Wednesday, May 08, 2013

เปลี่ยนน้ำมันเครื่องรถมอเตอร์ไซค์ด้วยตัวเอง

เจ้า "ฝันเฟื่อง" แมงกะไซค์  Honda Dream สุดเลิฟของผม ส่งเสียงดัง "แก๊ก ๆ" ขณะวิ่งมาได้เป็นเดือน ๆ แล้ว ปกติผมจะพามันไปหานายช่างเจ้าประจำซึ่งมีร้านซ่อมอยู่แถว ๆ ปากทางเข้าบ้านสบตุ๋ย  (จำได้ว่าผมเคยเขียนถึงช่างผู้นี้ ไว้ในบล็อกเรื่อง  "พอใจในความพอเพียง"!  เชิญคลิกอ่านได้ ที่นี่)


หลายเดือนมาแล้วที่ผมไม่เห็นเค้าเปิดร้าน ผมจึงตัดสินใจที่จะเปลี่ยนน้ำมันเครื่องรถจักรยานยนต์ด้วยตัวเอง  เมื่อวานนี้ผมไปซื้อน้ำมันเครื่องมาเตรียมไว้ ต้องใช้น้ำมันเครื่องสำหรับรถ ๔ จังหวะ ตอนแรกไปที่ปั้มน้ำมันเชลล์ เค้ามีขนาด ๐.๘ ลิตรจำหน่ายในราคา ๙๐ บาท ผมไม่ซื้อ...คิดว่าไปซื้อที่ร้านซ่อมมอเตอร์ไซค์หน้าโรงเรียนลำปางกัลยาณีดีกว่า

ที่นั่นเจ้าของร้านแนะนำให้ใช้น้ำมันเครื่อง Max - Speed (ขนาด ๑ ลิตร) ราคา ๘๕ บาท พอรู้ว่าจะนำไปเปลี่ยนเอง เค้าก็ลดราคาให้อีก ๑๐ บาท....


ลงมือกันเลยครับ เริ่มต้นด้วยการนำขวดพลาสติกใส่น้ำดื่มขนาด ๖ ลิตรที่ใช้แล้วมาตัด (ดังภาพ) ผมจะเอาไปรองน้ำมันเครื่องที่ถ่ายออกมา เพื่อน ๆ จะใช้ภาชนะอื่นก็ได้นะ...


เปิดฝาปิดที่เติมน้ำมันเครื่องออกมาด้วยการหมุนทวนเข็มนาฬิกา...


เห็นมั้ยครับ...น้ำมันเครื่องแห้งจริง ๆ ด้วย!  อย่างเนี้ย...ขืนขี่ไปนาน ๆ เครื่องก็พังได้!!


ผมก้มลงดูข้างใต้เครื่องยนต์ เห็นหัวสกรูที่จะต้องคลายออกเพื่อให้น้ำมันเครื่องเก่าไหลออกมา...


ใช้กุญแจแหวนไข(ทวนเข็มนาฬิกา) จับให้กระชับ ออกแรงหน่อย พอคลาย..ก็ใช้มือหมุนออกได้!


อย่าลืมนำภาชนะที่ทำไว้เข้าไปรองรับน้ำมันเครื่องที่ไหลลงมาด้วยนะครับ.... 



ไปทำงานอย่างอื่นก่อน ปล่อยให้น้ำมันเครื่องเก่าไหลออกจนหมดดีแล้ว จึงค่อยขันสกรูปิดตามเดิม!


ข้อควรระวังคือ ต้องนำเจ้าน้ำมันเครื่องเก่าออกวางไว้ห่าง ๆ ตัว จะได้ไม่ไปโดนมันคว่ำซะก่อน!!!


จากนั้นก็เปิดฝาเจ้าแมกซ์ นำมาเติมลงไปจนหมด ถ้าเพื่อน ๆ มีกรวยพลาสติกก็นำมาใช้ แต่ช่างเหอะมักง่าย...ไม่ดีเลย  หุหุ นำกระดาษแข็งมาทำเป็นกรวย




เรียบร้อยแล้วครับ  ผมวัดระดับน้ำมันเครื่องอีกครั้ง...พอดีเลย!  ปิดฝาให้เรียบร้อยแล้วใช้ผ้าทำความสะอาดคราบน้ำมันให้หมด  อ่อ....กระป๋องเปล่าอย่าทิ้งนะ  ให้นำกลับไปใส่้น้ำมันเครื่องดำ ๆ ที่ถ่า่ยออกมา  จะได้เก็บเอาไว้ใช้ทาไม้ระแนงเพื่อกันปลวก!!

เปลี่ยนน้ำมันเครื่องด้วยตนเอง นอกจากจะประหยัดตังค์ ๑๐ บาทแล้ว ยังได้วานิชดำไว้ลงไม้อีกกว่าครึ่งลิตร อิอิ!

Tuesday, May 07, 2013

DogGang.com ยังคงอยู่...

เมื่อวันที่ ๒๕ เดือนที่แล้ว... ผมเขียนถึง "อาจารย์กิติพันธุ์ ปุณกะบุตร" ไว้ในบล็อกเรื่อง "คิดถึงอาจารย์หมู"  กล่าวว่า "ไม่รู้ว่าทุกวันนี้อาจารย์หมูสบายดีหรือเปล่า?  โรงเรียนดนตรีแถวท่ามะโอยังเปิดอยู่หรือไม่?  ผมเห็น faccbook ของ DogGang ไม่เคลื่อนไหวมานานแล้ว"



วันนี้ผมได้ขี่จักรยานยนต์เข้าเมือง จึงถือโอกาสแวะไปดูที่อาคารพาณิชย์ราชพัสดุ ซึ่งเป็นที่ตั้งของโรงเรียนดนตรี DogGang.com    ประมาณ ๙ โมงครึ่ีงเห็นจะได้  ผมเห็นประตูหน้ายังปิดอยู่...


ผมรู้สึกดีใจที่เห็นว่า DogGang  ยังคงไม่หนีไปไหน!  มีรถยนต์ป้ายทะเบียนกรุงเทพจอดอยู่...น่าจะเป็นรถของอาจารย์หมู!


เข้าไปยืนชิดกระจก ผมเพ่งสายตามองเข้าไปเห็นถุงขนมขนาดใหญ่ ๒ ถุงวางไว้ตรงทางเข้า...


มองไปที่โต๊ะ reception  ยังมีรายชื่อวิชาและอัตราค่าเรียนตั้งอยู่...



ผมเห็นแผ่นกระดาษเขียนว่า DogGang By หมู McIntosh ติดอยู่ที่กระจก...


ด้านหน้ามีโต๊ะและเก้าอี้ตั้งอยู่ ร่องรอยการใช้งานเมื่อคืนก่อนยังปรากฏให้เห็น.... 


ผมมองผ่านกระจกลึกเข้าไปหลังบ้าน ผมคิดว่าเจ้าของบ้านคงจะอยู่ข้างบนโน่น ดู ๆ แล้วโรงเรียน DogGang อาจไม่มีนักเรียน หรือถ้ามีก็น้อยมาก  อาจารย์หมูคงไม่ได้จ้างเจ้าหน้าที่มานั่งประจำเหมือนแต่ก่อน!  ผมเห็นประกาศว่าโรงเรียนเปิดเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์   อดเป็นห่วงไม่ได้ แต่ลึก ๆ ในใจก็คิดว่าอาจารย์หมูคงไม่เดือดร้อน เพราะต้นไม้ที่อยู่หน้าบ้านยังดูสวยสดงดงาม!!



 ตราบใดที่เจ้าของบ้านยังคงดูแลรดน้ำใส่ปุ๋ย ยังไง ๆ เจ้าสิ่งที่ได้ลงทุนลงแรงสร้างไว้ก็คงไม่ตาย!!


 รวมทั้งชื่อของ DogGang.com ด้วยครับ...

Monday, May 06, 2013

ซ่อมกระเบื้องปูพื้น ๓


เมื่อปลายเดือนที่แล้ว ผมเขียนเรื่อง "ซ่อมกระเบื้องปูพื้น"  โดยเล่าว่า "...ใช้ปลายเกรียงกระซวก ๆ ให้ปูนเข้าอุดจนเต็ม แล้วแต่งหน้าให้เรียบ แต่ก็ไม่ให้มีระดับเสมอกับพื้นเดิมซึ่งยังจะต้องสกัดออกอีกหน่อย...."



ก่อนหน้านั้นก็ไปหาซื้อกระเบื้องมาได้ ๑ กล่อง เอามาวางทดสอบ ผมเล่าว่า "...ลองนำออกจากกล่องมาเรียงเพื่อดูความเข้ากันได้.....  พอดีเลย ไม่ขาดไม่เกิน! ผมต้องระวังไม่ให้แตก ไม่งั้นเดือดร้อนแน่!"  อิอิ ไม่อยากบอกเลยว่า หลังจากนั้นไม่นาน...ผมก็เผลอเหยียบมันแตกไปแผ่นนึง เดือดร้อนต้องขี่รถออกไปซื้อกระเบื้องมาเพิ่มอีก ๑ กล่อง (๑๓๐ บาท)

เมื่อได้เวลาปูกระเบื้อง...ผมก็สกัดพื้นปูน(ที่เห็นในภาพข้างบนสุด)ด้วยค้อนตอกตะปู  เสียงดัง "แป๊ก ๆๆ" นานจนนายช่างที่ผมเคยพูดถึงต้องเดินมาดู  แกบอกว่าค้อนมันเล็กไป สกัดตรง ๆ อย่างนั้นไม่ได้หรอก!  ลุงสล่าไปหยิบค้อนปอนด์ขนาดเหมาะมือมาให้ แล้วแนะนำให้ผมทุบพื้นปูนออกไปทางด้านหน้า เสียงดัง "โป๊ก ๆๆ" มันหลุดออกไปทีละเยอะ ๆ เลย  ถึงอย่างไร...ผมยังคงต้องใช้เวลาหลายชั่วโมงกว่าจะสกัดพื้นปูนออกจนทุก ๆ จุดมีเนื้อที่พอสำหรับปูนใหม่ที่จะทำหน้าที่ยึดแผ่นกระเบื้อง

เมื่อสกัดพื้นเรียบร้อยแล้ว ผมจึงค่อยปูกระเบื้องใหม่ลงไป   เป็นนาย ช.เชื่องช้า...กว่าจะได้แต่ละแผ่นผมต้องใช้เวลามากกว่าช่างอาชีพสัก ๑๐ เท่าเห็นจะได้  แต่ในที่สุด...ผมก็ปูกระเบื้องแผ่นเต็ม ๆ ได้ครบทุกแผ่น ค้างอยู่แค่เพียง ๒ จุดที่ต้องตัดแต่งกระเบื้องเสียก่อน คือ บริเวณชิดเสา และตรงกลาง (ที่มีเหล็กพับสำหรับคล้องกุญแจ)  ผมทิ้งงานไปหลายวันเพราะไม่รู้จะตัดกระเบื้องได้อย่างไร?


ก็ได้อาศัยลุงช่างกล้ามเป็นมัด ๆ อีกเช่นเคย แกไปบอกคุณวิสูตร (เจ้าของอาคารที่ิิอยู่ติด ๆ กัน) แล้วนำเครื่องเจียรมาให้ยืมใช้...


เป็นครั้งแรกในชีวิตอีกเช่นกัน ที่ผมมีโอกาสได้ใช้เครื่องเจียรซึ่งค่อนข้างน่ากลัว ผมต้องสวมแว่นตากันเศษปูนเข้าตาและต้องใช้ความระมัดระวังสุด ๆ   เป็นมือใหม่หัดขับ...ผมต้องตัดกระเบื้อง ๒ แผ่น แผ่นแรกตัดตรง ๆ ให้เล็กลงเสียก่อน แล้วค่อยแต่งเป็นร่องสี่เหลี่ยมเพื่อใส่เข้ากับเสาเหล็กรางประตูเลื่อน..

ไม่เคยตัดมาก่อน ผมไม่รู้วิธี แผ่นแรกก็เลยออกมาเบี้ยว!  ใช้ไม่ได้...ต้องสละทิ้งไป!

ลองอีกครั้งกับกระเบื้องแผ่นใหม่ คราวนี้ผมใช้ไม้หน้า ๔ วางเป็นไกด์เหมือนไม้บรรทัดในขณะที่ลากเครื่องเจียรตัดไปตามรอยเส้น แม้ไม่ตรงเหมือนกับใช้เครื่องตัดกระเบื้องแบบกรีดแล้วกด แต่ก็พอดูได้  พอถึงตอนทำร่องสำหรับรางเหล็ก ด้วยความคุ้นเคยที่มีมากขึ้นในขณะที่ความกลัวลดน้อยลง...ผมตัดได้สำเร็จ สามารถนำไปปูได้อย่างที่เห็นในภาพต่อไปนี้

.
ทีนี้ก็มาถึงแผ่นที่ ๒ (สุดท้าย)  ซึ่งต้องตัดแต่งให้มีรูตรงกลางสำหรับที่ล็อคกุญแจ ผมใช้เครื่องเจียรตัดตามเส้นที่มาร์คไว้ หุหุ รู้สึกอายที่จะบอกว่าตอนใช้ค้อนเคาะกระเบื้องที่ตัดไว้ให้หลุดออก มันดันแตกออกเป็นสองเสี่ยง  ต้องเสียกระเบื้องไปอีก ๑ แผ่น!

เจาะอีกครั้ง! คราวนี้ค่อนข้างมั่นใจ ผมเจาะจนเกือบขาดโดยรอบ เหลือเพียงส่วนที่ยึดนิดเดียว ผมไม่ใช้ค้อนเคาะอีก...แต่ใช้ปลายเกรียงใส่ลงในร่องแล้วเคาะไปข้างหน้าเพียงเบา ๆ กระเบื้องก็หลุดออก  เกิดรูสี่เหลี่ยมผืนผ้ายาว ๆ บนแผ่นกระเบื้อง แต่ก็ยังใช้ไม่ได้อยู่ดี... ผมต้องใช้เครื่องเจียรค่อย ๆ แต่งจนได้รูป สามารถนำกระเบื้องที่มีรูตรงกลางไปใช้งานได้ดังที่เห็นในภาพ...


เรียบร้อยแล้ว....ผลงานของช่างเหอะผู้ไม่มีประสบการณ์มาก่อน!


ทำได้แค่เนี้ยจริง ๆ ฮับ...

Sunday, May 05, 2013

ไอศกรีมหนองยาง...

เมื่อวันที่  ๑ พฤษภาคม ผมเขียนเรื่อง "FB Trip - ปั่นไปสามเหลี่ยมทองคำ" ไว้ในบล็อก "ฟังลุงน้ำชาคุย(โม้)"  และโพสต์ภาพคนขายไอศกรีมกะทิสดที่สามเหลี่ยมทองคำไว้ตอนท้าย...




วันนี้ขณะที่ลงไปทำงานเจาะคอนกรีตอยู่หน้าบ้าน ผมเห็นรถไอศกรีมขี่ผ่านมา คนขายรู้ดีว่าผมเป็นขาประจำที่กินแต่ไอศกรีมอันละ ๕ -๑๐ บาท เหมือนรู้ใจ...เค้าชะลอรถมองดู เมื่อได้สัญญาณจากผมก็แวะเข้ามาจอดทันที.... 


"เหมือนเดิมน้อ..." คนขายไอติมถาม ผมบอกว่า "วันนี้เอา ๖ อัน"  สั่งแล้วก็เดินขึ้นไปเอาสตางค์ที่ชั้น ๓


ต้องถ่ายภาพถังไอศกรีมไว้ซะหน่อย...


๖ อัน ๓๐ บาทอ่ะ...


ได้ยินว่าผมจะนำรูปไปลงเน็ต...คนขายบอกให้ผมถ่ายตรงป้าย "ไอศกรีมหนองยาง"...


ต่างกับ Swensen's.... "ไอศกรีมหนองยาง" เป็นขวัญใจคนแก่ที่นี่! 

Saturday, May 04, 2013

ย้ายสายไฟ...

ตรงบันไดขึ้นมายังชั้น ๓ เวลากลางคืนจะมืดมาก!   เดินดีไม่ดีจะตกบันไดเอา!   ผมเคยติดระบบไฟส่องสว่างอัตโนมัติเอาไว้  เวลาเดินขึ้นหรือเดินลง หลอดไฟจะติดเอง!

พอดีกำลังเตรียมย้ายบ้าน ผมต้องถอดเจ้าโคมไฟดังกล่าวเก็บลงกล่อง....



ทีนี้มันก็ยังเหลือสายไฟที่เคยต่อไปยังโคมไฟ (ยาวประมาณเมตรกว่า) ตรงปลายสายยังคงมีไฟ ๒๒๐ โวลต์คอยเล่นงานผู้ที่เอามือไปจับมันเข้า!  ช่างเหอะมีวิธีแก้ปัญหาง่าย ๆ ด้วยการไปค้นหาเต้าเสียบเก่า ๆ มาได้ ๑ ตัว พร้อมกับคว้าเอารางร้อยสายพลาสติกเหลือใช้ติดมือมาด้วย... 


จากนั้นก็กะตำแหน่งที่จะติดตั้งเต้าเสียบ แล้วตัดรางร้อยสายให้ได้ความยาวพอดี  ทำการต่อปลายสายเข้ากับเต้าเสียบให้เรียบร้อย เตรียมพร้อมที่จะติดตั้ง  (อย่าลืมตัดไฟก่อนนะ)

เจ้ารางร้อยสายจะมีเทปสองหน้าติดอยู่ ให้ดึงกระดาษออก แล้ววางตัวรางลงไปตามแนวนอน ให้ส่วนที่เป็นเทปเหนียวประกบเข้ากับผนัง เล็งให้ตรงและแนบกับพื้นปูน ก่อนใช้นิ้วกดให้แนบผนัง   จากนั้นก็วางสายไฟลงไปในราง ใช้สกรูยึดเต้าเสียบติดกับผนัง แล้วเก็บสายให้เรียบร้อย  ตรวจสอบดีแล้ว...นำฝารางเข้าปิด  โดยใช้หัวแม่มือกดให้เข้าล็อค มีเสียงดัง "แก๊บ"


ทำความสะอาดเสียหน่อย  ก่อนที่จะลงไปสับคัตเอ้าท์ปล่อยกระแสไฟฟ้าให้เข้ามา!! เราสามารถนำหลอดไฟทางเดินดวงเล็ก ๆ มาเสียบให้ความสว่างในเวลากลางคืน หรือจะเสียบใช้เครื่องดูดฝุ่นก็น่าจะได้...

งานง่าย ๆ ครับ แก้กลุ้มไปได้อีกวันนึง อิอิ

Friday, May 03, 2013

เทพื้นคอนกรีตแบบง่าย ๆ


เสียง "แกร๊ก ๆๆ" ดังอยู่หน้าบ้าน... ผมออกไปดู เห็นสล่าใจดีกำลังเตรียมผสมปูนเพื่อจะเทพื้นอยู่ที่หน้าบ้านคุณวิสูตร



ก่อนหน้านั้นผมก็เห็นลุงแกเทพื้นไปได้แล้วส่วนหนึ่ง วันนี้แดดร้อนเปรี้ยง นายช่างหันหลังสู้ฟ้าลุยงานต่อ


ผมเดินไปนั่งคุยด้วย ถามถึงส่วนผสมในการเทพื้นคอนกรีต (กรุณาอย่าอ่านว่า คอ-นก-รีต)  ช่างปูนตอบให้เข้าใจง่าย ๆ ว่า "ทราย ๑๒ หิน ๑๖"  นั่นหมายความว่าปูนซีเมนต์ ๑ ถุง ใช้ทราย ๑๒ ถัง หิน ๑๖ ถัง


ลุงสล่าใช้จอบเกลี่ยผสม  นำหินมาโปะหน้า ก่อนที่จะทำการผสมแล้วนำไปเท...


ผมบอกว่าเดี๋ยวนี้สบายนะ ไม่ต้องมัดเหล็กเอง ไปซื้อสำเร็จมาวางเลย...


เห็นร่างกายที่อุดมด้วยกล้ามเนื้อเป็นมัด ๆ ผมชมว่า "แข็งแรงแต้น้อ" แต่ลุงแกปฏิเสธ แล้วบอกว่าเป็นโรคความดันโลหิตสูง!

ไล่ไปไล่มาแล้ว...อายุเท่ากับผมเลย! ฮา... 


ไหน ๆ ก็เล่าเรื่องการเทพื้นคอนกรีตแบบง่าย ๆ สไตล์ช่างเหอะแล้ว ผมจึงอยากนำข้อมูลเรื่องการผสมคอนกรีต 1 : 3 : 6  จากหนังสือ "เทคนิคการสร้างอาคารเบื้องต้น" ของ ผศ. พิภพ สุนทรสมัย (หน้า 64-65)  มาลงไว้ด้วยดังนี้...

ขอบคุณที่มา - "เทคนิคการสร้างอาคารเบื้องต้น" ของ ผศ. พิภพ สุนทรสมัย
การผสมคอนกรีต 1 : 3 : 6 มีการกระทำเป็นลำดับดังนี้ (ดูรูป)
  • ตวงทรายหยาบที่สะอาดปราศจากวัชพืชและเศษผง, เปลือกหอย โดยการร่อนหรือสาดผ่านตะแกรง ด้วยส่วนผสมจำนวน 3 ส่วน อาจเป็น 3, 6 หรือ 9 กระป๋อง แล้วแต่จำนวนที่ต้องการคอนกรีตมากน้อยเพียงไร กองวัสดุบนพื้นกระบะผสมหรือบนพื้นเรียบที่แข็งแล้ว เกลี่ยให้มีความหนาเกือบสม่ำเสมอ
  • ตวงซีเมนต์จากถุงจำนวน 1 ส่วน อาจเป็น 1, 2 หรือ 3 กระป๋องแล้วแต่ส่วนของทราย ใส่บนกองทรายแล้วเกลี่ยให้ซีเมนต์วางอยู่บนกองทรายโดยสม่ำเสมอเช่นเดียวกับทราย
  • ทำการผสมปูนซีเมนต์กับทรายหยาบเข้าด้วยกันจนส่วนผสม 2 ชนิดเ่ข้ากันเป็นเนื้อเดียวกันด้วยจอบหรือพลั่ว เมื่อเข้ากันดีให้เกลี่ยกองปูนทรายให้มีความหนาสม่ำเสมอ เฉลี่ยกว้างออก
  • นำหินเบอร์ 2 ขนาด 1/4 - 1 1/2 นิ้ว หรือหินเบอร์ 1 ขนาด 1/2 - 3/4 นิ้ว หรือผสมกันระหว่างเบอร์ 1 กับเบอร์ 2 เป็นจำนวนที่พอเหมาะหรือกำหนดในแบบและรายการ อาจใช้กรวดที่มีขนาดใกล้เคียงกับหิน ล้างให้สะอาด แล้วตวงตามสัดส่วนใส่ไป 6 ส่วน ถ้าซีเมนต์ใช้ 1 กระป๋อง ก็ใช้หิน 6 กระป๋อง เมื่อใช้ซีเมนต์ 2 กระป๋อง หินก็ใช้ 12 กระป๋อง, ทราย 6 กระป๋อง นำใส่ในกองแล้วเกลี่ยให้มีความหนาขนาดเช่นเดียวกับปูนทรายนั้น
  • เอาน้ำสะอาดราดในส่วนที่จุดคลุก รดน้ำลงไปคลุกจนส่วนนี้ได้คอนกรีตที่เหลวถูกต้อง มีหินมีทราย, ซีเมนต์อยู่ด้วยสัดส่วน ส่วนผสมเข้ากันดีให้ตักใส่กระป๋องแล้วนำไปเททันที ทำการรดน้ำแล้วผสมไล่เป็นข้าง ๆ ไป การผสมวิธีนี้ถ้าไม่สามารถผสมให้หมดกองได้ ก็ให้หยุดงานไว้ก่อน เมื่อพร้อมที่จะใช้ ก็ผสมต่อได้....
เป็นวิธีการทำงานคนเดียว ค่อยเป็นค่อยไปตามประสาช่างเหอะครับ...

Wednesday, May 01, 2013

สำนักงานที่ดินชั่วคราว ลำปาง

บ่ายโมงกว่าวันนี้ ผมต้องขี่จักรยานยนต์ไปสำนักงานที่ดินฯ เพื่อขอให้เค้าตรวจสอบโฉนดและแก้ไขหมายเลขระวาง  ตอนออกจากบ้านก็ยังไม่แน่ใจว่าปัจจุบันนี้ สำนักงานตั้งอยู่ที่ไหน? ตอนมาอยู่ลำปางใหม่ ๆ ผมเคยไปใช้บริการที่อาคารชั้นเดียวซึ่งอยู่เยื้อง ๆ กับอำเภอเมืองลำปาง...


ภาพสำนักงานที่ดินหลังเก่า - นำมาจากอินเทอร์เน็ต
แต่พอไปถึง...ปรากฏว่าที่ทำการเก่าถูกทุบทิ้งไปหมดแล้ว กำลังมีการก่อสร้างตึกใหม่ ผมต้องถามคนขับรถม้าซึ่งอยู่ใกล้ ๆ ได้คำตอบว่าตอนนี้สำนักงานที่ดินฯ ย้ายไปเปิดที่ทำการชั่วคราวอยู่ที่สบตุ๋ยโน่น..

จากสี่แยกดอนปาน ถ้าขี่รถไปตามถนนสบตุ๋ยจะเห็นอาคารของธนาคารกรุงเทพพาณิชยการ (เจ๊งไปแล้วตั้งแต่สมัยฟองสบู่แตก) อยู่ทางด้านขวามือ มีแผ่นป้ายเขียนบอกไว้ว่า "ที่ดิน"!


ผมจอดรถไว้แล้วเดินผ่านประตูหน้าเข้าไป  โห...ภายในดูกว้างขวางทีเดียว!


ทางด้านซ้ายมือ ใกล้ ๆ กับประตู มีเคาเตอร์แรกคอยรับเอกสารเพื่อมอบบัตรคิวให้ผู้มารับบริการ  ผมนำโฉนดไปวางไว้ในตะกร้าแล้วนั่งรอ ...


อีกพักใหญ่ พนักงานสาวก็เรียกชื่อผมแล้วถามว่าจะมาทำอะไร ผมบอกว่ามาขอแก้เลขระวาง เธอเขียนลงในกระดาษแผ่นเล็ก ๆ ว่าขอตรวจสอบและแก้ไขเลขระวาง แล้วมอบบัตรคิวสีส้มลำดับที่ 20 ให้..



ผมนำไปนั่งรอรวมกับคนอื่น ๆ ที่หน้าเคาเตอร์ยาวซึ่งมีเจ้าหน้านั่งทำงานอยู่หลายช่อง...


ประมาณ ๑๒.๔๐ น. ผมได้ยินประกาศทางลำโพงเรียกบัตรคิวสีส้มให้ไปที่ช่อง ๓  เจ้าหน้าที่สาวรับเอกสารจากผมไปดูแล้วบอกให้นั่งรอในระหว่างที่เจ้าหน้าที่อีกคนหนึ่งนำโฉนดของผมไปค้นหาต้นฉบับ  ไม่นานนักผมก็ถูกเรียกอีกครั้ง  เจ้าหน้าที่บอกว่า "น้องแก้ฮื้อแล้วเน้อ" เธอนำโฉนดของผมและต้นฉบับขึ้นมาวางเทียบให้ดู มีการแก้ให้ตรงกันอยู่ ๒ จุดคือ หมายเลขระวางและเลขที่ทีดิน...

โห...ดีจัง เจ้าหน้าที่เค้าสามารถแก้ไขให้ได้เลยโดยเซ็นชื่อกำกับพร้อมประทับตราชื่อผู้แก้!  ไม่ต้องส่งไปให้หัวหน้าเป็นผู้เซ็นกำกับ   เพียงแค่ ๑๓.๕๐ น...งานที่ผมคิดว่าจะกินเวลานานก็แล้วเสร็จ  ผมขี่จักรยานยนต์กลับบ้านด้วยความโล่งใจ! 

วันนี้เป็นวันแรงงาน ร้านรวงพากันปิด ผมไม่สามารถซื้อกระเบื้องไปปูพื้นต่อได้  แต่ก็ยังมีงานอื่นรออยู่!