Tuesday, February 11, 2014

คนรักปากกาหมึกซึม...


ผมเป็นคนรักปากกาหมึกซึม (Fountain pen)!  คงเป็นเพราะเคยได้ใช้มันมาตั้งแต่เด็ก  วิชาคัดไทยผมใช้ปากกาคอแร้งเบอร์ ๕  ส่วนวิชาคัดอังกฤษต้องใช้เบอร์ ๓ ซึ่งมีปลายแหลมกว่า (ถ้าจำเบอร์ผิด...ก็ต้องขออภัย)  นอกจากมีปากกา มีน้ำหมึกแล้ว ยังต้องเตรียม "กระดาษซับ" ไว้ด้วย...

ทุกวันนี้ผมก็ยังใช้ปากกาหมึกซึมอยู่นะ  การเขียนด้วยปากกาหมึกซึมเป็นการฝึกให้มีสมาธิ ผมต้องรู้น้ำหนักมือ ต้องใช้ความบรรจงมากกว่าเขียนด้วยปากกาลูกลื่น... 


ปากกาหมึกซึมต้องดูแลรักษา จะทิ้งขว้างเหมือนปากกาลูกลื่นทั่วไปไม่ได้ ทำให้รู้จักการเอาใจใส่...


ผมภูมิใจที่เกิดมาชีวิตหนึ่งแล้วมีโอกาสได้ใช้ปากกาหมึกซึม...

Monday, February 10, 2014

ระบบน้ำข้างบ้าน

อาคารพาณิชย์ที่ผมอาศัยอยู่... ห้องหัวมุมมีลักษณะไม่เหมือนใคร ทั้งกว้างใหญ่และมีโครงสร้างพิเศษ ตอนนี้ได้รับการปรับปรุง ทาสีเหลืองดูสะดุดตา...


เจ้าของอาคารได้ติดตั้งระบบน้ำด้วยการตั้งถังซีเมนต์ ๒ แถว ๆ ละ ๕ ถังบนฐานซึ่งก่อไว้อย่างดี (คงหมดไปแล้วหลายตังค์)  เมื่อวานนี้ ผมเห็นว่าเค้าติดตั้งเครื่องสูบน้ำไว้ข้างบน (อย่างที่เห็นในภาพ) ทราบว่าพอเปิดใช้งาน...น้ำกลับไม่ขึ้นถึงชั้นบนสุด ส่วนชั้นอื่น ๆ ก็ไม่แรง หากเปิดมากกว่า ๑ จุด...น้ำก็ไม่ไหล!  ผมไม่กล้าพูดมาก เพราะเกรงว่าจ้าของตึกซึ่งเป็นผู้ออกแบบระบบน้ำเค้าจะว่าเอา...


พอดีเคยมีประสบการณ์มาแล้วจากการติดตั้งถังเก็บน้ำที่บ้านปงแสนทอง บ้านห้างฉัตร สวนลำพูน และสวนที่สันทราย เคยใช้ทั้งเครื่องสูบน้ำแบบชัก และเครื่องสูบน้ำอัตโนมัติ ผมอยากให้ความเห็นว่าการวางเครื่องสูบน้ำไว้ข้างบนถังเก็บน้ำอย่างนั้น...ไม่ถูกต้อง!

"ปั้มน้ำหอยโข่ง" ตัวแค่นั้น!  ต้องสูบน้ำขึ้นจากก้นถัง ให้ไหลลงไปตามท่อสู่พื้น แล้วดันขึ้นไปบนอาคารอีกที  มันไม่ไหวหรอกครับ!  วิธีแก้ไขก็คือ ต้องเจาะถัง ทำท่อน้ำออก (ขนาด ๑ นิ้ว)ไว้ด้านล่าง ตั้งสูบน้ำไว้บนพื้น แล้วดูดน้ำจากถังขึ้นไปบนอาคารโดยตรง ไม่ปล่อยให้เสียพลังไปกับการดูดน้ำขึ้นจากก้นบ่อ...

ที่มาของภาพ : scphub.ac.th (ขอขอบคุณ)
ที่สำคัญคือ แรงกดของน้ำในถังเก็บ (สูงขนาด ๕ ท่อ) จะผลักให้น้ำไหลเข้าปั้มอย่างแรงอยู่แล้ว พอมอเตอร์หมุน ใบพัดหอยโข่งปั่น มันก็ผลักน้ำให้ขับเคลื่อนไปได้แรงยิ่งขึ้น! 

แต่ทว่า...การเปลี่ยนตำแหน่งท่อน้ำเข้าปั้มยังไม่พอ เพราะว่าสูบน้ำตัวเล็กเกินไปสำหรับใช้งานกับอาคารขนาดนั้น  หุหุ เกิดเข้าส้วมพร้อม ๆ กันแล้วเปิดใช้น้ำ คงต้องมีใครได้เดือดร้อนกันบ้างแหละ  ทางที่ดีน่าจะใช้เครื่องสูบน้ำอัตโนมัติแรงดันคงที่ (วัตต์สูง ๆ หน่อย) จะได้หมดปัญหาไปเลย   

อีกอย่างนึง เค้าก็ไม่ได้ใช้ลูกลอยคอยเปิดน้ำจากประปาหมู่บ้านลงถังโดยอัตโนมัติไว้ด้วย คงต้องลงทุนอีก ๒๕๐ บาท ซื้อก๊อกลูกลอยมาใส่ไว้ข้างบน น้ำจะได้เต็มถังตลอด ไม่ต้องคอยมาเปิดปิดวาวล์ให้เสียเวลา

ผมเป็นแค่ "ช่างเหอะ" อยากแชร์ประสบการณ์เท่านั้นครับ!

Sunday, February 09, 2014

บันทึกจากไวรัสคางทูม

ก่อนอื่นขอแนะนำตัวว่าผมชื่อ Mumps  บางคนเรียกผมว่า Paramyxo  หน้าตาก็เป็นอย่างที่เห็นนี่แหละ... 



ผมชอบเข้าไปในต่อมน้ำลายของเด็ก ๆ แล้วทำให้มันอักเสบและโตขึ้น ผู้ใหญ่ก็ไม่เว้นนะ ก่อนหน้านั้นผมอาศัยอยู่ในหมู่บ้านที่เวียงภูคา แขวงหลวงน้ำทา สปป. ลาว


ผมอาศัยอยู่ในบ้านที่เห็นในภาพ อยู่กับเด็ก ๆ จนคุ้นเคยกันดี


เมื่อวันที่ ๒๘ ธันวาคม ๒๕๕๖ ขณะเกาะอยู่ในแก้วน้ำ ผมเห็นคุณป้าเรียกใครก็ไม่รู้ให้เข้ามาในบ้าน เป็นชายแก่ผมขาวถือกล้องถ่ายรูปมาด้วย ดูท่าทางไม่เหมือนคนบ้านเราเลย 


เค้ามานั่งคุยด้วยข้างกองไฟ ผมได้ยินว่ามาจากเมืองไทย ไปเที่ยวเมืองสิงแล้วนั่งรถจากหลวงน้ำทามาลงที่เวียงภูคาพร้อม ๆ กับคุณป้าเจ้าของบ้าน พรุ่งนี้เช้าจะนั่งรถไปห้วยทราย ผมเกิดสนใจขึ้นมาทันที อยากติดตามไปเที่ยวเมืองไทย!!


พอคุณป้ารินน้ำใส่แก้วไปให้คนไทยดื่ม ผมก็กระโดดเกาะตามไปด้วยเลย  ว้าว..ได้ไปกับเค้าแล้ว!


รู้สึกเวียนหัวนิด ๆ ตอนที่เค้าเดินลงเนินเพื่อกลับที่พัก แต่ก็ปรับตัวได้  เข้าไปอยู่ในสายเลือด...ผมได้ตามไปเที่ยวเชียงของ เชียงราย เชียงใหม่ และลำปาง

สนุกดีครับ ผมใช้เวลาฟักตัวเกือบ ๒ อาทิตย์ ก่อนที่จะเข้าไปทำให้ต่อมน้ำลายของชายที่เรียกตัวเองว่า "ช่างเหอะ" บวมโต ผมเห็นเค้าคางทูมจนกลายเป็นคนหน้าเหลี่ยม เห็นเข้าไปดูในอินเทอร์เน็ตแล้วพูดว่าไม่ต้องรักษาก็หายเองได้  ก็ดีแล้ว! อีกหน่อยเราจะอยู่ด้วยกันได้อย่างผู้คุ้นเคย เหมือนกับเด็ก ๆ ที่บ้านเวียงภูคา อิอิ


ผมตามมาอยู่ห้างฉัตรแล้ว ก็ยังคงไม่ลืมเวียงภูคานะครับ... 

Saturday, February 08, 2014

FrontPage 2003

ผมใช้โปรแกรม FrontPage ในการทำเว็บ wichai.net  สมัยก่อนยังนิยมใช้ Internet Explorer เป็น Browser  ผมทำให้เปิดแต่ละหน้าออกมาแล้วมีเสียงเพลงเป็น background ได้เลย ยกตัวอย่างเช่น ใน It's Not That Hard!


ถ้าคลิกเลือกเพลงที่เมนูด้านซ้ายก็จะเปิดหน้าใหม่ขึ้นมา มีโน้ตเพลงให้ดู และมีเสียงเพลงดังออกมา...


ต่อมามี browser ตัวใหม่ ๆ ออกมา ไม่ว่าจะเป็น Firefox, Google Chrome, SlimBrowser  แซงหน้า IE ไปหมด  เจ้า browser พวกนี้ก็มีระบบป้องกัน มันไม่ยอมเปิดไฟล์มิดี้ให้บรรเลงเป็น background ได้ ทำให้หลาย ๆ หน้าใน wichai.net ไม่มีเสียง

ช่วงหลังมานี้ ผมละเลยเว็บของตัวเองไปนาน...ต้องขออภัยด้วย  แต่ปีใหม่นี้ ผมตั้งใจจะปรับปรุงใหม่ให้เพื่อน ๆ ได้ใช้งาน พอดีฮาร์ดดิสก์ตัวที่มีโปรแกรม FrontPage ได้พังไปนานแล้ว ผมต้องติดตั้งใหม่

เมื่อวานนี้ลงโปรแกรม FrontPage เรียบร้อยแล้วครับ!  ผมหาแผ่นโปรแกรมไม่เจอ ต้องไปดาวน์โหลดมาจากเว็บ TorrentHound


หาโหลดได้ไม่ยากครับ พิมพ์คำว่า FrontPage แล้วกด Search ก็มีออกมามากมาย ผมเลือก FrontPage Professional 2003 + cdkey ขนาด 197 MB  ใช้เวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมงก็ได้มา  ก่อนติดตั้งต้องสแกนตรวจดูไวรัสก่อน ผู้ทำหน้าที่คือเจ้าร่มแดง คลิกซ้ายตรง folder ที่ได้มา แล้วเลือก Scan selected files with Avira 


สแกนเรียบร้อยแล้ว  ไม่มีสิ่งแปลกปลอมจ้า!


ทีนี้ก็คลิกเปิดไฟล์ออกมา  มีโปรแกรมที่บรรจุอยู่เป็นไฟล์ RAR และไฟล์ภาพแผ่นซีดี...


 เปิดไฟล์ RAR แล้วคลิกที่ setup.exe มันจะเริ่มติดตั้ง...


 ทำไปตามขั้นตอนครับ พอถึงตอนที่ต้องใส่ serial number ก็ดูได้จากภาพแผ่นซีดี...


พิมพ์ serial number ลงไปให้ครบถ้วนและถูกต้อง แล้วคลิกต่อไป ปล่อยให้มันติดตั้งจนแล้วเสร็จ  เมื่อทุกอย่างเรียบร้อย...จะเห็นว่ามีโปรแกรม Microsoft Office FrontPage 2003 เพิ่มขึ้นมาใหม่ คลิกเปิดใช้งานได้เลยครับ


ผมเปิดหน้า home1 ใน wichai.net ออกมาได้ดังนี้...


สามารถปรับปรุงและแก้ไขสิ่งผิดพลาดได้แล้ว

Friday, February 07, 2014

งานบนดาดฟ้า...

ผมยังคง "ขาบอยู่" เช่นเดิม!  ไปรับเจ้าโตมาแล้วก็มาจอดเก็บไว้เฉย ๆ เพราะน้ำมันลิตรละเกือบ ๕๐ บาท เหมือนต้องหยอดเหรียญ ๕ บาท ทุก ๆ หนึ่งกิโลเมตรที่วิ่งไป  หมดสิทธิ์ใช้ครับ! 

ทุกวันนี้เหลือเพียงจักรยานพับ Coyote ที่ผมใช้ขี่ไปไหนมาไหน ยิ่งขี่ก็ยิ่งชำนาญ  ถ้ามี FB Trip อีกครั้ง...ผมคงปั่นได้คล่องขึ้น!  แต่ช่วงนี้ไม่ได้ไปไหน ผมจะใช้เวลาอยู่บนดาดฟ้าวันละหลายชั่วโมง กำลังทำห้องเล็ก ๆ ไว้สำหรับงานช่างเหอะ...

วันก่อนผมเห็นช่างมาทาสีอาคารด้านริมสุดด้วยสีเหลืองงามตา...


ส่วนผมก็ต้องวางมือจากแปรงทาสี แล้วหันไปง่วนกับงานไม้...


นำเตียงเหล็กเก่าที่มีอยู่มาดัดแปลงทำเป็นโครง...


อย่างที่เห็นในภาพนี้...


วันนี้ผมตั้งวงกบ....


เวลามีค่ายิ่งนัก!  แม้จะขาบอยู่หรือกบดาน(ตามความหมายที่คุณเดชาให้ไว้) ผมก็ไม่ปล่อยให้แต่ละโมงยามผ่านไปอย่างไร้ค่า

จะรายงานความคืบหน้าให้เพื่อน ๆ ทราบเป็นระยะ ๆ นะครับ!  

Thursday, February 06, 2014

โครงการงานศิลป์

คำว่า "Artist" คนไทยเรียกว่า "ศิลปิน" รวมไปหมด...ตั้งแต่นักดนตรี นักร้องลูกทุ่งลูกกรุง ฯลฯ ยันดาราตลก สำหรับผมค่อนข้างจะไม่เห็นด้วย เพราะอยากให้คำว่า "ศิลปิน" ถูกใช้สำหรับ "ผู้ที่สร้างงานศิลปะจริง ๆ มากกว่า!


แต่สำหรับชายที่ชื่อ "เดชา" ผมขออนุญาตเรียกว่า "ศิลปิน" อีกสักคนหนึ่งเหอะ  (แม้เจ้าตัวจะไม่ยอมรับก็ตาม)  เขาเป็นคน ๆ เดียวที่เอ่ยปากชมทรวดทรงของต้นไม้ที่อยู่ริม "ทะเลสาบขามแดง" หลังบ้านผม มันเป็นการมองด้วยสายตาของคนที่เป็นศิลปิน (ผมอยู่กับภาพเช่นนี้มาครึ่งปีแล้ว...ยังไม่เคยมองและคิดอย่างคุณเดชาเลย)


ไม่นานมานี้คุณเดชาขี่จักรยานยนต์จากเชียงใหม่มาหาผมที่ห้างฉัตร พร้อมกับนำภาพพิมพ์จากผลงานมามอบให้... 


ชายผู้นี้มีอะไรที่ไม่เหมือนคนทั่วไปจริง ๆ ไม่ว่าจะเป็นสายตาและความคิดต่อสรรพสิ่งรอบกาย แม้แต่การกระทำบางอย่างก็ยังไม่เหมือนใคร อย่างเช่น การขี่จักรยานยนต์ทิ้งบ้านที่เชียงใหม่ล่องใต้ไปนานนับเดือน!

เพื่อน ๆ ลองดูกระเป๋าทำจากกระดาษโฆษณาสินค้าของห้างเทสโกใบนี้ดูสิครับ...


แทนการห่อแบบธรรมดา ๆ ทั่ว ๆ ไปอย่างที่เราทำกัน เขากลับบรรจงประดิษฐ์ประดอยทำกระเป๋าขึ้นมาจากเศษกระดาษ...

ผมมีโครงการที่จะนำภาพพิมพ์ผลงานของคุณเดชาไปใส่กรอบแล้วแขวนไว้ให้เต็มบ้าน  หากมีโอกาสผมก็อยากเชิญให้มาสอนวิชา "วาดเขียน" ให้เด็ก ๆ บ้านเราด้วย  เอาว่าสัปดาห์ละ ๓ ชั่วโมงก็ได้ เลือกสวนสาธารณะสักแห่ง หรือใต้ถุนหอศิลป์เมืองเขลางค์ก็อาจขอใช้ได้  ระหว่างเรียนก็อาจมีการแสดงดนตรีของเด็ก ๆ และคนแก่ไปด้วย...

เพื่อน ๆ เห็นด้วยหรือไม่ครับ?

Wednesday, February 05, 2014

ตลาดนัดวันพุธ


ทุก ๆ วันพุธบริเวณลานกว้างข้างสถานตรวจสภาพรถเอกชน (หลังคาเหลือง) ใกล้สี่แยกซุปเปอร์ไฮเวย์ จะมีตลาดนัดให้ชาวบ้านได้จับจ่าย (คลิกอ่านได้ที่นี่)


วันนี้ผมขอไปถ่ายภาพมาฝากเพื่อน ๆ สัก ๓-๔ บาน....

มีเสื้อผ้าวางจำหน่ายหลายแผง ราคาไม่แพง...




มีที่ให้เด็ก ๆ เล่นด้วย...


ได้ข่าวว่าทุกวันอาทิตย์ก็ยังมีตลาดนัดที่ข้างโรงเรียนอนุบาลห้างฉัตรอีก...

เดี๋ยวจะไปเก็บภาพมาให้ดูนะครับ...

Tuesday, February 04, 2014

โปรโมชั่นนกแอร์


วันนี้ได้รับข่าวโปรโมชั่นของนกแอร์ ผมเห็นตัวเลขแล้วแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง ต้องเพ่งตาดูเพื่อความแน่ใจว่านั่นคือตัวเลข 1,990 บาท (รวมทุกอย่าง) สำหรับการบินไปกลับดอนเมือง-ย่างกุ้ง!!

สามารถสำรองที่นั่งได้ระหว่างวันที่ ๔ - ๑๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗ และเดินทางได้ตั้งแต่วันที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ - ๒๕ ตุลาคม ๒๕๕๗  เดินทางกับนกแอร์ (ดอนเมืองไปย่างกุ้ง) สามารถโหลดกระเป๋าได้ ๓๐ กิโลกรัมฟรี พร้อมอาหารว่างบนเครื่องด้วยครับ...

เดือนเมษานี้ ผมจองตั๋วกรุงเทพ-มัณฑะเลย์ ของ Air Asia เอาไว้ ยังหมดไปตั้ง ๒,๖๖๔ บาท (ขนาดไม่ยอมโหลดกระเป๋านะ) 

นกแอร์ถูกกว่า นับเป็นโอกาสดีสำหรับเพื่อน ๆ ที่กำลังวางแผนจะไปเที่ยวพม่าครับ... 

Monday, February 03, 2014

ปวดใจ...

เมื่อวานนี้ไปรับเจ้าโต (รถโตโยต้าคราวน์) กลับบ้าน ผมขี่จักรยานไปตามเส้นทางจากบ้านแม่ฮาวไปบ้านวอแก้วระยะทางประมาณ ๑๐ กิโลเมตร...  


แดดจัด อากาศร้อน ใบไม้เริ่มร่วงหล่น ภาพบรรยากาศหน้าร้อนเริ่มปรากฏให้เห็นแล้ว...


ผมขี่จักรยานไปได้ไม่ไกลนัก ก็เห็นแต่ไกลว่ามีสุนัข ๒ ตัวยืนอยู่กลางถนน ส่งเสียงเห่าด้วย เกรงว่าเป็น"หมาดุ"...ผมบอกตัวเองให้ระวังตัว! แต่พอไปถึง กลับกลายเป็นว่าสุนัขที่เห็นมิได้ดุอย่างที่คิด ผมหยุดรถทักทาย...


มันแกว่งหาง เข้ามาเลียมือ และร้องหงิง ๆ 


 น่ารักครับ ลักษณะดี แข้งขาและเท้าใหญ่...  


สงสัยจังว่าจะเป็นสุนัขที่มีคนนำมาปล่อยหรือเปล่า? ตรงจุด ๆ นั้นก็ไม่เห็นมีบ้านผู้คน ผมเห็นถุงพลาสติกขนาดใหญ่วางอยู่ข้างทาง ก็เลยวาดภาพไปว่ามีคนนำสุนัขใส่ถุงมาวางไว้ เปิดปากถุงแล้วขับรถจากไป คงเพิ่งก่อนหน้าที่ผมไปเจอไม่นานนัก ดูท่าเจ้าตูบทั้ง ๒ ตัวยังคงสับสน วิ่งและเห่าคล้ายกับส่งเสียงเรียกหาเจ้าของ... 

ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง ก็นับว่าผู้ที่นำมาปล่อยช่างใจร้ายยิ่งนัก


ผมถ่ายภาพไว้ แล้วขี่จักรยานมุ่งหน้าต่อไป พอเหลียวหลังกลับไปดู ก็เห็นสุนัขทั้งสองตัววิ่งตามมา ผมเร่งปั่นให้เร็วขึ้น มันก็ยังคงตามมาติด ๆ  ผมหยุดรถอีก เจ้าตูบเข้ามาเลียแข้ง ส่งเสียงร้องคล้ายจะบอกให้ช่วย...

ผมมุ่งหน้าต่อ...พอถึงสามแยกเข้าบ้านแม่ติวก็เหลือเจ้าขนปุยตามมาตัวเดียว เมื่อขึ้นเนินต้องปั่นช้าลง ผู้ติดตามวิ่งลิ้นห้อยขึ้นแซงหน้า พอลงเนิน...รถวิ่งฉิว ผมบังคับให้หนีจากมาอย่างรวดเร็ว พอใกล้ถึงวัดวอแก้ว ผมก็ไม่เห็นมันวิ่งตามมาอีก...

เพื่อน ๆ ที่รักครับ วันนี้ผมรู้สึกปวดใจมาก ๆ ที่ต้องทำเช่นนั้นกับเจ้าสุนัขที่น่าสงสารทั้ง ๒ ตัว ตอน "เจ้าหลง" ตาย...ผมได้ตั้งใจว่าจะไม่เลี้ยงสุนัขอีก แต่พอย้ายไปอยู่บ้านปงแสนทองกลับต้องเลี้ยง "เจ้าสำลี" อีกตั้งเกือบ ๑๐ ปี  เป็นคนเลี้ยงสุนัขแล้วผูกพันกับมันมาก ๆ... ผมไม่อยากเสียใจเมื่อมันจากไป จึงตั้งจิตคิดว่าจะไม่ขอเลี้ยงสุนัขอีกเป็นอันขาด

วันนี้ได้พบกับเจ้าตูบที่มองผมด้วยสายตาเช่นนี้... ใจผมแทบสลาย!


ระยะทางที่มันวิ่งตามผมไป ๕-๖ กิโลเมตร เป็นช่วงที่ผมต้องฝืนความรู้สึกเป็นอย่างยิ่ง รู้ดีว่าบ้านห้างฉัตรไม่สามารถเลี้ยงสุนัขได้...

ผมเล่าให้ช่างรอดฟัง นายช่างบอกผมว่าแถวนั้นมีคนนำสุนัขไปปล่อยบ่อย ๆ บางครั้งก็ถูกรถชนตาย ได้ยินแล้วผมก็เศร้าใจ...

ปวดใจจริง ๆ ครับ!

Sunday, February 02, 2014

ไปรับเจ้าโตกลับบ้าน...


วันนี้ผมปั่นจักรยานพับระยะทาง ๑๐ กว่ากิโลเมตรไปอู่ช่างรอดที่บ้านวอแก้ว เพื่อรับเจ้าโตกลับบ้าน....



เจ้าโตได้รับการรักษาจาก "ช่างรอด" จนมีสุขภาพแข็งแรงเป็นปกติแล้ว...


ได้รับการบดวาวล์ใหม่ ทำให้ทำงานเต็มสูบ เครื่องเดินเงียบ...และแรงมาก!!


joint พวงมาลัยที่ชำรุดก็เปลี่ยนใหม่แล้ว  


งานนี้หมดค่ารักษาไปหลายตังค์...


น้ำในถังสำรองแห้งขอด ถ้าขืนต้องใช้จ่ายหนัก ๆ ในขณะที่ไม่มีรายได้อย่างนี้ ผมคงอยู่ได้อีกไม่นาน...