (1965)


หลายปีมาแล้ว คุณเดชได้ส่งหนังเก่ามาให้ผมดูหลายเรื่อง หนึ่งในจำนวนนั้นคือเรื่อง Seven Golden Man (1965)... 


คนอย่างผมไม่ถนัดในเรื่องการไปเสาะแสวงหาหนังดี ๆ มาดู  ได้แต่อาศัยเพื่อน ๆ บางคนช่วยแนะนำหรือส่งมาให้ดู อย่างเช่น คุณเดช คุณเมธี คุณบิม และคุณหวาน (ลูกศิษย์ไวโอลิน) หรือไม่บางครั้งผมก็อาศัยความช่วยเหลือจากอากู๋ google...

คุณเดชผู้เป็นทั้งนักเขียน นักวาด และนักดนตรี  มักจะเขียนบันทึกสั้น ๆ แนบมาพร้อมกับแผ่นดีวีดีเสมอ มันช่วยให้ผมได้อรรถรสในการชมภาพยนต์เพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว...

อย่างเช่น ภาพยนต์เรื่อง Seven Golden Men คุณเดชก็เขียนบอกผมว่า...
ผมชอบหนังเกี่ยวกับการวางแผนโจรกรรมธนาคาร (ไม่ใช่การโพกหน้าถือปืนเข้าปล้นทื่อ ๆ) เพราะถือว่ามันเป็นปฏิบัติการที่สุนทรประนีต ละเอียด แม่นยำ หมดจด ไม่โฉ่งฉ่าง ไม่มีเบาะแสร่องรอย การเบี่ยงเบนความสนใจ การวางพล็อตและเขียนบทต้องท้าทาย สมเหตุสมผล อธิบายได้ และสนุกเร้าใจ
ผมยังนึกถึงหนังปี 2508 ที่เคยดูตอนเด็ก ๆ จำชื่อตัวแสดงได้ Phillippe Leroy และยังนึกถึงบางฉากบางตอนได้ แต่ผมจำชื่อเรื่องไม่ได้ พยายาม search หาหลายครั้งแต่ไม่สำเร็จ จนวันหนึ่งไปนั่งคุยฟื้นความหลังเรื่องหนังกับเพื่อนแฟนหนังวัยเด็กด้วยกัน เขาเป็นคนมีความจำดีมาก (เป็น expert ด้านเอสวิส จำชื่อหนังชื่ออัลบั้มได้ทุกเรื่องทุกคนเสิร์ต) เขาให้เบาะแสว่าชื่อมันคลับคล้ายว่า golden อะไรสักอย่าง ผมก็เลยใช้ keyword ตัวนี้ไปค้น
จนในที่สุดก็เจอจนได้อย่างไม่คาดฝัน เป็นหนังอิตาเลียน+ฝรั่งเศส-สเปน ชื่อเดิม Sette uomini d'oro (1965) เลยทำให้การค้นหาในภาษาอังกฤษไม่เจอ ไม่มีซับแต่ยังดูรู้เรื่องและสนุก ไม่เชยไม่ล้าสมัยทั้งที่เป็นหนังเกือบ 50 ปีมาแล้ว สมัยที่ไม่มีมือถือ ไม่มีกล้องวงจรปิด...
ขอบคุณมาก ๆ ที่ช่วยให้ผมมีหนังดี ๆ อยู่ไม่ขาดระยะ!

Sunday, November 24, 2013

ใบสำคัญรับรองการฉีดวัคซีนระหว่างประเทศ



(International Certificate of Vaccination) เป็นเอกสารจำเป็นที่นักท่องเที่ยวต้องพกพาควบคู่ไปกับหนังสือเดินทาง (Passport) ข้อบังคับนี้เป็นเรื่องในอดีต เมื่อหลายสิบปีมาแล้ว...

เพื่อน ๆ นักเดินทางซึ่งเป็นคนรุ่นใหม่อาจจะยังไม่เคยเห็นใบสำคัญรับรองการฉีดวัคซีนระหว่างประเทศดังกล่าว วันนี้จึงอยากสแกนมาให้ได้ดู...






เว็บ siamhealth.net  อธิบายเกี่ยวกับไข้ไทฟอยด์ไว้ว่า...
เป็นโรคติดต่อที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่เรียกว่า Salmonella Typhi และ  และ Samonella paratyphi เชื้อนี้จะอยู่ในน้ำและอาหาร หากการสาธารณะสุขดีการระบาดของเชื้อนี้จะลดลง  คนจะรับเชื้อนี้จากการรับประทานอาหารหรือน้ำดื่มที่ปนเปื้อนเชื้อโรค คนที่เป็นโรคจะขับถ่ายเชื้ออกทางอุจาระ เชื้อนี้อาจจะปนเปื้อนในน้ำตามธรรมชาติ หรืออาจจะปนเปื้อนอาหาร ผู้ป่วยบางคนจะมีเชื้อในร่างกายที่เรียก carrier ซึ่งสามารถขับเชื้อออกสิ่งแวดล้อมได้ตลอดเวลาโดยที่ไม่มีอาการเมื่อคนได้รับเชื้อ เชื้อจะเข้าสู่ลำไส้ ต่อมน้ำเหลือง ตับ ม้าม โดยทางกระแสเลือด  หลังจากได้รับเชื้อนี้ ๑-๒ สัปดาห์ผู้ป่วยจะเริ่มเกิดอาการเบื่ออาหาร ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย ปวดตามตัว มีไข้สูงไข้จะสูงขึ้นเรื่อยๆสูงได้ถึง 40.5 องศาโดยไข้จะคงที่หลังจากเกิดไข้แล้ว ๗ วัน มีอาการท้องร่วง บางรายอาจจะมีผื่นขึ้นตามตัว บางรายอาจจะมีอาการแน่นท้อง หากไม่รักษาผู้ป่วยบางรายหายเองได้ใน ๓-๔  สัปดาห์
ปัจจุบันนี้เค้าไม่กลัวไข้ไทฟอยด์ และไม่ต้องใช้ใบสำคัญรับรองการฉีดวัคซีนระหว่างประเทศ แล้วครับ!