Tuesday, September 17, 2013

Travellin' light ไปพม่า - เตรียมสมุดและปากกา


สำหรับการเดินทางท่องโลก สิ่งที่ขาดไม่ได้ก็คือ "สมุดบันทึก" และ "ปากกา"  ช่วงไปยุโรปผมใช้สมุดบันทึกปกเข็ง Mickey Mouse กระดาษอย่างดี หนักขนาดเขวี้ยงหัวสุนัขร้องแอ๋ง!  

สมุดบันทึกที่ต้อมซาซื้อมาฝาก ผมก็ใช้บันทึกทริปไปลาว-เวียดนาม และพม่าจนเต็มหมดแล้ว พกพาไปด้วยหลายทริปจนปกหลังหลุด สภาพเป็นอย่างที่เห็นในภาพ...


สำหรับ Freight train to Singapore...ผมบันทึกลงในสมุดฉีกเล่มใหญ่


ภาพสมุดบันทึก ถ่ายที่หน้าสถานีรถไฟเก่า กัวลาลัมเปอร์
ส่วนทริป "Travellin' light ไปพม่า" ในเดือนเมษายนปีหน้านี้ หลังจากเตรียมเป้และกระเป๋า...ผมก็เตรียมสมุดบันทึก พอดีมีผู้ใจดีให้สมุดขนาด 6" x 6" มา เล่มนี้ใช้กระดาษ recycle สามารถใช้บันทึกเรื่องราวการเดินทาง ๒ สัปดาห์ในพม่าได้อย่างสบาย


ปากกาผมก็จะไม่ใช้ Rotring (เกรงว่าจะหาย) แต่จะใช้ปากกาหมึกแห้งธรรมดา ๆ

ค่อย ๆ เก็บรวบรวมข้าวของไว้ทีละนิด...รวมแล้วต้องไม่ให้เกิน ๗ กิโลกรัมจ้า! 

Sunday, September 15, 2013

เศร้าใจกับคนไทย

ภาพและข่าวจาก manager online

หลายวันมาแล้วผมได้อ่านข่าวอุบัติเหตุสยองว่า....
มีคนขับรถพ่วง 18 ล้อมาจากสี่แยกท่าเรือ เมื่อถึงจุดเกิดเหตุเกิดเสียหลักพลิกคว่ำตกลงไปข้างทาง จึงว่าจ้างให้รถบรรทุก 6 ล้อที่ให้บริการยกรถมาดึงรถบรรทุก 18 ล้อขึ้นมา โดยคนขับรถยกได้ใช้ลวดสลิงขนาดใหญ่ผูกติดกับกระบะรถพ่วงตัวลูก จากนั้นได้พยายามลากรถพ่วงตัวลูกขึ้นมา โดยรถยกได้เคลื่อนตัวไปอยู่เลนขวา ปล่อยให้เลนซ้ายว่างอยู่เลนเดียว ทำให้ลวดสลิงได้ขึงตึงขวางถนนเลนซ้ายโดยไม่มีการทำป้ายเตือน หรือให้คนงานส่งสัญญาณให้ผู้ใช้รถใช้ถนนทราบแต่อย่างใด  ขณะเดียวกันก็มีผู้ขับรถกระบะมาตามเส้นทางดังกล่าว เมื่อเห็นรถยกจอดอยู่เลนขวา จึงได้ขับเข้ามาเลนซ้ายโดยไม่เห็นว่ามีลวดสลิงขนาดใหญ่ขวางถนนอยู่ จึงชนเข้ากับลวดสลิงเส้นอย่างแรง เป็นเหตุทำให้ลวดสลิงตัดเฉือนเข้าด้านหน้าห้องโดยสาร และตัดคอจนขาดกระเด็น อัดเข้ากับผู้ที่นั่งมาด้วยจนเสียชีวิตทันที... 

อ่านข่าวแล้วรู้สึกอเนจอนาถใจ และเสียใจกับผู้เสียชีวิตทั้ง ๓ ท่าน ผมเห็นภาพการดึงรถด้วยลวดสลิงขวางถนนโดยไม่มีป้ายหรือสัญญาณเตือนแล้ว  อยากถามว่าทำอย่างนั้นได้อย่างไร?  นี่หรือคือประเทศไทยของผม?  


ตอนขึ้นไปทาสีอยู่ข้างบนชั้นสาม แม้แต่สีเพียงหยดเดียว ผมยังกลัวว่าจะตกลงมาโดนรถหรือคนที่อยู่เบื้องล่าง แต่เรื่องคอขาดบาดตายอย่างเช่น การดึงสลิงขวางถนนไว้อย่างนั้น คนที่มาลากรถทำไม จึงไม่คำนึงถึงเลย!!  แล้วคนอื่นที่อยู่ใกล้ ๆ ก็ไม่ได้ใส่ใจ!

เหตุการณ์อย่างนี้จะไม่เกิดขึ้น หากทุกคนคิดถึงผู้อื่นให้มาก ๆ

ผมคิดอยู่นานว่าจะนำเรื่องนี้มาโพสต์ดีหรือไม่ ในที่สุดก็ตัดสินใจนำมาลง เพราะอยากให้เป็นอุทาหรณ์บอกถึงอันตรายบนท้องถนน  ผมไม่อยากให้เกิดเหตุเช่นนี้เลย!  เพื่อน ๆ อย่าขับรถเร็วนะครับ...  

ทําอะไรตามใจคือไทยแท้ ผมไม่อยากอยู่เป็นคนไทยซะแล้ว!

Tuesday, September 10, 2013

หย่องยักษ์!


เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา น้องเมเปิลมาเรียนไวโอลินตามปกติ คุณพ่อพามาเรียนอย่างสม่ำเสมอและตรงเวลา  ต้องพากันขึ้นมาเรียนที่ชั้นลอย...


ได้ยินเสียงเมเปิลบอกกับคุณพ่อขณะเดินขึ้นบันไดว่า"หย่องยักษ์"...ผมบอกให้ลงไปหยิบขึ้นมาให้ดู  อ่อ! เป็นหย่องของ double bass ตัวเก่าที่ผมเคยมี  (จำได้ว่าเคยเปลี่ยนหย่องใหม่โดยใช้หย่องของออสเตรีย ราคาตัวละ ๑,๕๐๐ บาท)  ตัว double bass ผมขายไปนานแล้ว แต่ก็ยังเก็บเจ้าหย่องตัวเก่าเอาไว้  ย้ายมาอยู่บ้านห้างฉัตร...ผมก็ยังนำมาด้วย น้องเมเปิลเห็นมันวางอยู่กับกองสัมภารกที่ชั้นล่าง...ให้ความสนใจเรียกมันว่า "หย่องยักษ์"!



ถ่ายรูปความน่ารักไว้หน่อย...


นักเรียนคนนี้ได้เรียนรู้อะไรหลาย ๆ อย่าง มากกว่าเด็กวัยเดียวกันอีกหลายคน!

รู้จักแม้กระทั่ง "หย่องยักษ์" อิอิ

Monday, September 09, 2013

สลับภาพเขียน



ก่อนหน้านั้นผมติดภาพเขียน dancing girls จากฝีมือคุณเดชาไว้เหนือเปียโนไฟฟ้า ช่วงหลังมอง ๆ ดูแล้ว...ผมรู้สึกว่ามันจะใหญ่เกินไป!  จึงได้ย้ายลงไปติดไว้ที่ชั้นล่าง


จากนั้นผมก็ย้ายภาพเขียนรูปวิวขนาดเล็กมาติดไว้แทน..


นอกจากนั้นผมยังได้ปรับเปลี่ยนการตกแต่งบริเวณชั้นลอยอีกนิด ด้วยการนำชุด Forrest Gump ซึ่งประกอบด้วยเก้าอี้ยาว ๑ ตัวและภาพโปสเตอร์ภาพยนต์เรื่อง Forrest Gump  มาไว้ตรงมุม...


ดูดีขึ้นครับ แต่ก็ยังต้องใช้เวลาอีกหลายเดือนกว่าจะเข้าที่!

Sunday, September 08, 2013

เพิ่มความแข็งแรงให้ประตู

 

ประตูครึ่งไม้ครึ่งกระจกตรงระเบียงไม่แข็งแรงพอจะทำให้อุ่นใจ...หากต้องเดินทางไกล ผมจึงตัดสินใจเปลี่ยนให้เป็นบานทึบ


ใช้บานพับสแตนเลส ๔ ตัว ผมพยายามทำให้ประตูมีความแข็งแรงมากที่สุดเท่าที่จะทำได้  ตรงไหนมีช่องมีรู ก็โป้วปิดให้หมด...


โดยตัดเศษไม้มาปิดช่องว่าง แล้วใช้ขี้กบผสมกาวลาเท็กซ์อัด  ทิ้งไว้หลาย ๆ วันหน่อยเพื่อให้แห้งสนิท แล้วค่อยแต่งให้ดูดีด้วยสิ่วปากแบนและกระดาษทราย ก่อนลงสีน้ำมัน....


เรียบร้อยดีแล้วก็ต้องหาทางเพิ่มความแข็งแรงให้กับบานประตูบานนี้!  ผมไปซื้อกลอนอย่างที่เห็นในภาพจากร้านหล่อวิเชียร (ที่อื่นไม่มีขาย) ในราคาตัวละ ๓๐ บาท ถ้าเพื่อน ๆ คำนึงถึงความแข็งแรงมากกว่าความสวยงาม ก็ต้องใช้กลอนแบบนี้นะครับ...  


ใช้น้อตเกลียวปล่อยตัวยาว ขันยึดให้แน่นแบบสุด ๆ  รูกลอนที่วงกบก็ใช้สว่านเจาะให้ตรง มีขนาดพอดี ๆ ไม่หลวม เพื่อให้สามารถล็อคได้อย่างแน่นหนา!


ผมกะว่าจะใส่กลอนเพิ่มอีกซักตัว!  จ่ายเพิ่มอีก ๓๐ บาทเอง

Saturday, September 07, 2013

มารยาทในการเยี่ยมไข้

ผมเห็นหน่วยงานของรัฐที่ให้บริการประชาชนบางแห่ง อย่างเช่นโรงพยาบาลลำปาง ได้ทำเอกสารเผยแพร่ให้ความรู้แก่ประชาชน โดยใช้งบประมาณแบบประหยัดและพอเพียงแล้ว รู้สึกชื่นชมยิ่งนัก...

ใช้กระดาษ A4 พิมพ์โรเนียว ๒ หน้า แล้วทำเป็นแผ่นพับ นำไปวางแจกให้ประชาชนผู้ไปใช้บริการได้หยิบไปอ่าน ไม่ต้องไปจ้างโรงพิมพ์พิมพ์ ๔ สีด้วยกระดาษอาร์ตอย่างดี เสียค่าใช้จ่ายจำนวนมาก แต่ให้ความรู้แก่ประชาชนได้ในปริมาณที่พอ ๆ กับการโรเนียวแจก...

ยิ่งกระดาษดี ๆ บางคนอาจหยิบติดมือไปหลายแผ่น โดยมิได้ตั้งใจที่จะนำไปอ่านจริง ๆ ก็ได้!

ผมเห็นคุณค่าของแผ่นพับที่ทางโรงพยาบาลลำปางโรเนียวแจก ต้องขอขอบคุณผู้ผลิตสื่อที่ให้ความรู้โดยใช้งบประมาณประหยัดเช่นนี้...

เมื่อเดือนที่แล้ว ผมสแกนแผ่นพับเรื่อง "การปฏิบัติตัวหลังผ่าตัดตา" ของโรงพยาบาลลำปางมาให้เพื่อน ๆ ได้อ่าน วันนี้ผมอยากนำเสนออีกเรื่องหนึ่งคือ "มารยาทในการเยี่ยมไข้" 





แผ่นพับฉบับนี้อาจไม่มีวางแจกอีกแล้ว ผมหวังว่าการนำมาแบ่งปันบนเว็บเช่นนี้ คงมีประโยชน์ไม่มากก็น้อยนะครับ...

Friday, September 06, 2013

ปรับปรุงบานประตูห้องน้ำ...

ประตูห้องน้ำชั้น ๓ ที่บ้านห้างฉัตรเป็นบานไม้อัดขนาด 70 x 180 ซ.ม. จริง ๆ แล้ว....ถ้าเอาตลับเมตรไปจะพบว่าความกว้างแค่เพียง 69 ซ.ม. 

ถ้าผมจะเปลี่ยนประตูใหม่ไปใช้ประตูพีวีซี เหมือนอย่างที่ผมเคยเปลี่ยนที่บ้านปงแสนทอง (ตามที่เคยเขียนไว้ใน "  เปลี่ยนบานประตูห้องน้ำ"  กับวงกบที่ไม่ได้มาตรฐาน...ผมรู้สึกเบื่อที่จะต้องเสียเวลาแต่งวงกบอีก เจ้าของบ้านคนเก่าเค้ากันน้ำด้วยการใช้แผ่นสังกะสีปิดประตูไม้ด้านในไว้ครึ่งบาน ผมก็เลยอยากจะใช้ประตูบานนี้ต่อไป...

อย่างไรก็ตามก็ควรที่จะปรับปรุงให้ดีกว่าเดิมเสียหน่อย ผมใช้กาวลาเท็กซ์ใส่ลงไปก่อน  แล้วตีตะปูเพิ่มให้ถี่ขึ้น โดยใช้ตะปูตอกคอนกรีตขนาดเล็กซึ่งซื้อมาถุงละ ๑๕ บาท...  


ตีตะปูโดยรอบแล้วก็ใช้ผ้าชุบน้ำทำความสะอาด ดูดีและแน่นหนาขึ้น...


บานเก่าเค้าทาสีเทาเอาไว้ ผมทาทับด้วยสีน้ำมันสีขาว เพื่อให้สีเข้ากับกระเบื้องฝาผนัง...


ดูดีกว่าเดิมนะครับ พรุ่งนี้ยังต้องทาทับอีก ๑ รอบ.

สภาพเศรษฐกิจฝืดเคืองขนาดนี้ จะเอาแต่ซื้อไม่ได้แล้ว มีอะไรที่ปรับปรุงให้ใช้ได้ ก็ให้ใช้ไปก่อน อย่างเช่นบานประตูห้องน้ำบานนี้ ผมปรับปรุงแบบง่าย ๆ ก็ดูดีขึ้นแล้วครับ...

Thursday, September 05, 2013

แมลง...ห้ามเข้า!

พักนี้ผมก็ยังคงง่วนอยู่กับการปรับปรุงประตูตรงระเบียงชั้นสาม....


เมื่อ ๑๐ ปีก่อน บานประตูไม้สักที่เค้านำมาติด...ไม้คงจะยังไม่แห้งสนิท พอผ่านมาถึงวันที่ผมเข้าไปอยู่อาศัย ก็พบว่าบานประตูหดตัวจนเกิดช่องว่างระหว่างบานและวงกบ(ซึ่งอาจจะหดตัวด้วยเช่นกัน)  บานประตูจึงหลวม มีช่องให้ใช้ไขควงเข้างัดได้โดยง่าย...


ร่องรอยการถูกงัดบอกให้ผมหาทางเพิ่มความแน่นหนาให้กับบานประตู  (หวังพึ่งสถานีตำรวจซึ่งอยู่ฝั่งตรงกันข้ามไม่ได้)....


นอกจากนั้นปัญหาอีกอย่างหนึ่งซึ่งเกิดกับช่องว่างก็คือเป็นช่องทางให้แมลงต่าง ๆ (โดยเฉพาะยุงที่ฉลาด ๆ) อาจบินเข้าได้...


ผมเห็นเจ้าของเดิมเค้าใช้เศษผ้าใบตัดใส่กันเอาไว้....


ทีแรกผมก็คิดหนักอยู่เหมือนกันว่าจะทำอย่างไรถึงจะปิดช่องเพื่อกันแมลงได้  ยิ่งคิดก็ยิ่งปวดหมอง! คงเหมือนกับนักประดิษฐ์ที่พยายามคิดสร้างปากกาหมึกซึมจนหัวแทบปรุ หาทางให้นักบินอวกาศสามารถนำไปใช้ได้ในสภาพไร้น้ำหนัก แต่แล้วมีเด็กตัวน้อยคนหนึ่งแนะนำให้ใช้ดินสอ  

จริงดิ ผมแค่ไปหาเศษไม้ยาว ๆ มาตัดใส่ ติดไว้กับวงกบด้านบน ก็โอแล้ว!!


ถึงความกว้างจะไม่ได้ก็ไม่เป็นไร ขอให้วางด้านหน้าให้เสมอกันก็ได้แล้ว  ทากาวลงไปหน่อยแล้วตีตะปูยึด....


เรียบโร้ย....ถ่ายรูปมาให้เพื่อน ๆ ดูหน่อย!


แค่เนี้ยเจ้ายุงร้ายก็ได้แต่มองอยู่แค่ด้านนอกแล้วหละ อิอิ...

Wednesday, September 04, 2013

ต้องใจเย็น เดี๋ยวดีเอง

ที่บ้านห้างฉัตร...ผมติดตั้งถังเก็บน้ำขนาด ๗๐๐ ลิตรไว้บนระเบียงชั้นลอย ต้องใช้เกลียวนอกขนาด ๑ นิ้วพันเทปแล้วขันเข้าไปในรูน้ำเข้า ด้านในใส่ลูกลอยสำหรับปิดเปิดวาล์วโดยอัตโนมัติ... 

คงจะกลัวว่าถ้าขันตึงเกินไปอาจจะเกิดเสียหายกับตัวถัง  ผมจึงขันแค่พอตึงมือ จากนั้นก็ต่อท่อน้ำเข้า ด้วยความชะล่าใจ ไม่ใช้ยูเนี่ยนประปา ต่อตรงไปเลย...เพราะคิดว่าจะไม่มีปัญหา!  ครั้นเปิดน้ำเข้าก็ปรากฏว่ามีน้ำซึมหยดออกมาเหมือนลักษณะรั่วตามด.... 


ต่อท่อสำหรับก๊อกเครื่องกรองน้ำก็เช่นกัน ตอนนั้นรีบไปหน่อย ทำให้ใส่กาวไม่ทั่ว พอเปิดใช้งานมันก็รั่วตามดอีกเช่นกัน... 


ทีแรกคิดว่าจะต้องตัดท่อและซ่อมแซมกันใหม่ทั้งสองกรณี ซึ่งเป็นเรื่องลำบากและยุ่งยากพอสมควร แถมยังสิ้นเปลืองอีกด้วย  แต่ผมอาศัยความใจเย็น สงบนิ่ง ปล่อยมันไว้อย่างนั้นก่อน....


ตอนทาสีห้องน้ำก็เช่นกัน เห็นสีย้อยลงบนกระเบื้องปูผนัง ผมก็ใจเย็น...บอกตัวเองให้ปล่อยมันไว้ก่อน  บางครั้งการรีบร้อนลงมือแก้ปัญหาทันทีก็ทำให้เสียแรงงานและเวลา สู้ทนดูน้ำรั่วซึมและสีที่ย้อยเปรอะเปื้อนอย่างนั้นไปเรื่อย ๆ จะดีกว่า...

เวลาผ่านไป...ในที่สุดเจ้าหยดน้ำรั่วซึมทั้งที่ถังเก็บน้ำและก๊อกเครื่องกรองน้ำก็ไม่มีให้เห็นอีกต่อไป!!! ตะกอนจากน้ำคงไปอุดตามดไว้หมดแล้ว ผมไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้น!  ส่วนเจ้าสีที่หยดย้อยลงเปื้อนผนัง ผมก็รอให้มันแห้งสนิทเสียก่อน จากนั้นก็ใช้เกรียงโป้ว (หรือสิ่วปากแบน) แซะเบา ๆ สีที่เปื้อนก็หลุดออกแล้ว!


จากนั้นก็ใช้สก๊อตไบร์ทชุบน้ำขัดถู ทำให้ดูสะอาดตา...


สำหรับปัญหาบางอย่าง ผมอยากจะบอกว่า "ต้องใจเย็น เดี๋ยวดีเอง"

Tuesday, September 03, 2013

สลับบานประตู...


ผมให้คะแนนการออกแบบอาคารพาณิชย์ที่ผมมาซื้ออยู่แค่ C+  โชคดีที่งานก่อสร้างเมื่อ ๑๐ ปีที่แล้วดำเนินการโดยบริษัทผู้รับเหมา ทำให้มีการตอกเสาเข็ม และวางโครงสร้างอาคารที่แข็งแรง  ตอนเข้ามาอยู่วันแรก...ผมจึงพบว่ามีรอยร้าวตามผนังน้อยมาก!!

แต่ที่ไม่เห็นด้วยก็คือ การออกแบบหน้าต่างและประตู ด้านที่จะออกไปยังระเบียงชั้น ๒ และชั้น ๓ ผมว่ามันอาจจะดูสวยหรือคลาสสิก แต่ผู้ออกแบบคงไม่ได้คำนึงถึงความปลอดภัยสักเท่าไหร่  รูปข้างบนนี้...ผมบันทึกภาพจากระเบียงชั้น ๓ แสดงให้เห็นหน้าต่างและประตูของเพื่อนบ้าน จะเห็นได้ว่าตลอดแนวระเบียงสามารถไต่ข้ามไปถึงกันได้  หากบ้านใดไม่มีคนอยู่ ถ้าพวกมิจฉาชีพจะปีนขึ้นไปจนถึงระเบียง แล้วหาทางเข้าไปขโมยของในบ้านก็คงจะไม่ใช่เรื่องยาก...  

แม้มีเหล็กดัดอยู่ตรงหน้าต่าง แต่ที่ประตูไม่มี แค่ทุบกระจก ๑ ช่อง แล้วเอามือล้วงเข้าไปดึงสลักหรือปลดล็อค ก็เปิดประตูเข้าไปได้แล้ว หรือถ้าเจ้าของบ้านทำกลอนแบบมีกุญแจล็อค ก็คงไม่ยากถ้าจะถอดกระจกเพื่อเปิดช่องทางสำหรับปีนเข้าไป...

ดูสวยแต่ไม่ปลอดภัย ด้วยเหตุนี้ห้องที่อยู่ถัดไปทางด้านเหนือจึงได้เปลี่ยนไปใช้ประตูทึบอย่างที่เห็นในภาพนี้...


ตั้งแต่เมื่อวานแล้ว...ผมเริ่มเปลี่ยนประตูของผมบ้าง  ไม่ได้ซื้อประตูไม้สักแบบทึบมาใส่ เพราะไม่มีรถปิกอัพไปขน  ผมแค่สลับประตู โดยนำประตูกั้นระหว่างชั้น ๒ และชั้น ๓ ซึ่งเป็นประตูไม้อัดมาใส่แทนข้างบน...


แล้วนำประตูบานสวย (แต่ไม่กันขโมย) ไปใส่ข้างล่าง....


ข้อดีก็คือ แต่ก่อนเป็นบานทึบทำให้บริเวณบันไดทางลงจากชั้น ๓ มืด...แม้เป็นเวลากลางวัน พอนำประตูบานนี้ไปใส่...แสงสว่างจากด้านนอกสามารถผ่านกระจกเข้าไปได้ ทำให้บริเวณที่เคยมืดกลับสว่างขึ้น...


ถ่ายภาพให้ดูจากด้านนอก สามารถเห็นผนังด้านในซึ่งสว่าง ตอนนี้สามารถติดภาพเขียนเล็ก ๆ ได้อีก ๑ บาน  (แต่ก่อนมันมืดเหมือนรถไฟเข้าถ้ำ)


อ่อ!  ผมลืมบอกไปว่าต้องไปซื้อบานพับที่ไทวัสดุมาใช้ เป็นบานพับสแตนเลสยี่ห้อ SPE ซื้อ ๑ แถม ๑ ราคา ๑๗๙ บาท


ติดตั้งเรียบร้อยแล้ว....


แต่ยังไม่เสร็จครับ ยังจะต้องโป้ว ขัดกระดาษทราย และลงสีน้ำมันอีก...

แล้วค่อยเล่าต่อนะครับ!