Saturday, April 22, 2017

kitchen improvements

สองวันนี้ผมทาสีหมดไปอีก ๑ แกลลอนครับ ความจริงมากกว่า ๑ แกลลอนเพราะใช้แม่สีเทผสมลงไปอีกประมาณครึ่งลิตรเห็นจะได้ เพื่อจะให้ได้สี earth tone ตามที่ชอบ...


ทาที่ชั้นล่าง ตามคานและเพดาน...


แล้วก็นำสีที่เหลือมาทาบริเวณห้องครัวจนหมด...


ทีนี้ก็หันมามองดูฝั่งตรงกันข้ามซึ่งยังเป็นสีเดิมอยู่....


ไม่อยากทาสีใหม่เพราะขี้เกียจรื้อพวกเครื่องทำน้ำอุ่นและที่วางจานให้ยุ่งยาก พอดีเห็นมีที่ว่างด้านหลังเตาอยู่หน่อย ก็เลยเกิดความคิดที่จะติดตั้งชั้นวางของไว้ตรงนั้น ผมไปรื้อเอาชั้นวางแผ่นดีวีดีมา...


ทำง่าย ๆ ครับ ไม่ต้องพิถีพิถัน เพราะเป็นประเภทช่างเหอะ โชคดีไปเจอไม้อัด ๘ มิลเก่าเปื้อนปูนที่ชั้นล่าง มีขนาดใช้ทำแผ่นประกบด้านหลังได้พอดี 


ต้องถอนตะปูเก่าออก งานไหนงานนั้นไม่เคยพลาดคือเจ็บตัว...เลือดออกติดด้ามคีม


ใช้กระดาษทรายขัดคราบปูนออกก่อน...


จากนั้นก็ไปหาดินสอมา... 


วางชั้นทาบลงไปแล้วขีดเส้น...


ต้องตัดออกหน่อยนึง...


มีเลื่อยลันดาอยู่ ๒ ปื้น ทั้งคู่ล้วนไม่คม.... 


ถึงอย่างไรก็ตัดเสร็จภายใน ๑๕ นาที จากนั้นก็นำมาประกอบ ไม่รู้เป็นไงถึงได้ชอบกาวลาเท็กซ์ซะจัง (กินได้ก็คงจะกินแล้ว) ต้องเอามาทาซะหน่อย... 


จากนั้นก็เอาไม้ที่ตัดไว้มาประกบหลังแล้วตีตะปู...


เสร็จแล้วก็ใช้กระดาษทรายขัดลบมุมซะหน่อย อย่าให้มีเสี้ยนตำมือ เดี๋ยวเลือดจะออกอีก... 


ไม่ทาสี ไม่ต้องอาศัยชะแล็กหรือแล็กเกอร์ เอาง่าย ๆ แบบนี้แหละ ใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดให้สะอาดก็ใช้ได้แล้ว! ผมยกลงมาติดตั้งตรงที่จุดที่เล็งไว้ โดยเจาะรูฝังพุกทั้งหมด ๘ ตัว ยึดสกรูให้แน่น ลืมเรื่องระดับน้ำหรือไม้เมตรได้เลย แค่เล็งและเว้นระยะให้ไม่น่าเกลียดก็พอ (ทั้งคานทั้งเสามันไม่ได้ฉากอยู่แล้ว)


เรียบร้อยแล้วคร้าบบ... ถ่ายรูปให้ดูอีกบาน!


แม้เวียนหัว ก็ยังทำงานได้ครับ!

Friday, April 21, 2017

Neurology and Neurosurgery

ก่อนหน้านั้นไม่เคยสนใจในเรื่องโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) มาก่อน ผมไม่คิดเลยว่าตัวเองจะมีปัญหาเรื่องสมอง จนกระทั่งเกิดอาการเวียนศีรษะไม่เลิกไม่หายสักที!!  อาการเบื้องต้นของผมคือ "งุนงง เวียนศีรษะ และเสียการทรงตัว" 

ไปพบแพทย์มาแล้วครับ ข่าวร้ายคือมันเป็นอาการเริ่มต้นของเส้นเลือดในสมองตีบซึ่งน่ากลัวที่สุด เจ้าโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) นั้นหากเกิดกับคนไข้แล้ว ถ้าไม่เสียชีวิตก็จะกลายเป็นคนพิการ เป็นอัมพฤกษ์อัมพาต หรือไม่ก็อยู่ในสภาพผัก (vegetative state) 

สำหรับผมแล้วไม่มีลูกหลาน ไม่มีใครดูแล ก็คงจะไม่ยอมรับสภาพเช่นนั้นได้ (หรือแม้จะมีผู้ดูแล ผมก็คงไม่ยอมเป็นภาระให้ใคร)  

ไม่นานมานี้ ผมดาวน์โหลดได้หนังสือมาอ่านเล่มหนึ่ง ชื่อว่า "Neurology and Neurosurgery Illustrated" โดย Kenneth W Lindsay, Ian Bone และ Geraint Fuller


หนาตั้ง ๕๕๙ หน้า มี ๗ บทดังนี้...
Chapter 1: GENERAL APPROACH TO HISTORY AND EXAMINATION
Chapter 2: INVESTIGATIONS OF THE CENTRAL AND PERIPHERAL NERVOUS SYSTEMS
Chapter 3: CLINICAL PRESENTATION, ANATOMICAL CONCEPTS AND DIAGNOSTIC APPROACH
Chapter 4: LOCALISED NEUROLOGICAL DISEASE AND ITS MANAGEMENT A. INTRACRANIAL
Chapter 5: LOCALISED NEUROLOGICAL DISEASE AND ITS MANAGEMENT B. SPINAL CORD AND ROOTS
Chapter 6: LOCALISED NEUROLOGICAL DISEASE AND ITS MANAGEMENT C. PERIPHERAL NERVE AND MUSCLE
Chapter 7: MULTIFOCAL NEUROLOGICAL DISEASE AND ITS MANAGEMENT
เปิดอ่านและดูรูปประกอบไปเรื่อย ๆ แม้จะไม่เข้าใจในเรื่องเหล่านั้น แต่อย่างน้อยก็ทำให้ผมเริ่มตระหนักรู้ถึงอันตรายของโรคที่เกิดกับสมองของคนเรา  ใครอยากได้ก็บอกนะครับ ผมจะส่งไฟล์ให้...

มีภาพชิ้นส่วนกระโหลกที่ถูกเจาะและตัดออกเพื่อทำการผ่าตัดผู้ป่วยโรคสมองมาให้ดูด้วยดังนี้...


ขออย่าได้เกิดกับผู้ใดเลยครับ...

Tuesday, April 18, 2017

ลุ้นจนตัวโก่ง

เคยบอกกับเพื่อน ๆ ว่า ก่อนสิ้นเดือนเมษาฯ จะต้องย้ายเจ้าโตออกไปข้างนอกให้ได้...



ก่อนอื่นก็จะต้องหาแบตเตอรี่มาใส่ เมื่อวันที่ ๖ เมษายน ๒๕๖๐ ผมเขียนเรื่อง "รอลุ้น" ว่าด้วยการนำแบตเตอรี่เก่ามาล้างแผ่นธาตุด้วยน้ำยาล้างห้องน้ำ เพื่อน ๆ หลายท่าน (รวมทั้งอาจารย์ติ่ง) ก็คงจะช่วยลุ้นว่ามันจะใช้งานได้หรือไม่?



แบตเตอรี่ที่อาจารย์สุภาพให้มาอายุ ๓ ปีกับอีก ๕ เดือน  หลังจากการล้างผมคว่ำหม้อทิ้งไว้ ๑๐ วัน เมื่อได้เวลาก็นำไปให้ช่างนวยซึ่งอยู่ใกล้บ้านเติมน้ำกรดแล้วชาร์จทิ้งไว้ทั้งคืน เช้านี้ผมขี่รถมอเตอร์ไซค์ไปรับแบตเตอรี่ด้วยความอยากรู้ว่าจะใช้ได้หรือเปล่า??  ก่อนมอบแบตเตอรี่ให้ผม ช่างนวยใช้มิเตอร์วัดไฟ แล้วบอกว่ามีไฟ เค้าคิดค่าน้ำกรดและค่าชาร์จรวม ๘๐ บาท...


นำกลับมาถึงบ้านแล้วครับ...


ตื่นเต้นพอสมควรสำหรับการสตาร์ทเจ้าโต ผมต้องใช้น้ำมันล่อในคาร์บูเรเตอร์ ต่อขั้วแบตฯ เรียบร้อยแล้วก็บิดกุญแจสตาร์ท   "แชก ๆๆๆๆ"... เสียงไดสตาร์ททำงาน ผมเหยียบคันเร่ง...ลุ้นจนตัวโก่ง ได้ยินเสียงระเบิดตรงคาร์บูเรเตอร์ แล้วเครื่องยนต์ก็ติด!  

เจ้าโตถูกย้ายออกไปแล้วครับ...

 

ทิ้งไว้แต่คราบน้ำมันและความสกปรก...


ปัญหายังมีให้แก้ ผมขับเจ้าโตไปให้ "ช่างใหญ่" ช่วยรักษา ก็คงต้องใช้เวลาอีกนาน ค่าใช้จ่ายก็คงจะไม่น้อยด้วยครับ!

วันเปี่ยมสุข

ที่จริงก็ไม่ได้สอนอะไรมากมาย เพราะเป็นแค่เพียงครูพิเศษในช่วงระยะสั้น ๆ แต่ผมก็ดีใจที่ยังมีลูกศิษย์ลูกหาผู้คิดถึงและพากันมาดำหัวในช่วงปี๋ใหม่เมืองที่ผ่านมา....





ผมสุขใจและดีใจมาก ๆ   ชีวิตนี้จะไม่ลืมเลยในสิ่งที่ได้รับในวันนี้!

---------------------------------------------------------------------------------------------------
ขอขอบคุณภาพจากครูแต้มทั้ง ๓ ภาพ

Thursday, April 06, 2017

รอลุ้น...

คุณพ่อของน้องใบเฟิร์นเปลี่ยนแบตเตอรี่รถยนต์ใหม่ แทนที่จะนำแบตฯ ตัวเก่าไปเทิร์นแลกซื้อแบตตัวใหม่ เพื่อประหยัดเงินได้อย่างน้อยก็ ๕๐๐ บาท แต่ท่านกลับนำแบตฯ เก่ามามอบให้ช่างเหอะเพื่อทดลองใช้กับเจ้าโต

ตั้งใจว่าจะขยับเจ้าโตออกนอกบ้านให้ได้ก่อนสิ้นเดือนเมษาฯ วันนี้ผมเริ่มงานด้วยการศึกษาใน YouTube  ถึงวิธีชุบการชีวิตหรือการทำสาวแบตเตอรี่โดยการใช้น้ำยาล้างห้องน้ำล้างแผ่นธาตุ แต่ก็ยังสับสน เพราะบางคลิปห้ามมิให้ใช้น้ำยาล้างห้องน้ำ (ต้องใช้น้ำยาของเขา) มีคนวิจารณ์ว่าทำแล้วไม่ได้ผล!  บ้างก็แนะนำว่าซื้อแบตฯ ใหม่ชัวร์กว่า ผมจึงต้องชั่งใจว่าจะเชื่อใครดี? ในที่สุดก็ตัดสินใจว่าจะล้างแผ่นธาตุด้วยน้ำยาล้างห้องน้ำ ด้วยความอยากลอง อยากพิสูจน์ และอยากหาคำตอบ


เริ่มต้นด้วยการคว่ำหม้อ และเตรียมสถานที่...


น้ำยาล้างห้องน้ำมีอยู่แล้ว ยี่ห้ออะไรก็ได้...


เตรียมน้ำร้อน ผมไม่มีกาต้ม ต้องใช้หม้อแทน...



แล้วถึงค่อยเทใส่กาน้ำชา... 


รินลงในแต่ละช่องให้ท่วมแผ่นธาตุ...


อ่อ! อย่าลืมหาที่ใส่จุก ๖ ตัวด้วยนะ ไม่งั้นมันจะอยู่ไม่เป็นที่...


ใส่น้ำร้อนลงไปแล้วปิดจุก เขย่าแบตเตอรี่ไปมาตามแนวลูกศร ๒๒๒ ครั้ง...


เปิดจุกแล้วเทน้ำออก (อย่าลืมใช้ mask ปิดจมูกและสวมถุงมือด้วย) ปล่อยทิ้งไว้ให้น้ำหยดในขณะลงไปต้มน้ำต่อ...


ทำแบบเดียวกันอีกรอบ หลังจากนั้นก็ถือโอกาสล้างตัวแบตฯ ด้วยผงซักฟอก....


ขั้นตอนต่อไปก็ใส่น้ำร้อนลงในแบตฯ แค่ท่วมแผ่นธาตุ แต่คราวนี้เติมน้ำยาล้างห้องน้ำ ๑ ฝาตามลงไปในแต่ละช่อง... 


ปิดจุกแล้วเขย่า ๆๆๆๆ (มากกว่า ๒๒๒ ครั้ง) เป็นงานที่ต้องระวัง อย่าสูดกลิ่นเหม็นของน้ำกรดเข้าปอด และอย่าให้น้ำกรดโดนผิวหนังด้วย!  จากนั้นก็เปิดจุกแล้วปล่อยทิ้งไว้ ๓๐ นาที กลับมาปิดจุกแล้วเขย่าต่ออีกพักนึง ก่อนที่จะเทน้ำออกด้วยวิธีเดิม...

ลำดับต่อไปคือการล้างคราบสกปรกและน้ำยาล้างห้องน้ำที่ค้างอยู่ให้หมด เป็นเรื่องที่ต้องละเอียดหน่อย ในเว็บบอกว่าให้ล้างด้วยน้ำร้อนอีก ๓ ครั้ง แต่ผมอดทนกว่านั้นคือล้างถึง ๖ ครั้ง เพราะต้องการให้สะอาดมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ สิ้นสุดครั้งสุดท้ายแล้วคว่ำหม้อทิ้งไว้ทั้งคืน และยังจะต้องทิ้งไว้อีกหลายวันเพื่อให้แห้งสนิท...


จากนั้นจึงค่อยซื้อน้ำกรดแบตเตอรี่มาเติม...แล้วนำไปชาร์จ


สิ่งที่ทำผมก็ไม่แน่ใจว่าจะประสบความสำเร็จ เป็นแค่การทดลองซึ่งยังต้องรอผล หลังจากเติมน้ำกรด นำไปชาร์จ แล้วลองใช้สตาร์ทเครื่องเจ้าโต...


ถึงวันนั้นคงต้องมาช่วยกันลุ้น!

Tuesday, April 04, 2017

โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke)


ได้รับเอกสารแผ่นพับจากโรงพยาบาลประสาทเชียงใหม่มา ๑ ฉบับ เป็นเรื่องของ "โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke)"  ผมเห็นว่ามีประโยชน์ จึงได้นำมาพิมพ์และอัพโหลดข้อมูลให้เพื่อน ๆ ได้เรียนรู้ไว้ดังนี้... 

โรคหลอดเลือดสมอง
(Stroke; Cerebro Vascular Accident : CVA)

เป็นโรคที่พบบ่อยที่สุดของโรคระบบประสาทที่รับไว้ในโรงพยาบาล เป็นสาเหตุการตายและความพิการที่สำคัญในประเทศไทย โรคนี้ถ้าเป็นแล้วแม้รอดชีวิตก็มักจะมีความพิการหลงเหลืออยู่ไม่มากก็น้อย แต่อย่างไรก็ตามโรคนี้สามารถป้องกันได้ หากรีบรักษาตั้งแต่เริ่มมีอาการ อาจช่วยให้รอดชีวิตและมึความพิการน้อยลง หรือกลับไปทำงานตามปกติได้

โรคหลอดเลือดสมอง สามารถแบ่งได้เป็น 2 ชนิด
1. ชนิดเส้นเลือดตีบ หรืออุดตัน
2. ชนิดเส้นเลือดแตก

โดยทั่ว ๆ ไปจะพบผู้ป่วยที่เป็นชนิดเส้นเลือดตีบ หรืออุดตันได้บ่อยกว่าชนิดเส้นเลือดแตก ทำให้เนื้อสมองรอบเส้นเลือดนั้นตาย ไม่สามารถสั่งร่างกายส่วนที่ควบคุมโดยสมองบริเวณนั้นให้ทำงานได้ตามปกติ ทำให้อวัยวะส่วนนั้นเป็นอัมพาต หรืออัมพฤกษ์ ซึ่งอาการของผู้ป่วยมีได้หลายรูปแบบ ขึ้นกับว่าสมองส่วนใดเสียการทำงานไป เช่น
  1. พูดไม่ออก หรือไม่เข้าใจคำพูด หรือพูดไม่ชัดทันทีทันใด
  2. แขนขา หรือหน้าอ่อนแรง ชา หรือขยับไม่ได้ขึ้นมาทันทีทันใด โดยเฉพาะที่เป็นครึ่งซึกของร่างกาย
  3. ตาข้างใดข้างหนึ่งมัว หรือมองไม่เห็นฉับพลัน เห็นภาพซ้อน หรือเกิดอาการคล้ายมีม่านมาบังตา
  4. ปวดศีรษะรุนแรงฉับพลัน ชนิดไม่เคยเป็นมาก่อน
  5. งุนงง เวียนศีรษะ หรือเสียการทรงตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเกิดร่วมกับอาการอื่นข้างต้น
ปัจจัยเสี่ยงของโรคหลอดเลือดสมอง
ปัจจัยเสี่ยง หมายถึง ถ้าผู้ใดมีปัจจัยเหล่านี้อยู่จะมีโอกาสเกิดโรคหลอดเลือดสมองได้มากกว่าคนปกติ อย่างไรก็ตามไม่ได้หมายความว่าผู้มีปัจจัยเสี่ยงทุกคนจะเกิดโรคหลอดเลือดสมองทุกราย ในขณะเดียวกันผู้ที่ไม่มีปัจจัยเสี่ยงก็มีโอกาสเกิดโรคหลอดเลือดสมองได้เช่นกัน แต่ไม่มากเท่าผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยง
ปัจจัยเสียงสำคัญได้แก่
  1. ภาวะความดันโลหิตสูง เป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญมาก ถ้าสามารถป้องกันไม่ให้เป็นโรคความดันโลหิตสูง หรือถ้าเป็นแล้วได้รับการรักษาให้ความดันโลหิตอยู่ในระดับที่เหมาะสม จะสามารถลดความเสี่ยงลงได้
  2. โรคเบาหวาน ก็เป็นปัจจัยเสี่ยงอีกประการหนึ่ง ถ้าป่วยเป็นโรคนี้ก็ควรพบแพทย์ และรับประทานยาตามแพทย์แนะนำอย่างเคร่งครัด จะช่วยลดความเสี่ยง
  3. ภาวะไขมันในเลือดสูง เป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญของโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ และยังเป็นปัจจัยเสี่ยงของโรคหลอดเลือดสมองอีกด้วย ดังนั้นการรับประทานอาหารที่ไม่มีไขมันมากเกินไป หรืออาจต้องรับประทานยาลดไข้ร่วมด้วยตามที่แพทย์แนะนำ จะช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดหัวใจตีบและอาจช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดสมอง
  4. การสูบบุหรี่ ก็เป็นปัจจัยเสี่ยงของโรคหลอดเลือดสมองเช่นกัน ดังนั้นจึงควรงดสูบบุหรี่ ถ้างดสูบบุหรี่ได้ นอกจากความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดสมองจะลดลงแล้ว ความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ โรคปอดจะน้อยลง และสุขภาพโดยทั่วไปก็จะดีขึ้น
  5. โรคหัวใจ มีหลายชนิด เช่น โรคลิ้นหัวใจพิการ โรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ โรคหัวใจขาดเลือด ฯลฯ การรักษากับแพทย์อย่างสม่ำเสมอ ซึ่งแพทย์อาจพิจารณาให้ยาบางชนิดเพื่อลดโอกาสเกิดโรคหลอดเลือดสมอง และจะช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหลอดเลือดสมองลงได้
การป้องกันโรคหลอดเลือดสมอง
  1. รู้จักตนเองว่ามีปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้หรือไม่ ได้แก่ ภาวะความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน และไขมันในเส้นเลือดสูง หากมีปัจจัยเสี่ยงดังกล่าวควรได้รับการรักษาจากแพทย์ และปฏิบัติตัวตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด
  2. ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ให้น้ำหนักปานกลาง เช่น เดิน 30 - 40 นาที วิ่ง ปั่นจักรยาน 30 นาที อย่างสม่ำเสมออย่างน้อย 3 - 5 วันต่อสัปดาห์
  3. ลดน้ำหนัก
  4. เพิ่มการรับประทานผัก และผลไม้
  5. หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง
  6. ลดการรับประทานอาหารเค็ม
  7. จำกัดการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์
  8. หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่
  9. ตรวจสุขภาพเป็นประจำทุกปีอย่างต่อเนื่อง
สัญญาณเตือนของอาการเตือนของโรคหลอดเลือดสมอง
อาจพบเพียง 1 อาการ หรือมากกว่า 1 รายการ ดังนี้
F.A.S.T
F = Face เวลายิ้มพบว่ามุมปากข้างใดข้างหนึ่งตก
A = Arms ยกแขนไม่ขึ้น 1 ข้าง
S = Speech มีปัญหาด้านการพูด พูดแล้วคนฟังไม่รู้เรื่อง
T = Time ผู้มีอาการดังกล่าวต้องรีบไปโรงพยาบาลเพื่อรับการรักษาโดยด่วนภายใน 3 ชั่วโมง จะได้ช่วยรักษาชีวิต และสามารถฟื้นฟูกลับมาได้เป็นปกติ หรือใกล้เคียงคนปกติมากที่สุด

การรักษา
โรคหลอดเลือดสมองรักษาตามอาการ และได้กายภาพบำบัด

การดูแลผู้ป่วย
1. การดูแลทั่วไป
1.1 ที่นอน ใช้เตียงที่มีราวเหล็กกั้น เพื่อให้พลิกตัวเอง หากไม่มีก็ทำราวไว้ใกล้ ๆ เพื่อใช้ดึงขยับตัว ดูแลให้ผ้าปูที่นอนสะอาด และแห้งตลอดเวลา
1.2 ดูแลตัวผู้ป่วย
- อาบน้ำ หรือเช็ดตัววันละ 1 ครั้ง
- รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่
- ดูแลเรื่องการขับถ่ายปัสสะวะ อุจจาระ
1.3 การป้องกันแผลกดทับ
แผลกดทับนี้จะเกิดจากการนอนท่าเดียวนาน ๆ ผิวหนังบริเวณกระดูกนูน ถ้าถูกกดทับนานเกินไปจะทำให้เกิดแผลกดทับขึ้นได้
วิธีป้องกัน คือ จับผู้ป่วยพลิกตัวอย่างน้อยทุก 2 ชั่วโมง หากมีแผลเกิดขึ้นแล้ว ห้ามซื้อยารับประทานเอง ควรปรึกษาแพทย์
2. การทำกายภาพบำบัด
ควรเริ่มเร็วที่สุด เพื่อลดความพิการ และช่วยฟื้นฟูสภาพผู้ป่วย
2.1 ผู้ป่วยที่กล้ามเนื้อไม่มีแรง หรือไม่ค่อยรู้สึกตัวให้ช่วยจับแขน ขาข้างที่เป็น และงอเข้า - ออก ซ้ำ ๆ กันเป็นเวลา 10 - 20 ครั้ง วันละอย่างน้อย 2 หน เพื่อป้องกันข้อติด และหากผู้ป่วยรู้สึกตัว ควรพูดกระตุ้นให้ผู้ป่วยพยายามขยับแขน ขาด้วยตนเองทุกวัน
2.2 ผู้ป่วยที่กล้ามเนื้อแข็งแรง ระยะนี้แขนขาข้างที่เป็นอัมพาตมักงอ เกร็งในท่าที่ผิดปกติ ทิ้งไว้นาน ๆ ข้อจะติด เหยียดไม่ออก หากเหยียดจะเจ็บมาก อาจเป็นสาเหตุให้ผู้ป่วยเดินไม่ได้ ทั้งที่มีแรงฟื้นตัว ซึ่งสามารถป้องกันโดยพยายามจับแขน ขา เหยียดซ้ำ ๆกันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง ถ้ารู้สึกตัวดีและมีแรงพอควรให้พยายามหัดเดิน
2.3 ผู้ป่วยที่สามารถนั่งได้ ควรฝึกนั่งให้ได้ หลักจากนั้นฝึกยืนทรงตัว และฝึกเดินในที่สุด อาจใช้ไม้เท้าช่วยเดิน

โรคหลอดเลือดสมอง เป็นโรคที่เกิดอย่างฉับพลัน และรุนแรง แต่หากได้รับการรักษาที่ทันเวลา และถูกต้องจากทางโรงพยาบาล ร่วมกับได้รับการดูแลที่ดีจากทางบ้านได้ทำกายภาพบำบัดอย่างสม่ำเสมอแล้ว ผู้ป่วยจะมีอาการดีขึ้นเรื่อย ๆ

ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเพื่อน ๆ ที่รักทุกท่านจะแคล้วคลาดจากเจ้าโรคหลอดเลือดสมองซึ่งนำมาซึ่งความทุกข์ยากลำบากสุดนะครับ

Monday, April 03, 2017

ล้างถ้วยล้างชามด้วยน้ำร้อน

เช้านี้ช่างเหอะตื่นขึ้นมาด้วยอาการเวียนหัวเหมือนเดิม... หุหุ ดูเหมือนว่าจะเป็นเรื่องปกติซะแล้ว!


๗ โมงเช้า ผมมีงานต้องรีบทำต่อจากเมื่อวานนี้...


ก๊อกน้ำอ่างล้างชามรั่วมาเป็นเดือน ผมพยายามหาตัวใหม่มาเปลี่ยน ไปค้นเจอก๊อกคู่ยี่ห้อคอตโต้ แบบที่เค้าใช้สำหรับอ่างอาบน้ำ จำได้ว่าซื้อมาจากร้านขายของเก่า เห็นว่าเก็บไว้เฉย ๆ น่าจะเอามาใช้...


เป็นก๊อกอย่างดีสภาพใหม่ตัวละเป็นพันแต่ซื้อมาถูก พอเอามาใช้ถึงได้รู้ว่ามันเสีย คือน้ำไหลออกนิดเดียว คงตันมาจากโรงงาน ผมต้องแก้ไขด้วยการทะลวงด้วยไขควงยาวและสารพัดเครื่องมือจนทำให้น้ำไหลได้เป็นปกติ พอดีเป็นก๊อกคู่ (น้ำร้อน - น้ำเย็น) ผมรู้สึกเสียดายที่ก๊อกอีกตัวไม่ได้ใช้ นึกได้ว่ามีเครื่องทำน้ำอุ่นแบบใช้แก๊สที่ถอดเก็บไว้นานแล้ว (ถ้าไม่ได้ใช้อีกหน่อยจะเสีย) ผมขึ้นไปค้นหาแล้วนำมาติดตั้งทันที...


ใช้เวลาเกือบครึ่งวัน ต้องเดินทั้งท่อน้ำและท่อแก๊ส ผมพยายามไม่ออกไปซื้ออะไหล่ ต้องเดินขึ้นเดินลงเพื่อค้นหาอุปกรณ์เก่า ๆ ใน work shop บนดาดฟ้า ในที่สุดก็ติดตั้งจนสำเร็จ...


เรียบร้อยแล้วก็ยังใช้ไม่ได้ ต้องปรับโน่นปรับนี่อีกเป็นชั่วโมงกว่าจะสามารถเปิดผสมน้ำเย็นน้ำร้อนได้ ถ้าถามว่าจะเอาไว้ทำอะไร คำตอบก็คือจะเอาไว้ล้างถ้วยชามให้สะอาดขึ้นครับผม  ในเว็บ thespruce.com Sarah Aguirre ได้ให้เหตุผล ๔ ข้อของการใช้น้ำร้อนล้างถ้วยล้างชาม (4 Reasons to Use Hot Water When Washing and Rinsing Dishes) ไว้ว่า...
1. Cleaning Power - Washing dishes in hot water actually helps to lift away and clean dirty dishes reducing the amount of time you'll have to spend scrubbing and reducing the need for extra dish cleaning products.
2. Killing Bacteria and Microorganisms - Hot water is needed to effectively kill bacteria on dishes. It may seem like you can squeeze a little more use out of a dishpan full of cool water, but compromising your families exposure to bacteria is not worth the extra trouble of running a new pan of hot water.
3. Cutting grease - Water temperatures under about 90 degrees will leave a nasty greasy film on your dishes as they dry. Grease cutting ability is severely hampered by cool water leaving your dishes less than clean.
4. Drying Time - Hot water dries much more quickly on dishes than warm or cool water. Dishes can essentially dry themselves if the water temperature is right. As an added benefit, dishes will dry spot and streak free with hotter water. Many people try to conserve hot water during the rinsing part of dishwashing and just hand dry dishes. Keep in mind that pools of water and wet dishtowels are a haven for bacteria. You may have just spent a lot of effort to get dishes clean only to allow them to become contaminated.

งานนี้ไม่ต้องใช้ตังค์สักบาท!

Sunday, April 02, 2017

ถั่วดาวอินคา

มีผู้กล่าวว่าถั่วเปลือกแข็งทั้งหลายอุดมไปด้วยวิตามินบีคอมเพล็กซ์ วิตามินอี โพแทสเซียม แมกนีเซียม ฟอสฟอรัส และธาตุเหล็ก แถมยังมีสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยชะลอความเสี่ยงต่อโรคมะเร็ง เมื่อวันก่อนเพื่อนบ้านร้านลำแต้ได้มอบถั่วชนิดหนึ่งให้ผมมา น้องยาบอกว่ามันคือ "ถั่วดาวอินคา"



เว็บสุขภาพดี มีผู้เขียนไว้ว่า...
นับว่าเป็นโชคดีของดิฉันที่พบกับพืชมหัศจรรย์ ต้นถั่วดาวอินคา ดิฉันป่วยเป็น “โรคหลอดเลือดในสมองแตก (Stroke)” จนเป็นสาเหตุทำให้เกิดอัมพฤกษ์ ทำให้อวัยวะซีกขวาทั้งซีก แขนและขาใช้การไม่ได้ ตอนนี้ดิฉันป่วยเข้าปีที่ ๓ แล้ว...มีเพื่อนของคุณพ่อแนะนำให้ปลูกต้นดาวอินคา พ่อของดิฉันก็เลยนำมาปลูกไว้ข้างบ้าน ซึ่งหลังจาก ๖ เดือนที่ได้รับประทานถั่วดาวอินคา แล้วอาการของดิฉันก็ดีขึ้น ทำให้อาการชาแขนและขา ลดน้อยลง เดินได้สะดวกมากยิ่งขึ้น ไปตรวจร่างกายพบว่าไขมันในเลือดกลับมาปกติ ความดันก็ปกติ ทำให้ฉันรู้สึกดีใจมาก...
ต้องขอขอบคุณสำหรับถั่วดาวอินคาและข้อมูลที่มีประโยชน์...

หลังจากไปรักษาฟันเมื่อวันศุกร์ที่แล้ว ผมต้องไม่ขบเคี้ยวของแข็งเพราะเกรงว่าครอบฟันชั่วคราวที่ใส่ไว้จะหลุด ก็ได้แต่นั่งมอง คิดหาวิธีที่จะกินเจ้าถั่วมหัศจรรย์ที่วางอยู่เบื้องหน้า

ก่อนเที่ยงผมไปซื้อผักที่ตลาดเทศบาลห้างฉัตรผักมา ๒๐ บาท มีถั่วฝักยาว ๒ มัด ๆ ละ ๕ บาท มะเขือเทศ ๕ บาท แตงกวา ๕ บาท แม่ค้าเกษตรกรบ้านเหนือเก็บสด ๆ มาวางขาย...


กลับมาบ้าน ต้องทำอาหารมื้อกลางวัน ผมคิดหาวิธีกินถั่วดาวอินคาโดยเริ่มจากการปอกแตงกวา ๒ ลูก นำมาหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ


เทถั่วดาวอินคาทั้งหมดลงในครก...แล้วตำ ๆๆๆๆ


ตำไป...นับไป ได้ ๑๑๑ ครั้ง แล้วเทถั่วปั่นลงในถ้วยแตงกวา...


ล้างพริกขี้หนูสวน ๑๐ กว่าเม็ด แล้วนำมาหั่นใส่...


มองหาหอมแดงแต่ไม่พบ ก็ไม่เป็นไรครับแค่นี้ก็ใช้ได้แล้ว ขั้นตอนสุดท้ายคือ เทน้ำส้มสายชูลงไป (ไม่ใช้มะนาว) ตามด้วยน้ำตาลทรายและเกลืออีกนิด ใช้ช้อนคนผสมให้เข้ากัน ชิมดูให้มีรสคล้ายอาจาด แต่อร่อยกว่า เพราะมีความมันและกลิ่นหอมของถั่วดาวอินคา นี่ไง! เรียบร้อยพร้อมให้ตักกินแย้ว...


"ถั่วดาวอินคา" ยำ ๆ ครับมื้อนี้ มีประโยชน์ต่อสุขภาพด้วย! 

Saturday, April 01, 2017

สานฝันต่อ


หลังจากซ่อมท่อประปาที่แตกอยู่ใต้ดินบริเวณหน้าร้านอาจารย์ตุ๊... ระบบประปาบ้านหัวหนองก็กลับมาดีตามปกติ น้ำที่เคยนองอยู่ในคูหน้าวัดดอนมูลก็แห้งเหือดหายไป!



ช่วงที่มีปัญหาผมต้องต้องสูบน้ำขึ้นไปเก็บไว้ในถังที่ชั้นลอยแล้วสูบขึ้นไปใส่ถังบนดาดฟ้าอีกทีนึง หลังจากการซ่อมแซม ด้วยระดับความสูงของถังเก็บน้ำทำให้น้ำประปาไหลแรงขึ้นไปจนถึงถังเก็บของผมบนชั้นลอย...


ระบบน้ำที่ผมทำไว้ก็ทำงานตามปกติ อัตโนมัติหมด ผมไม่ต้องทำอะไรเลย  สูบน้ำที่ติดตั้งไว้แก้ปัญหาก็หมดหน้าที่ตาม...


กำลังจะเคลียร์พื้นที่หลังบ้าน ผมคิดว่าจะนำถังและสูบน้ำที่เห็นไปติดตั้งบนดาดฟ้า เอาไว้ทำระบบโปรยละอองน้ำรดต้นไม้และทำความเย็นสู้กับคิมหันต์  ถึงอย่างไรทั่วทั้งบ้านไม่มีที่ไหนจะเย็นและน่าอยู่เท่ากับชั้นล่าง บริเวณที่จะทำร้านเปียโน ผมเริ่มคิดถึงการสานฝันทำเคาน์เต้อร์บาร์ตรงจุดที่เจ้าโตนอนครองมา ๓ ปีเต็ม!


ต้องเริ่มด้วยการย้ายเจ้าโตออกไปก่อน...


เดี๋ยวจะเล่าให้เพื่อน ๆ ฟังเกี่ยวกับการสานฝันของช่างเหอะนะครับ!