Sunday, October 26, 2014

ซ่อมก๊อกน้ำ

ตั้งแต่ย้ายมาอยู่บ้านห้างฉัตร ก๊อกน้ำอ่างล้างหน้าชั้นล่างเปิดสุดแล้ว มีน้ำไหลออกมาแค่ที่เห็น...


ผมปล่อยทิ้งไว้ปีกว่า ไม่ได้ซ่อมให้ใช้งานได้ เพราะจุดนั้นยังปรับปรุงไปไม่ถึง พอดีบนดาดฟ้าผมติดตั้งอ่างล้างหน้าไว้นานแล้ว วันนี้นึกอยากจะใส่ก๊อกน้ำและต่อน้ำเข้า ผมนำก๊อกน้ำตัวใหม่ (ซื้อจาก Global House) ออกมาใส่...


ใส่เสร็จแล้วมองไปมองมา คิดว่าไม่น่าจะเหมาะ เพราะมันใหม่และดีเกินไป ควรจะนำไปใช้กับอ่างล้างหน้าข้างล่างมากกว่า ด้วยเหตุนี้ผมจึงต้องแกะก๊อกน้ำตัวเก่าซึ่งมีอาการไหลกะปริบกะปรอยออกซ่อมเพื่อนำมาใส่แทน  แกะออกมาแล้ว....จึงรู้สาเหตุที่ทำให้น้ำไหลไม่สะดวก!!


ดูกันให้ชัด ๆ เห็นเศษขยะเข้าไปอุดทางน้ำ...


ดึงออกซะก็หมดเรื่อง...


แกะเอาเจ้าพลาสติกออกมา เพื่อทำความสะอาดภายใน...


เท่าที่สังเกต ถ้าเป็นก๊อกน้ำทั่ว ๆ ไปจะไม่มีแผ่นพลาสติกที่มีรูตรงกลางอย่างนี้ใส่ไว้ แต่ก๊อกสำหรับอ่างล้างหน้าทำไมถึงมี?  เป็นคำถามที่น่าขบคิด!  ไปค้นหาคำตอบในเน็ตก็ไม่เจอ อืมมมม...ถ้าให้เดา ผมคิดว่าเจ้าแผ่นนี้คงบังคับให้น้ำต้องพุ่งแรงผ่านรู เกิดเสียงซ่าเวลาเปิดก๊อก  ไม่รู้จริง ๆ เพราะผมไม่ได้เป็นผู้ออกแบบผลิตภัณฑ์ อิอิ   ผมใส่แหวนพลาสติกกลับเข้าไปตามเดิม แล้วนำก๊อกน้ำขึ้นไปใส่อ่างล้างหน้าบนดาดฟ้า  เรียบร้อยแล้วครับ...


ถ้าเพื่อน ๆ เจอปัญหาอย่างนี้  คงซ่อมเองได้ ไม่ต้องไปซื้อก๊อกตัวใหม่มาเปลี่ยนให้เสียเงินเปล่า... 

Saturday, October 25, 2014

กฤตภาค

ผมเป็นคนรุ่นเก่า ตอนเป็นเด็กเคยนำสมุดวาดเขียนหรือสมุดเก่ามาใช้เก็บข้อมูลและข่าวสารต่าง ๆ โดยตัดข่าวหรือรูปภาพจากหนังสือพิมพ์หรือนิตยสารมาแปะไว้ด้วยกาวซึ่งทำใช้เองจากแป้งมัน...




ผมรู้จักคำว่า "clipping" ซึ่งแปลว่า "การเล็มออก" และ"ข่าวสารที่ตัดจากหนังสือพิมพ์หรือนิตยสาร" แต่ถ้าก่อนหน้านี้บอกผมว่า "กฤตภาค" ผมคงต้องส่ายหัว เพราะไม่รู้จักจริง ๆ

Longdo Dict ให้ความรู้ไว้ว่า...
กฤตภาค (Clipping) นับว่าเป็นวัสดุสารนิเทศของห้องสมุดอย่างหนึ่ง เป็นการนำข้อความหรือบทความที่ตัดจากหนังสือพิมพ์และวารสารฉบับล่วงเวลา โดยผู้ที่ต้องการจะเก็บบันทึกบทความ ข้อความที่น่าสนใจ บทบรรณาธิการ จดหมายถึงบรรณาธิการ ภาพถ่าย การ์ตูน รวมถึงเรื่องราวที่ยังไม่มีการรวบรวมจัดพิมพ์เป็นหนังสือ ฯลฯ มักรวบรวมเก็บเข้าแฟ้มไว้เป็นคอลเล็กชัน โดยจะมีการจัดเก็บด้วยหัวเรื่อง หรือวิธีการจำแนกอื่น เช่น ชื่อสิ่งพิมพ์ เลขหน้า วัน เดือน ปี นำมาให้หัวเรื่อง จัดเก็บเข้าแฟ้ม โดยเรียงสำดับตามตัวอักษร เก็บไว้ในตู้จุลสาร เพื่อนำมาใช้ค้นคว้าและอ้างอิง นอกจากนี้ยังสามารถเป็นประโยชน์ในการจัดนิทรรศการ หรือรวบรวมเพื่อให้ทราบแนวโน้มความสนใจของประชาชนในเรื่องและช่วงเวลาต่างๆ ได้อีกด้วย
การจัดทำกฤตภาค ทำโดยการนำข่าวสารที่ต้องการจัดเก็บมาตัดเก็บมาเฉพาะส่วนที่ต้องการ นำไปผนึกลงบนกระดาษเปล่า และแจ้งถึงแหล่งที่มาของข้อเท็จจริงไว้ที่หัวกระดาษเพื่อใช้อ้างอิงได้ โดยมีวัตถุประสงค์ จัดทำเป็นเครื่องมือช่วยผู้ใช้ให้สามารถค้นหาข้อมูลปลีกย่อยที่ปรากฏในสิ่งพิมพ์ เพื่อช่วยในการค้นหาได้อย่างรวดเร็ว นอกจากการจัดเก็บกฤตภาคไว้ใน "ตู้กฤตภาค" แล้วนั้น ปัจจุบันยังได้มีการนำเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์เป็นเครื่องมือช่วยจัดเก็บกฤตภาคได้โดย การจัดเก็บโดยวิธีบันทึกลงบนฐานข้อมูลคอมพิวเตอร์ ด้วยอุปกรณ์บันทึกภาพ (Scanner) เมื่อต้องการใช้จะต้องสืบค้นและอ่านผ่านระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งช่วยให้สามารถสืบค้นได้อย่างรวดเร็ว ลดความซ้ำซ้อน  ลดปัญหาการใช้กระดาษ และลดปัญหาพื้นที่จัดเก็บได้อีกวิธีหนึ่ง
อ้างอิง : แม้นมาส ชวลิต. (2549). คู่มือบรรณารักษ์ (ฉบับปรับปรุงแก้ไข) เล่ม 1. กรุงเทพฯ: บรรณกิจ. [บรรณารักษ์และสารสนเทศศาสตร์] 



กว่าผมจะมารู้จักคำว่า "กฤตภาค" ก็ใกล้จะลงโลงแล้ว! หุหุ

Friday, October 24, 2014

พริกขี้หนู

เช้านี้ผมขึ้นไปบนดาดฟ้า เห็นน้ำขังอยู่บนพื้น แสดงว่าเมื่อคืนที่ผ่านมามีฝนตก อาจเป็นฝนสั่งฟ้าก็ได้เพราะฤดูหนาวได้โผล่หน้าเข้ามาให้เห็นแล้วตั้งแต่เมื่อสัปดาห์ก่อน...

ในสวนครัว ผมเคยนำพริกขึ้หนูและกระเพรามาลงไว้..



วันนี้ถือโอกาสเก็บผลผลิตซะหน่อย...


พริกขี้หนูสวนอย่างเนี้ย นอกจากเผ็ด ยังให้กลิ่นหอมอีกด้วย...


ในสมุดเก็บภาพเล่มเก่า ผมมี clipping เรื่อง"พริกขี้หนู"จากคอลัมน์ "สมุนไพรชาวบ้าน" ตัดเก็บเอาไว้  เห็นว่ามีประโยชน์จึงได้สแกนและนำภาพมาโพสต์ดังนี้...


ช่วงที่ผ่านมาผมว่างเว้นการอัพเดท"บล็อกช่างเหอะ"ไปนาน ต้องขออนุญาตเขียนย้อนหลังนะครับ...

Thursday, October 23, 2014

หมาวัด

หลายครั้งที่ผมเดินเข้าไปในวัดแล้วเผชิญหน้ากับหมาวัด (ถ้าเรียกว่าสุนัขวัดก็คงฟังไม่เข้าท่า) แต่เท่าที่สังเกต ถ้ามีแค่ตัวสองตัวก็มักจะไม่ดุ อาจเห่าพอเป็นพิธีแล้วเงียบไป แต่ถ้ามีหลายตัว เพื่อน ๆ ต้องระวังให้ดี  "หมาหมู่" มักจะดุ! 




อย่างที่วัดศรีชุม วันนั้นคุณเดชเพื่อนผมคงจะรู้สึกเสียวน่องไม่น้อย เมื่อเจ้าเขี้ยวขาวเข้าประชิดตัว!!


บ่ายวันนี้ผมขี่จักรยานไปถ่ายรูปวัดห้างฉัตร....



จอดรถไว้ใต้เงาไม้...


เห็นป้ายไวนิลติดไว้ที่รั้ว...



จากวัดห้างฉัตร ผมไปวัดเตาปูน เจ้าถิ่น ๒ ตัววิ่งเข้ามาทักทายแล้วผละไป...



คุณโฆฆะบุรุษได้เขียนไว้น่าสนใจใน bloggang.com ว่า...
หมาวัดมันก็มีเขตแดนของมัน และในแต่ละวัดจะมีหลายเขตแดน ทุกแดนมีจ่าฝูงและลูกฝูง แถมหมาวัดยังมีหลายเกรด มีหมาหลวงพ่อ หมาหลวงพี่ หมาหน้าเมน หมาหน้าโบสถ์ รับรองได้ว่าถ้าคุณเอาหมาโตไปปล่อยมันก็จะต้องหนีไปอยู่ที่อื่นเพราะถูกหมาวัดไล่กัด แต่ถ้าคุณเอาหมาเด็กไปปล่อย มันอาจจะไม่หนีเพราะมันจะถูกกัดตายภายในไม่กี่นาที โชคดีอาจจะมุดกุฏิ หรือหลบอยู่ตามโพรงก็อาจจะอยู่ได้หลายวัน และอาจจะโชคดีมีพระหรือเณรช่วยเอาไว้ แต่ก็หวังยากเพราะพระและเณรในวัดมีสองพวก พวกแรกเป็นพระบวชประจำ กับพวกบวชตามฤดูกาลเป็นระยะเวลาสั้น ๆ พวกนี้ส่วนมากจะรักหมา แต่ก็ต้องสิกขาลาเพศออกไปตามกำหนดเวลา ส่วนพวกแรกพระประจำ พวกนี้บอกตามตรงว่าหวังพึ่งได้น้อยเพราะที่อยู่วัดเพราะไม่มีหนทางไปไหน  ยกเว้นบางวัดอย่างวัดชลประทาน จะมีระบบเลี้ยงหมาค่อนข้างดี มีระเบียบ แต่วัดส่วนใหญ่ไม่มี วัดไหนถ้าเจ้าอาวาสรักหมาก็โชคดีไป ท่านก็จะออกกฎระเบียบให้พระลูกวัดดูแล แต่ก็อย่างว่าละครับ หมาวัดมีเยอะ ยุกยาอาหารก็มีจำกัด หมาวัดจึงมีเอกลักษณ์เป็นหมาวัด คือสกปรก เป็นขี้เรื้อนหนังกลับแทบจะทุกตัว
อย่างเจ้า Al วัดพระธาตุกู่สี่ขันธ์ตัวนี้ก็ขี้เรื้อนกินเหมือนกัน...


ถึงอย่างไร เป็น "หมาวัด" ก็ยังดีกว่าเป็นสุนัขรับใช้คนโกงชาติครับ!

Friday, October 17, 2014

ผัดถั่วฝักยาวสไตล์ลุงน้ำชา

แม้สิ้นหวังกับการปฏิรูปประเทศไทย หลังจากเงียบมานาน ผมขอปิดปากต่อไป เพื่อน ๆ อย่าหาว่าไม่รักบ้านรักเมืองเลยนะ จริง ๆ แล้วผมต่อสู้เรียกหาความยุติธรรมมาตั้งแต่อายุยังไม่ถึง ๒๐ ด้วยซ้ำ เคยลงทุนเขียนรถเก๋งตัวเองเพื่อต่อต้านสินค้าญี่ปุ่นเมื่อปี ๒๕๑๕  วิ่งฝ่าดงกระสุนที่ท้องสนามหลวงเมื่อวันที่ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๑๖ ผมเป็นเดือดเป็นร้อนทุกครั้งที่เห็นสังคมถูกเอาเปรียบ แต่วันนี้ผมต้องขอ "ขาบอยู่" ลูกเดียว!   

ควักเงินที่เหลือค่อย ๆ จ่ายเลี้ยงชีพไปวัน ๆ โดยไม่รู้ว่าอีกกี่ปีจะได้หยุดกินหยุดหายใจ ผมไม่กลัวหรอกว่าเศรษฐกิจปีแพะจะโหดร้ายแค่ไหน เพราะรู้วิธีประคองตัวให้อยู่รอดด้วยการกินอยู่อย่างพอเพียง ไม่สุรุ่ยสุร่ายฟุ่มเฟือย วันนี้ขอคุยเรื่องอาหารราคาประหยัดหน่อยนะครับ...

ถ้าเพื่อน ๆ ได้ขี่รถเข้าไปในชนบท อาจเห็นคนนำผักหรืออาหารสำเร็จมาวางขายไว้ที่หน้าบ้าน หยุดแวะซื้อเลยนะ เพราะจะถูกมาก ผักหญ้าก็สดแถมยังได้เยอะ อย่างพะโล้เนี่ยก็ถุงละ ๑๐ บาทเอง! 


มะเขือพวงและพริกขี้หนูสวนถุงละ ๕ บาท...


ถั่วฝักยาวมัดละ ๕ บาท ผมซื้อไว้ ๒ มัด  นำมาผัดตามสไตล์ลุงน้ำชาดังนี้...
  • ล้างถั่วฝักยาวให้สะอาด แช่น้ำไว้ก่อนแล้วล้างอย่างน้อย ๓ ครั้ง
  • หั่นแล้วล้างอีกที
  • ใส่น้ำมันลงกระทะในปริมาณพอเหมาะ (อย่าให้มาก) ตั้งกระทะจนร้อนแล้วนำถั่วลงผัด 
  • เหยาะน้ำปลา เติมน้ำขลุกขลิก ใช้ฝาครอบ เพียงครู่เดียวก็เอาขึ้น


ได้แล้วครับ ล้นชามเลย!


ไม่ต้องใส่ผงชูรสหรือกระเทียม ผัดกันแบบง่าย ๆ น้ำปลาก็ไม่ต้องใส่มากเพราะจะเค็มจัด ส่งผลร้ายต่อไต!

อาหารต้นทุน ๑๐ บาทถ้วยนี้ กินกับข้าวกล้องร้อน ๆ เคี้ยวกรุบ ๆ รับรองว่าอร่อยฮับ!!

Friday, October 10, 2014

กระเป๋ากล้อง AMBICO

วันก่อนไปซื้อผ้าชามัวร์ไมโครไฟเบอร์จากห้างโลตัสมา ๑ ผืน เป็นสินค้าลดราคา ผมจำไม่ได้แล้วว่าราคาเท่าไหร่  รู้แต่ว่าไม่ถึง ๓๐ บาท...


พอได้มาก็มีเรื่องให้ใช้ทันที พอดีไปพบกระเป๋ากล้องเก่าวางซุกไว้ใต้บันไดชั้นล่าง จำได้ว่าเค้าใช้ใส่กล้องวิดีโอที่ผมประมูลมาลองใช้เมื่อ ๑๐ ปีที่แล้ว ตัวกล้องผมไม่ได้ใช้ (เสียเงินเปล่า) ตัวกระเป๋าก็ดูเก่ามากเพราะฝุ่นจับ...


เกิดความคิดที่จะนำกระเป๋าไปใช้ใส่เจ้า Nikon D50 พร้อมกับเลนส์ ๒ ตัว คิดว่าอย่างน้อยก็ขอทุนคืนสัก ๓-๔ ร้อยบาทหากไม่ต้องซื้อของใหม่  ผมทำความสะอาดโดยการใช้ผ้าชามัวร์ชุบน้ำหมาด ๆ เช็ด......


ความสดใสกลับคืนมาทันที...


ไม่ได้นำกระเป๋าไปซัก เพราะจะเสีย...


แต่ถอดสายสะพายออกไปซักได้...


ผมมีกระเป๋าใส่กล้องใบใหญ่สำหรับทริปที่ไม่ใช่ travellin' light แล้วครับ...


ว่าแต่หนาวนี้จะได้ไปไหนหรือเปล่าเนี่ย?  

Wednesday, October 08, 2014

พระจันทร์สีเลือด

บ้านห้างฉัตรของผมหันหน้าไปทางทิศใต้ ถ้ามองไปทางเมืองลำปางจะเป็นทิศตะวันออก...


คืนนี้จะเกิดจันทรุปราคาเต็มดวงเป็นครั้งสุดท้ายของปี ถ้าจะเฝ้าชมผมต้องขึ้นไปบนดาดฟ้าแล้วมองไปทางท้องฟ้าด้านทิศตะวันออก  เช่นเดียวกับคืนวันที่ ๑๐ สิงหาคมเมื่อผมขึ้นไปถ่ายภาพ "ซูเปอร์ฟูลมูน (Super full moon) 


วันนี้เห็นบอกว่าจะเกิดปรากฏการณ์ "พระจันทร์สีเลือด" ด้วย ฟังแล้วน่ากลัว นักดาราศาสตร์อธิบายว่าเป็นเพราะแสงสะท้อนจากโลกทำให้ดวงจันทร์ไม่มืดมิด...แต่จะมีสีแดง!! 

ภาพจากอินเทอร์เน็ต
๖ โมงเย็น ผมขึ้นไปบนดาดฟ้า เห็นเด็กหนุ่มโรงกลึง(คูหาริมสุด) ๒ คนขึ้นไปยืนอยู่แล้ว เราต่างมองไปยังขอบฟ้าทิศตะวันออก ปรากฏว่าฟ้าปิด พระจันทร์ไม่โผล่หน้าออกมาให้เห็น! เฝ้าดูอยู่นานพอสมควร...สองช่างเหล็กสิ้นความอดทน เดินกลับเข้าประตูไปก่อน ส่วนช่างเหอะยืนรอต่ออีกพักนึงก็ต้องบอกลาด้วยอีกคน!

อยากเห็นครับ เมื่อฟ้าไม่เปิดผมจึงต้องอาศัยเฝ้าดูทางเว็บของสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (NARIT) แล้วจับภาพมาให้เพื่อน ๆ ดูด้วยดังนี้...








 

ตอนจับเต็มดวงไม่ทันได้ดู ไม่รู้ว่าพระจันทร์สีเลือดจริงหรือเปล่า?

Tuesday, October 07, 2014

Western Digital My Book Mirror

พักนี้เป็นช่วงที่ผมนำของเก่าเก็บขึ้นมาซ่อมเพื่อใช้งาน หลายอย่างเป็นวัสดุอุปกรณ์ที่ถูกหลงลืมทิ้งไว้ในลิ้นชักหรือก้นลังมานานแล้ว  ด้านอุปกรณ์ที่ใช้กับคอมพิวเตอร์ ผมก็เพิ่งชุบชีวิตเจ้า Epson Scanner ให้กลับมาใช้งานได้!   

เมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้ว ผมประมูลกล่องฮาร์ดดิสก์มา ๑ ตัว เป็น USB External 3.5" Enclosure ยี่ห้อ Western Digital (WD) รุ่น My Book Mirror Edition... 


อยากได้มาเก็บไฟล์ตำราดนตรี ผมประมูลมันมาในราคาค่อนข้างสูง คือ ๙๐๐ บาท ทั้ง ๆ ที่มีแค่กล่อง ก่อนหน้านั้นเข้าไปเช็คราคาของใหม่ (พร้อมฮาร์ดดิสก์ขนาด 1 TB ๑ คู่) พบว่าราคาตั้ง $200 ในเว็บไทยก็ ๕-๖ พันบาท  มีของยี่ห้อ Probox ใส่ฮาร์ดดิสก์ได้ ๑ ตัว ราคา ๘๙๐- ๙๕๐ บาท

ข้อมูลและภาพจาก somkiet.com
ผมตัดสินใจเคาะราคาสู้ เพราะคิดว่าเจ้า My Book Mirror Edition ใส่ฮาร์ดดิสก์ได้ ๒ ตัว ตั้งให้ทำงานได้ทั้ง RAID 0 และ RAID 1 

RAID 1 ดีตรงที่มีการ Mirroring คล้ายกระจกเงา ฮาร์ดดิสก์ตัวหนึ่งจะสำรองข้อมูลจากฮาร์ดดิสก์อีกตัวหนึ่งเก็บเอาไว้โดยอัตโนมัติ หากฮาร์ดดิสก์ตัวใดตัวหนึ่งเกิดเสีย เราก็ยังมีข้อมูลอยู่ นี่ครับหน้าตาเจ้า WD ของผม!! 


ที่ผมเก็บมันไว้เฉย ๆ ก็เพราะยังไม่มีตังค์ซื้อฮาร์ดดิสก์มาใส่  มีฮาร์ดดิสก์เก่ายี่ห้อ Seagate 1 TB (แบบตัวบาง) อยู่ตัวนึง ผมลองเอามาใส่ มันอ่านได้นะ แต่ไม่นานโปรแกรม Drive Manager ก็เตือนว่าฮาร์ดดิสก์ร้อนเกิน อีก ๔ นาทีจะหยุดทำงาน แล้วมันก็หยุดจริง ๆ  ก็เลยใช้กันไม่ได้!

ยังมีฮาร์ดดิสก์ยี่ห้อ WD ขนาด 640 GB พร้อมข้อมูลเต็มลูกอีกตัวนึง ผมนำมาใส่ มันบอกให้ format ก่อน อ้าว...แล้วข้อมูลผมล่ะ?  ตกลงตัวนี้ก็ไม่ได้ใช้อีก เมื่อไม่มีฮาร์ดดิสก์ เจ้ากล่องดำก็กลายเป็นที่ให้ฝุ่นเกาะมานาน ๑ ปีเต็ม...

พอดีช่วงนี้ปวดแขนทำงานก่อสร้างไม่ได้ ผมจึงต้องฮึดสู้ นำเจ้า Book Mirror ออกมาปัดฝุ่น หาทางทำให้มันใช้เป็นที่เก็บข้อมูลตำราดนตรีตามที่ได้ตั้งใจไว้  เริ่มจากการย้ายไฟล์ในฮาร์ดดิสก์ WD 640 GB ไปเก็บไว้ที่อื่น เมื่อคืนนี้ผมย้ายไฟล์อยู่จนดึก ตอนเช้าต้องลุกขึ้นมาทำต่อ ย้ายไฟล์ออกไปหมดแล้วถึงได้ฟอร์แมต ก่อนที่จะนำใส่ลงในกล่องดำอย่างที่เห็น...


พอเปิดเครื่อง มันก็บอกให้ฟอร์แมตก่อนใช้อีกเหมือนเดิม คราวนี้ผมฟอร์แมตได้ เพราะไม่มีข้อมูลอยู่ในฮาร์ดดิสก์ หลังจากการฟอร์แมต ห้องสมุด WD ก็เปิดพื้นที่ขนาด 596 GB ให้ผมได้ใช้เป็นที่เก็บตำรับตำรา รูปภาพ คลิปวิดีโอ และไฟล์เพลงอื่น ๆ...


ผมเริ่มทยอยนำไฟล์เข้ามาเก็บไว้...


อีกไม่นาน เว็บ wichai.net ก็จะกลับมาให้บริการห้องเก็บหนังสือลุงน้ำชาได้เต็มรูปแบบอีกครั้ง....


ไม่มีงบประมาณ จึงยังไม่มีกระจกเงา (mirror) มาใส่  ขอทำเพียงแค่นี้ก่อนนะครับ...