Friday, March 09, 2012

วิธีล้างพิษแบบอด ๑ วัน


มีหนังสือ "คู่มือล้างพิษแบบ 1 วัน (One Day Detoxification)" เขียนโดย นพ.บรรจบ ชุณหสวัสดิกุลอยู่บนชั้นหนังสือ...จำได้ว่าซื้อไว้ตั้งแต่สมัยที่เล่นดนตรีอยู่โรงแรมพิมาน จังหวัดนครสวรรค์ ตอนนั้นสุขภาพของผมไม่สู้ดีนัก เคยไปบริจาคโลหิตแล้วเค้าไม่รับ...เพราะความดันโลหิตสูง (ยังไม่รู้ตัวว่าเป็นโรคความดันโลหิตสูง) ผมเล่น accordion ตัวไม่ใหญ่สักเท่าใด...แต่ก็รู้สึกเหนื่อย!


ผ่านมาถึงวันนี้...ผมเริ่มสนใจในเรื่องธรรมชาติบำบัดและการรักษาตนเอง กำลังคิดจะล้างพิษด้วยการอดแบบ ๑ วัน ได้อ่านเรื่องนี้แล้วเห็นว่ามีประโยชน์ ผมจึงขออนุญาตนำมาพิมพ์ไว้ที่นี่...

 วิธีล้างพิษแบบอด 1 วัน

ล้างพิษแบบอดเพื่อสุขภาพ ๑ วัน สามารถปฏิบัติได้ดังนี้

กำหนดวัน
เลือกวันขึ้นหรือแรม ๑๑ ค่ำ เนื่องจากวันนั้นน้ำในโลกรวมทั้งน้ำในตัวเราจะได้สมดุลพอดี ตามหลักทางโยคะศาสตร์ ทำให้ไม่ค่อยหิว อาศัยปรากฏการณ์ธรรมชาติมาช่วยทำให้อดได้ง่ายขึ้น ถ้าไม่สะดวกจะเลือกเอาวันเสาร์หรือวันอาทิตย์ก็ได้

หลักการอด และระดับขั้นการอด
โดยหลักการแล้ว การล้างพิษจะเกิดขึ้นต่อเมื่อมีการอด กล่าวคือ ไม่มีอาหารประเภทต่าง ๆ เช่น เนื้อสัตว์ ไขมัน หรือแป้งข้าวหลากหลายชนิดตกถึงท้อง เพื่อจะลดละการย่อยอาหาร ร่างกายจะได้พักและขจัดสารเสียไปจากร่างกาย แต่ถ้าจะให้อดโดยไม่กินอะไรเลย ผู้ที่ไม่เคยอดอาจจะไม่คุ้นเคย จึงอาจค่อย ๆ ฝึกให้การอดในระดับที่เหมาะสมไปทีละขั้น

การอดอาจแบ่งได้เป็น ๔ ระดับ ตามความชำนาญของผู้ปฏิบัติแต่ละคน

ระดับที่ ๑ ขั้นอนุบาล อดด้วยผลไม้
ใช้วิธีกินผลไม้ชนิดเดียวตลอดวัน ควรเลือกผลไม้ที่ไม่หวานจัด เช่น มะละกอ ฝรั่ง ส้ม ส้มโอ ชมพู่ มะม่วง แอปเปิล สาลี่ แคนตาลูป แตงโม ฯลฯ จะเลือกกินชนิดใดก็กินแต่ชนิดนั้นไปตลอดทังวันเท่าที่ร่างกายต้องการ

ระดับที่ ๒ ขั้นประถม อดด้วยน้ำผลไม้
ดื่มแต่น้ำผลไม้ชนิดเดียวกันตลอดวัน ผลไม้ที่เลือกอยู่ในกลุ่มเดียวกับกรณีแรก ใช้ juicer สกัดน้ำผลไม้ เพื่อจะได้ไม่ต้องกินกาก

ระดับ ๓ ขั้นมัธยม อดด้วยน้ำเปล่า
แทนที่จะกินผลไม้ หรือดื่มน้ำผลไม้ ก็หันมาดื่มน้ำเปล่าเท่าที่ร่างกายต้องการ ตลอดวันที่อด

ระดับที่ ๔ ขั้นมหาวิทยาลัย อดโดยไม่กินไม่ดื่ม
สำหรับคนที่เคยผ่านการอดระดับแรก ๆ มาก่อน ก็อาจหันมาใช้การอดโดยไม่กินไม่ดื่มเลยตลอดวัน

วิธีอด
มื้อสั่งลา (เตรียมอด)
ไม่ว่าจะใช้การอดระดับใด ให้เริ่มต้นอาหารมื้อเช้า ประมาณ ๗.๐๐ น. โดยกินผลไม้ ๑ จานอันเป็นอาหารเบา ๆ พร้อมกับน้ำผลไม้สัก ๑ แก้ว ถือเป็นการสั่งลาอาหาร (เตรียมอด) เพื่อไปเริ่มกินในเช้าของวันรุ่งขึ้น (เลิกอด) ในทางปฏิบัติผู้เขียนนิยมกินมะละกอ ๑ จาน กับน้ำส้มคั้น ๑ แก้ว

อดตลอดวัน
จากมื้อสั่งลาก็ให้อดอาหารอย่างอื่น ๆ ไปตลอดวัน ระหว่างนั้นถ้าหิวก็ให้ปะทะปะทังด้วยผลไม้อย่างเดียว หรือน้ำผลไม้อย่างเดียว หรือน้ำเปล่า แล้วแต่ว่าคุณกำลังปฏิบัติในระดับใด

กิจกรรมในวันอด
ควรทำกิจกรรมเบา ๆ เช่น ทำงานบ้านเล็ก ๆ น้อย ๆ ทำงานอดิเรก เขียนหนังสือ อ่านหนังสือ ฟังเพลง หรือทำสมาธิ ในวันอดคุณจะมีเวลามากมาย สมองใส ความคิดปลอดโปร่งเหมาะที่จะทำงานใช้ความคิด ไม่ต้องออกแรง แถมเหมาะกับการทำสมาธิอย่างยิ่ง เพราะร่างกายไม่ต้องย่อยอาหาร ได้ฟอกล้างสารพิษไปจากตัว เลือดที่ไปเลี้ยงสมองก็สะอาดขึ้น เกิดภาวะที่จิตสงบได้โดยเร็ว อย่างไรก็ดีให้เข้านอนแต่หัวค่ำเพื่อจะได้พักผ่อนเพียงพอ

เลิกอด
เมื่ออดครบถึงเช้าวันรุ่งขึ้น ให้ทำการเลิกอดดังนี้
ดื่มน้ำผสมมะนาวและเกลือ ๑.๕-๒ ลิตร โดยผสมน้ำ ๑ ลิตรกับมะนาว ๒ ลูก และเกลือทะเล ๑ ช้อนชา ค่อย ๆ ดื่มเข้าไปทีละเท่าที่จะดื่มได้จนหมด  จากนั้นจะรู้สึกอยากถ่ายอุจจาระ ก็ให้ไปถ่าย ซึ่งจะพบว่ามีอาการถ่ายเหลว เนื่องจากปริมาณน้ำที่ดื่ม และปริมาณวิตามินซีที่รับเข้าไปจากน้ำมะนาว วิธีนี้ช่วยให้ทางเดินอาหารสะอาดขึ้น

อาหารหลังการอด
เมื่อถ่ายอุจจาระเสร็จแล้ว ก็สามารถกินอาหารเช้าได้ โดยเริ่มจากการกินกล้วยสัก ๑-๒ ใบ จากนั้นก็กินอาหารเช้าตามปกติ ซึ่งมื้อแรกนี้ควรเป็นอาหารเบา ๆ เช่น โจ๊กข้าวกล้อง หรือข้าวต้มโรยวีตเจิร์ม งาดำ เมล็ดทานตะวัน  อาหารมื้อถัดไปหลังวันอด  คุณอาจรู้สึกหิวและกินจุขึ้น ควรเลือกกินอาหารที่เป็นคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนมากกว่าวันธรรมดาสักหน่อย เช่น ข้าวกล้อง ขนมปังโฮลวีต เผือกต้ม มันต้ม ข้าวโพดต้ม กล้วยปิ้ง การกินอาหารกลุ่มนี้ หลังวันอดจะเป็นผลดีกว่าการหันไปกินเนื้อสัตว์มาก ๆ เพียงเพราะความรู้สึกอยากกิน  เหตุผลก็คือ ในวันที่อด ร่างกายจะสร้างเอนไซม์ชนิดหนึ่งที่เรียกว่า glycogen storaging enzyme มีหน้าที่เตรียมพร้อมให้ร่างกายสะสมคาร์โบไฮเดรตเข้าไปเป็นเสบียงสำรองในตับและกล้ามเนื้อ ดังนั้นหลังวันอด ถ้าเรากินคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน ก็เท่ากับเพิ่มเสบียงให้กับร่างกายต่อไป

อาหารในชีวิตประจำวัน
พ้นจากการอดแล้ว อาหารสำหรับทุกคนก็ควรจะเป็นอาหารธรรมชาติที่มีประโยชน์ ในสัดส่วนที่เหมาะสม ไม่กินอาหารขยะอีก

เพื่อน ๆ ดูแลรักษาสุขภาพตัวเองด้วยนะครับ

No comments: