Thursday, July 16, 2015

แก้ปัญหาน้ำขัง

ซื้อที่วางสบู่จาก Global House มาชิ้นหนึ่ง ตอนซื้อก็ไม่ได้คิดอะไร เห็นออกแบบสวย มีที่รองสบู่ด้วย สีก็ถูกใจ... 



ผมนำมาติดตั้งใช้งานได้ ๒ ปีแล้ว...


ที่รำคาญมาตลอดก็คือ เจ้าน้ำที่ขังอยู่ในนั่น...


ไม่รู้เหมือนกันว่าเค้าออกแบบมาได้อย่างไรจึงไม่คำนึงถึงปัญหาน้ำขัง ซึ่งถ้าใช้ในห้องอาบน้ำ...ยังไง ๆ มันก็ต้องมี!  หรือว่าจะถูกออกแบบให้เป็นแค่เพียงที่วางสบู่ล้างมือ??   วันนี้ถึงเวลาที่ช่างเหอะต้องแก้ปัญหาด้วยตนเองแล้วหละ เตรียมเครื่องมือไว้ ๒ อย่างคือ สว่านและไขควง...


แกะออกมาดู เห็นว่าข้างใต้มีพลาสติกสีฟ้าอุดอยู่ ไม่รู้ว่าเอาไว้ทำไม?  หรือว่าจะเป็นรูระบายน้ำ??


ไม่ได้พิจารณาอีกด้านหนึ่งให้ดี...


รีบใช้สว่านเจาะเล้ย....


 เวรกรรมแท้ ๆ  ดันไปเจาะให้เป็นรูอยู่ตรงสัน...


เอาเถอะ! ไหน ๆ ก็ทำให้เสียของแล้ว...ผมเจาะเพิ่มอีก ๔ รู!


จากนั้นก็เอากลับไปใส่เข้าที่เดิม...


 เรียบร้อยแล้วครับ ลองเทน้ำลงไป มันก็ไหลลงรูหมด ไม่มีน้ำขังอีกต่อไป!


ไม่เข้าใจจริง ๆ กับการออกแบบผลิตภัณฑ์สมัยใหม่!!

Wednesday, July 15, 2015

จระเข้เหยียบโลก

พักนี้ผมใช้กาวลาเท็กซ์ค่อนข้างมาก เคยซื้อยี่ห้อ TOA ขนาด ๓๒ ออนซ์ราคากระปุกละ ๖๕ บาทมาใช้...



ฉลากเขียนว่า "กาวลาเท็กซ์อนามัยอเนกประสงค์คุณภาพสูง" ผมนำมาใช้แล้ว ก็รู้สึกว่าดีครับ!  ถึงอย่างไรก็มิได้จำกัดว่าจะต้องเป็นยี่ห้อนี้เท่านั้น...เมื่อเร็ว ๆ นี้ผมได้ซื้อกาวลาเท็กซ์ยี่ห้อจระเข้เหยียบโลกมาทดลองใช้


สลากเขียนว่า "เป็นกาวลาเท็กซ์ชนิดพิเศษ ซึ่งมีประสิทธิภาพในการยึดเกาะดีเยี่ยมและคงทนถาวร ใช้สำหรับประสานไม้, ติดวอลล์เปเปอร์, โฟไมก้า, หรือติดวัตถุที่ทำจากไม้และสิ่งอื่น ๆ"   ขนาด ๓๒ ออนซ์ราคากระปุกละ ๕๐ บาท ทีแรกนึกว่าจะไม่ดี แต่เมื่อนำมาลองใช้ดูแล้ว...รู้สึกว่าจะข้นกว่า เหนียวกว่า ประสิทธิภาพในการยึดเกาะก็พอ ๆ กัน สรุปได้ว่าใช้งานได้ครับ...

Tip - ถ้าเปิดใช้งานแล้ว ปิดฝาทิ้งไว้นาน ๆ ครั้งต่อไปอาจเปิดยาก (ข้อต้องแข็งจริง ๆ ถึงจะหมุนออก) ทางที่ดีให้เอาถุงก๊อบแก๊บรองไว้ก่อนแล้วค่อยปิดฝา จะทำให้เปิดฝาครั้งต่อไปได้ง่ายขึ้นอ่ะ....

  
กาว "จระเข้เหยียบโลก" ก็ใช้ได้ดีเหมือนกันครับ!

Tuesday, July 14, 2015

ผงยิปซั่มตราหมี

วงกบหน้าต่างห้องดนตรีมีช่องด้านบนซึ่งแต่ก่อนคงจะใส่กระจกฝ้า คงเป็นเรื่องยากถ้าผมไปสั่งตัดกระจกมาใส่...


ผมตัดสินใจซื้อสมาร์ทบอร์ดมาตัดใส่แทน..โดยใส่ทั้ง ๒ ด้าน! ก่อนจะทาสี ผมต้องโป๊วรอยต่อและช่องว่างต่าง ๆ เสียก่อน  พอดีผงโป๊วที่มีอยู่หมดเกลี้ยงไปนานแล้ว  ผมงุ่นง่านอยู่เป็นนาน กว่าจะไปเจอผงยิปซั่มตราหมีที่เหลือเก็บไว้นานแล้ว ทำให้คิดถึงตอนที่ซื้อมาใช้โป๊วผนังยิปซั่มร้าน Curiosity... มันนานแล้วจริง ๆ นะ


เห็นบอกว่า "ผงยิปซั่มตราหมีใช้สำหรับฉาบฝ้ายิปซั่ม อุดหัวตะปู ซ่อมแผ่นยิบซั่ม รอยแตกของคอนกรีต..." 


คงไม่ถูกกับงานสักเท่าใด เพราะผมเอามาโป๊วสมาร์ทบอร์ด แต่ก็ผสมใช้จนแล้วเสร็จ  คิดว่าหลังจากขัดกระดาษทรายแล้วทาสีก็คงจะดูดี...


เป็นรายงานความคืบหน้าก้าวเล็ก ๆ ของ "ร้านเปียโน" ครับ!

Thursday, July 09, 2015

ซ่อมน้องโบว์

เทปที่พันด้ามคันชักไวโอลินของอินดี้หมดสภาพ กลายเป็นยางเหนียวติดนิ้ว ผมให้นักเรียนนำคันชักของผมกลับไปใช้ซ้อมที่บ้าน ส่วน "น้องโบว์"ของอินดี้... ผมขอกักตัวไว้ก่อน




ไม่ได้เก็บตัวไว้ทำอะไรหรอก นอกจากจะซ่อมให้ ผมแกะเทปที่ห่อหุ้มทำเป็น thumbgrip ออกหมด เหลือแต่ด้ามไม้เปลือยเปล่า จากนั้นก็เตรียมวัสดุที่จะใช้ซ่อม เป็นสายไฟเส้นเล็ก ๆ ซึ่งต้องใช้เวลาค้นอยู่นาน...กว่าจะหาเจอ!


เอามาพัน ๆๆๆ อย่างที่เห็น ทำแบบง่าย ๆ มันมีรูเล็ก ๆ อยู่แล้ว เพียงแค่ขยายให้กว้างอีกนิด แล้วแหย่ปลายสายไฟลงไป...


พันไปเรื่อย ๆ จนเต็ม...


ผมใช้วิธีผูกให้แน่นเท่านั้น  อาจดูไม่สวย...แต่รื้อออกง่าย!


ถ้ากลัวหลุดก็อาจเหยาะกาวร้อนแต้มตรงปลายนิด ๆ แต่ผมไม่ทำ (เพราะไม่มี 555)  เรียบร้อยแล้วจ้า...


น้องโบว์ไม่เหนียวเหนอะหนะอีกต่อไป!!

Tuesday, July 07, 2015

ค่าเก็บขยะ

ผมได้รับหนังสือแจ้งให้ไปชำระค่าเก็บขยะจำนวนเงิน ๒๔๐ บาท จากสำนักงานเทศบาลตำบลห้างฉัตรแม่ตาล...


ก่อนเที่ยงวันวานนี้ ผมปั่นเจ้ายักษ์ไปจอดหน้ากองคลัง เมื่อปีที่แล้วก็เคยมาที่นี่เพื่อสอบถามเรื่องภาษีป้าย (เขียนไว้ใน "คำตอบจากเทศบาลตำบลห้างฉัตรแม่ตาล" เมื่อวันที่  ๒ ตุลาคม ๒๕๕๗)....


เจ้าหน้าที่สาวถามว่ามาทำอะไร ทันทีที่เห็นตาแก่สวมกางเกงสะดอเดินเข้าไปในสำนักงาน ผมแจ้งว่าจะมาเสียค่าขยะ เมื่อปีที่แล้วก็มาแล้วครั้งนึง แต่ไม่ได้ลงชื่อขอใช้บริการ พอได้รับหนังสือก็รีบมานี่แหละ! เจ้าหน้าที่สงสัยว่ายังไม่เคยทิ้งขยะเลยรึ? ผมตอบว่ายัง...ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเค้าไปเก็บขยะกันวันไหน!!  กลัวว่าเธอจะแปลกใจ ผมรีบแจงต่อว่าได้เอาขยะใส่รถไปทิ้งถึงเชียงใหม่โน่น!!!   สาวสวยบอกว่ายังไม่ได้ทิ้งก็ไม่ต้องจ่าย แต่ถ้าจะเริ่มใช้บริการก็แจ้งชื่อได้เลย!  ตกลงจ้า! ผมลงชื่อขอใช้บริการพร้อมกับชำระเงินล่วงหน้า ๓ เดือน ๖๐ บาท  เรียบโร้ยแล้วครับ...เรื่องขยะ! ก่อนจากมาผมคุยโวว่าอีกหน่อยถ้าเปิดร้านก็จะมาเสียภาษีอย่างอื่นอีก!

กลับออกมาที่จักรยาน มีแม่ค้านำผักมาขาย ไม่ได้! ต้องอุดหนุนซะหน่อย คิดแล้วก็ควักสตางค์ ๒๐ บาทซื้อบวบ ๑ มัด...ถั่วฝักยาวอีก ๒ มัด  



ผมปั่นจักรยานกลับบ้านไปตามถนนที่ไม่แออัด อดคิดไม่ได้ว่าตั้งแต่มาอยู่ห้างฉัตรอะไร ๆ ก็ดูสะดวกไปหมด ไม่ว่าจะไปจ่ายค่าไฟ ไปหาหมอ ไปตลาด ฯลฯ หรือแม้กระทั่งการมาติดต่อเทศบาลฯ !


ผมแวะถ่ายภาพวัวริมทางซะหน่อย...



กดชัตเตอร์แล้วปั่นเจ้ายักษ์กลับบ้านด้วยความสบายใจ!

Monday, July 06, 2015

The Notebook

เช้านี้ผมได้อ่านบทความเรื่อง "ภาพสุดท้าย-รักชั่วนิรันดร์!" จากเว็บข่าวสด...


ภาพจาก khaosod.co.th
...อาการของคุณตาอเล็กซานเดอร์กลับแย่ลงเรื่อย ๆ เช่นเดียวกับคุณยายเจเน็ตต์ที่ก็สุขภาพทรุดโทรมลงทุกนาที และในที่สุดคุณตาอเล็กซานเดอร์ก็เสียชีวิตลงในวันที่ 17 มิ.ย. ซึ่งคุณยายเจเน็ตต์แม้จะรู้อยู่เต็มอกว่าทุกอย่างสายเกินแก้แล้ว แต่เธอยังคงไม่ไปไหน ยังนอนจับมือแน่นกับร่างไร้วิญญาณของสามีเหมือนเดิม... และแล้วในวันรุ่งขึ้น คุณยายเจเน็ตต์ก็เสียชีวิตตามสามีโดยที่ยังคงกุมมือกันไว้แน่นไม่ปล่อย 
นี่คือเรื่องจริง...ไมใช่อิงนิยาย 



วันนี้ผมอยากเขียนเกี่ยวกับภาพยนต์เรื่อง The Notebook สักหน่อย (ว่าจะเขียนถึงตั้งนานแล้วแต่ไม่มีโอกาสซักกะที!)   The Notebook ภาพยนต์ปี 2004 สร้างจากนิยายของ Nicholas Sparks (1969) กำกับโดย Nick Cassavetes  นำแสดงโดย Ryan Gosling และ Rachel McAdams โดยมี James Garner รับบทพระเอกตอนแก่


ขออนุญาตไม่เขียนเกี่ยวกับเนื้อเรื่องและอื่น ๆ แต่อยากถือโอกาสนี้นำไฟล์ pdf  มาฝากเพื่อน ๆ ให้ได้โหลดไปอ่าน เพื่อเพิ่มอรรถรสในการดูภาพยนต์เรื่อง The Notebook
















ได้เห็นเรื่องจริงของคุณตาอเล็กซานเดอร์กับคุณยายเจเน็ตต์แล้ว ผมเพิ่มคะแนนให้ The Notebook อีก 0.5  กลายเป็น 8/10!

Friday, July 03, 2015

อากาศร้อนแต่ช่างเหอะใจเย็น...


๑๘.๔๓ น....ช่างเหอะเพิ่งวางมือจากงานปรับปรุง"ห้องดนตรี" กลับมารายงานความคืบหน้าให้เพื่อน ๆ ทราบอีกหน่อย สำหรับส่วนที่ว่างเว้นมาหลายวัน...ก็จะหาเวลาเขียนเติมเต็มให้นะครับ...


ลูกบิดประตูซื้อเตรียมไว้แล้ว ผมเลือกใช้ของ Solex (๒๑๐ บาท)  ชอบตรงที่มันดูธรรมดา ๆ ไม่มีลวดลายรมควันเหมือนอีกหลาย ๆ ยี่ห้อ... 


จะติดตั้งลูกบิดประตู ช่างเหอะต้องหาเครื่องมือให้ได้ก่อน วันนี้โชคดีที่ใช้เวลาหาไม่นานก็เจอ...


ไม่ขอพูดมาก เอาเป็นว่าตอนนี้ประตูห้องดนตรีมีลูกบิดแล้วดังที่เห็น ผมเอาที่กดล็อคไว้ด้านนอก(ในห้อง)...


ด้านที่เป็นรูกุญแจอยู่ในบ้าน...


ชื้อสีกระป๋องละ ๙๐ บาทมาเตรียมไว้อีก ๒ กระป๋อง (oxide yellow และ white) ผมจะเอาไว้ทาทับ และเก็บงานที่ไม่เรียบร้อย....


เรื่องก่อบล็อคปิดช่องว่างด้านข้างก็ก้าวเดินไปถึงขั้นที่กำลังจะได้ฉาบแล้วครับ....


นอกจากนั้น วันนี้ช่างเหอะก็ยังอาสาเป็นช่างเดินสายไฟ โดยติดตั้ง junction box พลาสติกแบบสี่เหลี่ยม แล้วต่อสายเข้าไปในห้องดนตรี...


 ระบบไฟแบบมีสายดินครับ เดินไม่สวยหรอก แต่คิดว่าเมื่อทาสีทับแล้ว...คงจะพอดูได้!!


ผมเจาะรูผนัง ร้อยสายเข้าไปด้านหลังผนังกระดาษอัด ตั้งใจว่าจะติดตั้ง outlet แบบมีสวิชสำหรับคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์อื่น ๆ ที่จำเป็น.... 


อากาศร้อน...แต่งานปรับปรุงห้องดนตรีก็ยังคงก้าวเดินต่อไปอย่างใจเย็น!!